แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 55 เคล็ดเซียนสวรรค์ระดับรอง
ตูม!
ทันทีที่คำว่า ‘ขุนศึกหมาป่าหนุ่ม’ หลุดออกจากปาก ทุกคนในแผนกก็ฮือฮากันใหญ่
ตามมาด้วยเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดีที่ดังกึกก้องยาวนานไม่ขาดสาย!
โดยเฉพาะพวกทหารกองหนุนหน้าใหม่ ต่างก็ฮึกเหิมกันสุด ๆ!
เรียกได้ว่าตอนนี้หลี่หมู่กลายเป็นสัญลักษณ์ของทหารกองหนุนหน้าใหม่ไปครึ่งตัวแล้ว
200 แต้มผลงาน สามารถเลื่อนยศเป็นขุนศึกหมาป่าหนุ่มได้ หลี่หมู่เป็นทหารกองหนุน จึงไม่ต้องผ่านการสอบประเมิน
แต่แต้มผลงานน่ะเป็นสิ่งที่ได้มายากเย็นแสนเข็ญนะเว้ย
ต้องสร้างผลงานโดดเด่นในสนามรบจริง ๆ ถึงจะได้มา
ขุนศึกหมาป่าหนุ่มวัยสิบแปดปีเนี่ยนะ!
หาได้ยากมากเลยนะจะบอกให้
แม้แต่หลี่หมู่เองก็ยังแอบอึ้ง
ตามที่เขากะไว้ การรบครั้งนี้ได้อย่างมากก็สักเจ็ดแปดสิบแต้มผลงานก็หรูแล้ว
ไม่คิดเลยว่าจะได้เพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัว!
แต่ไม่นานเขาก็ถึงบางอ้อ นี่คือความหวังดีของหวังหลงเฉิงนั่นเอง
การที่เอาวีรกรรมของทีมหลี่หมู่ไปโปรโมตให้เป็นที่รู้จัก
ก็เพื่อจะได้ใช้เป็นข้ออ้างขอแต้มผลงานให้หลี่หมู่ได้เยอะ ๆ ไงล่ะ
ก็ทุกคนเห็นกันหมดแล้วนี่ ว่าหลี่หมู่สู้สุดชีวิตเพื่อปกป้องเพื่อนร่วมทีม ยืนหยัดจนวินาทีสุดท้าย แถมยังฆ่ามอนสเตอร์ไปได้เยอะกว่าสถิติสูงสุดของการฉายเดี่ยวซะอีก!
ถ้านักรบที่ทุ่มเทขนาดนี้ไม่ได้แต้มผลงานเยอะ ๆ ล่ะก็
แล้วนักรบคนอื่นจะคิดยังไง?
สร้างผลงานโบแดงขนาดนี้ ให้แค่ไม่กี่สิบแต้ม? ล้อเล่นป่ะเนี่ย?
แน่นอนว่า การทำแบบนี้ของหวังหลงเฉิงก็ไม่ได้ถือเป็นการบีบบังคับเบื้องบนหรอกนะ
การที่เบื้องบนมอบแต้มผลงานให้หลี่หมู่เยอะ ๆ มันก็มีข้อดีเหมือนกัน เพราะจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ทหารคนอื่น ๆ ได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
หลี่หมู่รับเหรียญรางวัลมา แล้วทำความเคารพแบบอัศวินตามระเบียบเป๊ะ
“ขอบคุณครับท่านผู้บัญชาการ!”
เขามองเห็นแล้วว่า ในกล่องนั้นนอกจากจะมีเหรียญตราผู้พิทักษ์ชั้นสองแล้ว ยังมีเข็มกลัดยศขุนศึกหมาป่าหนุ่มอีกอันด้วย
บนเข็มกลัดยศขุนศึกหมาป่าหนุ่ม สลักเป็นรูปหัวหมาป่าวัยเยาว์
ดูดุดันแต่ก็ยังแฝงความไร้เดียงสาเอาไว้
ตามระเบียบการมอบเหรียญรางวัล การมอบยศขุนศึกหมาป่าหนุ่ม โดยมีขุนศึกหมาป่าอาวุโสเป็นผู้ทำพิธี ถือว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว
ชายร่างกำยำตรงหน้าผู้นี้ก็คือขุนศึกหมาป่าอาวุโส ยศทางทหารก็พอ ๆ กับฉินจ้านเย่นั่นแหละ
“ไปเถอะ! ฉันรอคอยที่จะเห็นเธอสร้างผลงานใหม่ ๆ อยู่นะ!”
ขุนศึกหมาป่าอาวุโสทำความเคารพตอบ แล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าแผนกไป
จ้าวเหมยถิงกับเพื่อน ๆ เดินเข้ามาหาและร่วมแสดงความยินดี
แต่ละคนทำตาโตเป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขอลูบ ๆ คลำ ๆ เหรียญรางวัลของหลี่หมู่กันใหญ่
“เป็นไงล่ะ ปล่อยให้พวกเรารักษาตัวไป ส่วนนายคงคันไม้คันมืออยากจะไปรับภารกิจใหม่แล้วสิ”
ซ่งเปียวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอิจฉานิด ๆ
เขารู้ตัวดีว่า ด้วยความสามารถกาก ๆ ของตัวเอง คงไม่มีโอกาสได้ร่วมทีมกับหลี่หมู่อีกแล้ว
นี่คือครั้งแรก และครั้งสุดท้าย
ถ้าหลี่หมู่ต้องมาแบกเขาหรือจางเฮ่อเอาไว้ ก็มีแต่จะเป็นตัวถ่วงเปล่า ๆ
หลี่หมู่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ
“ผมกะว่าจะพักทำใจสักสองสามวันก่อน ค่อยกลับโรงเรียนไปปรับพื้นฐานระดับขั้นสามให้แน่นก่อนน่ะครับ”
“นั่นสินะ ลงไปคราวหน้า นายคงต้องไปทำภารกิจที่ยากกว่านี้แล้วล่ะ”
หม่าจวินพยักหน้าเห็นด้วย
คุยกันต่ออีกพักใหญ่ หลี่หมู่ก็ขอตัวลากลับ แล้วมุ่งหน้าตรงดิ่งไปยังโซนเสบียงของกองทัพจิ้นหยวนทันที
หลังจากผ่านการฆ่าล้างบางมอนสเตอร์เมื่อวาน บวกกับแต้มสมทบที่หลี่หมู่ยังไม่ได้ใช้ก่อนหน้านี้
ตอนนี้หลี่หมู่มีแต้มสมทบตุนไว้ถึง 6,210 แต้มแล้ว
ถือว่าเยอะมากเลยนะเนี่ย
นี่ยังไม่นับรวมแต้มสมทบ 2,000 แต้มที่ได้แถมมาพร้อมกับแต้มผลงานอีกนะ
ในกองทัพจิ้นหยวน แต้มสมทบมีค่ามากกว่าเงินทองเยอะ
แต่สำหรับหลี่หมู่แค่นี้ยังถือว่าน้อยไป
เพราะเขาเดินวนในโซนวิชาตั้งนานสองนาน ก็ซื้อได้แค่วิชากำลังภายในระดับสูงแค่ชุดเดียวเท่านั้น!
แถมยังราคาตั้ง 4,000 แต้มสมทบ และต้องมีแต้มผลงาน 200 แต้มขึ้นไปถึงจะซื้อได้อีก
หลี่หมู่ไม่รอช้า จ่าย 4,000 แต้มสมทบ สอย ‘เคล็ดวิชาคืนพฤกษา’ มาครองทันที
ถ้าเอาวิชานี้ไปขายในตลาดบนโลกมนุษย์ล่ะก็ อย่างต่ำ ๆ ก็ต้องมีห้าแสนหยวนอัป
เคล็ดวิชาคืนพฤกษา ถือเป็นวิชาที่ค่อนข้างแปลกแหวกแนวในบรรดาวิชาระดับสูงด้วยกัน
วิชาระดับเดียวกันส่วนใหญ่ มักจะมีการระบุธาตุชัดเจน
เช่น คนที่ฝึกวิชากำลังภายในธาตุไฟ เวลาใช้วิชาต่อสู้ธาตุไฟ ก็จะยิ่งเสริมพลังให้รุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว
คนที่ฝึกวิชากำลังภายในสายความเร็ว ก็จะใช้วิชาต่อสู้สายความเร็วได้พลิ้วไหวกว่าเดิม
นอกจากนี้ยังมีวิชากำลังภายในอีกหลายสาย
เช่น สายป้องกัน สายกายภาพ สายเสริมพลังจิตวิญญาณ สายเบญจธาตุ และอื่น ๆ อีกเพียบ
พรสวรรค์ วิชากำลังภายใน และวิชาต่อสู้ สามอย่างนี้ต้องนำมาผสมผสานและเกื้อกูลกัน
นักรบต้องคอยคลำหาทาง สร้างความเข้าใจในแบบฉบับของตัวเอง ถึงจะเก่งกาจขึ้นมาได้
นอกจากสายที่เน้นด้านใดด้านหนึ่งเฉพาะเจาะจงแล้ว ก็ยังมีสายแปลก ๆ แหวกแนวอีกเยอะ
เมื่อก่อนเคยมีนักรบชื่อดังคนหนึ่ง
พรสวรรค์ก็งั้น ๆ ทำได้แค่เพิ่มระยะการโจมตีให้กว้างขึ้น แต่แกดันไปฝึกวิชากำลังภายในสายพิษ!
แถมยังพกของวิเศษสายป้องกันกับสายพิษติดตัวไว้เพียบ
แล้วก็เน้นฝึกแต่วิชาต่อสู้สายความเร็วกับวิชาตัวเบา
พอถึงเวลาลงสนามรบที่มีมอนสเตอร์ยั้วเยี้ย พี่แกก็พุ่งพรวดเข้าไปกลางดงมอนสเตอร์เลย
ไปทางไหน ก็ปล่อยหมอกพิษฟุ้งกระจายไปทั่ว มอนสเตอร์โดนพิษเข้าไปก็แข้งขาอ่อนปวกเปียกกันหมด
เปิดทางให้นักรบกองทัพจิ้นหยวนคนอื่น ๆ บุกเข้าไปฟันมอนสเตอร์ขาดกระจุยเป็นผักปลา
ส่วนพี่แกก็อาศัยความพลิ้วหนีรอดออกมาจากดงมอนสเตอร์ได้แบบไร้รอยขีดข่วน
ไม่ได้ฆ่ามอนสเตอร์เองเลยสักตัว แต่ดันคว้าความดีความชอบอันดับหนึ่งในศึกนั้นไปครองเฉย!
และสำหรับเคล็ดวิชาคืนพฤกษานี้
จุดเด่นเพียงอย่างเดียวของมันก็คือ ‘เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูพลังปราณ’
แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้มันติดโผวิชาระดับสูงได้
ถึงจะถูกมองว่าเป็นวิชา ‘ดาด ๆ’ ที่ไม่ค่อยมีคนอยากเลือกเรียน
แต่มันกลับเป็นสิ่งที่หลี่หมู่ต้องการมากที่สุดในตอนนี้
แต้มสมทบที่เหลือไม่พอซื้อวิชาระดับสูงอีกแล้ว
หลี่หมู่เลยควักอีก 260 แต้มสมทบ สอยวิชากำลังภายในระดับพื้นฐานมาอีกสองชุด
ยังไงซะวิชากำลังภายในพวกนี้ก็สามารถสับเปลี่ยนได้ในภายหลัง เอามาใช้แก้ขัดไปก่อนก็แล้วกัน
หลี่หมู่เลือกห้องฝึกส่วนตัวห้องหนึ่ง แล้วเริ่มดูดซับความเข้าใจจากวิชาทั้งสามชุดทันที
[พลังมหาเทพ: เคล็ดเซียนสวรรค์ระดับรองได้หลอมรวม ‘เคล็ดวิชาคืนพฤกษา’ เพิ่มคุณสมบัติ ‘คืนพฤกษา’]
[คืนพฤกษา: เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูพลังปราณอย่างมหาศาล]
[พลังมหาเทพ: เคล็ดเซียนสวรรค์ระดับรองได้หลอมรวม ‘เคล็ดวิชาปราณพฤกษา’ และ ‘เคล็ดวิชาใจจำนง’ เพิ่มคุณสมบัติ ‘ปราณพฤกษา’ และ ‘ใจจำนง’]
[ปราณพฤกษา: เพิ่มความหนาแน่นของพลังปราณเล็กน้อย]
[ใจจำนง: ลดปริมาณการใช้พลังปราณลงเล็กน้อย เมื่อใช้วิชาต่อสู้ระดับเดียวกัน]
สถานะของเคล็ดเซียนสวรรค์ระดับรองในปัจจุบัน:
[เคล็ดเซียนสวรรค์ระดับรอง: เพิ่มความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในวิชาที่ฝึกฝนเทียบเท่า 100 ปี จุดตันเถียนและเส้นลมปราณได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ สามารถหลอมรวมวิชากำลังภายใน เพื่อดูดซับคุณสมบัติของวิชานั้น ๆ เข้ามาผสานกับเคล็ดเซียนสวรรค์ได้ ปัจจุบันมีคุณสมบัติ ‘คืนพฤกษา’ ‘ปราณพฤกษา’ ‘ใจจำนง’ วิชาที่หลอมรวมสามารถสับเปลี่ยนได้]
หลังจากหลอมรวมวิชากำลังภายในครบทั้งสามชุด
หลี่หมู่ก็บิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสายยาว ๆ
เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่พลุ่งพล่านอยู่ในตัว ดูเหมือนมันจะหนาแน่นขึ้นจริง ๆ
ถึงเคล็ดวิชาปราณพฤกษาจะเป็นแค่วิชาระดับพื้นฐาน
แต่การที่หลี่หมู่สามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของพลังปราณ
ก็แสดงว่าผลลัพธ์ของมันชัดเจนมาก
ก็นะ ระดับวิชากำลังภายในเชียวนะ
มันคือวิชาหลักเพียงวิชาเดียวที่สามารถผลักดันให้นักรบคนหนึ่งเก่งกาจขึ้นมาได้
แต่พอมาอยู่ในมือเขา กลับกลายเป็นแค่คุณสมบัติเสริมซะงั้น
หลี่หมู่ไม่รอช้า ลองใช้วิชาเจ็ดสิบสองการแปลงกาย แปลงร่างเป็นยุงทันที
พลังปราณในร่างเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง
แต่จุดตันเถียนกลับทำงานอย่างบ้าคลั่ง!
ร่างกายของเขาดูดซับพลังงานรอบ ๆ ตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับฟองน้ำที่แห้งผาก เพื่อฟื้นฟูพลังปราณ
ถึงแม้ความเร็วในการฟื้นฟูจะยังตามหลังความเร็วในการเผาผลาญอยู่มาก
แต่ก็ชดเชยพลังปราณที่เสียไปได้ถึงหนึ่งในห้าหรือหนึ่งในหกเลยทีเดียว
แค่นี้ก็ถือว่าโคตรโหดแล้ว!
หลี่หมู่คืนร่างเดิม อารมณ์ดีสุด ๆ!
จุดอ่อนใหญ่สุดตอนนี้ถือว่าแก้ปัญหาไปได้เปราะหนึ่งแล้ว
จังหวะนั้นเอง มือถือของหลี่หมู่ก็ดังขึ้น
เป็นสายจากจ้าวชิงซาน ครูประจำชั้นนั่นเอง
วันนี้หลี่หมู่ไม่ได้ลางาน
ในฐานะครูประจำชั้น จ้าวชิงซานก็ต้องโทรมาถามไถ่ตามหน้าที่
พอรู้ว่าหลี่หมู่กำลังจะกลับโรงเรียน
จ้าวชิงซานก็ยิ้มแล้วบอกว่า
“ที่จริงก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรหรอก ถ้านายติดธุระที่กองทัพจิ้นหยวน ก็แค่ส่งข้อความมาบอกฉันให้รู้ว่านายปลอดภัยก็พอแล้ว”
“อ้อ จริงสิ เรื่องที่จางจือเหวยกับลู่เฉินเฟิงย้ายโรงเรียน นายรู้เรื่องหรือยัง?”
หลี่หมู่ชะงักไปนิด
“หา?”
“ดูท่าจะยังไม่รู้สินะ ลู่เฉินเฟิงกับจางจือเหวยย้ายมาอยู่โรงเรียนเราแล้วนะ”
“ชัดเลยว่าตามนายมา ถ้านายกลับมา ก็แวะไปทักทายสองคนนั้นหน่อยละกัน”
“พวกเธอสามคนล้วนเป็นเด็กหัวกะทิ ถ้าสนิทกันไว้ พลังของพวกเธอรวมกันมันจะยิ่งแข็งแกร่งนะ”
จ้าวชิงซานพูดเป็นนัย ๆ
อนาคตของเด็กสามคนนี้ต้องไปได้ไกลแน่ ๆ ถ้าสามารถสร้างคอนเน็กชันที่แน่นแฟ้นกันตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนล่ะก็
วันข้างหน้าจะได้คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อนาคตสดใสแน่นอน
“ครับ ขอบคุณที่บอกครับอาจารย์”
คุยกันเสร็จ หลี่หมู่ก็วางสาย
จางจือเหวยกับลู่เฉินเฟิงย้ายมาอยู่โรงเรียนเขาเนี่ยนะ?
หรือว่าเป็นเพราะเรื่องการจัดอันดับทรัพยากรของโรงเรียน?
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่หมู่ก็เดินพลางเปิดข่าวในมือถือดูพลาง
จริงด้วย!
ข่าวที่เกี่ยวข้องอธิบายเรื่องราวทั้งหมดไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
โรงเรียนเฮยสุ่ยถูกจัดอันดับอย่างไม่เป็นธรรม จนกลายเป็นตัวตลก
จางจือเหวยกับลู่เฉินเฟิงจึงทยอยย้ายโรงเรียน เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนโรงเรียนเฮยสุ่ย
การกระทำนี้ ทำให้โรงเรียนวูตาวเซิ่งหลงและโรงเรียนวูตาวฉงหมิงได้รับผลกระทบอย่างหนัก
โดยเฉพาะโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลง เพราะเบื้องหลังจางจือเหวยคือกลุ่มบริษัทตระกูลจาง ซึ่งเป็นนายทุนใหญ่ของโรงเรียน
การย้ายออกของจางจือเหวย เท่ากับเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงก้อนโตของโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลงไปเลย
ยิ่งไปกว่านั้น การกระทำของทั้งคู่ยังทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงความไม่โปร่งใสในการจัดอันดับทรัพยากรของโรงเรียนเฮยสุ่ย
หลังจากเรื่องราวบานปลายมาสองวัน ตอนนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงระดับชาติไปแล้ว
ทุกคนต่างเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรออกมาชี้แจง
การจัดอันดับทรัพยากรสามารถอัปเดตได้เพียงเดือนละครั้ง หลังจากที่ศึกแรกที่แดนเหวของแต่ละโรงเรียนจบลง
ถ้าจะอัปเดตใหม่ ก็ต้องรอให้ถึงเดือนหน้า
หรือไม่ก็ต้องรอให้มีการเปลี่ยนแปลงอันดับในการแข่งขันระดับโรงเรียนครั้งใหญ่ครั้งต่อไป
ตอนนี้กระทรวงทรัพยากรตกอยู่ในที่นั่งลำบากสุด ๆ
ถ้าเปลี่ยนอันดับให้โรงเรียนเฮยสุ่ยทันที ก็เท่ากับเป็นการยอมรับว่าตัวเองทำงานผิดพลาด
แต่ถ้าไม่เปลี่ยน กระแสกดดันก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ขืนปล่อยไว้แบบนี้ ความน่าเชื่อถือของกระทรวงทรัพยากรต้องดิ่งลงเหวแน่ ๆ
คิดถึงตรงนี้
หลี่หมู่ก็ยกยิ้มมุมปาก
เขาชักอยากจะเห็นหน้าไอ้ลูกคุณหนูโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลงกับลุงของมันซะแล้วสิ ว่าตอนนี้จะทำหน้ายังไง