แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 63 สิ้นฤทธิ์ ขอความเมตตา
ไอ้อ้วนหลิวแหกปากโวยวาย
แต่พอมันถูกลากคอออกมานอกตึก มันก็ถึงกับยืนอึ้ง
ไม่ใช่แค่มันคนเดียว ลูกน้องที่เข้าไปร่วมวงทำกร่างเมื่อกี้ ต่างก็โดนอัดจนหน้าบวมปูดเป็นลูกมะกรูด
ถูกลากคอออกมานอกตึกทีละคน ๆ
หยางซู่อิงยืนอยู่ข้างนอก ยังมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หลี่หมู่ควบม้าศึกทะยานมาถึงพอดี
“พ่อ!”
“แม่!”
เฉินเจียฉีกับเฉินเจียเฟิงร้องเรียกเสียงหลง
ทั้งคู่กระโดดลงจากหลังม้า แล้วโผเข้ากอดพ่อแม่ทันที
หลี่หมู่ก็รีบวิ่งเข้าไปหาหยางซู่อิงเช่นกัน
“แม่ ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”
หยางซู่อิงรีบส่ายหน้ารัว ๆ
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ สบายใจได้”
แต่หลี่หมู่กลับโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เพราะเขาเห็นรอยช้ำสีแดงอมม่วงที่ข้อมือของแม่กับน้าชัดเจน
นั่นมันรอยถูกกุญแจมือรัดแน่นชัด ๆ!
ในตอนนั้นเอง เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารนอกเครื่องแบบสิบกว่าคน ก็ลากตัวพวกชายฉกรรจ์ที่บาดเจ็บออกมาจนหมด
แม้แต่พวกเจ้าหน้าที่ในตึกที่ไม่ได้ขัดขืน ก็ยังถูกต้อนให้ออกมานั่งยอง ๆ เรียงแถวกันอยู่ตรงมุมกำแพง
พวกเจ้าหน้าที่พวกนี้พอเห็นสภาพอันน่าอนาถของไอ้อ้วนหลิวกับพรรคพวก ก็ไม่มีใครกล้าหือแม้แต่น้อย
แถมพวกที่เข้ามาบุกจับก็ไม่ได้ใส่เครื่องแบบอะไรเลย พวกเขานึกว่าเจอโจรปล้นซะอีก!
ยังแอบสงสัยอยู่เลยว่า พวกโจรมันใจกล้าบ้าบิ่นขนาดไหน ถึงกล้าต้อนพวกเขาออกมาประจานกลางถนนแบบนี้?
ไอ้อ้วนหลิวยังไม่วายปากดี แผดเสียงโวยวายไม่หยุด
“ไอ้ชาติชั่ว! พวกมึงเป็นใครวะ?”
“ที่นี่กระทรวงพาณิชย์นะเว้ย! สถานที่ราชการ!”
“กล้าดียังไงมาทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ!!”
“พวกมึงมันทำตัวเหนือกฎหมายชัด ๆ!!”
หลี่หมู่กำลังจะเดินเข้าไปซักไซ้
จู่ ๆ ชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
คนคนนั้นก็คือ ‘หัวหน้าหลิว’ ที่เพิ่งไปเยือนตระกูลหลี่มานั่นเอง
พอไอ้อ้วนหลิวเห็นหัวหน้าหลิว มันก็ตะโกนลั่นทันที “พี่! ช่วยผมด้วยพี่!”
พอหัวหน้าหลิวเห็นสภาพการณ์ตรงหน้า เขาก็แอบตกใจอยู่ไม่น้อย
แต่พอเหลือบไปเห็นหลี่หมู่ เขาก็ถึงบางอ้อทันที
ต้องเป็นเพราะน้องชายตัวดีของเขาไปหาเรื่องปิดโรงตีเหล็กของหยางโหย่วหรงแน่ ๆ
หลี่หมู่ถึงได้พาคนมาบุกเอาคืนแบบนี้
เรื่องที่หลี่หมู่รู้จักกับนายทหารในกองทัพจิ้นหยวน เขาได้ยินมาจากพวกตระกูลหลี่หมดแล้ว
ดูจากท่ายืนหลังตรงเป๊ะของชายฉกรรจ์สิบกว่าคนพวกนี้ ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นทหารจากเขตการทหารชัวร์ ๆ
ดูท่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อที่ตายไปแล้วของหลี่หมู่ กับนายทหารคนนั้น จะลึกซึ้งกว่าที่เขาคิดไว้ซะอีกแฮะ!
ถึงขนาดยอมส่งทหารสิบกว่านายมาช่วยเป็นแบ็กอัปให้หลี่หมู่เลยเหรอเนี่ย
การที่พวกนี้ใส่ชุดไปรเวท ก็คงไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่โตเกินไป
แต่ถ้าเขาไม่ยอมอ่อนข้อให้ ดูท่าวันนี้คงต้องยอมกลืนเลือดกินแห้วซะแล้ว
คิดได้ดังนั้น หัวหน้าหลิวก็ปั้นหน้ายิ้มเดินเข้าไปหาหลี่หมู่
“อ่าฮ่าฮ่า น้องหลี่หมู่ แหม ดูสิเนี่ย”
“เรื่องเข้าใจผิดกันแท้ ๆ ไม่เห็นต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลยนี่นา!”
พูดจบเขาก็ยื่นมือไปหมายจะจับมือกับหลี่หมู่
พลางขยิบตาส่งซิกให้หลี่หมู่รัว ๆ “เห็นแก่หน้าฉันสักครั้งเถอะน่า วันนี้หยวน ๆ กันไปก่อนได้ไหม”
ไอ้อ้วนหลิวเห็นแบบนั้นก็แผดเสียงลั่น
“พี่! พี่เสียสติไปแล้วหรือไง! มันอัดผมจนเกือบตายอยู่แล้วนะ!”
“จะให้ยอมความได้ยังไง!?”
“หุบปาก!”
หัวหน้าหลิวหันไปตวาดลั่น
ไอ้โง่เอ๊ย! แกดูไม่ออกหรือไงว่าพวกนอกเครื่องแบบพวกนี้เป็นทหารกันหมดน่ะ?
แน่นอนว่าในใจเขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเหมือนกัน ที่น้องชายตัวเองโดนอัดซะยับ
แต่เขาจะเอาอะไรไปงัดกับพวกมันล่ะ?
จะให้ไปจับตัวทหารนอกเครื่องแบบพวกนี้ให้หมดงั้นเหรอ? หรือจะไปจับตัวหลี่หมู่ต่อหน้าต่อตาพวกทหารพวกนี้เลย?
วันนี้เขามีแต่ต้องยอมจำนนเท่านั้น
แต่พอเขาหันกลับมา ก็พบว่ามือที่ยื่นออกไปยังค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ หลี่หมู่ไม่ได้จับมือตอบเลยสักนิด เขาเลยขมวดคิ้วมุ่น
หลี่หมู่ถามเสียงเย็น
“แกเป็นตัวอะไร?”
หัวหน้าหลิวหน้าดำทะมึนทันที!
กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกอย่างแรง
ไม่คิดเลยว่าหลี่หมู่จะกล้าพูดจากับเขาแบบนี้ ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาซะเลย
คิดจะทำตัวกร่างเพราะอาศัยบารมีของพ่อที่ตายไปแล้วงั้นเหรอ?
และดูท่าทาง ความสัมพันธ์ของพวกแกก็คงไม่ได้แน่นแฟ้นอะไรขนาดนั้นหรอก!
ไม่งั้นพวกทหารกองทัพจิ้นหยวนพวกนี้ คงไม่มาในชุดนอกเครื่องแบบหรอก คงใส่เครื่องแบบมาเบ่งอำนาจช่วยแกแบบเต็มยศไปแล้ว!
“หลี่หมู่! อย่าให้มันมากนักนะ ให้เกียรติแล้วไม่รับ”
หัวหน้าหลิวกดเสียงต่ำ รอดไรฟันออกมาทีละคำ
เสียงเบาหวิว ราวกับกลัวว่าพวกทหารนอกเครื่องแบบจะได้ยิน
หลี่หมู่จ้องหน้าเขาเขม็งแล้วถามต่อ
“แกเป็นคนสั่งให้มันจับคนงั้นเหรอ?”
หัวหน้าหลิวชะงักไปนิด ก่อนจะเหลือบไปมองพวกหยางซู่อิง แล้วก็ถึงบางอ้อ
ที่แท้ก็เป็นไอ้น้องชายตัวแสบที่ดันไปจับตัวพวกนั้นกลับมาด้วยนี่เอง
มิน่าล่ะ ผู้ใหญ่ถึงได้โทรมาซักถามเรื่องนี้
ผู้ใหญ่ก็คงโดนเส้นสายทางทหารของหลี่หมู่ขู่เอาเหมือนกันล่ะมั้ง
เล่นเอาเขาเองก็ตกใจแทบแย่
แต่พอเห็นท่าทีแข็งกร้าวของหลี่หมู่ หัวหน้าหลิวก็ปรี๊ดแตกขึ้นมาทันที
“ใช่ แล้วจะทำไม? ฉันจะบอกแกให้นะ วันนี้ถือว่า…”
ปัง!
หัวหน้าหลิวยังพูดไม่ทันจบ หลี่หมู่ก็ซัดฝ่ามือเข้าที่หน้าเขาอย่างจัง!
อย่าว่าแต่ฟันเลย
ตบฉาดนี้เล่นเอากระดูกขากรรไกรของเขาร้าวไปเลย!
หัวหน้าหลิวล้มตึงไปกองอยู่ข้าง ๆ ไอ้อ้วนหลิว ภาพตรงหน้าขาวโพลนไปชั่วขณะ ก่อนจะมืดสนิท
พอภาพเริ่มกลับมาลาง ๆ เขาก็รู้สึกว่าปากตัวเองมันชา ๆ ขยับไม่ค่อยได้
ตามมาด้วยความเจ็บปวดร้าวระบมที่แล่นปรี๊ดขึ้นมา!
ไอ้อ้วนหลิวยังอุตส่าห์กำคอเสื้อเขาไว้เขย่าไปมา ปากก็ร้องเรียกชื่อเขาไม่หยุด
ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดหนักเข้าไปอีก
“ไอ้ไม้ท่อน!”
หยางซู่อิงกับหยางโหย่วหรงร้องเรียกพร้อมกัน
พวกเธอกลัวว่าหลี่หมู่จะกะแรงไม่ถูก แล้วเผลออัดคนตายขึ้นมาจริง ๆ จะยุ่งเอา
ยังไงซะคนพวกนี้ก็เป็นถึงเจ้าหน้าที่รัฐนะ
“ก... แกกล้าตบฉันเหรอ!!”
หัวหน้าหลิวตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา เลือดกลบปาก ชี้หน้าหลี่หมู่ด้วยความตกตะลึงสุดขีด
จังหวะนั้นเอง
พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มกึกก้องใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
ฝูงชนที่มุงดูอยู่ไม่ไกล ต่างก็แตกตื่นร้องโวยวายวิ่งหนีกันกระเจิง
บนถนนฝั่งซ้าย รถบรรทุกทหารนับสิบคันวิ่งตะบึงเข้ามาอย่างดุดัน
ส่วนถนนฝั่งขวา รถตำรวจกองปราบกว่ายี่สิบคันเปิดไซเรนเสียงแหลมปรี๊ดพุ่งเข้ามาสมทบ
และบนถนนเส้นใหญ่ด้านหลัง
ม้าศึกตัวใหญ่ล่ำสันนับสิบตัวควบทะยานผ่านฝูงชน มุ่งหน้ามาที่นี่เช่นกัน
กองกำลังจากทั้งสามทิศทางพุ่งเป้ามาที่เดียวกัน ปิดล้อมพื้นที่จนแน่นขนัดในพริบตา!
รถทหารบางคันถึงกับพุ่งชนเกาะกลางถนนพังยับ เกือบจะเหยียบหน้าไอ้อ้วนหลิวกับพวกไปแล้ว
ไอ้อ้วนหลิวดีใจจนเนื้อเต้น
“รอดแล้ว! รอดแล้วพี่!”
จากนั้นมันก็หันไปเยาะเย้ยหลี่หมู่กับครอบครัว “เตรียมตัวตายได้เลยพวกมึง!!”
แต่หัวหน้าหลิวกลับทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก เพราะเขารู้อยู่เต็มอกว่า เขาไม่ได้เป็นคนเรียกพวกนี้มา!
หรือว่าพวกนี้จะรู้ว่าเขาโดนอัด เลยแห่กันมาจับหลี่หมู่?
ใช้ตาตุ่มคิดยังรู้เลยว่าเป็นไปไม่ได้!
หรือว่าน้องชายมันจะเป็นคนเรียกมา??
น้องชายเขาก็ไม่มีทางเรียกทหารมาได้หรอก
ก็เห็น ๆ อยู่ว่าพวกทหารที่ลงมาจากรถกับม้าศึกน่ะ ใส่เครื่องแบบของหน่วยสารวัตรทหารเขตบ้านพักทหารกันหมดทุกคน!
หน่วยสารวัตรทหารเขตบ้านพักทหารงั้นเหรอ?!
เขาเหลือบไปมองพวกทหารนอกเครื่องแบบ ก็เห็นพวกเขายืนนิ่งสงบ ไม่ได้มีท่าทีแตกตื่นตกใจอะไรเลย
จู่ ๆ เขาก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้
หยางซู่อิงรีบวิ่งเข้ามาหาหลี่หมู่ หยางโหย่วหรงกับเฉินจินสือก็รีบเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังหลี่หมู่ไว้
พวกเขานึกว่ากองทัพพวกนี้แห่กันมาเพื่อจับตัวหลี่หมู่ซะอีก
แต่ใครจะไปคิดว่า หัวหน้าหน่วยสารวัตรทหารคนหนึ่ง จะก้าวฉับ ๆ เข้ามาหยุดยืนตรงหน้าหลี่หมู่
แล้วตะเบ๊ะทำความเคารพแบบอัศวินเสียงดังปัง
“ท่านขุนศึกหลี่! ครอบครัวทหารไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหมครับ”
“ไม่เป็นไรครับ!”
พอได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน
หยางซู่อิงกับพวกถึงกับอึ้งกิมกี่ ส่วนเฉินเจียเฟิงกับเฉินเจียฉีก็ทำตาโตเป็นประกายปิ๊ง ๆ!
ความชื่นชมบูชายกย่องฉายชัดอยู่บนใบหน้า!
แต่หัวหน้าหลิวกลับรู้สึกหน้ามืดตาลายเหมือนจะเป็นลม
ขุนศึกหมาป่า!?
ครอบครัวทหาร!!?
นี่ไอ้น้องชายตัวดีของเขา บังอาจไปจับตัวครอบครัวทหารมากักขังหน่วงเหนี่ยวเอาไว้เหรอเนี่ย??
ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงเบรกดังเอี๊ยดจากวงนอก
จางจือเหวย ลู่เฉินเฟิง รวมถึงหลี่เฉิงไฉกับจ้าวจินเหอที่เหงื่อแตกพลั่ก ต่างก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
พอเห็นกองกำลังหน่วยสารวัตรทหารยืนกันสลอน ทุกคนก็รู้สึกหนังหัวชาวาบด้วยความกลัว
หลี่เฉิงไฉถลันเข้าไปหาหลี่หมู่ โค้งคำนับปลก ๆ พลางพูดเสียงสั่น
“ท่านขุนศึกหลี่! ข… ขอโอกาสให้ผมเถอะครับ!”
“เรื่องตรงนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมจัดการเอง รับรองว่าท่านจะต้องพอใจอย่างแน่นอนครับ!”
หลี่เฉิงไฉไม่สนอะไรอีกแล้ว
หน่วยสารวัตรทหารแห่กันมาขนาดนี้ เรื่องนี้หวังหลงเฉิงต้องรู้เรื่องแน่ ๆ!
ถ้าปล่อยให้หลี่หมู่เป็นคนลงมือจัดการเอง!
เขาคงไม่มีโอกาสได้ไถ่โทษอีกแล้ว!
“ตกลง! ฉันจะให้โอกาสแก!”
หลี่หมู่ตอบเสียงเข้ม
ถ้าให้เขาจัดการเอง ก็คงไม่พ้นต้องทรมานรีดไถความจริง
แต่การให้หลี่เฉิงไฉที่เป็นคนของกระทรวงพาณิชย์จัดการเอง มันง่ายกว่าในการเค้นจุดอ่อนของพวกมันออกมา
หลี่เฉิงไฉดีใจจนเนื้อเต้น
เขาหันไปสั่งลูกน้องคนสนิท
“ไปลากคอไอ้เลวอู๋จื้อโหย่วมาเดี๋ยวนี้! แล้วรีบติดต่อไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด!”
หลี่หมู่ต้องยอมรับเลยว่า ระดับรัฐมนตรีนี่มันทำงานกันเด็ดขาดจริง ๆ
แค่คำสั่งเดียว หัวหน้าหลิวก็ถึงกับสะดุ้งโหยงสุดตัว!
“อย่านะครับ! อย่านะครับท่านรัฐมนตรีหลี่!! ผมยอมแล้ว! ผมยอมสารภาพทุกอย่างแล้วครับ!!”
หลี่เฉิงไฉหันไปบอกให้ลูกน้องหยุดก่อน
แล้วพุ่งเข้าไปหาหัวหน้าหลิวด้วยความโกรธจัด
“กูถามอะไร มึงก็ตอบมาตามความจริง! ถ้ามึงกล้าโกหกแม้แต่ครึ่งคำ กูจะเอาให้มึงอยู่ไม่สู้ตายเลยคอยดู!!”
“ครับ! ครับผม!!”
หัวหน้าหลิวสติแตกไปเรียบร้อยแล้ว ฉี่ราดราดกางเกงรดพื้นจนเปียกแฉะไปหมด
ส่วนไอ้อ้วนหลิวยิ่งหนักกว่า ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
จนถึงตอนนี้ มันเพิ่งจะเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ลาง ๆ!
พวกเขาน่าจะไปตอแยคนที่เหยียบย่ำไม่ได้เข้าให้แล้ว!
“ใครเป็นคนสั่งให้แกไปจับคนมา?” หลี่เฉิงไฉเค้นถาม
“ผมไม่ได้สั่งให้ไปจับนะครับ! เป็นไอ้น้องชายหน้าโง่ของผมที่มันเสือกไปจับมาเอง พวกผมไม่รู้จริง ๆ ครับว่าพวกเขาเป็นครอบครัวทหาร!”
หัวหน้าหลิวพูดไปก็ร้องไห้ฟูมฟายน้ำมูกน้ำตาไหลย้อยไป
“ไม่งั้นผมไม่มีทางปล่อยให้มันไปจับคนเด็ดขาด!!”
“เป็นเพราะตระกูลหลี่ติดสินบนครับ! ตระกูลหลี่อยากจะให้ช่วยอนุมัติยา ก็เลยยัดเงินให้ท่านอู๋จื้อโหย่วเป็นสิบกว่าล้าน!”
“แล้วก็ขอให้ช่วยปิดโรงตีเหล็กของพวกเขาเป็นการแลกเปลี่ยน”
“ผ… ผมก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ ท่านรัฐมนตรีหลี่ ผมยอมสารภาพหมดทุกอย่างแล้ว! ผมยินดีเป็นพยานซัดทอดพวกมันด้วยครับ!”
“ผมขอร้องล่ะครับ ขอความเมตตาสักครั้ง อย่าส่งตัวผมให้สำนักงานอัยการสูงสุดเลยนะครับ!!”