แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 36 สรรพคุณโด๊ปพลังหยางขั้นสุดยอด
เวลานี้นิ้วของจ้ายหลงที่จับช้อนอยู่ซีดขาวจนเห็นได้ชัด
ด้ามช้อนถึงกับบิดเบี้ยวตามแรงบีบของเขา
จิตใจของเขาปั่นป่วนอย่างหนัก
เขาจ้องมองใบหน้าของหลี่หมู่บนหน้าจอ
รู้สึกได้ถึงความสั่นไหวในหัวใจ
เขารักและห่วงใยลูกศิษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
แต่แอบมีความลำเอียงให้หลี่หมู่นิดหน่อย
พ่อของหลี่หมู่เสียชีวิต ต้องโดนกลั่นแกล้งในตระกูล
พอมาโรงเรียนก็ยังโดนหลี่เสี่ยวหงรังแกสารพัด
แต่หลี่หมู่ก็ยังมุมานะขยันขันแข็ง ปูพื้นฐานจนแน่นปึ้ก แถมยังมีพรสวรรค์ในการเรียนรู้เป็นเลิศ
เด็กแบบนี้ ใครบ้างจะไม่รัก?
เพราะแบบนี้ไงล่ะ
ตอนที่หลี่หมู่ปลุกพรสวรรค์ระดับ S ได้
เขาถึงไปยืนปรบมือแสดงความยินดีอยู่เงียบ ๆ ด้านหลัง
และตอนที่หลี่หมู่ถูกไล่ออกอย่างไม่เป็นธรรม
เขาถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
เขาไม่คิดเลยว่าหลี่หมู่จะยังนับถือเขาเป็นครูอยู่ หลังจากที่ต้องย้ายโรงเรียนไปแล้ว
และที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่า คือหลี่หมู่ถึงกับเอ่ยชื่อเขาผ่านสื่อ
ยกย่องให้เขาเป็นถึง ‘ครูผู้ปั้นแชมป์’
แต่จริง ๆ แล้ว
ไอ้ตำแหน่งบ้าบออะไรนั่น มันไม่สำคัญสำหรับเขาเลยสักนิด
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการที่หลี่หมู่ยังจำเขาได้
เด็กหนุ่มที่ถูกปล้นอนาคตอันสดใสไป แต่ก็ไม่ได้ยอมแพ้ต่อโชคชะตา
กลับผงาดขึ้นมาในฐานะแชมป์ เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ต่อให้ไม่มีพรสวรรค์ระดับ S เขาก็ยังเป็นยอดคนได้
นั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
จ้ายหลงวางช้อนลง เหลียวมองรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ
เขาก็ยกมือใหญ่ ๆ ขึ้นมาลูบเคราสาก ๆ ของตัวเอง
แต่ดวงตากลับแดงก่ำไปหมดแล้ว
เขาพยักหน้าหงึก ๆ อยู่เป็นนานสองนาน
รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“เถ้าแก่! ขอเหล้าอีกขวด!”
กลับมาที่โรงเรียนเฮยสุ่ย
หลี่หมู่ให้สัมภาษณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
หลังจากส่งพวกนักข่าวกลับไป
อิ๋นฉางหมิง ผู้อำนวยการโรงเรียนก็หันมาพูดกับหลี่หมู่
“แหม หลี่หมู่เอ๊ย ถ้าเธอไม่พูดถึงตอนสัมภาษณ์ ฉันก็ลืมไปเลยนะเนี่ย”
“ครูที่เธอพูดถึงน่ะ ใช่คนที่ตัดผมทรงลานบิน หน้าเหลี่ยม ๆ คิ้วเข้ม ๆ ตาโต ๆ หรือเปล่า?”
หลี่หมู่มองอิ๋นฉางหมิงด้วยความสงสัย พลางพยักหน้า
“ใช่ครับ”
“ครูคนนี้นี่แหละ ที่เป็นคนออกโรงปกป้องเธอ บนชั้นสองของห้องโถงมัลติมีเดียน่ะ!”
“ตอนที่ไอ้เหลียงไห่มันพยายามจะแถเอาตัวรอด ครูคนนี้ก็ลุกขึ้นมายืนยันความจริง”
“ฉีกหน้าไอ้เหลียงไห่กับรองผู้อำนวยการนั่นซะไม่มีชิ้นดีเลย!”
“แต่เสียดายที่เขาอยู่ได้แป๊บเดียวก็เดินออกไป”
“ฉันก็เลยลืมเล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังไปซะสนิทเลย”
อิ๋นฉางหมิงพูดด้วยความรู้สึกผิดนิด ๆ
เขาไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องนี้จริง ๆ
ตอนนั้นเขาคิดแค่ว่ามันเป็นปัญหาการเมืองภายในของโรงเรียนวูตาวเถิงหลง
คิดว่าจ้ายหลงคงหาโอกาสเหยียบหัวหน้าฝ่ายปกครองกับรองผู้อำนวยการให้จมดิน
ไม่ได้คิดเลยว่าจ้ายหลงทำไปเพื่อปกป้องหลี่หมู่
เขาก็เลยไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ
แล้วก็เลยลืมเล่าให้หลี่หมู่ฟังไปเลย
จนกระทั่งวันนี้ที่หลี่หมู่เป็นคนเปิดประเด็นขึ้นมาเอง
เขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้
ว่าแท้จริงแล้ว ครูท่านนี้ยอมหักกับโรงเรียนวูตาวเถิงหลง ก็เพราะหลี่หมู่ต่างหาก!
หลี่หมู่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจมาก
“แสดงว่า… ตอนนี้ครูจ้ายน่าจะโดนไล่ออกแล้วเหรอครับ?”
อิ๋นฉางหมิงพยักหน้า
หลี่หมู่รู้สึกปวดใจจี๊ดขึ้นมาทันที
เขาไม่รู้เลยว่าจ้ายหลงยอมแตกหักกับวูตาวเถิงหลงเพื่อเขา
ที่เขาพูดยกย่องไปเมื่อกี้ ความจริงแค่อยากจะช่วยปูทางให้ครูจ้ายหางานใหม่ดี ๆ ได้ง่ายขึ้น
เพราะหลี่หมู่สัมผัสได้ว่าโรงเรียนวูตาวเถิงหลงกำลังจะถึงกาลอวสานแล้ว
ถ้าเขามอบตำแหน่ง ‘ครูผู้ปั้นแชมป์’ ให้ครูจ้าย
ครูจ้ายก็จะได้เอาไปใช้เป็นโปรไฟล์เจ๋ง ๆ ในการสมัครงานใหม่
และจ้ายหลงก็คู่ควรกับตำแหน่งนี้จริง ๆ
ทุกคำที่หลี่หมู่พูดออกไปเมื่อกี้
มันคือความในใจล้วน ๆ
ทักษะการสอนของครูจ้ายหลงน่ะ เหนือกว่าครูทั่วไปแบบไม่เห็นฝุ่นเลย
แถมยังรักและห่วงใยนักเรียนจากใจจริงอีกต่างหาก
“เอ่อ… เธอมีเบอร์ติดต่อครูท่านนี้ไหมล่ะ?”
“ถ้าเขาไม่รังเกียจ เธอแกล้ง ๆ ถามเขาดูหน่อยสิ ว่าสนใจมาสอนที่โรงเรียนเราไหม?”
อิ๋นฉางหมิงเห็นหลี่หมู่ทำหน้าเศร้า
ก็เลยเป็นฝ่ายเสนอตัวชวนมาทำงานด้วย
แต่เขาก็แอบกังวลอยู่ลึก ๆ ว่าอีกฝ่ายจะยอมมาไหม
ก็จริงอยู่ที่โรงเรียนเฮยสุ่ยเพิ่งจะได้แชมป์ศึกแรกที่แดนเหวมาครอง
แต่มันก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าคุณภาพนักเรียนโดยรวมยังรั้งท้ายไม่ได้หรอก
ต่อให้อันดับโรงเรียนขยับขึ้น ได้งบสนับสนุนเพิ่มขึ้น
แต่การจะยกระดับคุณภาพทั้งโรงเรียน มันต้องใช้เวลา
แล้วเขาจะยอมมาตกระกำลำบากร่วมหัวจมท้ายกับโรงเรียนเฮยสุ่ยหรือเปล่า
อันนี้ก็ยังไม่มีใครตอบได้
อิ๋นฉางหมิงรู้สถานการณ์ของโรงเรียนตัวเองดี
“เดี๋ยวผมลองถามดูให้ครับ”
หลี่หมู่พยักหน้ารับส่ง ๆ ไปอย่างนั้นแหละ
แต่ในใจเขามีแผนอื่นไว้แล้ว
ถ้าจ้ายหลงต้องตกงานเพราะเขาจริง ๆ
หลี่หมู่จะต้องโทรหาแน่นอน
แต่เขาเตรียมเส้นทางที่ดีกว่าการเป็นครูไว้ให้จ้ายหลงแล้ว!
ดีกว่ามานั่งสอนหนังสือเป็นไหน ๆ!
ก็ขึ้นอยู่กับว่าจ้ายหลงจะยอมรับข้อเสนอหรือเปล่า
อิ๋นฉางหมิงไม่ได้เซ้าซี้อะไร เปลี่ยนเรื่องคุยด้วยรอยยิ้ม
“ตั้งแต่ตอนที่เธอให้สัมภาษณ์อยู่ ก็มีข่าวดีรอเธออยู่แล้วนะ”
“ของรางวัลสำหรับแชมป์ ส่งมาถึงเรียบร้อยแล้ว!”
“ป่ะ เดี๋ยวฉันพาไปรับของ”
หลี่หมู่หูผึ่ง ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
และสิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นยิ่งกว่า
ก็กำลังรออยู่ข้างหน้า
ของรางวัลสำหรับแชมป์ศึกแรกที่แดนเหวครั้งนี้
ทำเอาหลี่หมู่อ้าปากค้าง
เงินสดหนึ่งล้านหยวน!
แหวนมิติขนาด 20 ลูกบาศก์เมตร หนึ่งวง!
น้ำยาพลังปราณสกัดเข้มข้น หนึ่งขวดใหญ่!
วิชาระดับสูง หนึ่งชุด!
หินเทเลพอร์ตกลับเมืองแดนเหว ห้าก้อน!
ดูเหมือนจะให้มาไม่กี่อย่าง
แต่มูลค่าของแต่ละอย่างนี่สิ แพงหูฉี่ทั้งนั้น!
ลำพังแค่น้ำยาพลังปราณสกัดเข้มข้นกับแหวนมิติ
ก็ปาเข้าไปชิ้นละหกเจ็ดแสนแล้ว
แถมน้ำยาพลังปราณสกัดเข้มข้นเนี่ย มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่าย ๆ
ส่วนแหวนมิตินี่ก็
ของมันต้องมีจริง ๆ ขนาด 20 ลูกบาศก์เมตรนี่ก็ถือว่าไม่เล็กแล้วนะ
รับของรางวัลเสร็จสรรพ
งานเลี้ยงฉลองของโรงเรียนเฮยสุ่ยก็เริ่มขึ้น
แต่ใจของหลี่หมู่น่ะ ลอยไปไหนต่อไหนแล้ว
เขารีบร่วมงานพอเป็นพิธี แล้วก็พุ่งตรงไปที่ตลาดค้าสมุนไพรทันที
ตอนแรกกะว่าจะซื้อวัตถุดิบให้ครบจบในที่เดียว
แต่หลี่หมู่ต้องตระเวนไปถึงสามตลาด
หมดเงินไปแสนสามแสนสี่
ถึงจะได้วัตถุดิบพอสำหรับทำยาเสริมกายาระดับต้นแค่สองเม็ด
กว่าจะได้กลับมาที่ห้องฝึกซ้อมของโรงเรียน
เขาเปิดห้องส่วนตัวไว้
แล้วก็เริ่มกระบวนการอัปเกรดตัวเองขนานใหญ่
เริ่มจากน้ำยาพลังปราณสกัดเข้มข้น
เจ้านี่มีสรรพคุณช่วยเร่งระดับพลัง
พอดื่มเข้าไปแล้วดูดซับ ก็จะทำให้ความเร็วในการฝึกฝนพุ่งกระฉูด
ขวดใหญ่น่าจะประมาณ 200 มิลลิลิตร
ขวดเล็กส่วนใหญ่จะแค่ไม่เกิน 40 มิลลิลิตร
หลี่หมู่กระดกพรวดเดียวหมดขวด
เคล็ดเซียนสวรรค์ไร้ระดับก็ทำงานอย่างบ้าคลั่งทันที!
หลี่หมู่ไม่รู้หรอกว่าคนอื่นดื่มเจ้านี่เข้าไปแล้วจะรู้สึกยังไง
แต่พอเขาดื่มเข้าไป ความรู้สึกมันไม่เหมือนกับที่เคยอ่านเจอในหนังสือเลยสักนิด!
หลี่หมู่รู้สึกเหมือนมีกรวยขนาดใหญ่วางอยู่บนหัวตัวเอง!
พลังปราณที่อยู่ด้านบนเหมือนน้ำที่สะสมมานาน
ไหลทะลักลงมาตามแรงโน้มถ่วง
พุ่งพรวดเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง!
แถมยังมีพายุหมุนพลังปราณก่อตัวขึ้นเหนือหัวเขาอีกต่างหาก...
ทำเอาหลี่หมู่แอบตกใจอยู่เหมือนกัน!
ก็เพราะเขาฝึกเคล็ดเซียนสวรรค์ไร้ระดับไงล่ะ
ถ้าเปลี่ยนเป็นวิชาพื้นฐานทั่วไปที่เคยฝึกตอนแรก
รับรองว่าดูดซับพลังปราณมหาศาลขนาดนี้ไม่ทันแน่!
แต่หลี่หมู่ก็ยังแยกไม่ออกอยู่ดี
ว่าไอ้การที่พลังปราณไหลทะลักเข้ามาเป็นพายุหมุนแบบนี้
มันเป็นเพราะเอฟเฟกต์ของเคล็ดเซียนสวรรค์ล้วน ๆ หรือเปล่า?
หลี่หมู่สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง แล้วตั้งสมาธิเดินลมปราณตามเคล็ดเซียนสวรรค์เพื่อดูดซับพลังปราณ
ใช้เวลาไปเต็ม ๆ สองชั่วโมง!
จนกระทั่งไม่รู้สึกถึงพลังปราณที่ไหลเข้าสู่ร่างกายแล้ว หลี่หมู่ถึงได้ลืมตาขึ้น
วินาทีที่ลืมตาขึ้น
ประกายแสงในดวงตาก็ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด
หลี่หมู่พ่นลมหายใจออกยาวเหยียด
หุบยิ้มไม่ได้เลยจริง ๆ!
แค่สองชั่วโมง พลังปราณบริสุทธิ์ที่เคล็ดเซียนสวรรค์ดูดซับมาได้
กลับช่วยดันระดับพลังของหลี่หมู่ให้พุ่งขึ้นไปถึงระดับสองขั้นสมบูรณ์!
ไปแตะคอขวดของระดับสามเข้าให้แล้ว
ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งจะทะลุขึ้นระดับสองมาได้แค่สามวันเองนะ
การเลื่อนจากระดับหนึ่งไประดับสอง มันเป็นผลจากการสั่งสมความรู้และฝึกฝนมาตลอดหนึ่งถึงสองปีเต็ม ๆ ในช่วงม.ปลาย
เป็นการปูพื้นฐานให้แน่น แล้วมาระเบิดพลังเอาตอนที่ปลุกพรสวรรค์ได้
แบบนี้ใคร ๆ ก็พอจะเข้าใจและยอมรับได้
แต่การใช้เวลาแค่สามวัน
ก้าวกระโดดจากระดับสองขั้นต้น ไปเตรียมจะทะลุขึ้นระดับสามเนี่ย
หลี่หมู่ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะมีคนอ้าปากค้างจนกรามค้างไปกี่คน
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังปราณอันมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายในร่างกาย
หลี่หมู่ก็รู้สึกมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า ถ้าต้องกลับไปดวลเดี่ยวกับงูยักษ์ระดับสามขั้นสมบูรณ์อีกครั้ง
เขาเอาชนะมันได้สบาย ๆ แน่นอน
หลังจากดีใจจนพอใจแล้ว หลี่หมู่ก็หยิบวัตถุดิบสำหรับปรุงยาออกมา
เรียกใช้งานวิชาปรุงยาจากระบบ
วัตถุดิบทั้งหมดหายวับไปกับตา เหลือไว้แค่เศษซากนิดหน่อย
จากนั้นระบบก็คายยาเม็ดกลมเกลี้ยงสีดำเมี่ยมออกมาสองเม็ด
[พลังมหาเทพ: ยาเสริมกายาระดับต้น *2]
หลี่หมู่ไม่รอช้า โยนยาสองเม็ดเข้าปากกลืนลงคอทันที
ยาละลายทันทีที่เข้าปาก
แล้วแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว
แต่พอกลืนลงไปแล้วนั่นแหละ เขาถึงเพิ่งจะสังเกตเห็น
ใต้ข้อความแจ้งเตือนที่บอกว่าได้รับยามาสองเม็ด
มันยังมีคำอธิบายเล็ก ๆ ต่อท้ายอีกบรรทัดนึง
[พลังมหาเทพ: ยาเสริมกายาระดับต้น: เสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกให้แข็งแกร่ง ทำให้ธาตุหยางพลุ่งพล่านชั่วขณะ มีสรรพคุณช่วยโด๊ปพลังหยางขั้นสุดยอด กินมากไป ระวังจะร้อนในปะทุ]
หลี่หมู่: “ชิบหายละ!”