แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 53 อารมณ์พาไป สู้ให้สุดเหวี่ยงงั้นหรือ?
- Home
- แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก!
- บทที่ 53 อารมณ์พาไป สู้ให้สุดเหวี่ยงงั้นหรือ?
สู้ให้สุดเหวี่ยง??
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ของหลี่หมู่ หวังหลงเฉิงก็ถึงกับประหลาดใจอย่างมาก
การต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายนะ ไม่ใช่การดื่มเหล้าสังสรรค์เฮฮา
ไอ้คำว่า ‘สู้ให้สุดเหวี่ยง’ เนี่ย หวังหลงเฉิงทำความเข้าใจได้ยากจริง ๆ
แต่พอลองค่อย ๆ คิดทบทวนดู…
มุมปากของหวังหลงเฉิงก็ค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
ตั้งแต่เขารู้จักหลี่หมู่มา
ดูเหมือนว่าหลี่หมู่จะแตกต่างจากนักเรียนคนอื่น ๆ จริง ๆ นั่นแหละ
มาเข้าค่ายฝึกวันแรกก็ตีขาครูฝึกจนหัก
กลางวันแสก ๆ ก็อัดลุงแท้ ๆ ของตัวเองจนต้องคุกเข่ากลางจัตุรัส
ศึกแรกที่แดนเหวก็จงใจพุ่งเข้าไปในเขตที่อันตรายที่สุด พอได้ยินว่ามีงูหางประหลาดโผล่มา ก็รีบพุ่งเข้าไปซัพพอร์ตทันที
แถมยังยืนหยัดปกป้องเพื่อนร่วมทีมจนถึงขีดสุดของสภาพจิตใจ
เรื่องพวกนี้ ดูเหมือนหลี่หมู่จะไม่เคยสนผลที่ตามมาเลยแม้แต่น้อย
ทำตามใจปรารถนา อยากทำอะไรก็ทำ
แต่จะหาว่าเขาเป็นคน ‘มุทะลุ’ งั้นหรือ?
เขาก็ไม่ใช่คนแบบนั้นอย่างแน่นอน
ความใจเย็นและความรอบคอบของหลี่หมู่ในสนามรบ เป็นสิ่งที่คนรุ่นราวคราวเดียวกันหรือในระดับพลังเดียวกันไม่มีทางเทียบติด
แถมยังซ่อนไพ่ตายไว้ลึกสุดหยั่ง
ถ้าจะให้สรุปความเป็นหลี่หมู่จริง ๆ เขาก็หาคำจำกัดความสั้น ๆ มาอธิบายไม่ได้เหมือนกัน
ไอ้คำว่า ‘สู้ให้สุดเหวี่ยง’ สองคำนี้ กลับแสดงให้เห็นถึงความอิสระเสรีได้อย่างชัดเจน
ให้ความรู้สึกเหมือนเทพเซียนจุติลงมาในร่างมนุษย์ เพื่อมาสัมผัสประสบการณ์ทางโลกอย่างเต็มที่ยังไงอย่างงั้น
“ช่างเป็นการสู้ให้สุดเหวี่ยงที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
“รีบพักผ่อนเถอะ มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้”
หวังหลงเฉิงพูดจบ ก็ไม่รบกวนการพักผ่อนของหลี่หมู่อีก เขาหมุนตัวเดินออกจากห้องไป
หลี่หมู่เองก็เหนื่อยล้าเต็มทนแล้ว
สภาพจิตใจของเขาอ่อนเพลียอย่างหนัก
พอหวังหลงเฉิงเดินคล้อยหลังไป หลี่หมู่ก็หลับสนิทไปในทันที
เช้าวันรุ่งขึ้น
หลี่หมู่ตื่นแต่เช้าตรู่ เขารีบพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ยังไม่รีบร้อนแต่งตัว
เขากลับอดใจไม่ไหว รีบเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาทันที
[แต้มพิชิต: 6,980 แต้ม]
พอเห็นตัวเลขนี้ หลี่หมู่ก็แทบจะหุบยิ้มไม่อยู่
เขาปรับอารมณ์ให้สงบลง แล้วเริ่มคำนวณว่าจะใช้แต้มพวกนี้ยังไงดี
อันดับแรก แน่นอนว่าต้องใช้อุดช่องโหว่ความแข็งแกร่งของตัวเอง
ผ่านการต่อสู้เมื่อวานมา
หลี่หมู่ตระหนักได้ว่าตัวเองมีจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดอยู่ข้อหนึ่ง
นั่นก็คือ อาการขาดแคลนพลังปราณอย่างหนัก!
ขาดแคลนมาก ขาดแคลนสุด ๆ ขาดแคลนเข้าขั้นวิกฤต!
‘วิชาตรึงร่าง’ ที่เขาพึ่งพามากที่สุด กลับเป็นวิชาที่สูบพลังปราณโหดที่สุด
ต่อให้รีดพลังปราณมาทั้งตัว ก็ฆ่าบอสตัวใหญ่ได้ไม่กี่ตัวหรอก
ยิ่งในแดนเหวที่มอนสเตอร์แทบจะมีโผล่มาให้ฆ่าไม่รู้จักจบจักสิ้นแบบนี้
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป พลังแค่นี้ไม่พอใช้แน่ ๆ
ส่วนจุดอ่อนร้ายแรงข้อที่สอง…
ก็คือเขามีลูกเล่นน้อยเกินไป!
ไพ่ตายที่จะใช้พลิกสถานการณ์การต่อสู้ยังมีไม่มากพอ
ส่วนจุดอ่อนอื่น ๆ ก็ยังมีอีกเยอะ แต่สองข้อนี้คือเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่หมู่ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
ถ้าจะแก้ปัญหาเรื่องพลังปราณ ก็ต้องเริ่มจากวิชากำลังภายในของตัวเอง
พูดถึงวิชากำลังภายใน หลี่หมู่ยังไม่เคยอัปเกรด ‘เคล็ดเซียนสวรรค์ไร้ระดับ’ เลยสักครั้ง
ซึ่งเคล็ดเซียนสวรรค์ไร้ระดับนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในฤทธิ์มหาเทพของเขาเหมือนกัน
หลี่หมู่เปิดดูคำอธิบายของเคล็ดเซียนสวรรค์ไร้ระดับ
[เคล็ดเซียนสวรรค์ไร้ระดับ: เพิ่มความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในวิชาที่ฝึกฝนเทียบเท่า 50 ปี ทำให้จุดตันเถียนกว้างใหญ่ เส้นลมปราณแข็งแกร่ง ดึงพลังวิชาใด ๆ ออกมาใช้ได้อย่างใจนึก]
พอมองต่ำลงมา จู่ ๆ ก็มีตัวเลือกที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเด้งขึ้นมา!
[ตรวจพบว่าโฮสต์อยู่ระดับหวงขั้นสาม เคล็ดเซียนสวรรค์สามารถเลื่อนระดับได้!]
“เชี่ย! ที่แท้ก่อนหน้านี้ก็ติดเงื่อนไขเรื่องระดับพลังนี่เอง”
ถึงตอนนี้หลี่หมู่จะทะลุขึ้นมาอยู่ระดับหวงขั้นสามแล้ว ตัวเลือกนี้ก็เพิ่งจะโผล่มาให้เห็น
มิน่าล่ะ ก่อนหน้านี้ถึงไม่เห็นตัวเลือกนี้เลย
คงเป็นเพราะระดับนักรบของเขายังไม่ถึงเกณฑ์ เลยไม่สามารถควบคุมเคล็ดเซียนสวรรค์ในระดับที่สูงกว่านี้ได้ล่ะมั้ง
[ใช้ 1,000 แต้มพิชิต เพื่อเลื่อนระดับเคล็ดเซียนสวรรค์]
“อัปเลย!”
[พลังมหาเทพ: อัปเกรด — เคล็ดเซียนสวรรค์ไร้ระดับ → เคล็ดเซียนสวรรค์ระดับรอง]
[เคล็ดเซียนสวรรค์ระดับรอง: เพิ่มความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในวิชาที่ฝึกฝนเทียบเท่า 100 ปี จุดตันเถียนและเส้นลมปราณได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ สามารถหลอมรวมวิชากำลังภายใน เพื่อดูดซับคุณสมบัติของวิชานั้น ๆ เข้ามาผสานกับเคล็ดเซียนสวรรค์ได้ ปัจจุบันสามารถหลอมรวมได้ 3 วิชา และวิชาที่หลอมรวมสามารถสับเปลี่ยนได้]
“หา??”
หลี่หมู่ถึงกับตาโตเท่าไข่ห่าน
หลอมรวมวิชากำลังภายใน?
แถมยังดูดซับคุณสมบัติเข้ามาผสานกับเคล็ดเซียนสวรรค์ได้อีก?
แบบนี้ก็น่าสนใจสิ หลี่หมู่เริ่มปิ๊งไอเดียขึ้นมาแล้ว
ในเมื่อเขาขาดพลังปราณ งั้นก็แค่ไปหาวิชากำลังภายในที่ช่วยเพิ่มปริมาณพลังปราณและความเร็วในการฟื้นฟูมาหลอมรวมสักสองสามวิชาก็สิ้นเรื่อง
หลี่หมู่อดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอิบถึงความโกงของ ‘วิชาตรึงร่าง’
การที่มันหักพลังปราณเป็นเปอร์เซ็นต์ ทำให้ต่อให้หลี่หมู่ไปเพิ่มปริมาณพลังปราณรวมให้มากขึ้น มันก็ไม่ได้ช่วยลดการใช้พลังของวิชาตรึงร่างลงเลย
ต่อให้แกมีพลังปราณมหาศาลดั่งมหาสมุทร ตอนนี้วิชาตรึงร่างหักพลังปราณครั้งละ 5%
ใช้แค่ 20 ครั้ง ก็สูบพลังปราณจนแห้งหลอดแล้ว
แต่ถ้าเทียบกับผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวของวิชาตรึงร่าง หลี่หมู่ก็ทำได้แค่ยอมรับมันไป
ตอนนี้ปัญหาใหญ่ข้อแรกถือว่าพอจะแก้ได้แล้ว
แค่ต้องไปหาวิชากำลังภายในมาเสริมก็พอ
ทีนี้ก็มาถึงปัญหาข้อที่สอง
“ต่อเลย! งั้นปลดล็อก ‘ดื่มสุราเพิ่มฤทธิ์’ มาดูก่อนละกัน ว่ามันจะเจ๋งแค่ไหน”
[พลังมหาเทพ: ปลดล็อก — ดื่มสุราเพิ่มฤทธิ์]
[ดื่มสุราเพิ่มฤทธิ์: ดื่มสุราหนึ่งอึก ปลดปล่อยกลิ่นอายสุรา สร้างอาณาเขตแรงกดดันรัศมีสองเมตรรอบตัว ศัตรูในอาณาเขตจะเสียขวัญ เคลื่อนไหวเชื่องช้า ส่วนผู้ใช้จะฮึกเหิม ความเร็วการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น 5% ระยะเวลาแสดงผล 10 นาที]
อาณาเขต!
ดวงตาของหลี่หมู่เป็นประกาย แต่เขาก็พบปัญหาหนึ่งอย่างรวดเร็ว
อาณาเขตนี้ไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจนว่าลดความเร็วศัตรูลงเท่าไหร่
นั่นแสดงว่ามันไม่เหมือนวิชาตรึงร่างที่เพิกเฉยต่อระดับพลังการบ่มเพาะของเป้าหมาย
แรงกดดันที่จำกัดการเคลื่อนไหวของศัตรู จะขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย
เจอของแข็งก็อ่อน เจอของอ่อนก็แข็ง
แต่ถ้าต้องสู้กับศัตรูที่เก่งกว่า ขอแค่มันแสดงผลได้ก็พอแล้ว
ยิ่งถ้าอัปเกรดอาณาเขตให้แกร่งขึ้น พวกมอนสเตอร์ที่ระดับเท่ากับหรือต่ำกว่าเขา ภัยคุกคามก็จะยิ่งลดฮวบลงไปอีก
เหมาะกับการต่อสู้ตะลุมบอนสุด ๆ
ช่างมันเถอะ แต้มพิชิตมีเยอะ อัปเกรดมันให้ยับไปเลย!
หลี่หมู่เปิดผังทักษะของ ‘ดื่มสุราเพิ่มฤทธิ์’
เขาอัปเกรดโหนดรวดเดียวสามโหนด
[พลังมหาเทพ: อัปเกรด — ดื่มสุราเพิ่มฤทธิ์ → ขยายอาณาเขตเป็นรัศมี 5 เมตร]
[พลังมหาเทพ: อัปเกรด — ดื่มสุราเพิ่มฤทธิ์ → เพิ่มระยะเวลาแสดงผลเป็น 15 นาที]
[พลังมหาเทพ: อัปเกรด — ดื่มสุราเพิ่มฤทธิ์ → พันธมิตรในอาณาเขตได้รับโบนัสความเร็วด้วย]
สามโหนดนี้สูบแต้มพิชิตของหลี่หมู่ไปถึง 400 แต้ม
เหลือแต้มพิชิต 5,480 แต้ม
หลี่หมู่กระโดดลงจากเตียง พลองดอกหนามกับเสื้อคลุมป้องกันถูกวางไว้ข้างเตียงเรียบร้อยแล้ว
เขาหยิบพลองดอกหนามขึ้นมาเดาะกะน้ำหนักดู
“ต่อไป เอาเศษแต้มที่เหลือไปเทให้วิชาเทพศัสตราให้หมด!”
วิชาเทพศัสตรากับวิชาแบกภูเขาคือรากฐานพลังรบของเขา
ถึงจะต้องหาลูกเล่นใหม่ ๆ มาเสริม แต่สองวิชานี้จะปล่อยปละละเลยไม่ได้เด็ดขาด
[พลังมหาเทพ: อัปเกรด — วิชาเทพศัสตรา → เพิ่มน้ำหนักปัจจุบันเป็น 1,155 ชั่ง]
ทันทีที่อัปเกรดเสร็จ น้ำหนักในมือก็หน่วงฮวบลงอย่างรวดเร็ว
จู่ ๆ หลี่หมู่ก็รู้สึกเหมือนได้กลับไปเกิดใหม่
ตอนนี้ของที่อยู่ในมือเขา หนักตั้งครึ่งตันเชียวนะ!
ลองนึกถึงตอนอยู่บนโลกมนุษย์สิ อย่าว่าแต่พันชั่งเลย แค่แบกน้ำสองถังขึ้นบันได เขาก็หอบแดกแล้ว!
“อีก 500 แต้มลงให้วิชาแบกภูเขา”
[พลังมหาเทพ: อัปเกรด — วิชาแบกภูเขา → เพิ่มพละกำลังเป็นแปดพยัคฆ์เก้ากระทิง]
อัปเกรดครั้งนี้ ต่อให้น้ำหนักของพลองเพิ่มไปถึงหนึ่งตันครึ่ง วิชาแบกภูเขาก็น่าจะยังเอาอยู่สบาย ๆ
ตอนนี้เขาเหลือแต้มพิชิตอยู่ 4,500 แต้ม
หลี่หมู่ตัดสินใจปลดล็อก ‘วิชาฟูเถียน’ ต่อ
[พลังมหาเทพ: ปลดล็อก — วิชาฟูเถียน]
[วิชาฟูเถียน: สร้างมิติสวรรค์สำหรับเพาะปลูก จิตวิญญาณสามารถเข้าไปพักอาศัย เพาะปลูกสมุนไพรและของวิเศษเพื่อนำมาใช้งานได้]
ปลูกผักทำฟาร์มเรอะ??
หลี่หมู่เกิดความสนใจขึ้นมาทันที เขาลองส่งจิตวิญญาณเข้าไปในวิชาฟูเถียนดู
พริบตาเดียว จิตวิญญาณของเขาก็หลุดออกจากร่าง พุ่งเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง
ภาพเบื้องหน้าเปิดกว้างสว่างไสว!
มีทั้งท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ก้อนเมฆ และฝูงนกที่บินโฉบไปมา
นี่มันดินแดนอันงดงามชัด ๆ
พื้นดินราบเรียบสุดลูกหูลูกตา ปกคลุมไปด้วยผืนหญ้าเขียวขจี
แต่พอหลี่หมู่เดินถอยหลังไปนิดเดียว เขาก็พบกับกำแพงกระจกใสที่ทอดยาวขึ้นไปบนท้องฟ้า
เห็นได้ชัดว่าพื้นที่นี้มีขอบเขตจำกัด
“มายคราฟต์ในชีวิตจริงงั้นสิ?”
หลี่หมู่พึมพำพลางเดินสำรวจไปรอบ ๆ ไม่นานก็หาขอบเขตทั้งสี่ด้านเจอ
พื้นที่ตรงกลางไม่ได้ใหญ่มากนัก กะด้วยสายตาน่าจะสักสิบหมู่
หลี่หมู่ถอนจิตวิญญาณออกจากวิชาฟูเถียน
วิชานี้ก็มาในรูปแบบของผังทักษะเหมือนกัน
หลี่หมู่ผลาญแต้มพิชิตไป 600 แต้มรวด เพื่อปลดล็อกสี่โหนด
[พลังมหาเทพ: อัปเกรด — วิชาฟูเถียน → ขยายพื้นที่เป็น 20 หมู่]
[พลังมหาเทพ: อัปเกรด — วิชาฟูเถียน → ได้รับตาน้ำพุวิญญาณ 1 บ่อ]
[พลังมหาเทพ: อัปเกรด — วิชาฟูเถียน → สิ่งมีชีวิตในโลกจริงสามารถเข้าไปได้]
[พลังมหาเทพ: อัปเกรด — วิชาฟูเถียน → ขยายพื้นที่เป็น 40 หมู่]
เหตุผลที่ยอมทุ่มแต้มอัปเกรดเยอะขนาดนี้ ก็เพราะเขาตั้งใจจะปลูกสมุนไพรในนี้นั่นเอง
ในคำอธิบายระบุไว้ชัดเจนว่า การเพาะปลูกในวิชาฟูเถียน และรดน้ำด้วยตาน้ำพุวิญญาณ สมุนไพรที่งอกเงยออกมาและความเร็วในการเติบโต จะแตกต่างจากสมุนไพรธรรมดาลิบลับ
การจะใช้ ‘วิชาปรุงยา’ จำเป็นต้องใช้สมุนไพรอีกมหาศาลเลยทีเดียว
แต้มพิชิตของเขาตอนนี้เหลือ 3,800 แต้ม
หลี่หมู่ตั้งใจจะกั๊กไว้สัก 2,000 แต้มเพื่อเป็นทุนสำรอง
เพราะเขาเล็งไว้แล้วว่าจะเอาแต้มพวกนี้ไปทะลวงเป้าหมายเล็ก ๆ อย่างการเพิ่มน้ำหนักวิชาเทพศัสตราให้ถึงหนึ่งตัน
ดังนั้น ตอนนี้หลี่หมู่จึงปลดล็อกฤทธิ์มหาเทพได้อีกแค่อย่างเดียวเท่านั้น
สายตาของเขาจึงเหลือบไปมองฤทธิ์มหาเทพที่ราคา 300 แต้มพิชิต
[พลังมหาเทพ: ปลดล็อก — วิชาแยกกาย]