แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 61 กักขังหน่วงเหนี่ยวครอบครัวทหาร?
หลี่หมู่ถึงบางอ้อ!
ในงานเลี้ยงฉลองการทะลุขึ้นระดับเสวียนของหวังหลงเฉิง มีหัวหน้าและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมงานเพียบ
แต่หลี่หมู่ไม่มีกะจิตกะใจจะไปจดจำใบหน้าของคนพวกนั้นหรอก
จ้าวจินเหอรีบพูดเสริมขึ้นมาทันที
“ใช่แล้วครับ ๆ! ตอนนั้นผมก็อยู่ในงานด้วยเหมือนกัน!”
“แหม บอกตามตรงนะครับ เมื่อกี้พวกเรายังพูดถึงคุณในวงเหล้าอยู่เลย”
“อายุแค่นี้ก็ได้เลื่อนยศเป็นขุนศึกหมาป่าหนุ่มแล้ว! ช่างเป็นหนุ่มน้อยที่อนาคตไกลจริง ๆ!”
“รับรองว่าอนาคตต้องรุ่งโรจน์แบบฉุดไม่อยู่แน่ ๆ!”
พอผู้บริหารทั้งสองคนนี้ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง พวกเขาก็เล็งเป้าหมายไปที่คนที่มีประโยชน์กับตัวเองที่สุดทันที
โดยมองข้ามหลี่หมู่ไปซะสนิท แต่พวกลูกน้องที่เดินตามหลังมา สังเกตเห็นหลี่หมู่ตั้งนานแล้ว
แค่พวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากมาย
ก็แน่ล่ะ พวกเขาไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานเลี้ยงระดับรองผู้บัญชาการหวังนี่นา
แต่พอได้ยินคำว่า ‘ท่านรองผู้บัญชาการหวัง!’
‘ขุนศึกหมาป่าหนุ่ม!’
แต่ละคนถึงกับเหงื่อตกจนหลังเปียกชุ่ม!
โชคดีนะที่เมื่อกี้พวกเขาไม่ได้เผลอส่งสายตาเหยียดหยามอะไรไปให้หลี่หมู่!
ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ผลที่ตามมาคงน่าสยดสยองจนไม่อยากจะคิด!
“อ้อ งั้นเหรอครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
หลี่หมู่จำใจต้องลุกขึ้นยืนตอบรับอย่างมีมารยาท
“แหม วันนี้โชคดีจริง ๆ ที่ได้มาเจอหนุ่มน้อยอนาคตไกลถึงสามคนในห้องเดียวกัน ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยครับ!”
หลี่เฉิงไฉหัวเราะร่า
แต่ในใจของเขากับจ้าวจินเหอกลับสั่นสะท้านไปด้วยความตกตะลึง!
ท่าทีที่หวังหลงเฉิงกับไป๋เถี่ยเวยมีต่อหลี่หมู่ในงานเลี้ยงวันนั้น ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของพวกเขา!
แถมตอนนี้ยังก้าวขึ้นเป็นขุนศึกหมาป่าหนุ่มด้วยวัยเพียงสิบแปดปีอีก!
ไอ้หนุ่มนี่มันไม่ใช่คนธรรมดาที่ใครจะกล้าไปตอแยด้วยแล้ว!
นี่มันคนของหวังหลงเฉิงตัวจริงเสียงจริง
หรือก็คือคนของกองทัพนั่นแหละ!
นายทหารดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งกองทัพ ลูกชายเจ้าสัวใหญ่ และลูกชายยอดตำรวจ!
แถมยังเป็นถึงสามอันดับแรกในศึกแรกที่แดนเหวอีกต่างหาก
พลังการต่อสู้ก็ไม่ต้องพูดถึง ของจริงล้วน ๆ
การที่ทั้งสามคนนี้มานั่งก๊งเหล้าด้วยกันได้
นี่มันแก๊งเด็กเทพที่มีศักยภาพน่าสะพรึงกลัวชัด ๆ!
พลังอำนาจในอนาคตของพวกนี้… ไม่อยากจะคิดเลย!
ถึงตอนนี้ จางจือเหวยกับลู่เฉินเฟิงก็พอจะเดาสถานการณ์ออกแล้ว
ลู่เฉินเฟิงนึกสนุกขึ้นมา
เขาหันไปยิ้มให้จ้าวจินเหอแล้วพูดว่า
“อ้าว! เมื่อกี้คุณลุงไม่ได้ถามเหรอว่าแขนผมไปโดนใครทำร้ายมา?”
“ก็หมอนี่แหละเป็นคนอัด!”
พูดจบ ลู่เฉินเฟิงก็ชี้ไปที่หลี่หมู่ แถมยังยกแขนที่พันผ้าพันแผลขึ้นมาโชว์อีกต่างหาก
จ้าวจินเหอหน้ามืดตาลายไปชั่วขณะ!
อะไรนะ??
คนที่ทำให้ลู่เฉินเฟิงบาดเจ็บคือหลี่หมู่เหรอ!
เมื่อกี้กูเพิ่งจะด่าไปไม่ใช่เหรอว่า ไอ้สารเลวตัวไหนมันเป็นคนทำ??
เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากของเขาทันที
ส่วนคนอื่น ๆ ก็อึ้งกิมกี่ไปตาม ๆ กัน
ลู่เฉินเฟิงที่มีพรสวรรค์ระดับ S ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องพลังป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด!
กลับโดนหลี่หมู่อัดจนต้องเข้าเฝือกเนี่ยนะ?
ดูท่าตำแหน่งขุนศึกหมาป่าหนุ่มนี่ จะได้มาเพราะฝีมือล้วน ๆ ไม่มีฟลุกแน่ ๆ
หลี่หมู่รู้ดีว่าลู่เฉินเฟิงตั้งใจจะแกล้ง
แต่คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด อีกฝ่ายก็แค่พูดเอาใจลู่เฉินเฟิงเท่านั้น
หลี่หมู่เลยยิ้มแล้วโบกมือเป็นเชิงว่าไม่ถือสาอะไร
จ้าวจินเหอถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ในใจรู้สึกขอบคุณในความใจกว้างของหลี่หมู่สุด ๆ
เขาเตรียมจะรินเหล้าคารวะหลี่หมู่สักจอก
หลี่เฉิงไฉพูดเสริมขึ้นมาอีกสองสามประโยค บรรยากาศก็กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง
ทุกคนทำท่าจะยกแก้วขึ้นดื่มฉลองให้ทั้งสามคน
หลี่หมู่เพิ่งจะรินเหล้าใส่แก้วเสร็จ
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะก็แผดเสียงร้องลั่น
พอหลี่หมู่เห็นว่าเป็นสายจากเฉินเจียฉี ลูกพี่ลูกน้องของเขา หัวคิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที
เขากล่าวขอโทษทุกคน ก่อนจะกดรับสาย
ทั้งห้องเงียบกริบ!
ถึงหลี่หมู่จะไม่ได้เปิดสปีกเกอร์โฟน แต่เสียงตะโกนของเฉินเจียฉีที่ดังลอดออกมา ก็ชัดเจนจนทุกคนได้ยิน
“พี่หมู่! เกิดเรื่องแล้ว!!”
“เกิดอะไรขึ้น! ว่ามา”
หลี่หมู่รีบเดินหลบมุมไปคุยเสียงเครียด
“พวกเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์มาสั่งปิดร้านเรา! แล้วก็จับตัวพ่อแม่กับคุณป้าไปหมดเลย!!”
เสียงร้องไห้ตะโกนฟูมฟายนี้ ดังทะลุเข้าไปถึงรูหูของหลี่เฉิงไฉกับจ้าวจินเหอชัดเจน
ทั้งคู่รู้สึกเหมือนหนังหัวชาวาบทันที!
หลี่เฉิงไฉตกใจจนมือไม้สั่น แก้วเหล้าในมือร่วงหล่นกระแทกโต๊ะเสียงดัง ‘เพล้ง’
“เธอว่าอะไรนะ??”
น้ำเสียงของหลี่หมู่เย็นเยียบลงอย่างน่ากลัว
“หนูกับน้องเพิ่งกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นป้ายยึดของกลางแปะหราอยู่หน้าร้าน คุณป้าร้านตรงข้ามบอกว่ามีรถกระทรวงพาณิชย์มาจอดสองคัน”
“พวกมันใส่ร้ายว่าพ่อแม่ซื้อวัตถุดิบที่ถูกขโมยมาจากกลุ่มบริษัทตระกูลจาง หาว่ารับซื้อของโจร! แล้วก็ลากตัวพ่อแม่หนูไปเลย!”
พอเห็นว่ามีหลี่หมู่เป็นที่พึ่ง
เฉินเจียฉีก็ตั้งสติได้เยอะ เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอย่างกระชับและชัดเจน
หลี่หมู่ฟังจบ ก็ตวัดสายตาเย็นยะเยือกไปจ้องหน้าหลี่เฉิงไฉทันที
หลี่เฉิงไฉรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกหมาป่าหิวโซจ้องขย้ำ!
และตัวเขาก็คือชิ้นเนื้อมันย่องในสายตาหมาป่าตัวนั้น!
หลี่หมู่ถามเสียงต่ำ
“รู้ไหมว่าพวกนั้นถูกจับไปไว้ที่ไหน?”
“ไม่รู้เลยพี่!” เฉินเจียฉีสะอื้น
“รอพี่อยู่ที่ร้านผลไม้นั่นแหละ!”
หลี่หมู่วางสาย แล้วค่อย ๆ ลดมือถือลง
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก หลี่เฉิงไฉกับพวกลูกน้องยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป
จางจือเหวยเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบ
“ไม่ใช่ของที่พวกเราทำหายแน่ ๆ!”
น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและเด็ดขาด
สำหรับกลุ่มบริษัทตระกูลจาง ความน่าเชื่อถือของระบบรักษาความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุด!
ต่อให้มีของหายจริง พวกเขาก็ต้องจัดการแบบเงียบ ๆ ไม่มีทางปล่อยให้เป็นข่าวครึกโครมแบบนี้เด็ดขาด!
หลี่หมู่เองก็รู้เรื่องนี้ดี
ไม่ต้องเดาก็รู้ ว่านี่คือฝีมือของตระกูลหลี่ที่ยัดเงินใต้โต๊ะให้พวกกระทรวงพาณิชย์แน่นอน
แต่มานั่งโมโหตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ เขาต้องรู้ให้ได้ว่าแม่กับน้าถูกจับไปขังไว้ที่ไหน!
และคนที่ให้คำตอบได้เร็วที่สุด ก็คือหลี่เฉิงไฉที่ยืนหน้าซีดอยู่ตรงนี้นี่แหละ
ต่อให้เขาไม่ได้มีส่วนรู้เห็น แต่พวกกระทรวงพาณิชย์ก็คือลูกน้องของเขาทั้งนั้น!
เขาต้องกดดันหมอนี่ให้ได้!
“ท่านรัฐมนตรีหลี่! ถ้ามีปัญหาอะไรกับผม ก็พูดมาตรง ๆ ได้เลยนะ”
“ทำไมต้องไปลงกับครอบครัวผมด้วยล่ะ”
“ผมทำอะไรผิดไปงั้นเหรอ บอกมาสิ ผมจะได้ขอโทษท่านสักที?”
หลี่หมู่พูดไปยิ้มไป
แต่แววตากลับแฝงไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง!
[พลังมหาเทพ: ดื่มสุราเพิ่มฤทธิ์] กำลังแสดงผลของมันเองอยู่
เมื่อกี้หลี่หมู่กระดกเหล้าไปตั้งสองอึก ไม่ใช่แค่จิบ ๆ
พอวิชานี้ทำงาน!
ในรัศมีห้าเมตร ต่อให้เป็นมอนสเตอร์ก็ยังต้องขวัญหนีดีฝ่อ ความเร็วตกลงฮวบฮาบ
นับประสาอะไรกับพวกข้าราชการที่วัน ๆ เอาแต่นั่งโต๊ะพวกนี้!
ทุกคนในห้องรู้สึกอึดอัดจนแทบจะขาดใจ เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มแผ่นหลัง
นี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกทางใจ แต่มันส่งผลถึงร่างกายจริง ๆ!
เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ตัว
พากันคิดไปว่า แรงกดดันจากวิชาดื่มสุราเพิ่มฤทธิ์ คือจิตสังหารของหลี่หมู่ล้วน ๆ!
“ท่าน… ท่านขุนศึกหลี่! เรื่องจับกุมนี่ผมไม่รู้เรื่องจริง ๆ นะครับ!”
“แต่ท่านวางใจได้เลย ผมจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาดเดี๋ยวนี้เลย!”
“ผมต้องให้คำตอบที่น่าพอใจกับท่านให้ได้ครับ!”
หลี่เฉิงไฉพูดเสียงสั่นเครือ
สองมือสั่นเทางก ๆ เงิ่น ๆ ล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋า แล้วกดโทรออกอย่างเร่งรีบ
“ผมแค่อยากรู้ว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน!”
หลี่หมู่ตวาดเสียงเย็น
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตามหาตัวครอบครัวให้เจอ ห้ามให้เกิดอันตรายเด็ดขาด
“ทราบครับ ทราบแล้วครับ!”
ระหว่างรอสาย หลี่เฉิงไฉก็พยักหน้ารับคำหลี่หมู่เป็นระยะ ๆ
พอปลายสายรับ เขาก็ตะคอกสั่งการเสียงดังลั่น
สั่งให้รีบเช็กบันทึกการจับกุมเดี๋ยวนี้เลย
แต่ไอ้อ้วนนั่นมันทำผิดกฎหมายนี่นา จะไปมีบันทึกการจับกุมอยู่ในระบบได้ยังไง
ผ่านไปครู่ใหญ่ หลี่เฉิงไฉก็ปาดเหงื่อเย็นที่ผุดขึ้นเต็มหน้า แล้วตอบว่า
“ท่านขุนศึกหลี่ครับ ไม่มีบันทึกการจับกุมในระบบเลยครับ”
“ต... แต่ท่านวางใจได้เลย เขตตะวันออกของเรามีสาขาย่อยแค่เจ็ดแห่ง ผมจะรีบไปตามหาทีละ…”
โครม!
เสียงดังสนั่น หลี่หมู่เตะโต๊ะที่ขวางทางอยู่กระเด็นกระจุย!
ก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ เดินออกจากห้องไป
รังสีอำมหิตแผ่ซ่านรอบตัว โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองหลี่เฉิงไฉกับพวกอีกเลย
เขาเดินออกจากภัตตาคารพลางกดมือถือโทรหารองจาง
เรื่องพรรค์นี้ไม่จำเป็นต้องรบกวนหวังหลงเฉิงหรอก
ตอนนี้หลี่หมู่เป็นถึงขุนศึกแห่งกองทัพจิ้นหยวน
การที่แม่ของเขาถูกจับตัวไป ก็ถือว่าเขามีสิทธิ์เรียกใช้กองกำลังรักษาความปลอดภัยของทหารได้เลย
การแจ้งให้รองจางทราบ ก็เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากเท่านั้น
พวกจางจือเหวยก็รีบวิ่งตามออกมาติด ๆ
แต่พอออกมาถึงข้างนอก
ก็เห็นหลี่หมู่กระโดดขึ้นหลังม้าศึก แล้วแผดเสียงคำรามลั่น
เหย่ากู่พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว กระโจนข้ามรถยนต์สี่ห้าคันที่จอดอยู่ริมถนนอย่างสวยงาม ก่อนจะควบตะบึงไปตามถนนใหญ่
“ท… ทำยังไงดี ผมจะอธิบายให้ท่านขุนศึกหลี่ฟังยังไงดีเนี่ย!!”
หลี่เฉิงไฉตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่ ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
จางจือเหวยตวาดเสียงเย็น
“พวกกระทรวงพาณิชย์เป็นลูกน้องคุณ ถ้าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นมา คุณคิดว่าคำอธิบายของคุณมันจะช่วยอะไรได้ไหม?”
“สั่งให้ลูกน้องของคุณปูพรมค้นหาเดี๋ยวนี้! รีบแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด”
“ถ้าช้ากว่านี้ล่ะก็ ไม่มีใครหน้าไหนช่วยคุณได้แน่!”
พูดจบ จางจือเหวยกับลู่เฉินเฟิงก็รีบกระโดดขึ้นรถของตัวเองทันที
แล้วสั่งให้คนขับออกรถ!
รถยนต์พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ไล่ตามหลี่หมู่ไปติด ๆ
จางจือเหวยก็มีม้าศึกเหมือนกัน แต่เขาไม่มีสิทธิ์ขี่ในเมืองหรอกนะ
การขี่ม้าศึกในเขตเมือง เป็นอภิสิทธิ์เฉพาะนายทหารเท่านั้น
คำพูดของจางจือเหวยเหมือนดึงสติหลี่เฉิงไฉกลับมา!
ตอนนี้มีแต่ต้องทุ่มสุดตัวเพื่อแก้สถานการณ์เท่านั้น ถึงจะรอดตาย!
เขาแหกปากเรียกจ้าวจินเหอให้ขึ้นรถอย่างลนลาน
พลางควักมือถือออกมากดสั่งการให้ระดมกำลังค้นหาตามสำนักงานย่อยทุกแห่งของกระทรวงพาณิชย์
จ้าวจินเหอกับหลี่เฉิงไฉมันก็พวกเดียวกันนั่นแหละ
เรื่องวันนี้เขาหลบเลี่ยงไม่ได้หรอก แถมยังเป็นโอกาสดีที่จะได้โชว์ฝีมือให้ลู่เฉินเฟิงเห็นด้วย
พอขึ้นรถปุ๊บ เขาก็รีบวอสั่งการให้เจ้าหน้าที่กองปราบทุกคนออกปฏิบัติการทันที!
หลี่เฉิงไฉกลัวจนขี้หดตดหายไปแล้ว!
หลี่หมู่ไม่ขับรถ แต่เลือกขี่ม้า! นี่มันบอกใบ้ชัดเจนเลยนะ!
เขาจงใจประกาศศักดาความเป็นนายทหารแห่งกองทัพจิ้นหยวนอย่างเปิดเผย
ครอบครัวของเขา ก็ถือเป็นครอบครัวของทหาร!
การที่พวกมันจับตัวครอบครัวทหารไปขังไว้ที่กระทรวงพาณิชย์ มันคือการกักขังหน่วงเหนี่ยวชัด ๆ
กักขังหน่วงเหนี่ยวครอบครัวทหาร!
ดูทรงแล้ว วันนี้ต้องมีคนซวยถึงขั้นบรรลัยแน่ ๆ!!
หลี่เฉิงไฉหวาดกลัวสุดขีด
ไอ้ความซวยนี้จะลามมาถึงตัวเขาหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ได้ถูกใจหลี่หมู่แค่ไหนแล้วล่ะ!