แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 33 หวังหลงเฉิงทะลุระดับเสวียน แบ็กอัปสุดแกร่งของหลี่หมู่
- Home
- แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก!
- บทที่ 33 หวังหลงเฉิงทะลุระดับเสวียน แบ็กอัปสุดแกร่งของหลี่หมู่
หลี่หมู่รีบก้าวเข้าไปหา พร้อมกับพูดด้วยความตื่นเต้น
“ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ท่านรองผู้บัญชาการ ที่ทะลุขึ้นสู่ระดับเสวียนได้สำเร็จ!”
หวังหลงเฉิงในตอนนี้ ดูน่าเกรงขามกว่าตอนอยู่ระดับเก้าลิบลับ
รังสีของผู้มีอำนาจแผ่ซ่านออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับสามารถควบคุมทุกสิ่งได้ดั่งใจนึก!
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า…”
หวังหลงเฉิงหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี เขาเอื้อมมือไปเลื่อนเก้าอี้ที่ว่างอยู่ข้าง ๆ ตัวเองออกมา
“นั่งลงสิ”
“เธอนี่ก็ใช้ได้เลยนะ ตอนเช้าวันเข้าค่ายยังอยู่แค่ระดับหนึ่งแท้ ๆ”
“พอตกบ่ายก็ทะลุขึ้นระดับสองซะแล้ว”
“ยิ่งผลงานตอนแข่งศึกแรกที่แดนเหวเมื่อกี้นี้ ยิ่งเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคน!”
หวังหลงเฉิงอารมณ์ดีสุด ๆ เลยพูดจ้อไม่หยุด
แต่พวกข้าราชการที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะ รวมถึงคนอื่น ๆ ทั้งงาน ต่างก็อ้าปากค้าง!
ตั้งแต่เริ่มงานเลี้ยง เก้าอี้ข้างหวังหลงเฉิงตัวนั้นก็ถูกเก็บสอดไว้ใต้โต๊ะตลอด
หวังหลงเฉิงไม่อนุญาต ก็ไม่มีใครกล้าไปนั่ง!
แต่ตอนนี้ เขากลับเลื่อนเก้าอี้ออกมาเชิญเด็กม.ปลายคนนึงให้นั่งข้าง ๆ ตัวเองเนี่ยนะ?
แถมยังนั่งคุยกันอย่างออกรส ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีก
ทำเอาทุกคนสงสัยจนทนไม่ไหว ว่าไอ้เด็กนี่มันเป็นใครกันแน่?
แต่จากประโยคสุดท้ายของหวังหลงเฉิง ทุกคนก็พอจะเดาได้ว่า เด็กคนนี้คงจะเป็นแชมป์ศึกแรกที่แดนเหว
แต่มันก็ไม่สมเหตุสมผลอยู่ดี!
แชมป์ศึกแรกที่แดนเหวปีไหนเคยได้สิทธิพิเศษขนาดนี้บ้าง?
หวังหลงเฉิงเป็นถึงรองผู้บัญชาการเขตทหารเชียวนะ!
แชมป์ศึกแรกที่แดนเหว อย่างมากก็แค่ได้เจอหัวหน้าครูฝึกของกองทัพ ฟังคำชมสองสามคำก็ถือว่าบุญโขแล้ว!
มีสิทธิ์อะไรมานั่งกินข้าวเคียงบ่าเคียงไหล่กับรองผู้บัญชาการแบบนี้?
ท่ามกลางความตกตะลึง หลายคนรีบส่งข้อความให้ลูกน้องไปสืบประวัติเด็กคนนี้ด่วน
พวกที่หูตาไว ไม่ถึงนาทีก็รู้แล้วว่าหลี่หมู่คือใคร
ที่แท้ก็ไอ้หนุ่มจากตระกูลหลี่ที่เป็นข่าวครึกโครมเรื่องโดนแย่งพรสวรรค์ระดับ S เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง
แต่พวกเขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้อยู่ดี
ว่าไอ้เด็กนี่มันไปสนิทชิดเชื้อกับหวังหลงเฉิงได้ยังไง!
แล้วหวังหลงเฉิงก็ไม่คิดจะแนะนำให้ใครรู้จักด้วย
ตอนนี้หวังหลงเฉิงกำลังมีความสุขสุด ๆ
ถ้าไม่ได้หลี่หมู่ช่วยเล็งเป้าเส้นลมปราณสองเส้นที่พังทลายนั้นให้
แล้วให้เขาตัดสินใจระเบิดมันทิ้งอย่างเด็ดขาด เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหนถึงจะทะลุขึ้นระดับเสวียนได้
หรือเผลอ ๆ อาจจะไม่มีวันทะลุระดับได้เลยด้วยซ้ำ
ความจริงก็พิสูจน์แล้วว่า การยอมเสี่ยงของเขาในวันนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
หลังจากยอมสละเส้นลมปราณไป การฝ่าด่านทะลุระดับก็ราบรื่นจนสามารถก้าวเข้าสู่ระดับเสวียนได้สำเร็จ!
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ตำแหน่งผู้บัญชาการสิงขรคงไม่หลุดลอยไปไหนแน่
แล้วการจะไต่เต้าขึ้นเป็นผู้บัญชาการเขตก็คงอยู่แค่เอื้อม!
“สำหรับท่านรองแล้ว เรื่องแค่นี้ก็เหมือนเด็กเล่นขายของแหละครับ”
หลี่หมู่ตอบยิ้ม ๆ
“แหม อายุแค่นี้ ทำไมถึงถ่อมตัวเก่งนักล่ะ ปกติเห็นห้าวเป้งจะตายนี่นา?”
หวังหลงเฉิงอดแซวไม่ได้
ถ้าหลี่หมู่เป็นเด็กดีเจี๋ยมเจี้ยมจริง คงไม่กล้าฟาดขาครูฝึกหักตั้งแต่วันแรกที่เข้าค่ายหรอก!
“เมื่อกี้นี้ น้าไป๋เพิ่งจะบ่นเรื่องของเธอให้ฟังอยู่เลยนะ”
หวังหลงเฉิงพูดพลางเบี่ยงตัว เผยให้เห็นผู้หญิงที่นั่งอยู่อีกฝั่ง
ผู้หญิงคนนี้อายุประมาณสี่สิบ ไว้ผมสั้น หน้าตาสะสวยคมคาย แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
ไม่ดูร่วงโรยตามวัยเลยแม้แต่น้อย กลับดูปราดเปรียวและน่าเกรงขาม
ตอนนี้เธอกำลังส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรมาให้หลี่หมู่
พอเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ หลี่หมู่ก็ถึงกับสะดุ้งในใจ
คนนี้เขาก็เคยเห็นในข่าวบ่อย ๆ!
ไป๋เถี่ยเวย ผู้บัญชาการกรมบังคับคดีเขตตะวันออกแห่งเมืองเถี่ยโส่ว!
เพิ่งรู้ว่าเธอคือภรรยาของหวังหลงเฉิง
มิน่าล่ะ งานนี้ถึงมีข้าราชการจากกรมบังคับคดีมาร่วมแสดงความยินดีเพียบ
ที่แท้ก็ผัวเมียกันนี่เอง
ฉายาของเธอคือ ‘กุหลาบเหล็ก’
เป็นผู้หญิงแท้ ๆ แต่กลับคุมหน่วยงานที่ใช้ความรุนแรงของทั้งเขตได้อยู่หมัด!
แค่มีผัวเป็นรองผู้บัญชาการอย่างเดียวมันไม่พอหรอกนะ!
ถ้าไม่มีฝีมือและความเด็ดขาดของจริง ไม่มีทางคุมลูกน้องได้หรอก
นี่คือโลกไฮวูนะ
ในแวดวงข้าราชการ ความแข็งแกร่งและเส้นสายคือสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนความสามารถและประสบการณ์เอาไว้ทีหลัง
นี่ก็คือข้อเสียอย่างหนึ่งของโลกไฮวู
และเป็นความน่าเศร้าที่ทำให้มีพวกหนอนบ่อนไส้เยอะแยะไปหมด
คนเก่ง ๆ บางทีก็ไม่อยากรับราชการ ชอบทำตัวเป็นศาลเตี้ยตัดสินความดีความเลวเอาเอง
ส่วนพวกที่มีเส้นสายใหญ่โต ส่วนใหญ่ก็ดีแต่กอบโกยผลประโยชน์ หาพวกที่ทำงานทำการจริงจังได้ยาก!
คนเก่งจริงกลับไม่มีโอกาสได้พูดหรือมีอำนาจ
มีคนมีฝีมือแต่ไม่มีโอกาสเยอะแยะไป!
จังหวะนั้น ไป๋เถี่ยเวยก็พูดต่อจากหวังหลงเฉิงด้วยรอยยิ้ม
“หลี่หมู่เอ๊ย เรื่องคราวก่อน น้ายังไม่ได้ขอบใจเธอดี ๆ เลยนะ”
“ถ้าแม่เธอไม่ได้มีธุระอะไรด่วน เดี๋ยวเลิกงานนี้ แวะไปนั่งเล่นที่บ้านน้าหน่อยสิ”
ประโยคนี้ทำเอาหลี่หมู่งงเป็นไก่ตาแตก
เขาเพิ่งจะเคยเจอไป๋เถี่ยเวยเป็นครั้งแรก
เรื่องคราวก่อนอะไรกัน?
แถมยังพูดถึงแม่ของเขาด้วย ทำท่าเหมือนสนิทสนมกันมานานงั้นแหละ
แต่แค่เสี้ยววินาที
หลี่หมู่ก็บรรลุธรรม เข้าใจเจตนาของไป๋เถี่ยเวยทะลุปรุโปร่ง!
สองผัวเมียคู่นี้กำลังออกโรงป้องเขา!!
คนที่นั่งอยู่ในงานนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกน้องของไป๋เถี่ยเวยทั้งนั้น
ส่วนเส้นสายจริง ๆ ของหวังหลงเฉิงอยู่ในกองทัพจิ้นหยวนนู่น
เผลอ ๆ เขาอาจจะจัดงานฉลองกับลูกน้องในกองทัพไปแล้วด้วยซ้ำ
แต่วันนี้ ต่อหน้าข้าราชการมากมายขนาดนี้
หวังหลงเฉิงจงใจเรียกหลี่หมู่มานั่งข้าง ๆ
ไป๋เถี่ยเวยก็ตีซี้ชวนคุยเหมือนคนกันเอง
เจตนาชัดเจนว่าสองผัวเมียผู้ทรงอิทธิพลคู่นี้ ต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ว่าพวกเขาเป็นแบ็กให้หลี่หมู่
หลี่หมู่ซาบซึ้งใจมาก
พวกเขาคงรู้เรื่องที่เขาบาดหมางกับตระกูลหลี่แล้ว
ก็เลยถือโอกาสใช้โต๊ะจีนงานฉลองของหวังหลงเฉิงนี้ ช่วยส่งสัญญาณเตือนพวกที่คิดจะเล่นงานหลี่หมู่!
“ยินดีเลยครับคุณน้าไป๋!”
หลี่หมู่ยิ้มรับ
ไป๋เถี่ยเวยพยักหน้าอย่างพอใจ
และก็เป็นอย่างที่คิด บรรดาข้าราชการรอบ ๆ โต๊ะ ภายนอกดูยิ้มแย้มแจ่มใสคุยกันสนุกสนาน แต่ในใจกลับสั่นสะท้านเหมือนเจอพายุ!
สายตาของพวกเขาแอบชำเลืองมองหลี่หมู่เป็นระยะ พยายามเดาว่าเด็กคนนี้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแค่ไหนกับสองผัวเมียคู่นี้!
ปกติแล้ว พวกเขาแทบไม่มีโอกาสได้ประจบประแจงไป๋เถี่ยเวยเลย
ยิ่งพวกที่นั่งอยู่โต๊ะรอบนอก ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แค่เห็นหน้าหวังหลงเฉิงยังแทบจะนับครั้งได้
โดยเฉพาะข้าราชการระดับผู้กำกับสถานีอย่างสาขาถนนจี๋เสียง
กว่าจะมุดหัวเข้ามานั่งในงานนี้ได้ ต้องใช้ความพยายามแทบตาย!
ไป๋เถี่ยเวยคือเจ้านายสายตรงของเขาเลยนะ
เขาเคยเห็นเธอแค่ตอนประชุมใหญ่ระดับเขตไม่กี่ครั้งเท่านั้น
ไป๋เถี่ยเวยน่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็นนางพญาหน้าเหี้ยม!
เคยเห็นเธอพูดจาอ่อนหวานแบบนี้ที่ไหนล่ะ?
แถมยังชะโงกหน้าข้ามหวังหลงเฉิงมาคุยกระหนุงกระหนิงกับหลี่หมู่ พร้อมรอยยิ้มละมุนอีก
พอเห็นภาพนี้
ผู้กำกับสาขาถนนจี๋เสียงก็รู้สึกเหมือนโลกหมุนติ้ว
หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัว!
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เขาเพิ่งรับสายจากตระกูลหลี่
บอกว่ามีเรื่องกับหลี่หมู่ ให้เขาช่วยจัดการสั่งสอนให้หน่อย
เขาก็เพิ่งจะสั่งลูกน้องให้ไปจัดการเรื่องนี้
ใครจะไปรู้ว่าหลี่หมู่จะโผล่มาอยู่ที่นี่!
แถมยังนั่งคุยหัวเราะร่าอยู่กับเจ้านายเขาอีกต่างหาก!
แล้วนี่รองผู้บังคับหมวดจางไปรับตัวหลี่หมู่มาจากไหน ลูกน้องเขาเผลอลงไม้ลงมือกับหลี่หมู่ไปหรือเปล่าก็ไม่รู้!
ถ้าเกิดลูกน้องเขาซ้อมหลี่หมู่ แล้วหลี่หมู่เอาไปฟ้องไป๋เถี่ยเวยล่ะก็
อนาคตราชการเขาดับวูบแน่!
โชคดีที่เขาจ้องมองไป๋เถี่ยเวยกับหลี่หมู่ตลอดเวลา แล้วก็สังเกตเห็นว่าไป๋เถี่ยเวยไม่ได้ปรายตามองมาทางเขาเลยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าหลี่หมู่ไม่คิดจะเอาเรื่องพรรค์นี้ไปฟ้องไป๋เถี่ยเวยหรอก
เหตุผลมีข้อเดียวคือ มันไม่คุ้ม!
บุญคุณก็เหมือนเช็คเงินสด
หวังหลงเฉิงเป็นหนี้บุญคุณหลี่หมู่ครั้งใหญ่ ถือเป็นเช็คใบโต
ข้าราชการกระจอก ๆ อย่างผู้กำกับสาขา ไม่คู่ควรให้หลี่หมู่ต้องฉีกเช็คใบนี้มาใช้หรอก
ในเมื่อหวังหลงเฉิงกับภรรยาออกตัวเป็นแบ็กให้เขาต่อหน้าคนใหญ่คนโตขนาดนี้แล้ว
ถ้าหลี่หมู่ยังจะเอาเรื่องไร้สาระของข้าราชการปลายแถวไปฟ้องอีก
มันจะดูเป็นคนใจแคบและคิดเล็กคิดน้อยเกินไป!
เมื่องานเลี้ยงใกล้จบ ประธานในพิธีต้องกลับก่อน นี่คือธรรมเนียมปฏิบัติ
หวังหลงเฉิงกับไป๋เถี่ยเวยลุกขึ้นยืน ชูแก้วเหล้าดื่มให้เกียรติแขกทุกคนในงาน แล้วก็ขอตัวกลับก่อน โดยพาหลี่หมู่ไปด้วย
ปล่อยให้เลขาของไป๋เถี่ยเวยและทหารคนสนิทของหวังหลงเฉิงอยู่รับแขกต่อ
พอสองบิ๊กบอสกลับไป พวกข้าราชการก็คุยกันพอเป็นพิธี แล้วก็เริ่มทยอยกันกลับ
ลำดับการกลับก็เรียงตามยศถาบรรดาศักดิ์อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
โรงแรมอยู่ไม่ไกลจากเขตบ้านพักทหารนัก
หวังหลงเฉิงกับไป๋เถี่ยเวยก็เลยเดินพาหลี่หมู่กลับไปที่บ้านพัก
ไป๋เถี่ยเวยรู้สึกขอบคุณหลี่หมู่จากใจจริง
อาการป่วยของหวังหลงเฉิงก่อนหน้านี้ เธอรู้ดีที่สุด
บางคืนไอหนักจนไม่ได้นอน
บางคืนพยายามกลั้นไอ ก็กังวลจนนอนพลิกไปพลิกมาทั้งคืน
เธอที่เป็นภรรยาก็พลอยทุกข์ใจไปด้วย
ไม่นึกเลยว่าเด็กนักเรียนอย่างหลี่หมู่ จะสามารถปัดเป่าโรคร้ายที่คอยรังควานหวังหลงเฉิงมานาน และช่วยให้เขาทะลุขึ้นระดับเสวียนได้!
พอกลับมาถึงบ้าน ไป๋เถี่ยเวยก็ชวนหลี่หมู่คุยต่ออีกพักใหญ่
จากนั้นก็ให้คนขับรถไปส่งหลี่หมู่ที่บ้าน
พอหลี่หมู่กลับไปได้ไม่นาน ก็มีชายชราคนหนึ่งเดินลงมาจากบันไดชั้นสองของบ้านตระกูลหวัง
รังสีความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากชายชราคนนี้ รุนแรงกว่าหวังหลงเฉิงซะอีก
แค่สบตาก็รู้สึกเหมือนมีดาบอาบยาพิษจ่ออยู่ที่คอหอย
ราวกับว่าแค่คิดไม่ซื่อ ดาบเล่มนั้นก็จะพุ่งทะลวงร่างทันที!