แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 65 ตามคำขอ ตรวจสอบให้ถึงที่สุด!
บ้านพักตระกูลหลี่
เวลานี้กำลังจัดงานเลี้ยงฉลองกันอย่างชื่นมื่น
อู๋จื้อโหย่ว รองรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ได้รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้ว
ว่าเรื่องอนุมัติยาจะเรียบร้อยภายในสองวันนี้แน่นอน
ถึงแม้การติดสินบนครั้งนี้จะสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลหลี่ไปกว่าสิบล้าน
ซึ่งก็ไม่ได้น่าฉลองอะไรนักหรอก
แต่พอพวกเขาได้รับข่าวว่าโรงตีเหล็กถูกสั่งปิด แถมหยางซู่อิงกับพวกก็ถูกจับตัวไปแล้วด้วย
แม่เฒ่าหม่าก็รู้สึกสะใจสุด ๆ!
ถึงกับสั่งให้จัดงานเลี้ยงฉลองชุดใหญ่ ในที่สุดตระกูลหลี่ก็พลิกกลับมาเป็นต่อได้สักที
บนโต๊ะอาหาร แม่เฒ่าหม่าชูแก้วเหล้าขึ้นสูง
แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มเบิกบานว่า
“วันนี้ ถือเป็นวันดีที่พวกเรามีเรื่องน่ายินดีถึงสองเรื่องพร้อมกัน! ฉันรู้สึกโล่งใจจริง ๆ!”
“มา ดื่มฉลองกันหน่อย!”
ทุกคนต่างชูแก้วขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะรื่นเริง
คนที่ยิ้มกว้างที่สุดก็คือหลี่เสี่ยวหง
หลี่เสี่ยวหงวางแก้วลงแล้วหัวเราะร่า
“ไอ้หลี่หมู่น่าตาย คราวนี้มันคงได้ลิ้มรสความเจ็บปวดซะบ้าง!”
“ไอ้ขยะยากจนคิดจะมางัดข้อกับพวกเรา ช่างไม่เจียมตัวเอาซะเลย!”
“เสียดายก็แต่ ฉันไม่ได้ตบหน้ามันคืนด้วยมือตัวเอง”
พอพูดประโยคสุดท้าย นางก็กัดฟันกรอดด้วยความแค้น
หลี่เสี่ยวหาวแกว่งแก้วไวน์ไปมา นั่งไขว่ห้างเท้าคางด้วยท่าทางยียวน ยกเท้าขึ้นเหยียบมุมเก้าอี้
“วางใจเถอะน่า เรื่องตบหน้าคืนน่ะ เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง”
ทุกคนหันไปมองหลี่เสี่ยวหาวเป็นตาเดียว
หลี่เสี่ยวหาวพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า
“ก็ฉันเพิ่งจะทะลุขึ้นระดับสองมาหมาด ๆ ไม่ใช่เหรอ?”
“ตอนนี้จางจือเหวยแห่งโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลงย้ายออกไปแล้ว ฉันก็เลยกลายเป็นนักรบพรสวรรค์ระดับ S เพียงคนเดียวของโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลง!”
“พวกเขาก็เลยต้องทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดมาที่ฉันน่ะสิ!”
“อีกแค่ยี่สิบวันก็จะถึงงานประลองคัดเลือกหัวกะทิทั่วเมืองแล้ว”
“ด้วยพรสวรรค์ระดับ S ของฉัน บวกกับทรัพยากรพวกนี้ ฉันมั่นใจว่าภายในยี่สิบวัน พลังฉันต้องก้าวกระโดดแน่!”
“หวังว่าในงานประลองคัดเลือกหัวกะทิ ฉันจะไม่ได้เจอหลี่หมู่นะ”
“ไม่งั้นล่ะก็… หึหึ!”
หลี่เสี่ยวหาวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ก่อนจะกระดกไวน์รวดเดียวหมดแก้ว
ตอนนี้เขาเกลียดหลี่หมู่เข้ากระดูกดำ
พรสวรรค์ระดับ S แท้ ๆ แต่กลับได้แค่อันดับที่ 31 ในศึกแรกที่แดนเหว ชื่อของหลี่เสี่ยวหาวกลายเป็นตัวตลกไปแล้ว!
มีคลิปวิดีโอสั้นล้อเลียนท่าทางเก๊กหล่อของเขาเกลื่อนเน็ต
บางคลิปถึงกับเอาฉากต่อสู้ของเขากับทีมหลี่หมู่มาตัดต่อเปรียบเทียบกัน
ความแตกต่างของพลังรบที่เห็นได้ชัดเจนขนาดนั้น แค่นักรบดูก็รู้แล้วว่าใครเก่งกว่ากัน
เขาถึงได้แค้นจนอยากให้หลี่หมู่ตาย ๆ ไปซะเดี๋ยวนี้เลย
จังหวะนั้นเอง หลี่จื้อก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“มีความมั่นใจก็ดี แต่ครั้งนี้แกจะพลาดไม่ได้อีกเด็ดขาด!”
“งานประลองคัดเลือกหัวกะทิคือโอกาสทองที่แกจะได้ผงาดขึ้นมา!”
“ช่วงนี้อย่าให้ฉันจับได้นะ ว่าแกแอบไปเที่ยวเตร่ที่ไหนอีก!”
“ตั้งใจบ่มเพาะพลังให้ดี แกต้องโดดเด่นให้ได้”
อาซ้อรองไม่พอใจที่สามีดุลูกชายแบบนั้น
“คุณจะไปดุลูกทำไมเนี่ย?”
“พรสวรรค์ระดับ S น่ะ มักจะไปเก่งเอาตอนท้าย ๆ คุณก็รู้นี่”
“คุณต้องให้เวลาเสี่ยวหาวได้พัฒนาสิ ยิ่งนานไป พลังของพรสวรรค์ก็จะยิ่งฉายแววออกมา!”
“นี่เพิ่งปลุกพลังมาได้ไม่ถึงครึ่งเดือนเลย คุณจะรีบร้อนไปทำไม?”
“ต่อให้งานประลองคัดเลือกหัวกะทิครั้งนี้พลาด ก็ยังมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่นี่นา?”
อาซ้อรองออกโรงปกป้องลูกชายสุดฤทธิ์
ทำเอาหลี่จื้อไม่สบอารมณ์อย่างแรง เขาอยากจะด่าเมียตัวเองใจจะขาด!
ยังไม่รีบอีกเหรอ?
ขืนไม่รีบ ไอ้หลี่หมู่มันจะเก่งแซงหน้าพ่อมันไปแล้ว!
เก่งตอนท้ายบ้าบออะไร?
อย่างจางจือเหวยกับลู่เฉินเฟิงเนี่ย มีใครเก่งตอนท้ายบ้างไหมล่ะ?
ขนาดหลี่หมู่ที่พรสวรรค์แค่ระดับ F ยังนำโด่งไปไกลลิบเลย
เขาเริ่มสงสัยแล้วว่า ไอ้ลูกชายตัวดีนี่ มันสลับพรสวรรค์กับหลี่หมู่สำเร็จจริง ๆ หรือเปล่าเนี่ย
ตอนนี้เขตเมืองฝั่งใต้กำลังเตรียมตัวสำหรับศึกแรกที่แดนเหว
หลังจากนั้นก็จะเป็นคิวของอีกสองเขตเมืองที่เหลือ
พอทั้งสี่เขตเมืองสอบเสร็จ อีกสิบกว่าวันให้หลัง
ท็อป 250 คนจากแต่ละเขตเมือง ก็จะต้องมาประชันฝีมือกันในงานประลองคัดเลือกหัวกะทิ
นี่คือเวทีประลองเดี่ยวเพื่อแสดงพลังล้วน ๆ
งานประลองครั้งนี้ไม่ได้จัดแบบลับ ๆ เหมือนศึกแรกที่แดนเหวหรอกนะ
แต่เป็นงานแข่งขันระดับเมืองที่เปิดเผยต่อสาธารณชน
คนทั้งเมืองจับตามอง
หลี่เสี่ยวหาวเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายใจ พลางพูดอย่างมั่นใจว่า
“วางใจเถอะพ่อ! ครั้งนี้ผมต้องผงาดแน่!”
แม่เฒ่าหม่าพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“สมกับเป็นลูกหลานตระกูลหลี่ของฉัน! เด็ดเดี่ยว!”
คุณอาก็ยกแก้วขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม
“มา ดื่มเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของตระกูลหลี่ของเรา! ไชโย!”
ทุกคนต่างก็ชูแก้วขึ้น
“เจริญรุ่งเรือง!”
“เจริญรุ่งเรือง!!”
ทันใดนั้นเอง!
เสียงไซเรนเตือนภัยก็ดังสนั่นแหวกเสียงหัวเราะรื่นเริงของทุกคน
ตามมาด้วยเสียงเบรกที่เสียดแก้วหูดังระงม
แล้วก็เสียงกระแทกปิดประตูรถดัง “ปัง ปัง ปัง”
ทุกคนถึงกับชะงักงัน
“เกิดอะไรขึ้น? ออกไปดูซิ!”
แม่เฒ่าหม่าวางแก้วลงด้วยความหงุดหงิด
หลี่ต้าหย่งเพิ่งจะลุกขึ้นยืน
โครม!!
ประตูบ้านตระกูลหลี่กลับถูกพังครืนเข้ามาอย่างแรง!
เจ้าหน้าที่กองปราบหลายสิบนายในชุดเกราะเต็มยศพร้อมอาวุธครบมือ พุ่งพรวดเข้ามาด้วยท่าทางดุดัน
พอเข้ามาถึง ก็ตรงดิ่งเข้าล้อมโต๊ะอาหารทันที
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งเข้าไปกดหัวหลี่ต้าหย่งกับหลี่จื้อกระแทกโต๊ะเสียงดังปัง
หน้าของทั้งคู่คะมำจุ่มลงไปในจานกับข้าวเต็ม ๆ
“พวกคุณทำอะไรน่ะ!”
“เกิดอะไรขึ้น! นี่มันเรื่องอะไรกัน!!”
คนตระกูลหลี่แตกตื่นกันใหญ่ ตะโกนถามอย่างตื่นตระหนก
หลี่เสี่ยวหงและหลี่หลานพร้อมด้วยเด็กรุ่นหลังคนอื่น ๆ พยายามจะเข้าไปขวาง ร้องตะโกนให้ปล่อยตัว
แต่ผลคือโดนจับกดหัวกระแทกโต๊ะไปตาม ๆ กัน
หลี่เสี่ยวหาวตวาดลั่น
“บังอาจ! พวกแกรู้ไหมว่าฉันคือ…”
“ไสหัวไป!”
เพียะ!!
ตบฉาดใหญ่ซัดเข้าที่หน้าหลี่เสี่ยวหาว จนเขาเซถลาถอยหลังไปหลายก้าว
หลี่เสี่ยวหาวที่ไม่เคยโดนตบมาก่อนในชีวิต
โกรธจนเลือดขึ้นหน้า รวบรวมพลังปราณพุ่งทะยานเข้าใส่หัวหน้ากองปราบที่ตบหน้าเขาพร้อมเสียงคำราม
แต่หัวหน้าคนนั้นกลับยืนนิ่ง รอยยิ้มเยาะผุดขึ้นที่มุมปาก
ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว!
แม่เฒ่าหม่าตกใจสุดขีด พยายามจะเข้าไปห้าม แต่ก็สายไปเสียแล้ว
หมัดของหลี่เสี่ยวหาวกระแทกเข้ากลางอกของหัวหน้ากองปราบอย่างจัง!
ตู้ม! แรงหมัดไม่ใช่น้อย ๆ แต่หัวหน้ากลับยืนนิ่งเป็นหิน!
แถมยังหัวเราะเยาะเสียงดังลั่นกว่าเดิม
“ข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงาน! จับตัวมันไปด้วย!!”
เจ้าหน้าที่กองปราบอีกคนพุ่งเข้ามาทันที ซัดหลี่เสี่ยวหาวกระเด็นลอยละลิ่วด้วยลูกเตะเดียว
ร่างของเขาตกลงมากระแทกพื้นดังอั้ก! เหมือนคางคกโดนรถทับ
หลี่เสี่ยวหาวจุกจนแทบจะอ้วกเอาน้ำดีออกมา!
ตอนนี้เขาเสียใจจนแทบคลั่ง เพิ่งจะนึกขึ้นได้
เขาหลงคิดว่าพลังของตัวเองนั้นแข็งแกร่งหนักหนา แต่กลับทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ที่อีกฝ่ายยืนนิ่งยอมให้ต่อย ก็เพื่อจะยัดข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงานให้เขานั่นเอง!
“นี่มันเรื่องอะไรกันคะ! ช่วยบอกหน่อยเถอะค่ะว่ามันเกิดอะไรขึ้น??”
แม่เฒ่าหม่าถามเสียงสั่นด้วยความร้อนรน
จังหวะนั้นเอง จ้าวจินเหอก็เดินเข้ามาจากข้างนอก
และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หลี่ต้าหย่ง หลี่จื้อ พวกคุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยจ้างวานทำร้ายครอบครัวทหาร! พวกคุณถูกจับกุมแล้ว!”
หลี่ต้าหย่งกับหลี่จื้อที่โดนกดหน้าจุ่มชามกับข้าวอยู่ อ้าปากพูดไม่ได้เลยสักคำ
แม่เฒ่าหม่ารีบตะโกนสวนทันที
“เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อน!! พวกเราไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นนะ! คุณจะมายัดเยียดข้อหาซี้ซั้วไม่ได้นะ!!”
จ้าวจินเหอหัวเราะหึ ๆ
“ยัดเยียดข้อหาซี้ซั้วงั้นเหรอ? หึ ฉันจะสงเคราะห์ให้เธอตาสว่างก่อนตายก็แล้วกัน!”
“พวกเธอติดสินบนหัวหน้าฝ่ายกระทรวงพาณิชย์ให้ไปปิดโรงตีเหล็กใช่ไหมล่ะ?”
แม่เฒ่าหม่ารู้ทันทีว่าหัวหน้าหลิวคงโดนรวบตัวไปแล้ว
แต่คนอย่างนางมีหรือจะโง่ยอมรับง่าย ๆ
แถมการโอนเงินสินบน ก็ใช้บัญชีของหลี่ต้าหย่งทำธุรกรรม
ต่อให้ความแตก อย่างมากก็มีแค่หลักฐานมัดตัวหลี่ต้าหย่งคนเดียว
ส่วนคนอื่นในตระกูล แค่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นซะ ก็รอดตัวแล้ว
“เป็นไปไม่ได้ พวกเราไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด!”
“หึ หลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ เธอจะปากแข็งยังไงก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
จ้าวจินเหอพูดกลั้วหัวเราะ
“ง… งั้นต่อให้พวกเขาทำผิดจริง!”
“แต่คนที่อยู่ในโรงตีเหล็กนั่นก็คือลูกสะใภ้ฉัน! เป็นญาติพี่น้องตระกูลเราทั้งนั้น!”
“นี่… นี่มันเป็นแค่เรื่องภายในครอบครัวตระกูลหลี่ของเรานะ!”
แม่เฒ่าหม่ากระทืบเท้าด้วยความร้อนรน
“หูตึงหรือไงยายแก่?”
“ฉันเพิ่งจะบอกไปหยก ๆ ว่า พวกเธอวางแผนทำร้ายครอบครัวทหาร!”
“อีกอย่าง เธอจะมาอ้างว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว แล้วคิดว่าคนอื่นเขาจะยอมรับเหรอ?”
“หลี่หมู่ยอมรับไหมล่ะ? หรือหยางซู่อิงยอมรับหรือเปล่า?”
จ้าวจินเหอปรายตามองนางด้วยหางตา
“ครอบครัวทหาร? ใครคือครอบครัวทหาร!?”
หญิงชราหน้าถอดสี
ข้อหาทำร้ายครอบครัวทหารนี่มันร้ายแรงนัก ขืนโดนจับเข้าคุกไป คงไม่ได้กลับออกมาง่าย ๆ แน่!
จ้าวจินเหออยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง ดูจากหน้าตางงเป็นไก่ตาแตกของยายแก่คนนี้แล้ว สงสัยตระกูลหลี่คงไม่รู้ยศของหลี่หมู่จริง ๆ แฮะ
แต่จะรู้หรือไม่รู้ มันก็เรื่องของพวกแก!
“ไม่ต้องมาแกล้งโง่หน่อยเลย!”
“หลี่หมู่มียศเป็นถึงขุนศึกหมาป่าหนุ่มเว้ย!”
“ฉันเดาว่า นี่น่าจะเป็นยศที่สูงที่สุดที่ตระกูลหลี่เคยมีมาเลยล่ะมั้ง… อุ๊ย! โทษที ลืมไป!”
“ลืมไปว่าพวกเธอขับไล่หลี่หมู่ออกจากตระกูลไปแล้วนี่นา”
“ช่างเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดล้ำเลิศจริง ๆ”
“ลากตัวพวกมันไปให้หมด ที่เหลือ ค้นให้ทั่ว! กลัวโดนยัดข้อหานักใช่ไหม?”
“วางใจได้เลย ถ้าไม่ตรวจสอบตระกูลหลี่ให้ทะลุปรุโปร่งล่ะก็! เราไม่มีทางปิดคดีนี้แน่!!”