แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 51 เมื่อกี้แกบอกว่า แกก็มีแต้มผลงานงั้นหรอ?
- Home
- แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก!
- บทที่ 51 เมื่อกี้แกบอกว่า แกก็มีแต้มผลงานงั้นหรอ?
ครูฝึกออกคำสั่งเสียงเรียบ “เล่นวิดีโอ!”
หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดยักษ์หน้าห้องประชุมเริ่มฉายวิดีโอทันที
เนื่องจากเป็นวิดีโอโปรโมตที่รวบรวมข้อมูลมาตัดต่อ จึงมีการใช้เทคนิคการเล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิง เปิดฉากด้วยภาพมุมสูงจากกล้องโดรนของศูนย์บัญชาการที่มองเห็นสถานการณ์โดยรวมทั้งหมด
ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือฉากหมอกหนาทึบที่ทอดตัวลงมาปกคลุม! ตามด้วยภาพความตื่นตระหนกของทีมต่าง ๆ ที่ติดอยู่ในอาณาเขตหมอกผี ภาพซูมเจาะลึกการกลายพันธุ์ของหมาผี ไปจนถึงเสียงพากย์บรรยายสุดระทึก
เสียงพากย์อธิบายถึงการก่อตัวของอาณาเขตหมอกผีและคุณลักษณะของพวกหมาผี ให้อารมณ์เหมือนกำลังดูหนังฟอร์มยักษ์
จากนั้นภาพก็ตัดสลับไปที่ศูนย์บัญชาการ หวังหลงเฉิงก้าวฉับ ๆ เข้ามา และเริ่มสั่งการให้ทีมในพื้นที่ถอยร่นอย่างรวดเร็ว
โจวฉิงที่นั่งอยู่แถวหลังสุดตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ถ้านางได้ออกกล้อง ได้โชว์หน้าสวย ๆ ในวิดีโอนี้สักหน่อยก็คงจะดีไม่น้อย
แต่ซูมั่วหัวหน้าทีมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลับหน้าซีดเผือด ไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง
และก็เป็นไปตามคาด ไม่นานกล้องก็ตัดมาเจาะจงที่ทีมจงอี้ เป็นภาพตอนที่สมาชิกทั้งห้าคนยังอยู่กันครบ
เริ่มแรกพวกเขากระวนกระวายควบม้าศึกหนีตายออกจากหมอก แต่แล้วม้าศึกก็ถูกหมาผีพุ่งชนจนหงายท้อง โจวฉิงเป็นคนแรกที่ตกอยู่ในวงล้อมอันตราย
แต่เพื่อนร่วมทีมอีกสี่คนไม่ยอมทิ้งนาง ทุกคนหันหลังกลับมาช่วยกันต้านฝูงหมาผีเอาไว้
ในจังหวะนั้น พวกเขาทำตามคำสั่งของหวังหลงเฉิง รวมกลุ่มกันตั้งรับและสังหารหมาผี
ทว่าหมาผีพวกนี้ดุร้ายเกินไป ในขณะที่พลังรบของทีมจงอี้ก็อยู่แค่ระดับดาด ๆ
หนำซ้ำโจวฉิงในจอนั้น เอาแต่แหกปากกรีดร้องและร้องไห้คร่ำครวญไม่หยุด เสียงแหลมปรี๊ดของนางน่ารำคาญจนคนดูถึงกับขมวดคิ้ว
พอเห็นฉากนี้ โจวฉิงในห้องประชุมก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า ไอ้เวรตะไลที่ไหนมันเป็นคนตัดต่อวิดีโอนี้วะ!
แม่งเอ๊ย! อุตส่าห์ซูมหน้ากูทั้งที ทำไมต้องเอาฉากน่าเกลียด ๆ แบบนี้มาฉายด้วย? ทำไมไม่เอาฉากตอนที่กูกำลังสู้แบบเท่ ๆ มาลงวะ!
ซึ่งฉาก ‘เท่ ๆ’ ที่ว่า หรือก็คือประโยชน์เพียงอย่างเดียวของโจวฉิง ก็คือการฉวยโอกาสตอนที่เพื่อนร่วมทีมรุมจับหมาผีเอาไว้ แล้วนางก็พุ่งเข้าไปฟันฉับเดียวปิดชีพจรมอนสเตอร์ตัวนั้น
ใครจะไปคิดว่านั่นคือผลงานชิ้นโบแดงเพียงชิ้นเดียวของนางในวิดีโอนี้แล้ว
หลังจากนั้น ทีมจงอี้ก็สู้พลางถอยพลาง
โจวฉิงกรี๊ดลั่นวิ่งหลบหมาผีหน้าตั้ง จนเผลอเปิดช่องโหว่ลากหมาผีหลุดเข้ามาในวงป้องกันของทีม!
หมาผีพุ่งเข้าขย้ำคอเพื่อนร่วมทีมจากด้านหลังตายคาที่ในพริบตา!
เมื่อค่ายกลป้องกันแตกพ่าย เพื่อนร่วมทีมอีกคนก็ถูกฆ่าตายตามไปติด ๆ!
รูปขบวนทีมแตกกระเจิง ซูมั่วตะโกนสั่งการเสียงหลง
“ถอย!”
เพื่อนสองคนตายอนาถคาที่ หมาผีสี่ห้าตัวรุมทึ้งฉีกทึ้งร่างของพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง สมาชิกสามคนที่เหลือทำได้เพียงวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
โชคดีที่เวลานั้นหวังหลงเฉิงจับพิกัดของพวกเขาได้พอดี
ภาพต่อมาที่ทุกคนในห้องประชุมได้เห็นก็คือ… เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งถูกหมาผีกระโจนตะปบจนล้มลง
แต่โจวฉิงที่เพิ่งได้รับพิกัดจุดถอนตัว กลับทิ้งเพื่อนที่ยังไม่ตายเอาไว้เบื้องหลัง แล้วสับตีนแตกหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว!
ซูมั่วเองก็กัดฟันกรอด ปรายตามองเพื่อนร่วมทีมแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งหนีตามไปติด ๆ
มุมกล้องช่วงนี้เห็นได้ชัดว่าดึงมาจากกล้องติดตัวของโจวฉิง เพราะภาพสั่นไหวตามจังหวะการวิ่งหนีตายออกจากอาณาเขตหมอกผี จนกระทั่งมาเจอทีมช่วยเหลือ
โจวฉิงทรุดฮวบลงกับพื้น หอบหายใจแฮก ๆ แววตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่รอดตายมาได้
หนำซ้ำที่มุมปาก... ยังแอบปรากฏรอยยิ้มโล่งใจที่ตัวเองมีชีวิตรอด!
เมื่อวิดีโอฉายมาถึงตรงนี้ ภาพก็ค่อย ๆ สโลว์โมชั่นลง กล้องซูมเน้นรอยยิ้มบนใบหน้าของโจวฉิงให้เห็นชัดเต็มตา
ทหารประจำการครึ่งค่อนหอประชุมหันขวับกลับมามองเป็นตาเดียว!
ทุกสายตาจ้องเขม็งไปยังโจวฉิงที่นั่งอยู่แถวรองสุดท้ายด้วยความโกรธแค้น
แต่ส่วนใหญ่… เป็นสายตาของความรังเกียจและขยะแขยงอย่างถึงที่สุด
โจวฉิงเองก็ช็อกตาตั้ง ทำไมมันทะแม่ง ๆ วะ!
ตัวนางในวิดีโอโปรโมตนี้ ไม่เห็นจะดูเก่งกาจกล้าหาญตรงไหนเลย! ไอ้โง่ที่ไหนมันตัดต่อวะเนี่ย? ไร้ฝีมือสิ้นดี! ตัดต่อเป็นรึเปล่าเนี่ย!
แต่แล้วนางก็สัมผัสได้ถึงสายตาโกรธแค้นและรังเกียจของคนรอบข้าง ในที่สุดนางก็ตาสว่าง
วิดีโอนี้… ตั้งใจจะประจานนางนี่หว่า!
พอคิดได้แบบนั้น โจวฉิงก็ปรี๊ดแตกทันที! นางผุดลุกขึ้นยืนตวาดลั่น
“พวกแกมองอะไร!! พวกแกไม่ได้ดูรึไงว่าหมาผีพวกนี้มันดุร้ายขนาดไหน!?”
“พวกฉันฝ่ากองเลือดหนีตายกันออกมานะโว้ย!!”
“ถ้าเปลี่ยนเป็นพวกแก แกคงโดนแดกตั้งแต่ด่านแรกแล้ว!!”
ครูฝึกที่ยืนอยู่หน้าเวทีขมวดคิ้วมุ่น พอเห็นชัด ๆ ว่าคนที่กำลังโวยวายคือ ‘นางเอก’ ในวิดีโอ เขาก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ
อุตส่าห์แหกปากซะลั่น ที่แท้นางเอกตัวอย่างเลว ๆ ชั้นยอด ก็ดันมานั่งเสนอหน้าอยู่ในหอประชุมนี้ด้วยเรอะ!
“แกแหกปากโวยวายอะไร!?”
ครูฝึกกดหยุดวิดีโอชั่วคราว แล้วตวาดกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
พอเห็นคนมียศ โจวฉิงกลับยิ่งได้ใจ
“ท่านครูฝึก ฉันไม่เข้าใจ!”
“พวกเราอุตส่าห์รอดชีวิตจากภัยพิบัติระดับอาณาเขตหมอกผีที่รอดตายยากขนาดนั้นมาได้”
“นอกจากจะไม่มีรางวัลเชิดชูเกียรติแล้ว นี่มันหมายความว่าไง!?”
“ตัดต่อฉันให้กลายเป็นตัวตลกแบบนี้เนี่ยนะ!!”
“ฉันไม่ยอม!!”
“ท่านจะมาลบหลู่แต้มผลงานของฉันแบบนี้ไม่ได้นะ!!”
โจวฉิงกระทืบเท้ากรีดร้องส่ายหน้าไปมาราวกับคนเสียสติ ครูฝึกโกรธจัดจนหัวเราะร่วน!
“แต้มผลงาน?”
“ตลอดการรบ แกฆ่ามอนสเตอร์ไปได้แค่สองตัว ทำเพื่อนตายสองคน ทิ้งเพื่อนหนึ่งคน”
“แถมยังตีเนียนช่วยหมาผีฆ่าเพื่อนร่วมทีมไปอีกสามคน สถิติพวกนี้ตรวจสอบได้หมด แกจะเอาไหมล่ะ!?”
“นี่แหละ แต้มผลงานของแก!”
โจวฉิงชี้หน้าจออย่างเดือดดาล
“ท่านตาบอดรึไง ไม่เห็นความเก่งกาจของพวกหมาผีเหรอ!?”
“สู้ได้ขนาดนี้ ฉันกล้าพูดเลยว่ามีไม่กี่ทีมหรอกที่ทำได้แบบพวกฉัน!!”
นางโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ประโยคเมื่อกี้ของนางเท่ากับด่ากราดทีมอื่นไปทั่ว ราวกับว่าคนอื่นกระจอกกว่านางไปซะหมด
ทหารผ่านศึกที่นั่งอยู่แถวหน้า ๆ จึงพากันตะโกนด่าทอนางอย่างบ้าคลั่ง เสียงด่า “อีโง่!” ดังระงมสลับกันไปมา
ครูฝึกโกรธจนหลุดขำออกมา
“หึหึหึ ดี! ดีมาก! งั้นแกก็เบิกตาดูให้เต็มที่!!”
พูดจบ ครูฝึกก็กระแทกปุ่มเล่นวิดีโอต่อทันที
วิดีโอเริ่มฉายอีกครั้ง หลังจากผ่านฉากถอยทัพของอีกสองสามทีม ในที่สุดก็เข้าสู่เนื้อหาหลัก
ภาพตัดมาที่ทีมแนวหน้าของหลี่หมู่
ภาพแรกที่ปรากฏ คือเหตุการณ์ก่อนที่หวังหลงเฉิงจะเดินเข้าศูนย์บัญชาการด้วยซ้ำ หลี่หมู่กับเพื่อนร่วมทีมควบม้าศึกหนีตายและถูกชนคว่ำไม่ต่างกัน
แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ หลี่หมู่ปะทะคารมกับหัวหน้าทีม แล้วยึดอำนาจการสั่งการมาอย่างรวดเร็ว!
หลังจากออกคำสั่งเป็นชุด เขาก็เริ่มอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับอาณาเขตหมอกผีให้เพื่อนร่วมทีมฟังอย่างละเอียดยิบ ความเป๊ะของข้อมูลนั้น แทบจะไม่ต่างอะไรกับสารคดีให้ความรู้เลยทีเดียว
และหลังจากหลี่หมู่พูดจบไปกว่าหนึ่งนาทีเต็ม หวังหลงเฉิงถึงเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าศูนย์บัญชาการ
จากนั้น ภาพก็ตัดไปซูมที่ข้อมูลสมาชิกทีมบนหน้าจอของศูนย์บัญชาการ
ทีมแนวหน้า สมาชิก: หลี่หมู่, ทหารกองหนุน!
ทันทีที่คำว่า ‘ทหารกองหนุน’ ปรากฏขึ้น ทุกคนในหอประชุมก็สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกตะลึง
สายตาทุกคู่หันขวับไปมองกลุ่มทหารกองหนุนหน้าใหม่ที่ยืนอยู่สองแถวหลังสุดโดยไม่ได้นัดหมาย
พวกทหารกองหนุนเองก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก งงเป็นไก่ตาแตก ไม่คิดเลยว่าจะมีทหารกองหนุนได้ออกกล้องในวิดีโอระดับนี้ด้วย
และหลังจากนั้น ความอึ้งกิมกี่ของจริงก็เริ่มขึ้น
เมื่อเทียบกับพลังรบของทีมจงอี้เมื่อครู่ ทีมแนวหน้าของหลี่หมู่ก็คือเทพเจ้าชัด ๆ!
ไม่เพียงแต่จะทำงานร่วมกันอย่างเข้าขา แต่ความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคนก็โหดเหี้ยมดุดันสุด ๆ!
หม่าจวินถือดาบใหญ่ต้านศัตรูไว้ได้หนึ่งด้าน จางเฮ่อกับซ่งเปียวตวัดดาบกวัดแกว่งทวนป้องกันแบบไร้จุดบอด จ้าวเหมยถิงยิงธนูออกไปดอกไหน หมาผีเป็นต้องเจ็บหนักดอกนั้น
แต่คนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด… กลับเป็นไอ้หนุ่มทหารกองหนุนคนนั้น!
หม่าจวินต้านได้หนึ่งด้าน แต่หลี่หมู่คนเดียวสามารถต้านหมาผีได้ถึงสามด้าน!!
พลองดอกหนามในมือเขาฟาดโดนตัวไหน กระดูกเป็นต้องแหลกละเอียดตัวนั้น!
อย่าว่าแต่เทียบกันทั้งทีมเลย แค่เอาสมาชิกหญิงสองทีมมาเทียบกัน โจวฉิงกับจ้าวเหมยถิงก็ต่างกันราวฟ้ากับเหวแล้ว!
ภาพตัดมาถึงตรงนี้ ทุกวินาทีคือความระทึกขีดสุด!
หมาผียักษ์ปรากฏตัว การต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายเริ่มขึ้น หลี่หมู่ใช้วิชาตรึงร่างหยุดการเคลื่อนไหว แล้วฟาดหัวหมาผียักษ์ดับอนาถในพริบตา!
เพื่อนร่วมทีมอีกสี่คนบาดเจ็บสาหัส หลี่หมู่เอาเสื้อคลุมป้องกันคลุมร่างพวกเขาไว้
พรึบ!
ร่างของเขาก็หายวับไปกับตา
โจวฉิงที่หน้าซีดเผือดมาตลอด จู่ ๆ ก็เห็นช่องโหว่ให้สวนกลับ นางลุกพรวดขึ้นชี้หน้าจอแล้วตะโกนลั่น
“เห็นไหม!! มันก็ทิ้งเพื่อนเหมือนกัน!! นี่แหละสันดานทหารกองหนุน!!”
นางดูออกตั้งนานแล้วว่าหลี่หมู่คนนี้ ก็คือไอ้ทหารกองหนุนที่นางปฏิเสธไม่รับเข้าทีมที่จุดรับภารกิจนั่นเอง! ไม่คิดเลยว่าไอ้สวะนี่มันจะเก่งขนาดนี้!
แต่นางยังแหกปากไม่ทันจบดี ไม่ต้องรอให้ครูฝึกอ้าปากด่า ทหารผ่านศึกแถวหน้าก็ลุกพรวดขึ้นมาเป็นพรวน!
พวกเขาหันขวับมาจ้องหน้านางตาเขม็ง ทหารคนหนึ่งที่อยู่ใกล้นางที่สุดตวาดเสียงเหี้ยม
“ถ้ามึงแหกปากกวนกูดูวิดีโออีกคำเดียว กูจะกระทืบมึงให้ตายคาที่!!”
ทุกคนกำลังดูการต่อสู้ของทีมแนวหน้าจนเลือดเดือดพล่าน แต่ดันมาโดนอีโง่นี่แหกปากขัดจังหวะซะได้
จริง ๆ แล้วหลายคนก็แอบคิดเหมือนกันว่าหลี่หมู่คงจะทิ้งเพื่อนหนีเอาตัวรอด แต่ไม่นาน คำพูดของโจวฉิงก็กลายเป็นเรื่องตลกงี่เง่า
เมื่อฝูงหมาผีพุ่งเข้ามา หลี่หมู่ก็เริ่มโชว์ลีลาต่อสู้แบบผลุบ ๆ โผล่ ๆ ราวกับภูตผี
ร่างของหลี่หมู่เร้นกายอยู่ในม่านหมอก วนเวียนปกป้องเพื่อนร่วมทีมทั้งสี่คนที่อยู่ใต้เสื้อคลุมตลอดเวลา
หมาผีตัวไหนที่กล้าเฉียดเข้าใกล้เพื่อนร่วมทีมของเขา จะถูกพลองของหลี่หมู่ฟาดกะโหลกแตกตายคาที่ในพริบตา!
หมอกเริ่มจางลง หลี่หมู่พลังปราณหมดก๊อก เขาเปลี่ยนมาใช้พละกำลังและวิชาต่อสู้ระยะประชิดงัดกับมอนสเตอร์ดื้อ ๆ
สิบนาทีนี้… ทำให้เหล่านักรบแห่งกองทัพจิ้นหยวนได้รับรู้ซึ้งถึงคำว่า ‘อาบเลือดสู้’ อย่างแท้จริง!
โดยเฉพาะในช่วงท้าย หลี่หมู่ที่สติหลุดลอยไปแล้ว ยังคงควงพลองในมือฟาดฟันอากาศตรงหน้าอย่างไม่คิดชีวิต
จ้าวเหมยถิงถลันเข้าไปกอดหลี่หมู่ไว้ หม่าจวินกับซ่งเปียวคลานออกมาจากใต้เสื้อคลุม หม่าจวินใช้มือฉีกกระชากเนื้อที่น่องของตัวเองจนเลือดสาด ตะโกนลั่นเพื่อดึงดูดมอนสเตอร์ให้หันมาหาตน!
เสียงดนตรีประกอบในวิดีโอเปลี่ยนเป็นจังหวะบีบคั้นหัวใจ
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ทำเอานักรบแห่งกองทัพจิ้นหยวนนับไม่ถ้วนค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน กำหมัดแน่น และยืนนิ่งด้วยความเคารพอย่างสูงสุด!
และเมื่อภาพรองจางพุ่งเข้ามาสังหารมอนสเตอร์ ช่วยเหลือพวกหลี่หมู่เอาไว้ได้
เสียงตะโกนเชียร์ “เยี่ยม!” “เยี่ยมยอด!” ก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งหอประชุม!
ภาพสุดท้ายของวิดีโอ หยุดนิ่งอยู่ที่ลำแสงสีขาวของหลี่หมู่ที่พุ่งทะลวงขึ้นสู่ท้องฟ้า
กล้องค่อย ๆ ดึงภาพมุมกว้างขึ้น เมื่อหมอกจางหายไป…
รอบ ๆ จุดซ่อนตัวของเพื่อนร่วมทีมทั้งสี่ ปรากฏให้เห็น วงแหวนศพ ที่หลี่หมู่สังหารด้วยมือเปล่ากองพะเนินเป็นภูเขา!
ภาพนี้สร้างความสั่นสะเทือนใจอย่างถึงที่สุด นี่คือสิ่งที่คนคนหนึ่งทำเพื่อปกป้องเพื่อนร่วมทีม
นี่สิ… ถึงจะเรียกว่านักรบที่แท้จริง!
นี่สิ… ถึงจะเรียกว่าผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง!!
วิดีโอจบลง ไฟในหอประชุมสว่างขึ้นอีกครั้ง
ครูฝึกตวัดสายตาเย็นชาไปที่โจวฉิง แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ
“เมื่อกี้แกบอกว่า แกก็ฝ่ากองเลือดออกมา? แกก็มีแต้มผลงานงั้นหรอ??”