แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 43 ผมว่าตำแหน่งคุณนั่นแหละ... เหมาะสุดแล้ว
- Home
- แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก!
- บทที่ 43 ผมว่าตำแหน่งคุณนั่นแหละ... เหมาะสุดแล้ว
ทุกคนหันไปมองต้นเสียง
เห็นชายหนุ่มร่างบึกบึนคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น
ผมสั้นเกรียน มีหนวดเคราจาง ๆ ใบหน้าคมเข้มราวกับถูกสลักด้วยมีด นัยน์ตาสุกใสและเฉียบขาด
“ทีมแนวหน้า ขาดคนนึงพอดีครับ”
หัวหน้าทีมร่างบึกพูดพลางยื่นมือใหญ่ ๆ ออกมาทักทายหลี่หมู่
หลี่หมู่ยื่นมือไปจับ พร้อมแนะนำตัว
“หลี่หมู่ครับ”
“หม่าจวินครับ!”
หัวหน้าทีมร่างบึกแนะนำตัวบ้าง ก่อนจะผายมือไปทางสมาชิกอีกสามคนที่อยู่ข้างหลัง
บังเอิญจริง ๆ
ในทีมนี้ก็มีทหารหญิงหน้าตาดีอยู่คนนึงเหมือนกัน
และไม่ว่าจะรูปร่าง หน้าตา หรือบุคลิก ก็กินขาดทหารหญิงจากทีมจงอี้แบบไม่เห็นฝุ่นเลย
สวยจนชวนมอง
แถมยังมีแววตาเด็ดเดี่ยวแบบนักรบแฝงอยู่ด้วย
ที่สำคัญคือ เธออยู่ระดับสาม สูงกว่ายัยป้านั่นตั้งหนึ่งระดับ
ในทีมแนวหน้านี้ มีแค่หม่าจวินกับทหารหญิงคนสวยที่ชื่อจ้าวเหมยถิงเท่านั้นที่อยู่ระดับสาม
ส่วนอีกสองคนอยู่ระดับสองขั้นสมบูรณ์
ตอนที่แต่ละคนแนะนำตัว ก็บอกอาวุธและพรสวรรค์ของตัวเองด้วย แสดงให้เห็นถึงความจริงใจ
หลี่หมู่เลยตกลงเข้าทีมแนวหน้าทันที
ทหารหญิงหน้าเคาน์เตอร์รีบจัดการเพิ่มชื่อหลี่หมู่เข้าทีมให้
ความจริงแล้ว ทหารทุกคนสามารถจัดทีมผ่านสมาร์ตวอตช์ได้เองเลย
แค่ตั้งตัวเองเป็นหัวหน้าทีม แล้วแอดชื่อสมาชิกอีกสี่คนเข้ามา หรือจะรับภารกิจผ่านสมาร์ตวอตช์ก็ยังได้
แต่ส่วนใหญ่ทีมมักจะไม่ค่อยตายตัว
การจะหาเพื่อนร่วมทีมสี่คนที่เข้าขากันและรู้ใจกันจริง ๆ มันยากมาก
โซนภารกิจก็เลยเปรียบเสมือนตลาดนัดแรงงานนั่นแหละ
ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่เพื่อหาคนมาเติมเต็มทีมของตัวเอง
เหตุการณ์ที่หลี่หมู่เข้าทีมแนวหน้านั้น
อยู่ในสายตาของทีมจงอี้ตลอด
โดยเฉพาะตอนที่เห็นจ้าวเหมยถิงจากทีมแนวหน้า ทหารหญิงจากทีมจงอี้ก็ชักสีหน้าอิจฉาอย่างปิดไม่มิด
และพอเห็นพวกเขารับหลี่หมู่เข้าทีม
เธอก็เบ้ปากแค่นเสียงหัวเราะเยาะ
แต่น่าเสียดาย
ทีมแนวหน้ารวมถึงหลี่หมู่ ต่างพากันเดินหัวเราะร่วนออกจากเคาน์เตอร์ไปอย่างอารมณ์ดี
ไม่มีใครสนใจการแสดงละครของเธอเลยสักนิด
เมื่อออกจากอาคารฐานทัพ ทุกคนก็มุ่งหน้าไปที่โซนค่ายกลเทเลพอร์ต
ค่ายกลเทเลพอร์ตมีทั้งแบบสุ่มพื้นที่ และแบบระบุพิกัด
แต่ไม่ว่าจะแบบไหน จุดหมายปลายทางก็คือเซฟโซนทั้งนั้น
ต่อให้เป็นภารกิจสำรวจจุดบอด ก็ต้องเริ่มจากเซฟโซนแล้วค่อย ๆ ขยายพื้นที่ออกไป
ทีมของหลี่หมู่เทเลพอร์ตมาระบุพิกัดที่พื้นที่ลาดตระเวนระดับสอง
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ ทุกคนก็ชักอาวุธออกมาเตรียมพร้อม
อาวุธของหม่าจวินคือดาบใหญ่เล่มเขื่อง ความยาวประมาณเมตรสามเมตรสี่ ใบดาบกว้างเท่าฝ่ามือสองข้างต่อกัน
ดูหนักเอาเรื่องทีเดียว
ส่วนอาวุธของจ้าวเหมยถิงกลับเป็นธนูยาว
แสดงว่าเธอเป็นสายโจมตีระยะไกล
อีกสองคน คนนึงชื่อจางเฮ่อ ใช้ทวนยาว
อีกคนชื่อซ่งเปียว ใช้ดาบเดี่ยว
ทุกคนยืนกระจายกำลังระแวดระวังภัยรอบด้านอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะเรียกม้าศึกของตัวเองออกมา
ม้าศึกของหม่าจวินและคนอื่น ๆ ดูตัวเล็กกว่าม้าของหลี่หมู่ไปถนัดตา
พอเห็นม้าศึกของหลี่หมู่ ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทาน
“โอ้โห! เอาเรื่องเลยนี่หว่า ม้าศึกตัวนี้ระดับดีเลยใช่ไหมเนี่ย?”
จางเฮ่อมองม้าศึกของหลี่หมู่ด้วยตาเป็นมัน อยากจะเอื้อมมือไปลูบมันสักที
“ใช่ครับ ระดับดี”
หลี่หมู่หัวเราะแหะ ๆ ไม่ได้บอกความจริงว่าม้าของเขาเป็นระดับพิเศษต่างหาก
ส่วนจ้าวเหมยถิงก็เอาแต่จ้องเสื้อคลุมของหลี่หมู่ตาเป็นประกาย
“เสื้อคลุมตัวนี้ใช่ ‘เสื้อคลุมต้าเสี่ยว’ หรือเปล่า? อุปกรณ์เวทระดับดีนี่นา!”
“เอ่อ… คุณเคยเห็นด้วยเหรอครับ?”
หลี่หมู่แปลกใจ ผู้หญิงคนนี้ตาแหลมไม่เบาแฮะ
จ้าวเหมยถิงพยักหน้า “เคยเห็นในโซนอุปกรณ์เวทระดับดีน่ะค่ะ รู้สึกว่าต้องมีแต้มเกียรติยศ 360 แต้มขึ้นไปถึงจะมีสิทธิ์ซื้อนะ…”
พอจ้าวเหมยถิงพูดจบ ทุกคนก็มองหลี่หมู่ด้วยสายตาประเมิน
“ฟลุกน่ะครับ บังเอิญได้สร้างผลงานนิดหน่อย”
หลี่หมู่หัวเราะแก้เขิน
ทุกคนก็หัวเราะตาม ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรต่อ เพราะมันจะดูเสียมารยาท
แค่รู้ว่าหลี่หมู่มีฝีมือดีก็พอ ในฐานะเพื่อนร่วมทีม พวกเขาควรจะดีใจมากกว่าด้วยซ้ำ
จ้าวเหมยถิงยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ความจริงเธอยังมีอีกประโยคที่ไม่ได้พูดออกมา นั่นคือเธอชอบเสื้อคลุมตัวนี้มาก
ตอนที่เห็นมันในโซนอุปกรณ์เวท เธอหมายมั่นปั้นมือไว้เลยว่าจะต้องเอามันมาครองให้ได้!
ใครจะไปคิดว่าจะโดนหลี่หมู่สอยไปซะก่อนล่ะ
แต่เรื่องแบบนี้จะพูดออกไปก็คงไม่ดี
เดี๋ยวเขาจะหาว่าเธอไปอยากได้ของของเขาอีก
หม่าจวินเปิดสมาร์ตวอตช์ขึ้นมาดู ก่อนจะดึงบังเหียนม้าชี้ไปทางหนึ่ง
“ทางนี้ มีพื้นที่สีแดงจุดนึง ภารกิจของเราคือกวาดล้างให้กลายเป็นสีเหลือง”
สีที่พูดถึงนี่คือระดับความหนาแน่นของมอนสเตอร์
เรียงจากน้อยไปมากคือ เขียว, เหลือง, แดง, ดำ
พื้นที่สอบของนักเรียน อย่างมากก็แค่ระดับสีเหลืองเท่านั้น
เพราะงั้น ตอนนี้พวกเขาต้องไปถล่มพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นสีเหลืองให้ได้ ซึ่งก็น่าจะมีทีมอื่น ๆ กำลังลุยอยู่แถวนั้นเพียบแล้วล่ะ
หม่าจวินให้สัญญาณ ทุกคนก็ควบม้าพุ่งทะยานไปข้างหน้าทันที
วิ่งไปได้ไม่ไกล ก็เจอมอนสเตอร์เข้าให้
มอนสเตอร์ในแถบนี้ เป็นหมาในที่กล้ามโตเป็นมัด ๆ
ชื่อของมันคือ ‘หมาดิน’ ระดับสองขั้นสมบูรณ์
ตัวใหญ่เบ้อเริ่ม ตัวเล็กสุดก็เกือบสองเมตร ตัวใหญ่สุดนี่ปาเข้าไปสี่ห้าเมตรเลยทีเดียว
ขาหลังของมันใหญ่ล่ำมาก สามารถยืนสองขาแล้ววิ่งได้ด้วย
สำหรับหลี่หมู่ที่มาจากโลกมนุษย์ เห็นไอ้พวกนี้วิ่งสองขาแล้วมันสยองพิลึก!
ลองนึกภาพหมาในที่มีกล้ามปูยิ่งกว่ากอริลลา แล้วยืนวิ่งสองขามาหาดูสิ มันจะหลอนขนาดไหน!
แถมไอ้พวกนี้โผล่มาที
จ้องม้าศึกของพวกเขาน้ำลายสอ ยิ่งกว่าจ้องพวกหลี่หมู่ซะอีก
“ลงจากม้า!”
หม่าจวินตะโกนสั่ง ทุกคนกระโดดลงจากหลังม้า แล้วเก็บม้าทันที
ทั้งห้าคนพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน
ราชสีห์ตะปบกระต่ายยังต้องใช้สุดกำลัง นี่คือกฎเหล็กของการลุยแดนเหว!
ถ้าคิดว่าแค่ขี่ม้าพุ่งเข้าไปฟันฉับเดียวก็ฆ่ามอนสเตอร์ระดับเดียวกันได้ล่ะก็
คิดผิดมหันต์เลย มอนสเตอร์มันมีร้อยแปดวิธีที่จะทำม้าแกล้มคว่ำ
แล้วอาศัยจังหวะที่แกหน้าคะมำ ปลิดชีพแกซะ!
หม่าจวินเปิดฉากฟันดาบใหญ่เข้าใส่ก่อน
หมาดินอ้าปากกว้างหมายจะงับดาบใหญ่ ถึงมุมปากจะโดนฟันแหวะ แต่ก็ยังกัดใบดาบไว้แน่น ดิ้นพล่านจนหม่าจวินแทบเสียหลัก
หม่าจวินคำรามลั่น กระทืบเท้าซ้ายลงพื้นสุดแรง
อาศัยแรงฮึดกระชากดาบกลับมา พร้อมกับเหวี่ยงหมาดินจนเสียหลัก
จางเฮ่อพุ่งตามเข้าไป แทงทวนเข้าใส่หัวหมาดิน
หมาดินฝืนบิดตัวหลบปลายทวนไปได้อย่างหวุดหวิด
แต่จังหวะที่จางเฮ่อฉากหลบ ลูกธนูดอกหนึ่งก็พุ่งแหวกลมตามมาติด ๆ!
ลูกธนูพุ่งแหวกอากาศดังฟิ้ว ทะลวงเข้าเป้าอย่างแม่นยำ
หมาดินหลบไม่พ้น ลูกธนูปักฉึกเข้าที่ตาขวาอย่างจัง!
“เอ๋งงงง!~~”
หมาดินล้มกลิ้งไปกับพื้น ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะโดนดาบใหญ่ที่ชาร์จพลังเต็มที่ฟันฉับเข้าที่คอ หัวกระเด็นหลุดกระดอน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก
หลี่หมู่ยังไม่ทันได้ขยับตัวด้วยซ้ำ
เห็นได้ชัดว่าสามคนนี้เข้าขากันสุด ๆ ประสานงานกันได้อย่างลื่นไหลและเด็ดขาด
หลี่หมู่มองเห็นชัดเจนว่า ท่าดาบเผด็จศึกของหม่าจวินเมื่อกี้ คือวิชา ‘เพลงดาบตัดเหล็ก’
แต่ตอนที่จางเฮ่อพุ่งเข้าไปโจมตี จะมีกระแสลมหมุนวนอยู่รอบตัวเขา
เหมือนกับว่าใครก็ตามที่อยู่ในรัศมีของกระแสลมนั้น จะมีความเร็วในการโจมตีเพิ่มขึ้น
พรสวรรค์ของจางเฮ่อน่าจะเป็นสายซัพพอร์ต
ที่ช่วยให้ ‘เพลงดาบตัดเหล็ก’ ของหม่าจวินเร็วและแม่นยำขึ้น การประสานงานของคู่นี้ถือว่าไร้ที่ติ
“ไอ้หมานี่ ของมีค่าอย่างเดียวก็คือหนังของมันนี่แหละ”
หม่าจวินหันกลับมามองเพื่อนร่วมทีม พลางเก็บดาบเข้าฝัก
“ใครอยากได้ก็ถลกเอาเองละกัน ฉันขี้เกียจ”
พูดจบก็เรียกม้าศึกออกมา
คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้อยากได้เหมือนกัน ต่างคนต่างขึ้นม้าเตรียมตัวไปต่อ
หลี่หมู่กะไว้แล้วว่า นอกจากเขาแล้ว สี่คนนี้ต่อให้มีแหวนมิติ มันก็คงไม่ได้ใหญ่โตอะไร
จะให้มานั่งถลกหนังหมาเปื้อนเลือด เอาไปขายได้ไม่กี่ร้อย แถมยังเกะกะพื้นที่อีก
มันไม่คุ้มเอาซะเลย
หม่าจวินหันมาหาหลี่หมู่
“การสู้แบบทีมต้องอาศัยทีมเวิร์ก นายลองสังเกตการต่อสู้อีกสักสองสามรอบ แล้วลองหาตำแหน่งของตัวเองดูนะ”
หลี่หมู่พยักหน้ารับ
จากการต่อสู้เมื่อกี้ หม่าจวินรับหน้าที่เปิดเกมและเป็นตัวแท็งก์ดึงความสนใจของมอนสเตอร์
จางเฮ่อเข้าโจมตี ถ้าพลาด จ้าวเหมยถิงก็จะยิงซ้ำเพื่อสร้างความเสียหายหนัก ๆ ก่อนที่หม่าจวินจะปิดจ็อบ
แบ่งหน้าที่กันชัดเจน
ที่หม่าจวินพูดก็คือ อยากให้หลี่หมู่ลองหาจังหวะสอดแทรกเข้าไปในทีมดู
ทุกคนควบม้ามุ่งหน้าสู่เป้าหมายต่อไป
ทุกครั้งที่เจอมอนสเตอร์ ทีมของหม่าจวินก็ประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม ขนาดซ่งเปียวยังได้โชว์ฝีมือไปตั้งสองครั้ง
หลังจากจัดการมอนสเตอร์ตัวที่หกเสร็จ ทุกคนก็ขึ้นม้า
หม่าจวินหันมาถามหลี่หมู่
“เป็นไง คิดว่าตัวเองเหมาะกับตำแหน่งไหน? ตัวต่อไปตานายโชว์ฝีมือแล้วนะ”
หลี่หมู่ชี้นิ้วไปที่หม่าจวิน
“ผมว่าตำแหน่งคุณนั่นแหละ… เหมาะสุดแล้ว”