แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 29 บทเรียนนี้... ชัดเจนพอไหม?
“ฮะ??”
หลี่หมู่ถึงกับมีเครื่องหมายคำถามโผล่ขึ้นมาเต็มหัว
ลู่เฉินเฟิงกระโดดเหยง ๆ ด้วยความตื่นเต้น ส่งยิ้มประจบประแจง
“ฮี่ ๆ ๆ ก็แค่ขอฟาดทีเดียวเอง! อยากจะรู้ว่าพลองของนายกับพลังป้องกันของฉัน อะไรมันจะแน่กว่ากัน!”
หลี่หมู่ได้แต่อึ้ง
เขาเคยได้ยินมาบ้างว่าลู่เฉินเฟิงเป็นพวกบ้าการต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลั่งไคล้การฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายแบบสุด ๆ
ด้วยพรสวรรค์สายป้องกันระดับท็อป บวกกับวิชาป้องกันระดับเทพ
ทำให้นักรบในระดับเดียวกัน หรือแม้แต่ระดับสูงกว่า ก็แทบจะเจาะการป้องกันของเขาไม่เข้า
“เอาแรงเท่าที่นายฟาดงูยักษ์เมื่อกี้นี้เลยนะ! เร็วเข้า ฉันทนไม่ไหวแล้ว!”
ลู่เฉินเฟิงยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น รีบย่อตัวลงทำท่าม้าตั้งรับทันที
จางจือเหวยพูดขึ้นเสียงเรียบ
“ลู่เฉินเฟิง ฉันว่านายคิดให้ดี ๆ ก่อนดีกว่านะ…”
พูดจบ จางจือเหวยก็เหลือบมองหลี่หมู่ด้วยความหวาดเสียว
“ไว้ค่อยหาโอกาสทีหลังละกัน ตอนนี้ฉันยังไม่อารมณ์”
ในศึกแรกที่แดนเหว กฎห้ามเด็ดขาดคือการต่อสู้กันเองระหว่างนักเรียน
ถ้าเกิดหลี่หมู่ฟาดลู่เฉินเฟิงจนบาดเจ็บขึ้นมาจริง ๆ เรื่องมันจะบานปลายเอาได้
“โธ่เอ๊ย! อย่าขี้งกไปหน่อยเลยน่า แค่ฟาดทีเดียวเอง ทำเป็นหวงไปได้!”
ลู่เฉินเฟิงหน้ามุ่ย ส่งสายตาอ้อนวอนราวกับลูกหมาขอข้าว
จางจือเหวยที่ยืนฟังอยู่ถึงกับรับไม่ได้…
เขามองลู่เฉินเฟิงพลางคิ้วกระตุกยิก ๆ
“นายนี่มันแปลกประหลาดเกินไปแล้วนะ”
“ห๊ะ?”
ลู่เฉินเฟิงหันไปมองจางจือเหวยอย่างงุนงง
“นายไม่เห็นเหรอว่ามือเขาเจ็บอยู่? อยากจะประลอง ก็รอให้เขาหายก่อนสิ!”
จางจือเหวยใช้คางชี้ไปที่มือขวาของหลี่หมู่ที่พันผ้าพันแผลลวก ๆ เอาไว้
“อ๋อออ จริงด้วย! ฉันไม่ได้สังเกตเลย โทษที ๆ! ถ้างั้นไว้คราวหน้านะ!”
ลู่เฉินเฟิงรีบเกาหัวแกรก ๆ ขยับเข้าไปดูมือของหลี่หมู่ใกล้ ๆ
หลี่หมู่ส่ายหัวอย่างระอา แล้วเดินนำเข้าไปในค่ายกลเทเลพอร์ต
ตอนนี้ค่ายกลพร้อมทำงานแล้ว จางจือเหวยกับลู่เฉินเฟิงก็เดินตามเข้าไป
กลับมาที่ลานกว้างหน้าทางเข้าแดนเหว
นักเรียนจำนวนมากมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อเตรียมขึ้นลิฟต์กลับสู่โลกเบื้องบนทีละกลุ่ม
สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่หลี่หมู่และอีกสองคนด้วยความอิจฉา
โดยเฉพาะหลี่หมู่!
ในบรรดาท็อปทรีของวันนี้ คนที่เปล่งประกายที่สุดไม่ใช่สองอัจฉริยะระดับ S
แต่เป็นหลี่หมู่!
อาศัยพรสวรรค์แค่ระดับ F แต่กลับสามารถจัดการมอนสเตอร์ระดับสามขั้นสมบูรณ์ ทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งได้อย่างสง่างาม!
นี่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
ภายในห้องโถงมัลติมีเดียก็คึกคักไม่แพ้กัน
บนกระดานคะแนนรวมขนาดยักษ์ ปรากฏชื่ออย่างชัดเจน
อันดับหนึ่งศึกแรกที่แดนเหวเขตตะวันออก: หลี่หมู่ โรงเรียนเฮยสุ่ย!
และท่ามกลางฝูงชน
หลี่เสี่ยวหาวจ้องมองหลี่หมู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชัง
ตัวเองต่างหากที่มีพรสวรรค์ระดับ S!
แต่ทำไม?
ทำไมถึงยังสู้หลี่หมู่ไม่ได้?
เขาไม่ยอมรับเด็ดขาด!!
เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนที่เขาปล้นพรสวรรค์ระดับ S มาจากหลี่หมู่ได้ เขารู้สึกสะใจสุด ๆ!
ตอนแรกที่ปลุกได้พรสวรรค์ห่วย ๆ อย่างระดับ F เขานึกว่าชีวิตนี้คงมืดมนแล้ว
แต่ใครจะไปคิดว่าจะส้มหล่น ได้สลับพรสวรรค์ระดับ S ของหลี่หมู่มาครอบครอง
เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกรักของพระเจ้า
อนาคตอันสดใสรอเขาอยู่เบื้องหน้าแน่นอน
การแข่งขันศึกแรกที่แดนเหวครั้งนี้ เขาตั้งใจจะใช้เป็นเวทีแจ้งเกิด
คว้าแชมป์มาครองให้คนทั้งเมืองต้องตะลึง
แล้วหลังจากนั้นเส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ก็จะปูพรมแดงรอเขา
แต่ตอนนี้ล่ะ! บทละครมันไม่เป็นไปตามที่เขาหวังไว้เลย!!
หลี่หมู่ขึ้นลิฟต์กลับมาที่ลานกว้างหน้าป้อมปราการ
เสียงโห่ร้องต้อนรับของนักเรียนโรงเรียนเฮยสุ่ยดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
บรรดาบิ๊กบอสจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงทรัพยากรต้องรีบเรียกประชุมด่วนในห้องรับรองพิเศษ
เพื่อหารือเรื่องรางวัลสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ และการเยียวยาครอบครัวนักเรียนที่เสียชีวิต
บรรดาผู้บริหารโรงเรียนต่างก็ทยอยเดินออกจากห้องโถง
เพื่อไปรอนักเรียนที่ทำผลงานได้ดีของโรงเรียนตัวเองที่ลานกว้าง
นักเรียนโรงเรียนเฮยสุ่ยไปออรับกันอยู่ที่ทางออก
พอเห็นหลี่หมู่เดินออกมา เสียงก็เฮลั่นขึ้นทันที
“หลี่หมู่!”
“หลี่หมู่!”
“หลี่หมู่!!”
เสียงตะโกนเรียกชื่อดังกระหึ่มเป็นระลอกคลื่น
หลี่หมู่ยิ้มเขิน ๆ เอามือปิดหู พอเดินพ้นจากฝูงชน ก็ถูกกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเฮยสุ่ยพุ่งเข้ามาอุ้มตัวขึ้น แล้วโยนขึ้นฟ้าสูงลิ่ว!
พวกเขารับตัวหลี่หมู่แล้วก็โยนขึ้นฟ้าครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อระบายความตื่นเต้นดีใจ
ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครกล้าฝันเลยว่าโรงเรียนของตัวเองจะได้ขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง และได้รับการจับตามองจากผู้ใหญ่ระดับกระทรวงแบบนี้
วินาทีนี้ หลี่หมู่คือฮีโร่ของโรงเรียนเฮยสุ่ย!
ทางด้านหยางซู่อิงและคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้รีบร้อนเข้าไปหา
แค่เห็นหลี่หมู่กลับมาอย่างปลอดภัย เธอก็ขอบคุณสวรรค์แล้ว
เมื่อเพื่อน ๆ วางหลี่หมู่ลง ผู้อำนวยการอิ๋นฉางหมิงก็เดินเข้ามาหาหลี่หมู่พร้อมรอยยิ้ม
“ไปกันเถอะ ท่านผู้ใหญ่จากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงทรัพยากรอยากจะพบเธอหน่อยน่ะ”
หลี่หมู่แอบแปลกใจนิด ๆ
ปกติแล้วพอแข่งจบ ประกาศอันดับปุ๊บ ก็น่าจะได้กลับโรงเรียนไปฉลองกันแล้วไม่ใช่เหรอ
ส่วนรางวัลก็จะส่งตามไปให้ภายในสามวัน
แต่หลี่หมู่ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร เขาหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความบอกแม่ แล้วเดินตามอิ๋นฉางหมิงกลับเข้าไปในห้องโถงมัลติมีเดีย
บนชั้นสอง
กลุ่มบิ๊กบอสที่เพิ่งประชุมเสร็จกำลังยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่
นอกจากผู้บริหารของโรงเรียนเฮยสุ่ยแล้ว ยังมีผู้บริหารของโรงเรียนวูตาวเถิงหลงด้วย
รวมถึงผู้อำนวยการจากโรงเรียนอื่น ๆ ที่ยังอยู่รอดูสถานการณ์อีกเพียบ
พอหลี่หมู่เห็นพวกผู้บริหารโรงเรียนวูตาวเถิงหลงปุ๊บ เขาก็รู้ทันทีว่าเรียกมาทำไม
เขากวาดสายตาไปมองเหลียงไห่แวบหนึ่ง
ตอนนี้เหลียงไห่สภาพดูไม่จืดเลย เหงื่อแตกพลั่กเหมือนเพิ่งตกน้ำมา
ผมหน้าม้าที่เปียกเหงื่อลู่ติดหน้าผาก
ดูตลกสุด ๆ
“หลี่หมู่ ท่านนี้คือรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรประจำเขตตะวันออก...”
“และท่านนี้คือรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ…”
อิ๋นฉางหมิงแนะนำหลี่หมู่ให้รู้จักกับบิ๊กบอสทั้งสอง
ในแง่ของตำแหน่ง ทั้งสองท่านนี้ถือว่าระดับเดียวกัน แต่ถ้าพูดถึงอำนาจและอิทธิพลที่อยู่ในมือ กระทรวงทรัพยากรนั้นใหญ่กว่ากระทรวงศึกษาธิการอยู่หลายขุม
หลี่หมู่โค้งคำนับทำความเคารพทีละคนอย่างนอบน้อม
รองรัฐมนตรีทรัพยากรเป็นคนตรงไปตรงมา เขาเดินเข้าไปตบไหล่หลี่หมู่เบา ๆ แล้วเอ่ยปากชม
“เยี่ยมมาก! ฝีมือของเธอนี่ทำเอาฉันเปิดหูเปิดตาเลยล่ะ!”
“แต่ฉันมีเรื่องสงสัยนิดหน่อย อยากจะถามเธอหน่อยน่ะ”
“เชิญท่านรัฐมนตรีถามมาได้เลยครับ”
หลี่หมู่พยักหน้ารับอย่างไม่สะทกสะท้าน
เมื่อรัฐมนตรีตัวจริงไม่อยู่ การเรียกท่านรองว่ารัฐมนตรีก็ถือเป็นการให้เกียรติอย่างหนึ่ง
รองรัฐมนตรีทรัพยากรชี้มือไปที่จางเถิง
“ท่านผู้อำนวยการจางเถิงคนนี้ บอกว่าก่อนหน้านี้เธอเป็นนักเรียนของโรงเรียนวูตาวเถิงหลง ใช่ไหม?”
“ใช่ครับ!” หลี่หมู่ตอบรับ
จางเถิงรีบพูดแทรกขึ้นมาด้วยความร้อนรน “หลี่หมู่ ทำไมเธอทำแบบนี้ล่ะ ตอนอยู่โรงเรียนวูตาวเถิงหลง ฉันเคยดูแลเธอไม่ดีตรงไหน?”
“มีเรื่องอะไรทำไมไม่มาคุยกับฉันล่ะ?”
จางเถิงพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
ช่วงหลายวันมานี้เขาต้องเจอเรื่องที่ทำให้หัวใจแทบวายมาแล้ว ตอนแรกก็ดีใจที่โรงเรียนมีเด็กพรสวรรค์ระดับ S กับระดับ A ผุดขึ้นมาพร้อมกัน
โรงเรียนวูตาวเถิงหลงเตรียมจะผงาดได้แล้วเชียว
แต่ยังไม่ทันข้ามวัน พรสวรรค์ระดับ S ของหลี่หมู่ก็ดันหายวับไปกับตา
ถึงเขาจะโกรธแค่ไหน แต่มันก็เป็นเรื่องภายในของตระกูลหลี่ เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ก้มหน้ายอมรับความซวยไป
หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจหลี่หมู่อีกเลย
ก็เลยไม่รู้เรื่องที่หลี่หมู่โดนไล่ออกไปหลายวันแล้ว
เหลียงไห่ หัวหน้าฝ่ายปกครองรีบพูดเสริมทัพทันที
“ใช่แล้วหลี่หมู่เอ๊ย ดูสิว่าเธอใจร้อนขนาดไหน ฉันยอมรับนะว่าฉันอาจจะทำอะไรไม่เหมาะสมไปบ้าง”
“แต่ยังไงฉันก็เป็นครูของเธอนะ บางทีก็ต้องรักษาหน้าบ้างน่ะสิ… ฉันก็เลยอาจจะดุเธอไปหน่อย”
“เธอเข้าใจฉันบ้างสิ อย่ามัวแต่เอาแต่ใจเลย รีบกลับมาเรียนที่โรงเรียนเราเถอะนะ”
ระหว่างที่พูด เหลียงไห่ก็ขยิบตาบุ้ยใบ้ส่งสัญญาณให้หลี่หมู่ไม่หยุด
แววตาของเขามีทั้งความข่มขู่และอ้อนวอนปะปนกัน สีหน้าดูบิดเบี้ยวจนไม่รู้ว่ากำลังยิ้มหรือกำลังจะร้องไห้กันแน่
พอเห็นเหลียงไห่ทำหน้าตาตลกแบบนั้น
รองรัฐมนตรีศึกษาธิการก็กระแอมไอเสียงดัง
แล้วหันมาส่งยิ้มให้หลี่หมู่ พลางพูดว่า
“ไม่เป็นไรนะ มีอะไรก็เล่ามาตามความจริงเลย!”
นี่หมายความว่าท่านพร้อมจะคุ้มครองหลี่หมู่ ไม่ต้องกลัวใครจะตามมาล้างแค้น
หลี่หมู่หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา เปิดคลิปวิดีโอแล้วยื่นให้รองรัฐมนตรีทรัพยากร
“เรื่องนี้ผมคงอธิบายยากครับ แต่ผมมีคลิปยืนยัน”
คนอื่น ๆ ต่างก็สงสัยและชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วย
แต่เหลียงไห่น่ะเหรอ แทบไม่ต้องดูเลย
แค่ได้ยินเสียงจากในคลิป เขาก็รู้ทันที!
นี่มันคลิปตอนที่เขาไล่หลี่หมู่ออก แล้วหลี่หมู่แอบถ่ายไว้ชัด ๆ!
เวรเอ๊ย!!
ทำไมหลี่หมู่ถึงถ่ายคลิปไว้ตอนนั้นวะ!?
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ใครมันจะไปคิดถึงเรื่องแบบนี้?
แกจะอัดคลิปบ้าบอนี่ไว้ทำซากอะไรวะ??
วินาทีนั้น เหลียงไห่รู้สึกเหมือนหน้ามืดตาลาย ขาสองข้างอ่อนยวบจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
ไม่นาน เสียงตวาดอันเกรี้ยวกราดของเหลียงไห่ก็ดังลอดออกมาจากคลิป
“หลี่หมู่ แกเข้าใจความแตกต่างของ ‘มูลค่า’ ระหว่างแกกับซุนหลงไหม?”
“ฉันให้แกเลือกสองทาง”
“ม.6 ห้อง 9 หลี่หมู่ เอาแฟ้มประวัติมันออกมา ไล่ออก!”
“ไม่ต้องรายงานใครทั้งนั้น!! ฉันเหลียงไห่ ไม่มีอำนาจแค่นี้หรือไง! ฉันสั่งให้ไล่ออก! เดี๋ยวนี้!!”
“โรงเรียนเฮยสุ่ยฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ ไปน่ะ ตอนนี้รับสมัครนักเรียนแทบเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ พวกขยะแบบไหนมันก็รับหมดแหละ!”
พอถึงท่อนนี้
ผู้บริหารโรงเรียนเฮยสุ่ยทุกคนก็พร้อมใจกันส่งสายตาซาบซึ้งไปให้เหลียงไห่
สรุปว่า ที่หลี่หมู่ย้ายมาอยู่โรงเรียนเรา ก็เพราะท่านเป็นคนชี้ทางสว่างให้นี่เอง
แต่พอจางเถิงได้ยินประโยคนี้ล่ะก็ เขาแทบอยากจะฉีกร่างเหลียงไห่ให้ขาดเป็นชิ้น ๆ!
ไอ้ชาติหมาเอ๊ย!!
นี่มึงรับเงินใต้โต๊ะจากโรงเรียนเฮยสุ่ย มาเป็นสายลับบ่อนทำลายโรงเรียนเราหรือเปล่าวะเนี่ย!!
และประโยคที่แสบสันที่สุดในคลิปนี้
ก็คือประโยคที่เหลียงไห่เป็นคนพูดเองกับปาก:
“คนเรา… ต้องรู้จักรับผลกรรมจากการกระทำของตัวเองเสมอ! บทเรียนนี้ ชัดเจนพอไหม?”