แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 7 ตอนนี้ข้าโคตรจะหงุดหงิดเลยว่ะ!
“แต่ก็ไม่ถูกนะ เขาทำเรื่องเข้าเรียนแล้วนี่หว่า ตอนนี้เขาก็ถือเป็นนักเรียนของเราแล้วสิ!”
เหล่าหม่าพึมพำกับตัวเอง
“แล้วแกจะมายืนบื้อหาอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะ? งงอะไร!… เอ๊ย ไม่ใช่ จะมายืนงงอะไรอยู่เล่า รีบไปตามหาเขาสิ!”
จ้าวชิงซานก็เริ่มพูดจาลิ้นพันกันด้วยความร้อนใจ
“เออใช่ ๆ ๆ!” เหล่าหม่าได้สติ รีบกวาดสายตามองหาหลี่หมู่ไปทั่วลาน
และก็ไม่เกินความคาดหมาย พวกเขาหาหลี่หมู่เจออย่างรวดเร็ว
ตอนนี้หลี่หมู่กำลังสวมชุดนักเรียนสีดำลายคลื่นน้ำของโรงเรียนเฮยสุ่ย ติดเข็มกลัดโรงเรียนไว้ที่หน้าอก กำลังยืนต่อแถวลงทะเบียนอยู่ตรงทางเข้า
ก่อนจะลงไปในแดนเหว นักรบทุกคนจะต้องรับ ‘หินเทเลพอร์ตกลับเมือง’ สองก้อน และนาฬิกาสมาร์ตวอตช์รูปกระดองเต่าหนึ่งเรือน
สมาร์ตวอตช์นี้สามารถดูแผนที่แบบเรียลไทม์ และรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา
อุปกรณ์ชุดนี้มูลค่าตกอยู่ที่ไม่ต่ำกว่าสองหมื่นหยวน
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียนหรือไม่ ขอแค่คุณเป็นนักรบที่จะลงไปในแดนเหว
รัฐบาลแจกฟรีให้คนละชุดไปเลย
เห็นได้ชัดเลยว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการกระตุ้นให้นักรบลงไปผจญภัยในแดนเหวมากขนาดไหน
ตอนนี้หลี่หมู่รับอุปกรณ์ครบแล้ว และกำลังเดินตามกระแสนักเรียนเฮยสุ่ยขึ้นลิฟต์แก้วโปร่งแสงขนาดยักษ์ไป
ลิฟต์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงสู่แดนเหวที่มืดมิด
“เฮ้ย! เฮ้ย ๆ ๆ!”
กว่าเหล่าหม่าจะสังเกตเห็นหลี่หมู่ก็สายไปแล้ว พอวิ่งไปถึงหน้าลิฟต์ หลี่หมู่ก็ลงลิฟต์ไปเรียบร้อย
จ้าวชิงซานทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก “นั่นเหรอหลี่หมู่?”
“ก็ใช่น่ะสิ”
“ไปกันเถอะ เดี๋ยวตอนเย็นพวกเขาก็ขึ้นมา ถึงตอนนั้นค่อยคุยกัน”
จ้าวชิงซานดึงแขนเหล่าหม่าเดินกลับ
ในขณะเดียวกัน หลี่หมู่ก็ค่อย ๆ เลื่อนลงสู่แดนเหวพร้อมกับลิฟต์
แดนเหวไม่ได้มืดมิดอย่างที่คิด ในทางกลับกัน พอลงมาถึง ป้อมปราการด้านล่างก็เผยโฉมให้เห็นอย่างชัดเจน
พอมองลงไป ป้อมปราการในแดนเหวก็ดูเหมือนเมืองขนาดย่อม ๆ ตั้งตระหง่านรับกับป้อมปราการด้านบน
รอบนอกของป้อมปราการมีกองทัพตั้งค่ายประจำการอยู่
แสงสีแดงสีเขียวจากค่ายกลเทเลพอร์ตต่าง ๆ กะพริบวิบวับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า
พอลองเงยหน้าขึ้นไปมอง หลี่หมู่ก็ถึงกับตะลึง
ท้องฟ้าเหนือแดนเหวเหมือนถูกคลุมด้วยผ้าใบสีดำผืนยักษ์ มีเพียงแสงสว่างส่องลอดลงมาจากปากหลุมทรงกลมด้านบนเท่านั้น
ในแดนเหวมีพลังงานประหลาดบางอย่าง ที่สามารถกระจายและขยายแสงแดดจากโลกเบื้องบนให้สาดส่องครอบคลุมพื้นที่ได้ไกลนับหมื่นลี้!
แสงสว่างแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว บรรยากาศคล้าย ๆ กับวันฟ้าครึ้มบนโลกมนุษย์
แต่แสงสว่างในแดนเหวจะคงที่แบบนี้ตลอดเวลา ให้ความรู้สึกเงียบสงบและลึกลับ
ทันทีที่ลิฟต์แตะพื้น นักเรียนก็ทยอยเดินออกมาอย่างเป็นระเบียบ
บนลานกว้างมีคนมารวมตัวกันนับพันคนแล้ว
นักเรียนทุกคนต่างก็แหงนหน้ามองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ แดนเหวทำให้พวกเขารู้สึกหวาดหวั่น
ความกดดันและความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วอย่างรวดเร็ว
จังหวะนั้นเอง เสียงม้าร้องคำรามดังกึกก้องก็ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันไปมอง
ตามมาด้วยเสียงฮือฮาของฝูงชน
ม้าศึกร่างกำยำหกเจ็ดตัววิ่งควบตะบึงมาแต่ไกล
เป็นม้าศึกที่ตัวใหญ่ยักษ์จริง ๆ หลี่หมู่รู้สึกว่ามันตัวใหญ่กว่าม้าบนโลกมนุษย์ที่เขาเคยเห็นเป็นเท่าตัว!
ม้าศึกสีดำตัวจ่าฝูง มีเขาสองเขาบนหัว ดวงตาแดงก่ำ แผงคอสีแดงพลิ้วไหว ดูสง่างามเหนือระดับ!
ม้าตัวอื่น ๆ หยุดวิ่ง
ม้าสีดำตัวนั้นกระโจนพรวดเดียว ก็กระโดดขึ้นไปยืนบนแท่นสูงหลายเมตรได้อย่างสวยงาม!
บนหลังม้าสีดำ มีชายในชุดเครื่องแบบทหารยืนตระหง่านอย่างองอาจ
เขากวาดสายตาคมกริบมองไปทั่วลาน แผ่รังสีอำมหิตกดดันทุกคน
“นักเรียนที่มาเข้าค่ายฝึกแดนเหวทุกคน ฟังให้ดี!”
“นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเธอได้เหยียบลงบนแผ่นดินแดนเหว!”
“ฉันขอเตือนความจริงอันโหดร้ายข้อหนึ่งให้พวกเธอรู้ไว้”
“มอนสเตอร์ในแดนเหว น่ากลัวกว่าที่พวกเธอเคยได้ยิน ได้เห็นมานับสิบ นับร้อยเท่า!”
“สำหรับพวกมอนสเตอร์ มันไม่มีหรอกนะไอ้คำว่า ‘ความอยากโจมตีมากหรือน้อย’ อะไรนั่น”
“มนุษย์ในสายตาของพวกมัน ก็คือ ‘ก้อนเนื้อ’ ธรรมดา ๆ”
“และเวลาที่พวกมันเจอก้อนเนื้อ สิ่งเดียวที่พวกมันจะเป็นก็คือ บ้าคลั่ง บ้าคลั่ง แล้วก็โคตรบ้าคลั่ง!”
“เพราะฉะนั้น ตลอดสามวันของการฝึกนี้ ฉันต้องการให้พวกเธอ…”
“เอาชนะความกลัว เชื่อฟังคำสั่ง และงัดความกล้าหาญที่นักรบพึงมีออกมาให้หมด!”
“เพื่อที่ว่าในศึกแรกที่แดนเหวในอีกสามวันข้างหน้า พวกเธอจะได้ไม่เป็นตัวถ่วงจนพาเพื่อนร่วมทีมไปตาย”
“เข้าใจไหม!!”
นักเรียนทุกคนตะโกนตอบพร้อมเพรียงกัน
“เข้าใจครับ/ค่ะ!!”
นายทหารกวาดตามองทุกคนแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก
เขากระตุกสายบังเหียน ม้าศึกก็ชูสองขาหน้าขึ้นฟาดอากาศ พร้อมส่งเสียงร้องคำรามก้องฟ้า สะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
“เด็ก ๆ… ชอบม้าศึกไหม?”
“ชอบครับ/ค่ะ!!”
นักเรียนชายหลายคนตะโกนตอบด้วยความฮึกเหิมเลือดเดือดพล่าน
นายทหารพยักหน้า
“น่าเสียดายที่พวกเธอยังไม่ได้เป็นทหารของกองทัพจิ้นหยวน ฉันก็เลยช่วยอะไรไม่ได้”
“ม้าศึกสายเลือดมอนสเตอร์ที่กองทัพเพาะพันธุ์ขึ้นมา เร็วกว่า ถึกกว่าม้าที่มีขายตามท้องตลาดเยอะ!”
“ขอแค่พวกเธอผ่านศึกแรกที่แดนเหว แล้วรีบมาสมัครเป็นทหารกองหนุนของกองทัพจิ้นหยวน ทุกคนจะได้รับแจกม้าศึกฟรีคนละตัว!”
“แถมยังมีวิชาและอาวุธเฉพาะของกองทัพ ที่หาซื้อข้างนอกไม่ได้อีกเพียบ!”
นักเรียนทุกคนเริ่มส่งเสียงเซ็งแซ่ ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
“เอาล่ะ ทีนี้ทุกคนแยกย้ายไปตามโซนฝึกของโรงเรียนตัวเองได้”
“ไปทำความรู้จักกับครูฝึกของพวกเธอซะ!”
เฮ้!
บรรดานักเรียนส่งเสียงเฮลั่นด้วยความตื่นเต้น
พากันวิ่งกรูกันไปที่โซนฝึกของโรงเรียนตัวเอง
ม้าศึก คือสิ่งที่นักเรียนหลายคนใฝ่ฝันอยากจะได้มาครอบครอง
เพราะแดนเหวนั้นกว้างใหญ่ไพศาลมาก
ต่อให้มีค่ายกลเทเลพอร์ตส่งไปถึงเขตที่ต้องการได้
แต่การจะเดินทางไปยังพิกัดเป้าหมายจริง ๆ ก็มักจะต้องวิ่งตะบึงไปอีกไกลโข
ถึงแม้นักรบจะเคลื่อนที่ได้เร็ว
แต่มันก็ต้องสิ้นเปลืองพลังปราณ
เพื่อเก็บพลังไว้สู้ การมียานพาหนะจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก
และด้วยสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อนของแดนเหว ม้าศึกจึงเป็นพาหนะที่ตอบโจทย์ที่สุด
ด้วยความทุ่มเทของเหล่ายอดฝีมือสายควบคุมอสูรและสายมิติ
จึงได้ถือกำเนิด ‘ป้ายม้า’ ซึ่งเป็นของวิเศษสายมิติขึ้นมา
เป็นของวิเศษที่สร้างมาเพื่อเก็บสัตว์พาหนะที่ยังมีชีวิตอยู่โดยเฉพาะ
บวกกับม้าศึกสายเลือดมอนสเตอร์ที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์กับมอนสเตอร์หลากหลายชนิด
ทำให้มันไม่ได้มีแค่รูปร่างสูงใหญ่ล่ำสันเท่านั้น แต่ทั้งความอึดและความเร็วก็ยังเหนือกว่านักรบหลายขุม
เวลาดูไลฟ์สดของพวกทีมล่ามอนสเตอร์หรือหน่วยรบของกองทัพจิ้นหยวน
ก็มักจะเห็นภาพพวกเขาถือทวนยาวขี่ม้าศึกตะบึงไปตามใจชอบ ทำเอานักเรียนทุกคนต่างก็ใฝ่ฝันอยากจะเป็นแบบนั้นบ้าง
แถมการเข้าร่วมเป็นทหารกองหนุนของกองทัพจิ้นหยวน ก็ไม่ได้ตัดสิทธิ์การเรียนในโรงเรียน พวกเขายังสามารถเรียนวิชาสายแดนเหวต่อได้ตามปกติ
หลี่หมู่เดินตามกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเฮยสุ่ยไปยังโซนฝึก
โซนฝึกของแต่ละโรงเรียนจะถูกแบ่งแยกออกจากกันอย่างชัดเจน
ในที่สุด คนรอบข้างก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของหลี่หมู่
พากันมองเขาด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้
“นี่นาย หน้าคุ้น ๆ นะ… นายคือหลี่หมู่ใช่ป่ะ?”
นักเรียนชายร่างผอมสูงคนหนึ่งอดรนทนความสงสัยไม่ไหว เอ่ยปากถามขึ้น
“ใช่” หลี่หมู่พยักหน้ารับ
พอหลี่หมู่พยักหน้าปุ๊บ นักเรียนรอบ ๆ ก็ฮือฮากันใหญ่
รุมล้อมเข้ามาซุบซิบวิจารณ์กันเซ็งแซ่
“หลี่หมู่? หลี่หมู่ตระกูลหลี่ที่ปลุกพรสวรรค์ระดับ S ได้แล้วโดนแย่งไปนั่นน่ะเหรอ?”
“ใช่ ฉันก็ว่าหน้าคุ้น ๆ แต่ไม่เคยเห็นหน้าในโรงเรียนเราเลยนะ!”
นักเรียนร่างผอมสูงถามต่อด้วยความงุนงง
“เดี๋ยวนะ นายย้ายมาอยู่โรงเรียนเราตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? ไม่ใช่ว่าเรียนอยู่โรงเรียนวูตาวเถิงหลงหรอกเหรอ?”
“เพิ่งย้ายมาเมื่อวานเอง”
หลี่หมู่ตอบไปตามตรง ไม่มีอะไรต้องปิดบัง
“ฉันชื่อเซียวหลิงถง!”
เซียวหลิงถงรีบยื่นมือมาทำความรู้จักอย่างกระตือรือร้น
หลี่หมู่ยื่นมือไปจับตอบ
พวกนักเรียนรอบ ๆ ก็เลยพลอยผสมโรง แนะนำตัวและยื่นมือมาขอจับมือกับหลี่หมู่กันใหญ่
หลี่หมู่สัมผัสได้ว่าทุกคนแค่สงสัยใคร่รู้ตามประสา
ก็แน่ล่ะ เมื่อสองวันก่อนเขายังเป็น ‘อัจฉริยะระดับ S’ อยู่เลย ปกติพวกนักเรียนไม่ค่อยมีโอกาสได้สัมผัสตัวเป็น ๆ ของอัจฉริยะแบบนี้หรอก
แต่เขาก็ดูออกว่าทุกคนไม่ได้คิดร้ายอะไร
ถึงขนาดมีคนถามว่าพรสวรรค์ระดับ S ‘อสนีบาตเก้าชั้นฟ้า’ มันมีดียังไงด้วยซ้ำ
แต่ก็โดนเพื่อน ๆ ห้ามไว้ซะก่อน
เพราะเรื่องนี้มันเป็นแผลใจของเขา ขืนถามลึกไปมันจะดูเป็นการเสียมารยาท
คุยกันไปเดินกันไป แป๊บเดียวก็มาถึงโซนฝึกแล้ว
บริเวณลานกว้างหน้าโซนฝึก
มีชายหนุ่มในชุดทหารสามคนยืนเอามือไพล่หลังรออยู่
คนตรงกลางที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าดันย้อมผมสีแดงซะงั้น
ชายหนุ่มคนที่ยืนอยู่ฝั่งซ้ายกระซิบถามด้วยท่าทางกะล่อน
“พี่ผมแดง เมื่อวานพี่กับจ้าวเหม่ยถิงได้…”
“ไม่ได้โว้ย แม่งเอ๊ย นังจ้าวเหม่ยถิงหน้าด้าน ปฏิเสธฉันตั้งหลายรอบ แถมยังกล้าตบหน้าฉันอีก!”
ไอ้ผมแดงตวาดกลับอย่างอารมณ์เสีย เผลอยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบา ๆ
ยังเจ็บอยู่เลยเนี่ย
ส่วนชายหนุ่มฝั่งขวาดูเหมือนจะไม่ค่อยสนิทกับสองคนนี้เท่าไหร่ เลยไม่ได้ผสมโรงด้วย แถมยังแอบเบ้ปากมองบน
จ้าวเหม่ยถิงเป็นใครล่ะนั่น?
ดาวรุ่งพุ่งแรงของหน่วยรบกองทัพจิ้นหยวน เพิ่งเข้าหน่วยมาได้แค่สองเดือนก็สร้างผลงานโบแดงไว้เพียบ
ผู้หญิงระดับนี้ เขาเลือกคบแต่คนเก่ง ๆ ทั้งนั้นแหละ
แล้วไอ้ผมแดงนี่มันตัวอะไร?
นักรบระดับขั้นสองระดับสูง พรสวรรค์ก็แค่ระดับ C เข้าหน่วยมาครึ่งปีแล้ว ผลงานยังไม่ถึงหนึ่งในสามของจ้าวเหม่ยถิงเลย
แถมยังมีวีรกรรมฉี่ราดรดกางเกงเพราะโดนมอนสเตอร์ขู่ตั้งหลายรอบ
นอกจากจะอยู่มานานกว่าแล้ว ก็ไม่มีอะไรดีสักอย่าง
ที่ขอมาเป็นครูฝึกนี่ ก็แค่อยากจะอู้หนีภารกิจลาดตระเวนล่ะสิไม่ว่า
ถ้าไม่ใช่เพราะกองทัพจิ้นหยวนกำลังขาดแคลนคนหนักมาก คนกระจอก ๆ แบบนี้โดนเด้งออกจากกองทัพไปนานแล้ว!
“จ้าวเหม่ยถิงนี่ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาซะเลยนะพี่”
ไอ้หนุ่มฝั่งซ้ายประจบสอพลอต่อ
ไอ้ผมแดงทำหน้าเหี้ยม “ตอนนี้ข้าโคตรจะหงุดหงิดเลยว่ะ!”
“เดี๋ยวพอพวกนักเรียนมาถึง ต้องรับน้องโหด ๆ ซะหน่อย”
“ลากไอ้พวกผู้ชายมาอัดเรียงตัวโชว์พาวสักหน่อย”
“แล้วค่อยเลือกนักเรียนหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มสักสองคน พาไปติวเข้มในห้องฝึกส่วนตัวให้หนำใจ!”
“เข้าใจไหม?”