แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 76 ควบม้าทะยานสังหาร
หลี่หมู่เห็นเธอเป็นแบบนี้ทีไร ก็แอบรู้สึกว่ามันน่ารักดีเหมือนกัน
หวังอวิ๋นหวนยืนลังเลอยู่ตรงนั้น
เธอก็รู้แหละว่าที่หลี่หมู่พูดมันมีเหตุผล
แต่เธอเป็นผู้หญิงนะ จะให้ไปนั่ง…
“เร็วเข้าสิ!”
จู่ ๆ หลี่หมู่ก็เร่งเสียงเข้ม ทำเอาหวังอวิ๋นหวนสะดุ้งโหยง
เธอได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น แล้วเดินไปที่หน้าม้าของหลี่หมู่
พร้อมกับวางมือลงบนมือของเขา
หลี่หมู่ออกแรงดึงพรวดเดียว ก็ดึงตัวเธอขึ้นมานั่งอยู่บนหลังม้าตรงหน้าเขาทันที
ส่วนหลี่หมู่ก็นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง คอยโอบประคองเธอไว้
หวังอวิ๋นหวนหน้าแดงเถือกเป็นลูกตำลึงสุกตลอดเวลา เธอนั่งตัวแข็งทื่อเป็นหิน ไม่กล้าขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว
เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของหลี่หมู่ที่แนบชิดอยู่ด้านหลัง
วงแขนของเขาโอบล้อมตัวเธอไว้ แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกของเขา
ถึงจะไม่ได้กอดรัดแน่นหนา แต่มันก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับการกอดเลยสักนิด
ทว่าความรู้สึกปลอดภัยกลับพุ่งปรี๊ดทะลุหลอด…
หลี่หมู่ทำหน้าตายเหมือนคนแก่ผ่านโลกมาเยอะ
แต่จริง ๆ แล้วข้างในใจเต้นรัวเป็นกลองรบเลยเว้ย!
นี่มันก็เป็นครั้งแรกของเขาเหมือนกันนะ ที่ได้กอดผู้หญิงตัวหอม ๆ ใกล้ชิดขนาดนี้!
แถมยังเป็นผู้หญิงที่สวยหยดย้อยและดูบอบบางน่าทะนุถนอมขนาดนี้อีกต่างหาก
หลี่หมู่แกล้งทำเป็นใจดีสู้เสือ สะบัด ‘เสื้อคลุมยืดหด’ พรึ่บ! แล้วเอามาคลุมตัวไว้
พอชายเสื้อคลุมด้านหลังพลิ้วมา เขาก็เหลือบไปเห็นลวดลายวงกลมสีเงินบนนั้น แล้วก็แอบขำ
อวิ๋นหวนแปลว่าวงแหวนเงิน… บนเสื้อคลุมเขาก็มีลวดลายวงแหวนสีเงินเหมือนกันนี่หว่า?
แต่พอหลี่หมู่มองดูดี ๆ เขาก็ต้องอุทานออกมาเบา ๆ
เพราะในวงกลมสีเงินนั้น เหมือนจะมีอะไรบางอย่างอยู่!
หลี่หมู่คว้ามาดูใกล้ ๆ
แล้วก็เห็นว่าในวงกลมสีเงินนั้น มีดวงตาสีเลือดแดงฉานโผล่ขึ้นมาลาง ๆ
ถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็แทบจะมองไม่เห็นเลย
หลี่หมู่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าก่อนหน้านี้มันไม่มีไอ้ลูกตานี่แน่ ๆ!
เมื่อก่อนเสื้อคลุมตัวนี้มีแค่พื้นสีดำแดงสลับกัน ตรงกลางวงกลมสีเงินนั้นว่างเปล่า
แถมหลี่หมู่ยังสัมผัสได้ชัดเจนเลยว่า พลังงานของเสื้อคลุมผืนนี้มันเพิ่มขึ้นจากเดิมแบบคนละเรื่องเลย!
ตั้งแต่กลับมาจากอาณาเขตหมอกผีคราวนั้น เขาก็ยังไม่มีเวลาเอาเสื้อคลุมตัวนี้มาดูดี ๆ เลย
ดูท่าคงเป็นเพราะมันดูดซับพลังงานจากซากมอนสเตอร์พวกนั้นเข้าไปแน่ ๆ
ของวิเศษประเภทเติบโตได้ชิ้นนี้ ในที่สุดมันก็เลเวลอัปแล้วสินะ!
พอสัมผัสเสื้อคลุมอยู่พักหนึ่ง ก็มีกระแสจิตสายหนึ่งส่งตรงเข้ามาในหัวของหลี่หมู่
หลี่หมู่ตั้งสมาธิ ดูเหมือนเสื้อคลุมตัวนี้กำลังบอกวิธีใช้งานความสามารถใหม่ที่มันเพิ่งจะได้รับมาให้เขารู้
“ปิด!”
หลี่หมู่พูดพึมพำเบา ๆ
ดวงตาสีแดงที่อยู่ในวงกลมสีเงินนั้น ค่อย ๆ หลับตาลง!
วินาทีต่อมา หลี่หมู่ก็รู้สึกได้เลยว่ากลิ่นอายและพลังงานในตัวเขา ถูกบีบอัดให้หดเล็กลงจนเก็บซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อคลุมผืนนี้!
ถึงแม้จะยังมีกลิ่นอายเล็ดลอดออกไปบ้าง แต่มันก็น้อยลงกว่าเมื่อกี้เกินกว่าครึ่งเลยทีเดียว!
หลี่หมู่ดีใจสุดขีด!!
ความสามารถใหม่ที่เสื้อคลุมตัวนี้ได้รับมา คือการปิดกั้นกลิ่นอายงั้นเหรอ!?
ถึงความสามารถนี้จะดูไม่ค่อยหวือหวาเท่าไหร่
แต่สำหรับการเอาชีวิตรอดในแดนเหวเนี่ย มันโคตรจะมีประโยชน์เลยนะเว้ย!
ถึงจะไม่ถึงขั้นล่องหนหายตัวไปจากเรดาร์ของมอนสเตอร์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยลดระยะการถูกตรวจจับลงไปได้มหาศาลเลยล่ะ
ของดี!!
หลี่หมู่แอบตะโกนก้องในใจ
จะว่าไปแล้ว แต้มพิชิตจากระบบโต้วจ้านเซิ่ง ก็สามารถเอามาใช้ปรับแต่งของวิเศษได้นี่นา
ที่ผ่านมาแต้มพิชิตของเขามันน้อยนิดจนน่าสงสาร เขาเลยต้องเอาไปทุ่มกับการอัปเกรดและปลดล็อกฤทธิ์มหาเทพจนหมด
แต่หลังจากนี้ คงต้องลองแบ่งแต้มมาอัปเกรดของวิเศษพวกนี้ดูบ้างแล้วล่ะ
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่หมู่ก็สะบัดเสื้อคลุม คลุมร่างของหวังอวิ๋นหวนที่นั่งอยู่ข้างหน้าไปด้วยเลย
หวังอวิ๋นหวนถูกเสื้อคลุมผืนใหญ่คลุมจนมิดหัว
เธอชะงักไปชั่วขณะ
เธอสัมผัสได้ว่าเสื้อคลุมผืนนี้สามารถปิดกั้นกลิ่นอายได้
แต่ว่า!
ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมุดอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกันกับหลี่หมู่เลยอ่ะ!
น่าอายชะมัดเลยยย!!
“นี่ ๆ เลิกทำควันออกหูได้ไหมเนี่ย ฉันมองไม่เห็นทางแล้ว!”
ในขณะที่เธอกำลังเขินจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี จู่ ๆ ก็มีเสียงหลี่หมู่บ่นลอยมาจากข้างหลัง
หวังอวิ๋นหวนรู้สึกเหมือนโลกหมุนติ้ว ๆ
สวรรค์! ช่วยแหวกแผ่นดินให้หนูมุดหนีลงนรกไปทีเถอะ!!
โลกใบนี้ไม่เหมาะกับหนูอีกต่อไปแล้ว!!
หลังจากแกล้งแหย่เธอเสร็จ หลี่หมู่ก็กระตุ้นให้เหย่ากู่วิ่งต่อไป
พอม้าเริ่มวิ่ง มันก็กระดอนขึ้นลงตามจังหวะ…
หวังอวิ๋นหวนถึงกับรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นภรรยาที่กำลังนั่งซ้อนท้ายสามีไปซะงั้น…
ในขณะเดียวกัน ที่ศูนย์บัญชาการ
มีโต๊ะบัญชาการอยู่สองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็นของเหลียวเฟิง อีกฝั่งเป็นของหวังหลงเฉิง
หวังหลงเฉิงเปิดหน้าจอถ่ายทอดสดของทีมหลี่หมู่กับหวังอวิ๋นหวนขึ้นมาดู พลางหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้
แต่พอก้นแตะเก้าอี้ปุ๊บ สายตาก็เหลือบไปเห็นภาพในจอ เขาถึงกับเด้งตัวลุกพรวดขึ้นมาทันที
หนังตาเต้นตุบ ๆ ไม่หยุด!
คนรอบข้างถึงกับได้ยินเสียงหวังหลงเฉิงสบถด่าเบา ๆ อย่างชัดเจน
“ไอ้เด็กเวรนี่!”
แต่พอด่าจบ เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ คลายความโกรธลง
ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง
ถึงจะรู้สึกเหมือนผักกาดขาวต้นงามที่อุตส่าห์ปลูกไว้ กำลังโดนลูกหมูป่าตัวแสบขุดคุ้ยย่ำยีก็เถอะ
แต่คิดไปคิดมา อย่างน้อยไอ้ลูกหมูป่าตัวนี้ เขาก็เป็นคนเลี้ยงมันมากับมือเองล่ะนะ
ปล่อยให้มันวิ่งเล่นในสวนผักตัวเอง ก็ยังพอวางใจได้อยู่
แต่ถ้าเป็นไอ้ลูกหมูป่าตัวอื่นล่ะก็ เขาจะพุ่งเข้าไปในสวน หักเขี้ยว ฉีกปาก แล้วก็กระทืบไข่มันให้แหลกคาทีนเลยคอยดู!
ตัดภาพมาที่เขตมอนสเตอร์ระดับสาม เหย่ากู่วิ่งด้วยความเร็วสูง แต่ก็ยังไม่เจอมอนสเตอร์โผล่มาเลยสักตัว
หลี่หมู่กลัวว่าหวังอวิ๋นหวนจะเขินจนตัวระเบิดตายไปซะก่อน เลยต้องพยายามชวนคุยเปลี่ยนเรื่อง
“เออ ว่าแต่พรสวรรค์ของเธอคืออะไรนะ?”
หลี่หมู่ถามขึ้นมาลอย ๆ
“ระดับ A การยกระดับโชคชะตาน่ะ”
หวังอวิ๋นหวนตอบเสียงเบาหวิว
ตำแหน่งที่หลี่หมู่นั่งอยู่ มันอยู่ตรงหลังหัวเธอพอดี เวลาเขาพูด ลมหายใจอุ่น ๆ ก็จะเป่าผ่านเส้นผมไปโดนหลังหูของเธอ
ทำเอาหวังอวิ๋นหวนรู้สึกจั๊กจี้แปลก ๆ
ผมของเธอทั้งดำขลับและยาวสลวย ผมด้านข้างถูกรวบไปมัดรวมกันหลวม ๆ ไว้ที่ท้ายทอย ช่วยเก็บปอยผมด้านหลังให้ดูเรียบร้อย
ถึงจะเป็นทรงผมที่ดูเรียบง่าย แต่มันก็ทำให้เธอดูสวยหวานราวกับนางฟ้าเลยทีเดียว
“ยกระดับโชคชะตาเนี่ย มันทำงานยังไงเหรอ?” หลี่หมู่ถามด้วยความสงสัย
“ก็คล้าย ๆ กับซัมมอนเนอร์นั่นแหละ ช่วยยกระดับให้พวกสุนัขตัวเล็ก ๆ น่ะ” หวังอวิ๋นหวนเม้มปากตอบ
“ยกระดับลูกหมา? ให้กลายเป็นสัตว์อัญเชิญของเธอเหรอ?”
“ก็ประมาณนั้นแหละ… แต่ฉันชอบเก็บหมาจรจัดมาเลี้ยงมากกว่า ฝีมือการต่อสู้ของฉันก็เลยไม่ค่อยจะเก่งเท่าไหร่”
หวังอวิ๋นหวนอธิบาย
หลี่หมู่ถึงบางอ้อทันที
ในโลกนี้ก็มีพวกสุนัขและแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงเหมือนกัน แดนเหวมีสิ่งมีชีวิตระดับต่ำที่รูปร่างหน้าตาสวยงามอยู่เยอะ
พอเอามาผสมข้ามสายพันธุ์กับสัตว์เลี้ยง ก็จะได้หมาแมวสวย ๆ น่ารัก ๆ ออกมาเพียบ
แต่ปัญหาเรื่องการทิ้งขว้างสัตว์เลี้ยงก็มีอยู่ทุกที่ ในเมืองเลยมีหมาแมวจรจัดเกลื่อนกลาดไปหมด
และทุกคนก็ต่างมีพื้นฐานวิชากำลังภายในกันทั้งนั้น ขอแค่มีสัตว์เลี้ยงตัวไหนทำท่าจะทำร้ายคน ก็จะถูกตีตายทันที
เผลอ ๆ สัตว์เลี้ยงบางตัวที่ไม่เคยทำร้ายใคร ก็ยังโดนตีตายหรือทำร้ายจนพิการอย่างไม่มีเหตุผลอยู่บ่อย ๆ
พวกที่มีพรสวรรค์สายอัญเชิญ ส่วนใหญ่ก็จะทุ่มเททรัพยากรไปกับการเสริมความแข็งแกร่งให้สัตว์อัญเชิญของตัวเอง
ดังนั้น ตัวซัมมอนเนอร์เองก็มักจะบอบบางและอ่อนแอมาก
ทันใดนั้น ก็มีมอนสเตอร์สีดำทะมึนพุ่งพรวดออกมาจากข้างหน้า
รูปร่างเหมือนลิงเอป สูงเกือบสองเมตร ทั่วทั้งร่างถูกหุ้มด้วยเกราะหินสีดำสนิทที่แข็งราวกับถ่าน
เวลาวิ่งก็มีเศษหินร่วงกราวลงมาตลอดทาง
ดวงตาสีแดงฉานสองดวงบนหัวมัน ดูน่าสยดสยองสุด ๆ
หวังอวิ๋นหวนนึกว่าหลี่หมู่จะกระโดดลงจากหลังม้าไปสู้
แต่หลี่หมู่กลับกระซิบสั่งเธอว่า “อย่าขยับนะ!”
[พลังมหาเทพ: วิชาเจ็ดสิบสองการแปลงกาย]
แล้วจู่ ๆ ร่างของหลี่หมู่ก็หายวับไปดื้อ ๆ!
หวังอวิ๋นหวนตกใจสุดขีด!
เพราะมอนสเตอร์ตัวนั้นมันพุ่งตรงเข้ามาหาเธอแล้ว
แต่หลี่หมู่ดันหายหัวไปเนี่ยนะ!
นี่ตั้งใจจะเอาฉันมาเป็นเหยื่อล่อมอนสเตอร์ แล้วค่อยฉวยโอกาสลอบโจมตีหรือไงเนี่ย?
พี่ชายคะ วิธีต่อสู้ของพี่นี่มันเปลืองอวิ๋นหวนไปหน่อยไหมคะ!
แล้วไอ้ม้าตัวนี้ก็อีกตัว! ดันวิ่งเข้าใส่มอนสเตอร์หน้าตาเฉย!
ไอ้ม้าโง่!
ไอ้ม้าบ้า! รีบวิ่งหนีไปทางอื่นสิยะ!
เธอร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กำแผงคอของเหย่ากู่ไว้แน่น
แต่แล้ว หลี่หมู่ก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ ห่างจากหน้าม้าไปสิบกว่าเมตร!
เขาง้างพลองในมือ ฟาดแหวกอากาศลงมาเต็มแรง
พร้อมกับเสียงผีร้องโหยหวนดังกึกก้อง พลองฟาดลงมาจนเกิดเป็นเงาแสงสีเงินสว่างวาบ!
ฟาดเปรี้ยงเข้าที่หน้าอกของมอนสเตอร์ตัวนั้นอย่างจัง!
ในขณะที่หวังอวิ๋นหวนกำลังงงว่า ทำไมหลี่หมู่ถึงไม่ฟาดหัวมัน
การฟาดที่ลำตัวมันจะไปสร้างความเสียหายอะไรได้มากมายนักหนา
แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอต้องเบิกตากว้าง!
มอนสเตอร์ตัวนั้นยุบยวบลงไปเหมือนก้อนแป้งที่โดนไม้สากทุบ!
จุดที่โดนพลองฟาด ยุบตัวและพับครึ่งร่างของมันเข้าหากันทันที!
พูดง่าย ๆ คือ มอนสเตอร์ตัวนั้นถูกฟาดกระเด็นลอยละลิ่วออกไปเลย!
เศษเกราะหินสีดำที่แตกกระจายออกจากตัวมัน ยังลอยค้างอยู่กลางอากาศชั่วขณะ
แต่ยังคงรักษารูปทรงเดิมของมอนสเตอร์เอาไว้!
ภาพตรงหน้ามันทรงพลังและรุนแรงจนน่าขนลุก!
เศษเกราะหินยังไม่ทันร่วงถึงพื้น ร่างของหลี่หมู่ก็หายวับไปอีกครั้ง
วินาทีต่อมา เขาก็กลับมาโผล่อยู่บนหลังม้า ด้านหลังหวังอวิ๋นหวนเหมือนเดิม
แล้วก็โอบกอดเธอไว้แน่น จนหวังอวิ๋นหวนสะดุ้งสุดตัวและหลุดเสียงกรี๊ด “อ๊ายย!” ออกมา
“ชู่ว! เงียบหน่อยสิ”
หลี่หมู่กระซิบดุเบา ๆ
ถึงตอนนี้ หวังอวิ๋นหวนถึงกับลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังโดนหลี่หมู่กอดอยู่
เธอยังคงช็อกกับฉากการโจมตีสุดโหดเมื่อกี้นี้ไม่หาย
นั่นมันวิชาอะไรกันน่ะ?
เทเลพอร์ตเหรอ?
ใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที จัดการมอนสเตอร์ระดับเดียวกันจนเละเป็นโจ๊ก แล้วก็เทเลพอร์ตกลับมาเนี่ยนะ?
นี่มันพลังระดับพระกาฬชัด ๆ!
แต่ความจริงแล้ว นี่หลี่หมู่ยังออมมือไว้เยอะเลยนะเนี่ย
เพราะวิชาแปลงกายมันกินพลังปราณเยอะมาก
ถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะรับประกันความปลอดภัยของหวังอวิ๋นหวนร้อยเปอร์เซ็นต์ล่ะก็
หลี่หมู่คงแค่ตวัดพลองฟาดมันจากบนหลังม้าให้ตายคาที่ไปเลย มันง่ายกว่าตั้งเยอะ!
ถ้าเป็นม้าศึกทั่วไป อาจจะตื่นตระหนกตกใจเวลาเจอมอนสเตอร์
แต่เหย่ากู่ไม่เป็นแบบนั้นเลย
เหย่ากู่เป็นถึงม้าศึกระดับพิเศษ หลี่หมู่เริ่มจับทางนิสัยของมันได้แล้ว
นิสัยเด่นของมันก็คือ ความใจกล้าบ้าบิ่น!
มันไม่กลัวมอนสเตอร์เลยสักนิด เผลอ ๆ อยากจะพุ่งเข้าไปบวกกับมอนสเตอร์ซะเองด้วยซ้ำ!
ถึงพลังการต่อสู้ของมัน จะสู้มอนสเตอร์ระดับสองไม่ได้ก็เถอะ
แต่มันก็ไม่กลัวโว้ย!
ถ้าถามว่าทำไมมันถึงไม่กลัวน่ะเหรอ?
ก็เพราะมัน… โง่ไงล่ะ!