แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 50 ทีมจงอี้ไม่สบอารมณ์
มองดูฉากตรงหน้า พวกหม่าจวินและจ้าวเหมยถิงต่างก็รู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออก
ความแข็งแกร่งของหลี่หมู่พังทลายขีดจำกัดความเข้าใจของพวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า!
ถ้าวันนี้ไม่ได้บังเอิญจับกลุ่มกับหลี่หมู่
พวกเขาคงตายยกทีมอยู่ก้นบึ้งของม่านหมอกไปแล้ว
เพราะพอกลับมาถึงฐาน พวกเขาถึงได้รู้ความจริงว่า…
อีกทีมที่หลงเข้าไปในดงหมอกลึกเหมือนกับพวกเขา
ตายห่าเรียบแบบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดตั้งแต่แรกแล้ว
การปรากฏตัวกะทันหันของอาณาเขตหมอกผี
สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วฐานทัพอย่างรวดเร็ว
ช่วงนี้แดนเหวในละแวกนี้ดูจะไม่ค่อยสงบสุขเท่าไหร่
ลำพังแค่หลี่หมู่ลงมาก็แจ็กพอตแตกไปตั้งสองรอบแล้ว
รอบแรกก็ตอนศึกแรกที่แดนเหว จู่ ๆ งูหางประหลาดก็โผล่มาเป็นกองทัพในพื้นที่เดียว
แล้วก็มารอบนี้ที่มีอาณาเขตหมอกผีโผล่มาดื้อ ๆ
นอกจากนี้ก็ยังมีเหตุการณ์ประหลาดอื่น ๆ อีกที่ทำเอาทหารตายไปไม่น้อย
จนพวกเบื้องบนต้องเรียกประชุมกันรัว ๆ
บ่ายวันเดียวกัน
ฐานทัพหมายเลขหนึ่งแห่งกองทัพเขตหมิงจูก็เรียกจัด ‘การอบรมจัดระเบียบวินัยทหารแนวหน้ากองทัพจิ้นหยวน’ ครั้งใหญ่
มีคำสั่งเด็ดขาดว่าทหารกองทัพจิ้นหยวนระดับสองและระดับสามที่ไม่มีภารกิจ บังคับเข้าอบรมทุกคน!
ทันทีที่คำสั่งนี้หลุดออกไป
หอประชุมของทุกฐานทัพก็คลาคล่ำไปด้วยทหารกองทัพจิ้นหยวนแทบจะแตก
ทุกคนพากันซุบซิบนินทาให้แซด
“จัดระเบียบวินัยทหาร? ทำไมจู่ ๆ ถึงจัดอบรมบ้าบออะไรแบบนี้ด้วยวะ?”
“ไม่รู้ดิ แต่กองทัพก็ไม่ได้จัดอบรมแบบนี้มาพักใหญ่แล้วนะ”
“เล่นบังคับเข้าร่วมทุกคนแบบนี้ ท่าทางเรื่องจะใหญ่แฮะ”
กองทัพเขตหมิงจูมีฐานทัพทั้งหมดสิบแห่ง
แต่ละแห่งมีคนเป็นพัน
เฉพาะทหารระดับปฏิบัติการก็ปาเข้าไปหกเจ็ดร้อยคนแล้ว
ต่อให้มาแค่ส่วนเดียวก็มีสี่ห้าร้อยคน หอประชุมทุกที่เลยแทบจะไม่มีที่นั่งเหลือ
ซูมั่ว หัวหน้าทีมจงอี้ผู้รอดชีวิต
กับลูกทีมที่ชื่อโจวฉิงก็มาร่วมด้วยตามระเบียบ
สีหน้าของซูมั่วดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
โจวฉิงเองก็หน้าหงิกเหมือนกัน
แต่หน้าหงิกของหล่อนไม่เหมือนกับซูมั่ว
หล่อนกำลังฉุนเฉียว! แถมยังทำคอเชิดหน้าหยิ่ง
ตอนเดินเข้าหอประชุม หล่อนทำท่าทางกร่างราวกับมองเหยียดทุกคนในห้อง
ถามว่าหล่อนเอาความมั่นหน้ามาจากไหนน่ะเหรอ?
ก็สถานะ ‘ผู้รอดชีวิตจากอาณาเขตหมอกผี’ ไงล่ะ
หลังจากตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตของทีมที่ถูกกลืนกินในอาณาเขตหมอกผีถูกประกาศออกมา
หล่อนก็รู้สึกว่าตำแหน่งผู้รอดชีวิตของตัวเองมันทรงคุณค่าและดูแพงขึ้นมาทันที
ทีมจงอี้ของหล่อน คือทีมแรกที่สู้ยิบตาจนรอดตายออกมาได้เลยนะเว้ย!
แต่สิ่งที่ทำให้หล่อนหงุดหงิดจนแทบเต้นก็คือ
จนป่านนี้แล้ว ยังไม่มีนายทหารหน้าไหนโผล่หัวมามอบรางวัลให้พวกหล่อนเลย!
พอกลับมาถึง ส่งภารกิจเสร็จ ก็ได้แค่แต้มผลงานจิ๊บจ๊อยตามปกติ
แล้วแต้มเกียรติยศล่ะ? เหรียญกล้าหาญล่ะ?
หรืออย่างน้อยก็ประกาศชมเชย? ผู้บังคับบัญชามาเยี่ยมไข้ล่ะ?
ไม่มี! ไม่มีห่าอะไรเลยสักอย่าง!
นี่แหละที่ทำให้หล่อนปรี๊ดแตก!
หล่อนอัดอั้นอยากจะไปทวงถามความยุติธรรมจากเบื้องบนมาตั้งนานแล้ว
ที่จงใจมาสาย ก็เพื่อจะอาศัยจังหวะคนเยอะ ๆ
ให้คนมาสนใจหล่อนให้มากที่สุด
แล้วก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่หล่อนกับซูมั่วเดินเข้าหอประชุม
คนตรงประตูต่างก็เริ่มชี้ไม้ชี้มือพูดถึงพวกหล่อนทันที
“เฮ้ย! นั่นมันทีมแรกที่ตีฝ่าอาณาเขตหมอกผีออกมาได้นี่หว่า!”
“ใช่ ๆ ได้ยินว่าชื่อทีมจงอี้ สุดท้ายเหลือรอดกันมาแค่สองคน”
“เจอศึกสายเลือดขนาดนั้นยังอุตส่าห์หนีรอดมาได้เป็นพวกแรก สองคนนี้ต้องฝีมือร้ายกาจสุด ๆ แน่!”
ได้ยินแบบนั้น คางของโจวฉิงก็ยิ่งเชิดสูงขึ้นไปอีก
แต่เพราะหล่อนมาสาย ก็เลยต้องระเห็จไปนั่งข้างหลัง
นับจากแถวหลังสุด แถวที่สามกับที่สี่ยังมีที่ว่างอีกเพียบ
แต่แถวสุดท้ายกับรองสุดท้ายกลับมีคนนั่งกันจนเต็ม
ไม่ใช่ว่าคนพวกนี้ชอบนั่งหลังห้องหรอกนะ
แต่คนที่นั่งสองแถวนี้ ล้วนเป็นทหารกองหนุนทั้งสิ้น
เป็นพวกนักเรียนโรงเรียนนักรบที่ยังเรียนอยู่ แบบเดียวกับหลี่หมู่นั่นแหละ
นี่ถือเป็นกฎเหล็กที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในกองทัพจิ้นหยวน
เวลามีกิจกรรมรวมพลแบบนี้
พวกทหารกองหนุนทางที่ดีควรรวมหัวกันไปมุดหางอยู่มุมในสุดให้เจียมตัว
ขืนหน้าด้านไปนั่งรวมกับพวกทหารผ่านศึกดงเก่าเข้าล่ะก็
รับรองว่าได้ซวยแน่
ต่อให้ไม่โดนด่าโดนตี ก็ต้องโดนแขวะจนหูชา
เผลอ ๆ อาจจะโดนตบกะโหลกเอาได้ง่าย ๆ
อันที่จริงเรื่องแบบนี้ในระบบกองทัพมันเป็นเรื่องโคตรจะปกติ
ต่อให้นายไม่ได้เป็นแค่ทหารกองหนุนที่ไม่เคยอาบเลือดศัตรู
แต่นายก็ยังเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?
เพราะงั้นนี่เลยเป็นกฎหมู่ที่รู้กันดี
พอเห็นโจวฉิงกับซูมั่วเดินเข้ามา พวกทหารกองหนุนหน้าใหม่ที่ไม่มีที่นั่งในสองแถวหลัง เลยต้องกระเถิบมานั่งแถวที่สามแทน
ก็รีบลุกขึ้นลนลานขยับไปด้านข้างให้
แต่โจวฉิงกลับเริ่มแผลงฤทธิ์
หล่อนจ้องหน้าทหารใหม่สองคนที่กำลังจะนั่งลง แล้วตวาดลั่น
“ฉันอนุญาตให้พวกแกลงมานั่งแถวนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะ?”
“ไสหัวไปอยู่ข้างหลังนู่น! ถ้าไม่มีที่นั่งก็ยืนเอา!”
ที่หล่อนตะคอกไปแบบนั้น ก็แค่เพื่อระบายอารมณ์ล้วน ๆ
แถมยังช่วยเรียกความสนใจจากคนรอบข้างได้อีก
เป็นถึงทีมแรกที่ฝ่าดงเลือดจากอาณาเขตหมอกผีออกมาได้
จะตะเพิดใส่เด็กเมื่อวานซืนสองคน มันจะแปลกตรงไหน?
ใครจะกล้ามีปัญหา?
ในเมื่อพวกเบื้องบนไม่ให้แต้มเกียรติยศ ไม่เลื่อนขั้นให้ฉัน
งั้นฉันก็อัปเกรดตัวเองซะเลย!
ทหารกองหนุนสองคนนั้นมองหน้ากัน ถึงจะโกรธจนหน้าแดง แต่ก็ยอมหุบปากแล้วเดินถอยไปข้างหลังแต่โดยดี
ทหารใหม่คนอื่น ๆ เห็นแบบนั้นก็รีบขยับก้น
แบ่งที่ว่างนิด ๆ หน่อย ๆ กวักมือเรียกสองคนนั้นมาเบียดนั่งด้วยกัน
ขณะเดียวกัน สายตาของทหารกองหนุนทุกคนที่มองไปทางโจวฉิง
ล้วนแฝงไปด้วยความโกรธแค้น
แกเป็นทหารผ่านศึก แกเก่งตายล่ะ พวกเราเห็นแกเดินมาก็หลบทางให้แล้วนะเว้ย!
จู่ ๆ มาแกล้งกันแบบนี้มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ!
แต่พอโจวฉิงเห็นสายตาพวกนั้น หล่อนก็ยิ่งปรี๊ดแตก
“พวกแกนี่รักใคร่กลมเกลียวกันดีจังเลยนะฮะ?”
“ฉันสั่งให้พวกมันยืน หูหนวกกันหรือไง??”
“ชอบสละที่นั่งนักใช่ไหม? งั้นก็ไม่ต้องนั่งมันแล้ว ลุกขึ้นยืนให้หมดเดี๋ยวนี้!!”
โจวฉิงแผดเสียงตวาดลั่น
หล่อนกำลังหงุดหงิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อุตส่าห์ลงมาระบายอารมณ์ด่าพวกตัวถ่วงกองหนุนสองคน ไอ้พวกนี้ยังกล้าใช้สายตาแบบนั้นมองหล่อนอีก
พวกแกมีสิทธิ์อะไรมาถลึงตาใส่สมาชิกทีมผู้รอดชีวิตทีมแรกอย่างฉันฮะ?
ซูมั่วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วมุ่น กระตุกแขนเสื้อโจวฉิงเบา ๆ
คนที่นั่งอยู่แถวหน้าหลายคนเริ่มหันกลับมามองแล้ว
“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไงฮะ!”
พอเห็นพวกนั้นยังมัวแต่อิดออด โจวฉิงก็ตวาดซ้ำอีกรอบ ยืนชี้หน้าด่าตาถลน
พวกทหารกองหนุนใหม่ได้แต่ถอนหายใจ จำใจลุกขึ้นยืนกันอย่างไม่มีทางเลือก
ไม่มีใครออกหน้าปกป้องพวกเขา ในสถานะเบี้ยล่างแบบนี้ พวกเขาทำได้แค่ก้มหน้ากลืนความโกรธลงคอ
โจวฉิงถึงได้นั่งลงพลางสบถด่าไม่หยุดปาก
ผ่านไปอีกสิบกว่านาที ทหารก็เข้ามานั่งจนเต็มหอประชุม
นายทหารระดับผู้บังคับบัญชาหลายคนถึงได้เดินเข้ามาทางประตูหน้า
ไฟในห้องหรี่ลง หน้าจอยักษ์บนเวทีเริ่มเล่นวิดีโอประกอบการสอนที่ศูนย์บัญชาการตัดต่อมาเสร็จสรรพ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายอบรมคนหนึ่งเดินขึ้นไปบนเวที ตะคอกเสียงเข้ม
“เรื่องอาณาเขตหมอกผี เชื่อว่าทุกคนคงได้ยินข่าวลือมาไม่น้อยแล้ว!”
“สถานการณ์และความยากในการรบที่แดนเหว ช่วงนี้มันเริ่มตึงมือขึ้นเรื่อย ๆ!”
“กองกำลังของพวกเราจำเป็นต้องยกระดับความแข็งแกร่งอย่างเร่งด่วน!”
“แต่ทว่า!”
“สิ่งที่ฉันอยากจะเน้นย้ำก็คือ! สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการยกระดับความแข็งแกร่ง!”
“คือการจัดระเบียบวินัยทหารของพวกเราให้เด็ดขาด!!”
“กองทัพจิ้นหยวน! คือกองทัพเหล็กกล้าที่สามารถฝากแผ่นหลังไว้กับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างหมดห่วง!”
“การรบเป็นทีม ต้องมีแต่ความสามัคคี! การปกป้อง! และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน!”
“ถึงจะสามารถรอดชีวิตจากสงครามแดนเหวอันน่าสยดสยองครั้งแล้วครั้งเล่าไปได้”
“แต่ก็ยังมีไอ้พวกสวะบางตัว ที่อุตส่าห์เสนอหน้ามาเป็นตัวอย่างเลว ๆ ชั้นยอดให้พวกเราได้ดู!”
“จากวิดีโอการรบในอาณาเขตหมอกผีของวันนี้ เราได้รวบรวมมาทำเป็นสื่อการสอน”
“ในนี้ไม่ได้มีแค่ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาณาเขตหมอกผีเท่านั้น”
“แต่ยังมีตัวอย่างของคนสองประเภท ที่โคตรจะแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว!”
“ทุกคน เบิกตาดูให้เต็มที่ แล้วคิดให้ดีว่าตัวเองอยากจะเป็นคนแบบไหน”
“เล่นวิดีโอ!!”