แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 56 แค่สั่งปิดร้านน่ะเหรอ เรื่องหมู ๆ
ตระกูลหลี่ ห้องจัดเลี้ยง
ตั้งแต่คราวที่แล้วที่ลุงใหญ่โทรหาหัวหน้าสาขาถนนจี๋เสียง แล้วโดนอีกฝ่ายด่าเปิงกลับมา หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็ไม่เคยรับสายเขาอีกเลย
ตอนนี้หลี่หมู่กลายเป็นหนามยอกอกของคนตระกูลหลี่ไปซะแล้ว!
เดิมทีหลังจากเตะไอ้ขยะนี่ออกจากตระกูล พวกเขาก็แค่รอให้หลี่หมู่ไปตายเอาดาบหน้าก็พอ
พวกเขายังมีธุรกิจตระกูลอีกตั้งมากมายให้ต้องดูแล
มีความเจริญรุ่งเรืองและเงินทองให้กอบโกย
แต่ใครจะไปคิดว่าหลี่หมู่ตัวแค่นี้ จะกลับมาป่วนจนตระกูลหลี่วุ่นวายไปหมด
เวลานี้ในห้องจัดเลี้ยงได้เตรียมโต๊ะอาหารและสุราไว้พร้อมสรรพ
คนตระกูลหลี่ดูเหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่
หลี่เสี่ยวหาวที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะแสดงสีหน้าหงุดหงิดรำคาญใจที่สุด
“พ่อ! ก็แค่หัวหน้าฝ่ายกระทรวงพาณิชย์กระจอก ๆ คนนึงไม่ใช่หรือไง!”
“เมื่อก่อนตอนมาบ้านเรา ยังต้องหิ้วของขวัญมาประเคนให้ตั้งเยอะตั้งแยะ!”
“ทำไมตอนนี้เราต้องมาจัดโต๊ะเลี้ยงต้อนรับมันด้วยเนี่ย? ให้เกียรติมันเกินไปหรือเปล่า?”
อาเจ๊กของหลี่หมู่ตวัดสายตาขุ่นขวางใส่ลูกชายตัวเอง
“แกหุบปากไปเลย!”
เขาแอบด่าในใจว่า ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะไอ้ลูกไม่ได้เรื่องอย่างแกนั่นแหละ
ลงแข่งศึกแรกที่แดนเหว ดันคว้ามาได้แค่อันดับที่สามสิบเอ็ด!
ทำเอาท่าทีที่หลายคนมีต่อตระกูลหลี่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า!
ช่วงสองวันนี้ตระกูลหลี่กำลังมีโปรเจกต์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมทางการแพทย์
อีกฝ่ายรับผิดชอบเรื่องเงินทุนและห่วงโซ่อุปทานสมุนไพรทั้งหมด
ส่วนตระกูลหลี่มีหน้าที่จัดการเรื่องขั้นตอนการขออนุมัติทางการแพทย์ที่ค่อนข้างยุ่งยาก
ตอนที่ตระกูลหลี่เพิ่งมีคนปลุกพรสวรรค์ระดับ S ได้ รัฐมนตรีและหัวหน้าฝ่ายของกระทรวงพาณิชย์ถึงกับมาเยือนถึงหน้าประตูบ้านด้วยตัวเอง
ตอนนั้นของขวัญที่ติดไม้ติดมือมาก็ไม่ใช่น้อย ๆ
แถมยังรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะคอยดูแลช่วยเหลือธุรกิจของตระกูลหลี่อย่างเต็มที่
ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ
อิทธิพลของตระกูลถือเป็นขุมพลังที่พิเศษมากในประเทศจีน
การจะดิ้นรนในแวดวงราชการ พอถึงเวลาคับขัน ถ้าไม่มีตระกูลคอยหนุนหลังสักสองสามตระกูลล่ะก็
ไม่มีทางสู้คนอื่นเขาได้หรอก
แต่สิ่งที่ตระกูลหลี่คาดไม่ถึงก็คือ พอคราวนี้โทรไปหารัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์คนนั้น
อีกฝ่ายกลับตอบรับแบบส่ง ๆ ขอไปที
เห็นได้ชัดเลยว่าไม่ได้เห็นตระกูลหลี่อยู่ในสายตาแล้ว
พอตระกูลหลี่ขอนัดเจอ รัฐมนตรีก็อ้างว่ายุ่ง
แล้วก็ส่งแค่หัวหน้าฝ่ายใต้บังคับบัญชามาแทน
ตระกูลหลี่คุยโวโอ้อวดกับพาร์ตเนอร์โปรเจกต์ไปซะดิบดีแล้ว
ตอนนี้เลยต้องจำใจกัดฟันจัดงานเลี้ยงต้อนรับหัวหน้าฝ่ายคนนี้
ถึงเมื่อก่อนตระกูลหลี่จะตกต่ำยังไง ก็ยังเป็นถึงตระกูลระดับสอง
พอมีคนปลุกพรสวรรค์ระดับ S ขึ้นมาได้ ก็นึกว่าจะไต่เต้าไปเป็นตระกูลระดับสองแนวหน้าได้สบาย ๆ
ไม่คิดเลยว่าจะต้องตกต่ำถึงขั้นต้องมาจัดโต๊ะเลี้ยงลูกน้องระดับหัวหน้าฝ่ายแบบนี้!
โคตรจะอัปยศ!
“เรื่องนี้ต้องโทษไอ้เด็กเวรหลี่หมู่นั่นคนเดียว!”
แม่เฒ่าหม่าแค่นเสียงเย็นชา กระแทกไม้เท้าในมือลงพื้นอย่างแรง
นางรู้ดีที่สุด
ที่ตระกูลต้องมาตกที่นั่งลำบากแบบนี้ ก็เพราะพลองของหลี่หมู่ที่ฟาดลุงใหญ่จนต้องคุกเข่าลงกับพื้นกลางจัตุรัสนั่นแหละ!
มันทำให้ความอ่อนแอทางพลังรบของตระกูลหลี่ถูกแฉให้คนทั่วไปเห็นเต็มสองตา!
เดิมที…
ถ้าพวกเขาสามารถจับตัวหลี่หมู่มาสั่งสอนให้หลาบจำได้
มันก็ยังพอจะกู้หน้ากลับมาได้บ้าง อย่างน้อยก็ให้คนอื่นรู้ว่าการทำให้ตระกูลหลี่โกรธจะต้องจ่ายด้วยอะไร
แต่ผลลัพธ์ล่ะ?
หลี่หมู่กลับเดินขึ้นรถของกองทัพไปหน้าตาเฉย ท่ามกลางกล้องของสื่อมวลชน!
มันอัดพวกแกซะเละ แต่ตัวมันกลับปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
นี่มันเป็นการส่งสัญญาณแบบไหนให้โลกภายนอกรู้กันล่ะ?
คราวนี้ตระกูลหลี่โดนหลี่หมู่เล่นงานเข้าให้จังเบ้อเร่อเลย!
หลี่เสี่ยวหาวหน้าบูดบึ้ง ลุกพรวดขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด
“อยากนั่งประจบก็ทำไปเถอะ! ผมไม่ขออยู่ให้เสียหมาหรอก!”
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินหนีไปทันที
ตลกสิ้นดี
เขาเป็นถึงผู้ครอบครองพรสวรรค์ระดับ S เชียวนะ
ในอนาคตจะยิ่งใหญ่คับฟ้าขนาดไหน?
จะให้เขามานั่งฉีกยิ้มประจบหัวหน้าฝ่ายกิ๊กก๊อกเนี่ยนะ?
“นั่นสิ ลูกชายฉันทำไมต้องมานั่งเอาใจไอ้หัวหน้ากระจอกนี่ด้วย?”
“ไม่เป็นไรลูก ไปพักผ่อนเถอะ”
อาซ้อรองพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
อาเจ๊กอยากจะอ้าปากด่า แต่ก็ต้องกลืนคำพูดลงคอ
เขาอยากจะด่าลูกชายว่าไอ้สวะใจจะขาด!
แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา
ตอนนี้ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตระกูลหลี่ ก็ต้องพึ่งพาเขากับลูกชายเป็นคนค้ำจุน
ขืนด่าลูกตัวเองว่าเป็นสวะ มันก็เหมือนตบหน้าตัวเองไม่ใช่หรือไง?
คนอื่น ๆ ในตระกูลหลี่ต่างนิ่งเงียบ บรรยากาศอึมครึมสุด ๆ
โดยเฉพาะลุงใหญ่
ตั้งแต่โดนหลี่หมู่อัดวันนั้น เขาก็แทบจะไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรในบ้านอีกเลย
ตอนนี้เขาแค้นจนอยากจะฉีกเนื้อไอ้ชาติหมาหลี่หมู่ให้ขาดเป็นชิ้น ๆ
หลี่เสี่ยวหาวเพิ่งเดินคล้อยหลังไป
พ่อบ้านก็พาคนคนหนึ่งเดินเข้ามาจากประตู
อาเจ๊กกับลุงใหญ่รีบลุกพรวดขึ้นมาทันที
“หัวหน้าหลิว ขออภัยที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับนะครับ”
อาเจ๊กหัวเราะร่วนพลางเดินเข้าไปประสานมือคารวะ
หัวหน้าหลิวปั้นหน้ายิ้ม แต่ในใจกลับหงุดหงิดสุด ๆ
รู้ว่าไม่ได้ออกไปต้อนรับแล้วทำไมมึงไม่ออกไปต้อนรับล่ะวะ? มาพ่นคำพูดไร้สาระอยู่ได้!
“ท่านรัฐมนตรีค่อนข้างยุ่งน่ะครับ เลยส่งผมมาดูว่าทางตระกูลหลี่ต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง”
สีหน้าของอาเจ๊กเจื่อนลงทันที
อีกฝ่ายสื่อความหมายชัดเจนว่า กูมาในฐานะตัวแทนรัฐมนตรี มึงไม่ออกไปต้อนรับกู กูไม่พอใจเว้ย!
“ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่ครับ ๆ หัวหน้าหลิวอุตส่าห์สละเวลามา พวกเราซาบซึ้งใจมากครับ”
“เชิญนั่งครับ อาหารและเหล้าเตรียมไว้พร้อมแล้ว พวกเรามาดื่มไปคุยไปกันเถอะ”
ทุกคนเชิญให้หัวหน้าหลิวนั่งลง
หัวหน้าหลิวหันไปทักทายแม่เฒ่าหม่า คุยสัพเพเหระกันสองสามประโยค
หลังจากคุยเล่นกันพักหนึ่ง ในที่สุดบทสนทนาก็เข้าสู่ประเด็นหลัก
พอหัวหน้าหลิวฟังคำขอเรื่องการอนุมัติยาของตระกูลหลี่จบ เขาก็ทำหน้าลำบากใจทันที
“แหม พวกคุณก็รู้นี่นา เรื่องการอนุมัติยาน่ะ มันเป็นอะไรที่เข้มงวดที่สุดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
“ยิ่งเป็นยาเสริมกายากับยาน้ำด้วยแล้ว ยิ่งเข้มงวดหนักเข้าไปอีก”
“เรื่องนี้คงจัดการให้ยากหน่อยนะครับ”
พูดไปหัวหน้าหลิวก็ส่ายหน้าไป พลางคีบกับข้าวเข้าปาก
จู่ ๆ เขาก็เอ่ยชมขึ้นมา
“โอ้โห อาหารนี่อร่อยแฮะ ปลาหอมมังกรตัวนี้คงไม่ถูกเลยสิท่า”
“อย่างน้อย ๆ ก็ต้องพันกว่าแน่ ๆ เลย?”
พอได้ยินประโยคนี้ อาเจ๊กก็หน้าถอดสีทันที
หัวหน้าหลิวกำลังแอบเสนอเงื่อนไขอยู่ชัด ๆ
แต่เปิดปากมาก็เรียกตั้งสิบล้าน!
นี่มันปล้นกันกลางแดดชัด ๆ
เขาคาดการณ์ไว้ว่ากำไรสุทธิไตรมาสแรกหลังจากโปรเจกต์นี้เริ่มผลิต ก็เพิ่งจะได้แค่นี้เองนะ!
อาเจ๊กหัวเราะแห้ง ๆ
“เอ่อ ฮ่าฮ่า ปลาตัวนี้ไม่ได้แพงขนาดนั้นหรอกครับ น่าจะราว ๆ หกร้อยเจ็ดร้อยเท่านั้นเอง”
หัวหน้าหลิวส่ายตะเกียบในมือรัว ๆ
“อ้าว? เป็นไปไม่ได้หรอก! หกร้อยเจ็ดร้อยซื้อไม่ได้เด็ดขาด! อย่างน้อยก็ต้องพันสอง!”
รัฐมนตรีให้โควตาเขามาสิบล้าน เขาขอเพิ่มอีกสองล้าน ก็เพื่อจะได้มีน้ำจิ้มตกถึงท้องตัวเองบ้างไงล่ะ
คนตระกูลหลี่ที่ฟังความนัยออก ต่างก็แค้นจนกัดฟันกรอด
ก็แค่หัวหน้าฝ่ายกระทรวงพาณิชย์กระจอก ๆ
ตระกูลหลี่ขอให้ช่วยทำเรื่องนิดหน่อย
ดันต้องใช้เงินเยอะขนาดนี้เชียวเรอะ!
นี่แปลว่าหน้าตาของตระกูลหลี่มันไม่มีค่าเลยงั้นสิ??
นี่มันจะเกินไปแล้วนะ!
แม่เฒ่าหม่ากัดฟันกรอด ฝืนยิ้มออกมาอย่างไม่เป็นธรรมชาติสุด ๆ
“ได้! หัวหน้าหลิวตาแหลมจริง ๆ! ปลาตัวนี้ราคาพันสองพอดิบพอดีเลย!”
หัวหน้าหลิวหัวเราะร่า
ตระกูลหลี่ยอมตกลงแล้ว
เขาหัวเราะพลางพูดว่า “เห็นไหมล่ะ ผมบอกแล้วไง”
แต่แม่เฒ่าหม่ากลับพูดต่อ
“แต่ว่า พวกเราอยากจะรบกวนให้หัวหน้าหลิวช่วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ สักเรื่องนึงน่ะค่ะ!”
หัวหน้าหลิววางตะเกียบลง
“เชิญแม่เฒ่าว่ามาเลยครับ!”
อีกฝ่ายกำลังยื่นเงื่อนไขให้เขาเหมือนกัน
เงินสิบสองล้านไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เขาก็พอจะช่วยได้
แม่เฒ่าหม่าสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
“ที่ถนนซิ่งฝูมีโรงตีเหล็กอยู่ร้านนึง ชื่อว่าโรงตีเหล็กจินสือ!”
“เจ้าของร้านชื่อเฉินจินสือกับหยางโหย่วหรง”
“ฉันไม่ปิดบังคุณหรอกนะ ไอ้เด็กเวรหลี่หมู่ ลูกหลานทรพีของตระกูลหลี่มันอาศัยอยู่ที่นั่น!”
“เท่าที่ฉันรู้ โรงตีเหล็กแห่งนี้มีปัญหาเยอะมาก!”
“ฉันหวังว่าทางกระทรวงพาณิชย์จะช่วยจัดการลงโทษพวกมันให้หลาบจำหน่อย!”
“ฉันเห็นว่าหัวหน้าหลิวชอบกินปลา ถ้าคุณลงโทษพวกมันได้หนักหน่วงพอ!”
“ฉันยินดีจะแถมปลาตัวละร้อยให้หัวหน้าหลิวอีกตัวนึง!”
หัวหน้าหลิวตาเป็นประกายวาววับ
แค่สั่งปิดร้านค้ากิ๊กก๊อกร้านเดียว ตระกูลหลี่ก็ยอมจ่ายตั้งหนึ่งล้านเลยเหรอ?
เงินของตระกูลหลี่นี่มันหาลื่นมือดีจริง ๆ!
“อ้อ แน่นอนอยู่แล้วครับ! การลงโทษพ่อค้าแม่ค้าหน้าเลือด มันเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว”
“กลับไปปุ๊บ ผมจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้ทันทีเลย!”
หัวหน้าหลิวตบหน้าอกรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ
แม่เฒ่าหม่าถึงกับถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
คราวก่อนที่จัตุรัส คำพูดไม่กี่ประโยคของหยางโหย่วหรง ทำเอานางแทบจะกระอักเลือดตาย!
ตอนนี้นางเกลียดนังหยางโหย่วหรงเข้าไส้
เกลียดยิ่งกว่าเกลียดหลี่หมู่ซะอีก!
ปากของนังผู้หญิงคนนั้นมันช่างร้ายกาจนัก!
ต่อให้ต้องเสียเงินสักก้อน นางก็จะทำลายธุรกิจของมันให้ป่นปี้ เพื่อสั่งสอนให้มันได้ลิ้มรสความเจ็บปวดซะบ้าง