แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 38 แกจะต้องเสียใจ!!
หมาล่าเนื้อพูดพลางชี้นิ้วไปที่ประตูโรงเรียน
หลี่หมู่กำลังเดินนวดคอออกมาพอดี
ตามหลังมาด้วยหลินอวี้หย่าและคนอื่น ๆ ที่ทำหน้าตาตื่นตระหนก
พอทุกคนเห็นเซียวหลิงถงถูกกระชากผมกดหัวอยู่หน้ารถสีดำ
ก็พากันขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
พอเห็นหลี่หมู่เดินออกมา ลูกชายผอ. ก็ปล่อยมือจากเซียวหลิงถง
เซียวหลิงถงรีบเอามือลูบผมที่ถูกกระชากจนยุ่งเหยิง
แต่ความรู้สึกอัปยศอดสูมันยังจุกอกไม่หาย
หลี่หมู่เดินไปหยุดอยู่หน้ารถเก๋งคันหรู
เอียงคอมองเข้าไปในรถ
“มาหาฉันเหรอ?”
หมาล่าเนื้อขมวดคิ้วแน่น
ชี้ไปที่ตรงที่เซียวหลิงถงยืนอยู่เมื่อกี้ แล้วตวาด
“มายืนคุยตรงนี้!”
หลี่หมู่หันไปมองมันด้วยความสงสัย
“แกเป็น… หมาล่าเนื้อพันธุ์อะไรวะ?”
ไอ้หมาล่าเนื้อได้ยินแบบนี้ก็ฟิวส์ขาดทันที!
มันเดินตามลูกชายผอ. ต้อย ๆ ฉายา ‘หมาล่าเนื้อ’ มันก็เป็นคนขอให้ลูกพี่เรียกเองแหละ
ก็เพื่อเอาใจลูกพี่ แสดงความจงรักภักดีไง
แต่คนนอกห้ามเรียกฉายานี้เด็ดขาด
นี่มันคือจุดบอดของมันเลยนะ
มันจ้องหลี่หมู่ตาขวาง สาวเท้า 성큼성큼 เข้าไปหาหลี่หมู่ทันที
ง้างมือเตรียมจะตบหน้าหลี่หมู่
หลี่หมู่ยิ้ม ยิ้มอย่างตื่นเต้น
ตื่นเต้นจนน่าขนลุก!!
เสี้ยววินาทีที่หมาล่าเนื้อเงื้อฝ่ามือขึ้น
พลังงานความร้อนมหาศาลก็ปะทุออกจากตัวหลี่หมู่ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านราวกับภูเขาไฟระเบิด
หลี่หมู่ตวัดฝ่ามือตบสวนกลับไปทันที
ไอ้หมาล่าเนื้อยังไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่าฝ่ามือมันพุ่งมาตอนไหน
รู้สึกแค่ว่ามีอะไรแข็ง ๆ กระแทกเข้าที่หน้าอย่างจัง
จากนั้นแก้มขวาก็ชาหนึบ ตามมาด้วยความมืดมิด
ร่างของมันลอยละลิ่วกระเด็นไปกลางอากาศ
พอได้สติกลับมากลางอากาศ
มันก็รู้สึกได้เลยว่ากระดูกใบหน้าซีกขวาของมันแหลกละเอียด!
ฟันซีกขวาหลุดร่วงไปทั้งแถบ
มันตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
พยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่ก็โลกหมุนติ้วจนลุกไม่ขึ้น
เห็นภาพนี้
นักเรียนโรงเรียนเฮยสุ่ยถึงกับยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ
ส่วนหลินอวี้หย่ากับคนที่ไปห้องพยาบาลมาด้วยกันต่างก็ไว้อาลัยให้หมาล่าเนื้ออยู่ในใจ
นายจะไปหาเรื่องใครก็หาไปสิ
ดันมาหาเรื่องหมอนี่!
มันกำลังของขึ้นจนแทบจะคลั่งอยู่แล้ว!!
“จุ๊ ๆ ๆ สมกับเป็นแชมป์ศึกแรกที่แดนเหว”
“อารมณ์ร้อนใช้ได้เลยนะ”
ประตูหลังของรถหรูเปิดออก
เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ลูกชายผอ. โรงเรียนวูตาวเซิ่งหลง ก้าวลงมาจากรถ
เขายืนพิงประตูรถ จุดบุหรี่สูบอย่างสบายใจ
พ่นควันออกมายืดเยื้อ มองหลี่หมู่ด้วยสายตาประเมิน
เซียวหลิงถงแอบกระซิบข้างหูหลี่หมู่
“มันชื่อจ้าวอี้ เป็นลูกชายผู้อำนวยการโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลง ฉายา ‘องค์ชายเซิ่งหลง'”
ลูกชายของผู้อำนวยการโรงเรียนอันดับหนึ่งแห่งเขตตะวันออก
สำหรับพวกนักเรียนอย่างพวกเขาแล้ว ก็ถือว่าเป็นพวกไฮโซลูกผู้ดีนั่นแหละ
เซียวหลิงถงกลัวว่าหลี่หมู่จะไม่รู้สถานะของอีกฝ่าย
แล้วจะเผลอไปเหยียบตาปลาเข้าให้
“ไม่เลว! แกพอจะมีความรู้อยู่บ้างนี่”
จ้าวอี้ใช้มือข้างที่คีบบุหรี่ชี้ไปที่เซียวหลิงถง
จากนั้นก็หันมาหาหลี่หมู่
“หลี่หมู่ ตอนแรกฉันกะจะมารับแกไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อ”
“แต่ดูสิ ตอนนี้เรื่องมันบานปลายจนดูไม่จืดเลย”
“งั้นฉันไม่อ้อมค้อมล่ะนะ”
“ฉันก็ใช้ทวนยาวเหมือนกัน”
“มาอยู่โรงเรียนวูตาวเซิ่งหลง มาเป็นคู่ซ้อมส่วนตัวให้ฉัน”
จ้าวอี้พูดพลางเคาะขี้เถ้าบุหรี่
“ไม่สน”
จ้าวอี้ยังพูดไม่ทันจบ หลี่หมู่ก็ปฏิเสธสวนกลับไปทันควัน
“ใจเย็น ๆ สิ อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ”
“ฉันรู้ว่าแกได้แชมป์ศึกแรกที่แดนเหวมา ก็เลยเหลิงไปบ้าง มันก็เรื่องธรรมดา”
“แต่อีกเดี๋ยวแกก็จะรู้ตัว”
“ว่านี่คือจุดสูงสุดในชีวิตแกแล้ว”
“ยิ่งนานวันเข้า แกก็จะยิ่งถูกคนอื่นทิ้งห่างไปเรื่อย ๆ”
“เพราะฉะนั้น อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย มันน่าสมเพช”
จ้าวอี้ทำเสียงอ่อนโยนเหมือนผู้ใหญ่สอนเด็ก
“อืม ก็มีเหตุผลดีนะ แต่ฉันก็ยังไม่สนอยู่ดี”
หลี่หมู่พยักหน้าหงึก ๆ ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธอีกครั้ง
“จิ๊… ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้นะ”
จ้าวอี้เงยหน้ามองป้ายโรงเรียนเฮยสุ่ยอย่างนึกเสียดาย
“ฉันรู้ว่าแกอยากเป็นหัวหมา มากกว่าเป็นหางสิงโต”
“โรงเรียนห่วย ๆ นี่คงเทิดทูนแกเป็นเทวดา”
“แกคงกำลังฝันหวาน ว่าจะใช้พลังของตัวเองกอบกู้โรงเรียนซอมซ่อนี้ให้กลับมาผงาด”
“หลงระเริงไปกับความรู้สึกของการเป็นคนสำคัญ”
“แต่ฉันจะบอกอะไรให้นะ”
“ถ้าแกไม่ยอมมาเป็นหมาให้ฉัน”
“โรงเรียนเฮยสุ่ยของแก จะไม่มีวันได้ติดท็อปเท็นการจัดสรรทรัพยากรของเขตตะวันออกเด็ดขาด”
ประโยคสุดท้ายของจ้าวอี้
น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว บีบบังคับให้หลี่หมู่ยอมก้มหัว
ข่มขู่กันซึ่ง ๆ หน้า
“โอ้? แกมีปัญญาทำได้ขนาดนั้นเชียว?”
หลี่หมู่เริ่มสนุกขึ้นมาแล้ว
การที่หลี่หมู่คว้าแชมป์มาได้ ทำให้คะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนเฮยสุ่ยพุ่งกระฉูด
บวกกับคะแนนของนักเรียนคนอื่น ๆ ที่ร่วมแข่ง
ยังไงโรงเรียนเฮยสุ่ยก็ต้องติดท็อปเท็นการจัดสรรทรัพยากรแน่นอน
แถมหลี่หมู่ยังเป็นแชมป์ จะมีคะแนนโบนัสพิเศษให้อีก
ตามธรรมเนียมปฏิบัติ
เวลาจัดสรรทรัพยากร ถ้าโรงเรียนไหนมีนักเรียนพรสวรรค์ระดับ S หรือ A, แชมป์หรือรองแชมป์เวทีประลองยอดฝีมือ, แชมป์หรือรองแชมป์ศึกแรกที่แดนเหว หรือนักรบระดับหัวกะทิ
ก็มักจะได้รับการพิจารณาเพิ่มระดับให้เป็นกรณีพิเศษ
ก็เพื่อเป็นกำลังใจให้โรงเรียนตั้งใจปั้นนักเรียนหัวกะทิพวกนี้ให้ดีขึ้นไปอีก
เพราะงั้นครั้งนี้ โรงเรียนเฮยสุ่ยน่าจะพุ่งขึ้นไปอยู่อันดับ 5-8 ของการจัดสรรทรัพยากรเขตตะวันออกได้สบาย ๆ
ก้าวขึ้นสู่ระดับแนวหน้าทันที
“ฉันทำไม่ได้หรอก แต่ลุงฉันทำได้”
จ้าวอี้พูดอย่างภาคภูมิใจ
หลี่หมู่ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาจ้าวอี้
จ้าวอี้ไม่ได้ระวังตัวเลยสักนิด เขาไม่เชื่อหรอกว่าหลี่หมู่จะกล้าลงมือ
แต่จู่ ๆ หลี่หมู่ก็เอื้อมมือไปคว้าผมจ้าวอี้อย่างแรง
แล้วกระชากหน้าจ้าวอี้เข้ามาหาตัวเอง
จ้าวอี้โกรธจนหลุดหัวเราะ กัดฟันกรอด ๆ พูดเสียงเย็นชา
“หลี่หมู่ แกนี่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริง ๆ!”
“แกคงกำลังหลงระเริงอยู่ล่ะสิ?”
“ได้แชมป์กระจอก ๆ มาอันนึง ก็คิดว่าตัวเองมีระดับพอจะมางัดกับฉันได้แล้วงั้นสิ?”
“ฉันล่ะสมเพชแกจริง ๆ”
หลี่หมู่หัวเราะตาม
มือที่กำผมจ้าวอี้ออกแรงดึงให้แน่นขึ้นไปอีก
“แกต่างหากที่หลงระเริงไปเองนะ ไอ้องค์ชาย?”
“แกคิดว่าตระกูลแกคุมกระทรวงศึกษาธิการได้หมดเลยงั้นเหรอ?”
“แกคิดว่าถ้าฉันออกจากโรงเรียนไปแล้วจะขาดใจตายหรือไง?”
“แกคิดว่าฉันจะยอมคุกเข่าอ้อนวอนแก แค่เพื่อให้โรงเรียนเฮยสุ่ยได้ติดท็อปเท็นงั้นสิ?”
“ฉันล่ะนึกไม่ออกจริง ๆ นะ ไอ้องค์ชาย”
“ฉันต้องไปกลัวลูกข้าราชการกระจอก ๆ อย่างแกทำไมฮะ?”
“อำนาจของตระกูลแก”
“จะ! ทำ! อะ! ไร! ฉัน! ได้! วะ??”
หลี่หมู่เน้นทีละคำ พร้อมกับจับหัวจ้าวอี้เขย่าไปมา
จ้าวอี้โกรธจนตัวสั่นเทิ้ม
จู่ ๆ เขาก็เข้าใจความหมายของหลี่หมู่
ตระกูลเขาเป็นเจ้าของโรงเรียนระดับท็อป มีเส้นสายใหญ่โตในกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงทรัพยากร
ไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นนักเรียน ต่อให้ไม่ได้อยู่โรงเรียนวูตาวเซิ่งหลง ก็ต้องก้มหัวให้เขากันทั้งนั้น
ก็เพราะพวกนั้นยังต้องพึ่งพาโรงเรียนไง
แต่ความหมายของหลี่หมู่คือ เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งโรงเรียนก็ได้
ด้วยฝีมือระดับนี้ จะไปสมัครเข้ากองทัพจิ้นหยวนก็ยังได้สบาย ๆ
เขาไม่จำเป็นต้องแคร์สายตาของไอ้องค์ชายเซิ่งหลงอย่างเขาเลย
จ้าวอี้สะบัดหัวหลุดจากการจับกุมของหลี่หมู่
จ้องมองหลี่หมู่ด้วยแววตาอาฆาตแค้น กัดฟันพูด
“ดี! แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!!”
เขาไม่กล้าลงมือกับหลี่หมู่ตรงนี้จริง ๆ ขืนสู้กัน ฝีมืออย่างเขาโดนแชมป์อัดเละแน่นอน
ขืนมีเรื่องกันต่อ ตัวเขาเองนั่นแหละที่จะซวย
เขาขึ้นไปนั่งเบาะหลังรถด้วยความโกรธจัด
รถเก๋งคันหรูเหยียบคันเร่งมิด ขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ทิ้งไอ้หมาล่าเนื้อให้นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นโดยไม่เหลียวแล
พวกนักเรียนโรงเรียนเฮยสุ่ยต่างก็อึ้งกิมกี่!
สรุปว่า… ใครกันแน่ที่เป็นตัวร้ายวะ??
ทำไมพวกเขารู้สึกว่า หลี่หมู่แม่งกร่างยิ่งกว่าไอ้องค์ชายนั่นอีก
แต่ส่วนใหญ่ก็แอบสะใจ
โอ้โห!
ลูกพี่หลี่หมู่นี่มันคนจริง ไม่แคร์สื่อของแท้!
คนแบบนี้ไม่มีทางมีปมด้อยในใจ หรือเป็นมะเร็งเต้านมแน่นอน!
ไม่กลัวใครทั้งนั้น
แล้วก็ไม่ต้องไปง้อใครด้วย
ต่อให้เป็นถึงลูกชายผอ. โรงเรียนวูตาวเซิ่งหลงแล้วไง?
กล้ามาทำกร่างใส่เหรอ?
ก็กระชากหัวด่าแสกหน้าไปเลยสิ
ลึก ๆ ในใจของทุกคน
โดยเฉพาะเซียวหลิงถง
แอบซาบซึ้งใจอยู่ไม่น้อย
ที่หลี่หมู่ทำไปทั้งหมดนี้ ก็เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีให้พวกเขานั่นแหละ
หลี่หมู่จำเป็นต้องไปกระชากผมจ้าวอี้ให้มันเป็นเรื่องไหม?
ก็เพราะจ้าวอี้มันทำแบบนี้กับเซียวหลิงถงไงล่ะ
หลี่หมู่ไม่ได้แค่กู้หน้าให้เพื่อนร่วมโรงเรียนเท่านั้น
แต่ยังดึงเอาความโกรธแค้นทั้งหมดของจ้าวอี้ไปไว้ที่ตัวเองคนเดียวด้วย
ตอนนี้จ้าวอี้คงลืมเรื่องเซียวหลิงถงไปแล้ว ในหัวคงมีแต่ความแค้นที่อยากจะลงกับหลี่หมู่เท่านั้น
หลี่หมู่หันกลับมา
เห็นเซียวหลิงถงมองเขาด้วยตาแดง ๆ
เขาก็เดินเข้าไปกอดคอเซียวหลิงถง แล้วพาเดินเข้าโรงเรียน
นักเรียนคนอื่น ๆ ก็เดินตามไปติด ๆ
หลินอวี้หย่าถามหลี่หมู่ด้วยความเป็นห่วง
“นี่ ถ้าจ้าวอี้มันพูดจริงขึ้นมาจะทำไงล่ะ?”
“ถ้ามันส่งผลต่อการจัดสรรทรัพยากรของโรงเรียนเราจริง ๆ ล่ะ”
หลี่หมู่แบมือยักไหล่
“นั่นมันหน้าที่ของท่านผอ. อิ๋นต่างหาก”
“เฮ้อ ภาวนาให้ผอ. รอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ก็แล้วกัน!”
พอได้ยินคำตอบ หลินอวี้หย่ากับเพื่อน ๆ ก็เหมือนโดนฟ้าผ่า
ทุกคนยืนอึ้งเป็นหิน!
มองแผ่นหลังของหลี่หมู่ รู้สึกถึงความเท่แบบไม่แคร์โลกของหมอนี่จริง ๆ
เซียวหลิงถงก็หลุดขำออกมา
ไม่ว่าหลี่หมู่จะแคร์จริงหรือเปล่า
แต่ถ้าไม่มีหลี่หมู่ อันดับของโรงเรียนเฮยสุ่ยก็ไม่มีทางกระเตื้องขึ้นอยู่แล้ว
ต่อให้โดนกลั่นแกล้งแล้วมันจะเป็นไรไปล่ะ
ข้อเสียข้อเดียวก็คือ
ถ้าครั้งนี้โรงเรียนเฮยสุ่ยไม่ได้ติดท็อปเท็นจริง ๆ
คนภายนอกก็จะมองว่าโรงเรียนเฮยสุ่ยแค่ดีใจเก้อไปเอง
แล้วก็กลายเป็นตัวตลกให้ชาวบ้านเขาขำกัน