แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 37 ลูกชายผู้อำนวยการโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลง
- Home
- แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก!
- บทที่ 37 ลูกชายผู้อำนวยการโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลง
หลี่หมู่อ่านคำอธิบายจบปุ๊บ ก็รู้สึกว่าตัวเองดีเกินเหตุไปหน่อย
รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว!
ในหัวเริ่มมีภาพอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ค่อยจะสะอาดผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
“ซี๊ดดด!!”
หลี่หมู่เอามือสอดเข้าไปขยี้ผมตัวเองแรง ๆ ดึงผมเผ้าเผื่อจะช่วยให้สติกลับมาบ้าง
พยายามเบนความสนใจไปที่ร่างกายของตัวเอง
ยอมรับเลยว่า…
ยาสองเม็ดนี้มันได้ผลชะงัดนัก
หลี่หมู่รู้สึกได้เลยว่ากระดูกและกล้ามเนื้อทั่วร่างมันคันยุบยิบ ร้อนผ่าวไปหมด
เขากำหมัดแน่น
ตอนที่ยังเป็นแค่คนธรรมดาอยู่บนโลก
เขาไม่เคยรู้เลยว่าการมีพลังอำนาจเหนือคนอื่นมันรู้สึกยังไง
แต่ตอนนี้เขาเข้าใจมันอย่างถ่องแท้แล้ว
ความรู้สึกของพลังที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิด กับปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายที่แข็งแกร่งดั่งหินผา
นี่แหละคือที่มาของความมั่นใจในแบบลูกผู้ชาย!
“สมกับเป็นยาเสริมกายา ร่างกายแข็งโป๊กกว่าเดิมเยอะเลย!”
แข็งโป๊ก!?
เดี๋ยวนะ?
ทำไมถึงใช้คำอธิบายแปลก ๆ แบบนี้วะ?
เวรเอ๊ย!
หลี่หมู่สะบัดหัวไล่ความคิดบ้า ๆ ออกไปอย่างแรง
เขาผลักประตูห้องฝึกซ้อมออก กะจะไปหาลานกว้าง ๆ
ลองควงพลองดอกหนามดูสักรอบ
หลี่หมู่รู้สึกว่าพอกินยาเสริมกายาสองเม็ดนี้เข้าไปแล้ว
อย่าว่าแต่น้ำหนัก 388 ชั่งเลย
ต่อให้เพิ่มเป็น 500 ชั่ง ตอนนี้เขาก็น่าจะกวัดแกว่งได้สบาย ๆ!
ใครจะไปคิดว่าพอผลักประตูห้องฝึกซ้อมออกมา
จะเกือบเดินชนคนเข้าอย่างจัง
กลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยมาเตะจมูก คนตรงหน้ารีบก้าวถอยหลังไปสองก้าว มองหลี่หมู่ด้วยความตกใจ
ปรากฏว่าเป็นเด็กสาววัยรุ่นหน้าตาสะสวย
เธอสวมชุดลำลอง แต่ที่ไหล่ติดเข็มกลัดตราโรงเรียนเฮยสุ่ยไว้
นักเรียนม.6 ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดนักเรียนตลอดเวลา แต่มีกฎว่าต้องติดเข็มกลัดโรงเรียนไว้เสมอ
ชุดนักเรียนของโรงเรียนเฮยสุ่ยเป็นสีดำขลิบเงิน
พวกผู้ชายใส่แล้วจะดูเข้ารูป เท่ระเบิด
เด็กผู้ชายส่วนใหญ่ก็เลยชอบใส่ชุดนักเรียนกัน
แต่สำหรับผู้หญิง ชุดมันจะดูดำทะมึน ตัวโคร่ง ๆ ไม่สวยเอาซะเลย
พวกเด็กผู้หญิงที่รักสวยรักงามก็เลยไม่ค่อยชอบใส่กัน
เด็กสาวคนนี้รูปร่างดี หน้าตาสะสวยมาก
แถมยังสูงโปร่ง ดูมีเสน่ห์สุด ๆ
โดยเฉพาะดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้น ทำให้เธอดูสวยโดดเด่นสะดุดตา
เธอชื่อหลินอวี้หย่า เป็นประธานนักเรียนชั้นม.6
แถมวันนี้ยังเป็นตัวแทนขึ้นไปเต้นในงานเลี้ยงฉลองอีกด้วย
หลินอวี้หย่ามองหลี่หมู่ด้วยความประหม่า
“เอ่อ… หลี่หมู่ มีเรื่องรบกวนหน่อยน่ะ”
“ฉันกลัวจะกวนเวลาฝึกของนาย ก็เลยไม่รู้จะเรียกยังไงดี…”
“ขอโทษด้วยนะที่เกือบเดินชน”
เธอเอ่ยปากขอโทษพร้อมกับกัดริมฝีปากล่างด้วยความเขินอาย
หลี่หมู่เม้มปากแน่น
คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ
หลินอวี้หย่านึกว่าหลี่หมู่โกรธ ก็ยิ่งทำหน้าตาน่าสงสารเข้าไปใหญ่
เสียงของหลี่หมู่เริ่มแหบพร่า
เขากำหมัดแน่น เส้นเลือดดำที่แขนปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“หลินอวี้หย่า ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ”
“มาโรงเรียน”
“ทำไม!”
“ถึงต้องใส่ถุงน่องตาข่ายสีดำด้วยฮะ??”
เด็กสาวถึงกับอึ้ง
ก้มลงมองถุงน่องที่เรียวขาขาวเนียนของตัวเองด้วยความงุนงง
“ห๊ะ? ก็ใส่มาเต้นงานฉลองเมื่อกี้นี้ไง”
“นายไม่ได้ดูฉันเต้นเหรอ?”
“แล้วก็นี่ไม่ใช่ถุงน่องนะ เป็นแค่ถุงเท้าสวมยาวเลยเข่าขึ้นมานิดหน่อยเอง”
“ดูสิ ต้นขายังโล่งอยู่เลย!”
“เอ๊ะ? หลี่หมู่?”
“นายเป็นอะไรไป? สั่นทำไม?”
“หนาวเหรอ?”
“หน้านายแดงแจ๋เลย เป็นไข้หรือเปล่า?”
“ว้าย!”
“ใครก็ได้มาช่วยที!!”
“หลี่หมู่เป็นลมไปแล้ว!!”
ห้านาทีต่อมา
ณ ห้องพยาบาลของโรงเรียน
กลุ่มนักเรียนทั้งชายหญิงหลายคน
ยืนล้อมเตียงพยาบาลอยู่
บนเตียงมีร่างของหลี่หมู่นอนไม่ได้สติอยู่
แพทย์ประจำโรงเรียนในชุดกาวน์สีขาวละมือออกจากตัวหลี่หมู่
แสงสีขาวที่แผ่ออกมาจากมือค่อย ๆ จางหายไป
“ธาตุหยางปะทุ เลือดลมสูบฉีดแรง ไม่เป็นอะไรมากหรอก ไอ้หนุ่มนี่มันไฟแรงเกินไปน่ะ”
แพทย์คนนี้อายุราว ๆ สี่สิบ เป็นทั้งหมอแล้วก็เป็นครูสอนวิชาการแพทย์ด้วย
เขามองกลุ่มนักเรียนที่หามหลี่หมู่มาส่งด้วยความสงสัย
หลินอวี้หย่ารีบถามด้วยความเป็นห่วง
“ครูฮวาคะ ที่ครูพูดหมายความว่ายังไงคะ?”
“ของขาดน่ะสิ”
ครูแพทย์ลุกขึ้นยืน
เอามือล้วงกระเป๋าเสื้อกาวน์ ส่ายหน้ามองหลินอวี้หย่าอย่างระอา
“พวกเธอวัยรุ่นหนุ่มสาวเนี่ยนะ หัดระวังตัวกันบ้าง!”
ครูแพทย์เดินส่ายหัวถอนหายใจออกจากห้องไป
แต่ก็ไม่ลืมหันมากำชับทิ้งท้าย
“ปล่อยเขานอนไปเถอะ ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก เดี๋ยวก็ฟื้น!”
แต่ประโยคก่อนที่เขาจะเดินออกไปนั่นแหละ
ทำเอาหลินอวี้หย่าหน้าแดงเถือกไปถึงใบหู
วัยรุ่นหนุ่มสาว?
ของขาด?
พอเห็นเพื่อน ๆ รอบตัวมองมาที่ตัวเองด้วยสายตาแปลก ๆ
หลินอวี้หย่าก็ยิ่งหน้าแดงก่ำ ยกมือขึ้นปิดหน้า
“โธ่เอ๊ย ครูพูดอะไรก็ไม่รู้ บ้าที่สุดเลย!!”
พูดจบเธอก็วิ่งไปยืนหันหน้าเข้ากำแพง
ทำท่าเหมือนอยากจะมุดกำแพงหนีซะให้รู้แล้วรู้รอด
เพื่อนผู้หญิงอีกคนด่าอย่างหมั่นไส้
“ไปไกล ๆ เลยยยะ หล่อนแอบหัวเราะคิกคักใหญ่เลยนะ!”
ในห้องพยาบาลมีนักเรียนยืนมุงอยู่เจ็ดแปดคน
ดูท่าทางจะสนิทกัน หยอกล้อกันไปมาไม่มีใครถือสา
“พอ ๆ เลิกเล่นได้แล้ว! มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะเอายังไงต่อ!”
เพื่อนผู้ชายคนนึงขัดจังหวะขึ้นมา
“ก็มีรถหรูมารอรับหลี่หมู่ ไม่น่าจะมีเรื่องร้ายแรงอะไรหรอกมั้ง”
“ก็ออกไปบอกพวกนั้นตรง ๆ เลยสิว่าหลี่หมู่เป็นลม”
หลินอวี้หย่าส่ายหน้าปฏิเสธทันที
“ไม่ได้! เรื่องหลี่หมู่เป็นลม จะให้คนนอกรู้ไม่ได้เด็ดขาด”
“มันอาจจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์เขาได้นะ”
คิดได้ดังนั้น หลินอวี้หย่าก็หยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งไป
ในเวลาเดียวกัน
บริเวณหน้าประตูโรงเรียนเฮยสุ่ย
มีรถเก๋งสีดำคันหรูจอดเทียบอยู่
ข้างรถมีนักเรียนชายในชุดนักเรียนโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลงยืนพิงรถอยู่
เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ
ก่อนจะหันไปตะคอกใส่เซียวหลิงถงด้วยความหงุดหงิด
“สิบกว่านาทีแล้วนะเว้ย! ทำไมมันนานขนาดนี้!?”
“ไอ้หลี่หมู่มันตายห่าไปแล้วหรือไง?”
เซียวหลิงถงกับเพื่อน ๆ นักเรียนโรงเรียนเฮยสุ่ยที่ยืนอยู่ข้างหลังขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
“ช่วยพูดจาให้มันดี ๆ หน่อยได้ไหม? ก็ให้คนไปตามให้แล้วไง!”
เซียวหลิงถงรวบรวมความกล้าพูดสวนกลับไป
คนที่นั่งอยู่ในรถหรูคันนี้ คือลูกชายของผู้อำนวยการโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลง
เมื่อสิบนาทีที่แล้ว รถคันนี้ก็แล่นมาจอดหน้าโรงเรียน
คนที่อยู่ในรถตะโกนสั่งให้นักเรียนไปตามตัวหลี่หมู่มาพบด้วยท่าทางนักเลงโต
ตอนแรกเซียวหลิงถงนึกว่าพวกนี้จะมาหาเรื่อง
ก็เลยยกพวกออกมาเป็นสิบคน
แต่กลายเป็นว่าคนที่นั่งอยู่ในรถคือลูกชายผู้อำนวยการโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลง
พวกเขาก็บอกว่ามารับตัวหลี่หมู่
แค่ให้ไปตามหลี่หมู่มาก็พอ
ในเมื่อไม่ได้จะมาหาเรื่อง เซียวหลิงถงก็กลัวจะไปขัดผลประโยชน์ของหลี่หมู่
ก็เลยโทรหาหลินอวี้หย่า
เล่าเรื่องให้เธอฟัง แล้ววานให้เธอไปตามหลี่หมู่มาให้ที
แต่ผ่านไปสิบกว่านาทีแล้วก็ยังเงียบกริบ
ไอ้นักเรียนชายคนนั้นที่ดูยังไงก็เป็นแค่ลูกน้องของลูกชายผอ. ก็ด่าสาดเสียเทเสีย
“มึงเป็นใครมาจากไหนวะ? มีหน้ามาสั่งให้กูพูดจาดี ๆ?”
“แล้วถ้ากูพูดหมา ๆ มึงจะทำไม?”
พูดจบมันก็เดินกร่างเข้ามาหา
พวกเซียวหลิงถงรู้ดีว่าพวกตัวเองไปงัดกับพวกนี้ไม่ได้แน่ ก็เลยได้แต่ก้มหน้ายอมรับความอัปยศ หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
พอลูกน้องเห็นพวกเขาก้มหน้าหงอ ก็หัวเราะเยาะ
“กูให้เวลาอีกสามนาที!”
พูดจบปุ๊บ มือถือของเซียวหลิงถงก็ดังขึ้น
เขาหยิบขึ้นมาดู เป็นข้อความจากหลินอวี้หย่า
ข้อความบอกว่าหลี่หมู่เป็นลม ไม่รู้จะฟื้นเมื่อไหร่
สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็แข็งใจพูดออกไปว่า
“พวกนายมาวันหลังเถอะ หลี่หมู่ไม่อยู่โรงเรียนแล้ว”
ลูกน้องคนนั้นพุ่งพรวดเข้ามาประชิดตัวเซียวหลิงถงทันที
“มึงจะกวนตีนกูใช่ไหม? หายหัวไปไหนแล้วล่ะ?”
“เชี่ยเอ๊ย มึงอย่ามาตอแหลว่าไม่มีเบอร์มันนะ!”
“มันไม่อยู่โรงเรียน มึงก็โทรตามมันสิวะ??”
โดนด่าแสกหน้าขนาดนี้ แต่เซียวหลิงถงก็ไม่กล้ามีเรื่อง
จริง ๆ ฝีมือเขาก็ไม่ได้ด้อยกว่าไอ้ลูกน้องคนนี้หรอก
แต่ถ้ามีเรื่องกัน แล้วโดนพวกมันตามมาเอาคืนแบบตัวต่อตัว เขาคงรับมือไม่ไหว
ถึงจะโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขาก็ต้องกัดฟันทน
“ฉัน… ฉันไม่มีเบอร์เขาจริง ๆ”
หลี่หมู่เป็นลมไปแล้ว โทรไปจะมีประโยชน์อะไร?
ก็เลยต้องแถไปแบบนี้แหละ
“ไอ้เวรเอ๊ย…”
ลูกน้องคนนั้นโมโหจัด ถลกแขนเสื้อเตรียมจะลงไม้ลงมือ
แต่กระจกหลังรถกลับเลื่อนลงมาซะก่อน
พร้อมกับเสียงเอื่อย ๆ ดังลอดออกมา
“หมาล่าเนื้อ! ลากคอมันมานี่”
พวกเซียวหลิงถงมองเข้าไปในรถ
เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งพิงเบาะหลังอย่างสบายอารมณ์
เขาคือลูกชายผู้อำนวยการโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลงนั่นเอง
ข้าง ๆ เขามีเด็กสาวแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดนั่งคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง
ไอ้หมาล่าเนื้อเอื้อมมือไปบีบคอเซียวหลิงถงอย่างแรง
แล้วลากตัวเขาไปที่หน้ารถสีดำ
พวกนักเรียนโรงเรียนเฮยสุ่ยมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ถึงพวกเขาจะจน แต่ถ้าพวกนั้นลงไม้ลงมือ พวกเขาก็พร้อมจะลุย
แต่ตอนนี้อีกฝ่ายแค่หยามเกียรติเซียวหลิงถง ไม่ได้ถึงขั้นลงไม้ลงมือ
สถานการณ์มันเลยก้ำกึ่ง
ถ้าพวกเขาวู่วามเข้าไปเปิดก่อน เรื่องมันจะบานปลายใหญ่โต
ช่างเถอะ ยอม ๆ ไปก่อนก็แล้วกัน ปกติก็โดนข่มเหงเป็นประจำอยู่แล้วนี่
เซียวหลิงถงถูกจับกดหัวแนบกับกระโปรงรถเหมือนลูกไก่ในกำมือ
ลูกชายผอ. โรงเรียนวูตาวเซิ่งหลงยื่นมือออกมาจากหน้าต่าง
คว้าหมับเข้าที่ผมของเซียวหลิงถง
แล้วกระชากหน้าเขาเข้ามาใกล้ ๆ กระจกรถ
เซียวหลิงถงกัดฟันกรอด ยืนตัวงอด้วยความสมเพชตัวเอง
สายตาเยาะเย้ยของเด็กสาวในรถ กับกลิ่นเบาะหนังราคาแพงที่ลอยมาเตะจมูก
มันยิ่งตอกย้ำความต่ำต้อยไร้ค่าของเขาในตอนนี้อย่างชัดเจน
ความรู้สึกต้อยต่ำของเซียวหลิงถงดิ่งลงถึงขีดสุด
“ฉันไม่สนว่าแกจะใช้วิธีไหน”
“ไปลากหัวไอ้หลี่หมู่มาคุกเข่าต่อหน้าฉันเดี๋ยวนี้”
“ตอนนี้อารมณ์ฉันยังดีอยู่ ถ้าแกทำให้ฉันหมดสนุกเมื่อไหร่”
“รับรองว่าแกจะต้องเสียใจ”
แต่เขาเพิ่งจะพูดจบ
ไอ้หมาล่าเนื้อก็พูดแทรกขึ้นมา
“ลูกพี่ครับ หลี่หมู่มาแล้ว!”