แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 78 แกเป็นใครมาจากไหน?
หลี่หมู่แอบหัวเราะในใจ
ดูท่าจางคังคนนี้ก็คงเป็นแค่พวกดีแต่เปลือก ได้พรสวรรค์ระดับ A มาก็เท่านั้น
ถึงจะอยู่ระดับสามขั้นสูงสุด แต่ก็คงสู้จางจือเหวยที่เพิ่งอยู่ระดับสามขั้นต้นไม่ได้ด้วยซ้ำ
นี่จางจือเหวยกับลู่เฉินเฟิงเข้าร่วมเป็นทหารกองหนุนของกองทัพจิ้นหยวนมาได้สี่ห้าวันแล้วสินะ?
ด้วยความเร็วในการพัฒนาที่โคตรบ้าบอของสองคนนั้น แถมยังมีน้ำยาพลังงานปราณให้ใช้ไม่อั้นอีก
ป่านนี้คงทะลุขึ้นระดับสามขั้นกลางกันไปแล้วล่ะมั้ง
ระหว่างที่หลี่หมู่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ เครื่องสแกนของหวังอวิ๋นหวนก็ส่งเสียงสั่นหึ่ง ๆ เบา ๆ
หลี่หมู่รีบดึงสติกลับมาทันที
หวังอวิ๋นหวนใช้พลั่วอันเล็กขุดดินผิวหน้าออก แล้วหยิบเศษหินชิ้นหนึ่งขึ้นมาดู
“เจอเศษแร่แล้วล่ะ แหล่งแร่น่าจะอยู่แถว ๆ นี้นี่แหละ”
“แร่ผลึกมีชีวิตจะดูดซับพลังงานมหาศาล ทำให้มันอยู่ในสภาพกึ่งมีชีวิต”
“มอนสเตอร์หลายชนิดโปรดปรานของพวกนี้มาก”
“เพราะมันช่วยกระตุ้นการวิวัฒนาการและการกลายพันธุ์ของพวกมันได้ ดังนั้น ที่ไหนมีแร่ผลึกสด ๆ เยอะ”
“ที่นั่นก็มีโอกาสสูงมากที่จะเจอมอนสเตอร์”
หวังอวิ๋นหวนอธิบายไปเดินไป
ไม่รู้ว่าตั้งใจอธิบายให้หลี่หมู่ฟัง หรือแค่บ่นพึมพำกับตัวเองกันแน่
แต่ที่แน่ ๆ คือเธอดูมุ่งมั่นกับการทำงานมาก
ทั้งสองคนเดินสำรวจกันอยู่พักใหญ่ ผ่านไปตั้งยี่สิบนาที กว่าทีมของจางคังกับเจียงหลินหลินจะเข้ามาถึงพื้นที่เป้าหมายจากอีกฝั่ง
เจียงหลินหลินเริ่มปฏิบัติหน้าที่ หยิบเครื่องมือสแกนขึ้นมาเดินหาจุดที่มีแร่ผลึกทันที
ทั้งสองทีมยังไม่เจอมอนสเตอร์ตัวใหญ่เลย
มีแต่มอนสเตอร์ตัวเล็กโผล่มาประปราย ซึ่งก็ถูกจัดการได้ง่าย ๆ
ผ่านไปประมาณสามสิบนาที
เจียงหลินหลินก็ขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะรายงานกลับไปที่ศูนย์บัญชาการ
“ศูนย์บัญชาการคะ พวกเราสำรวจพื้นที่มาครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ”
“เจอแต่เศษแร่ผลึกที่ตายแล้วเต็มไปหมดเลยค่ะ”
“แถมใต้ดินก็ไม่มีวี่แววของแหล่งแร่ผลึกมีชีวิตเลยสักนิด!”
นักวิจัยทั้งสองคนที่ศูนย์บัญชาการต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ดูเหมือนว่าที่นี่จะเคยมีแหล่งแร่ผลึกอยู่จริง ๆ”
“แต่น่าจะถูกขุดจนเหี้ยนไปหมดแล้วล่ะ”
นักวิจัยหญิงสั่งการทันที
“เอาล่ะ เธอขยับเข้าไปใกล้ตีนเขาอีกนิด แล้วลองสแกนดูจุดที่น่าจะมีแร่ผลึกโผล่พ้นดินมาอีกสักสามจุดนะ”
“ถ้ายังไม่เจออะไรอีก ก็กลับมาได้เลย”
“รับทราบค่ะ!” เจียงหลินหลินรับคำ
จุดที่แร่โผล่พ้นดิน มักจะเป็นบริเวณที่มีเศษแร่ผลึกรวมตัวกันอยู่เยอะ ๆ
โดยปกติแล้ว ถ้ามีแหล่งแร่ผลึกอยู่ใต้ดิน การขุดหาจากบริเวณนี้จะมีโอกาสเจอมากที่สุด
พวกนักวิจัยทำท่าเหมือนไม่ได้สนใจความเห็นของเหลียวเฟิงและคนอื่น ๆ เลยสักนิด
แถมยังไม่ได้ใส่ใจฝั่งของหวังอวิ๋นหวนด้วยซ้ำ
ก็แน่ล่ะ ฝั่งนั้นก็ยังหาอะไรไม่เจอเหมือนกัน สุดท้ายก็ต้องเชื่อฟังพวกเธออยู่ดี
ส่วนหวังอวิ๋นหวนก็หยิบสมุดเล่มเล็กออกมา
เธอเดินสำรวจไปพลาง จดบันทึกและวาดอะไรยุกยิกไปพลาง
หลี่หมู่แอบชะโงกหน้าไปดู
เห็นว่าสิ่งที่เธอวาด น่าจะเป็นแผนที่จำลองการกระจายตัวของแร่ผลึกอะไรทำนองนั้น
เหลียวเฟิงที่คอยดูภาพจากกล้องวงจรปิดของทั้งสองทีมอย่างเป็นกลาง ก็สังเกตเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน
หลี่หมู่กับหวังอวิ๋นหวนเดินสำรวจครอบคลุมพื้นที่ไปหลายพันตารางเมตรแล้ว
หวังอวิ๋นหวนเดินไปวาดแผนที่ไป แถมสุนัขตัวโตสองตัวก็คอยคาบของมาให้เธอตรวจดูไม่หยุด
ส่วนเจียงหลินหลิน แม้จะดูขยันขันแข็งเหมือนกัน แต่เส้นทางการเดินสำรวจของเธอกลับสะเปะสะปะไม่มีแบบแผน
เดินคดเคี้ยวไปมา จนมีพื้นที่อีกตั้งเยอะที่ยังไม่ได้สำรวจเลย
ไม่รู้ว่าเพราะขี้เกียจ หรือว่าฝีมือไม่ถึงกันแน่
เวลาผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง
เจียงหลินหลินก็รายงานกลับมาอีกครั้ง
“ศูนย์บัญชาการคะ ฉันสำรวจจุดที่แร่โผล่พ้นดินครบสามจุดแล้วค่ะ”
“ที่นี่มีแค่ร่องรอยเหมืองเก่า แต่ไม่พบแหล่งแร่ผลึกเลยจริง ๆ ค่ะ!”
น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความหงุดหงิด
ส่วนนักวิจัยชายหญิงที่ศูนย์บัญชาการก็มีสีหน้าบูดบึ้งไม่แพ้กัน!
กองทัพเขตหมิงจูนี่มันรายงานข่าวกรองมั่วซั่วชัด ๆ!
ไอ้หน้าโง่ที่ไหนมันรายงานว่าเจอแร่ผลึกมีชีวิตแถวนี้วะ
ตอนแรกนึกว่าจะได้ผลงานมาง่าย ๆ
ที่ไหนได้ ดันเสียเวลามาฟรี ๆ ซะงั้น
“งั้นก็เตรียมตัวกลับมาเถอะ!”
นักวิจัยหญิงสั่งการอย่างหงุดหงิด
แล้วก็หันไปปรายตามองเหลียวเฟิง
หวังหลงเฉิงจึงต้องเอ่ยปากถามลูกสาวบ้าง
“หวังอวิ๋นหวน ทางลูกเจอเบาะแสอะไรบ้างไหม?”
เมื่อครู่นี้หวังอวิ๋นหวนมัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานจนไม่ได้รายงานอะไรกลับมาเลย ยิ่งสำรวจก็ยิ่งตื่นเต้น!
พอได้ยินเสียงพ่อเรียก เธอก็รีบดึงสติกลับมาทันที
แล้วชี้มือไปทางตีนเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ท่านผู้บัญชาการคะ! หนูคิดว่า… ที่นี่น่าจะมีแร่ผลึกแม่สถิตอยู่ค่ะ!”
“อะไรนะ!!”
หวังหลงเฉิงตกใจจนเผลออุทานออกมา
เหลียวเฟิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็หันขวับมามองด้วยความตกตะลึง
ส่วนนักวิจัยสองคนนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น
“เธอมีหลักฐานอะไรมายืนยัน?” หวังหลงเฉิงรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น จึงรีบถามเพื่อความแน่ใจ
หวังอวิ๋นหวนอธิบายว่า
“หนูตรวจสอบเศษแร่ผลึกทั้งหมดที่เก็บได้ในรัศมีนี้แล้วค่ะ”
“เศษแร่พวกนี้กระจายตัวเป็นรูปพัด ยิ่งอยู่ไกล เศษแร่ก็จะยิ่งหมดสภาพเร็วขึ้น”
“นั่นแสดงว่า แหล่งแร่เก่าที่เคยอยู่ที่นี่ มีการสลายตัวอย่างเป็นระบบจากระยะไกลเข้ามาใกล้ค่ะ”
นักวิจัยหญิงเดินก้าวเข้ามาข้างหน้า แล้วพูดเสียงแข็งทันที
“เหลวไหลสิ้นดี!”
“เธอใช้วิธีไหนตรวจวัดระยะเวลาการหมดสภาพของเศษแร่ผลึกพวกนั้น?”
“ดูจากสีค่ะ!” หวังอวิ๋นหวนตอบกลับอย่างหนักแน่น
“ถึงแม้ความแตกต่างของสีมันจะน้อยมาก ๆ แต่ถ้าเราเก็บตัวอย่างมามากพอ และกระจายตัวในวงกว้างพอ”
“เราก็จะแยกแยะความแตกต่างนั้นได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ!”
นักวิจัยหญิงถึงกับสะอึก เถียงไม่ออก
ที่เธอพูดมาก็มีเหตุผล
การเดินสำรวจของเจียงหลินหลินเป็นแค่เส้นสายเดียว แต่ของหวังอวิ๋นหวนครอบคลุมพื้นที่เป็นวงกว้างกว่ามาก
ในเรื่องความละเอียดรอบคอบแล้ว หวังอวิ๋นหวนทำได้ดีกว่าจริง ๆ
ตั้งแต่ตอนที่พวกเธอเริ่มเถียงกัน เหลียวเฟิงก็เปิดระบบสื่อสารให้ทั้งสองทีมได้ยินเสียงกันและกัน เจียงหลินหลินจึงได้ยินข้อสรุปของหวังอวิ๋นหวนด้วย
เธอจึงรีบพูดแทรกขึ้นมาอย่างไม่พอใจทันที
“ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจจากสถาบันวิจัย ฉันไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปนี้ค่ะ!”
“ที่เธอบอกว่าแหล่งแร่มีการสลายตัวอย่างเป็นระบบน่ะ มันเกิดจากสาเหตุอะไรกันล่ะ?”
เหตุผลที่เธอได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจนี้ ไม่ใช่เพราะเธอเก่งที่สุดในสายอาชีพนี้หรอกนะ
แต่เป็นเพราะเธอเป็นนักวิจัยระดับสาม ที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นต่างหาก
และถึงจะเป็นแบบนั้น เธอก็เป็นคนของสถาบันวิจัยวิชาแห่งชาตินะ
ฉันเพิ่งจะยืนยันไปว่าที่นี่ไม่มีแหล่งแร่!
แต่เธอที่เป็นแค่นักเรียน กล้ามาหักล้างข้อสรุปของฉันเนี่ยนะ?
บังอาจเกินไปแล้ว!
หวังอวิ๋นหวนจึงอธิบายต่อทันที
“แร่ผลึกที่มีจิตสำนึกจนสามารถสลายตัวได้เอง ก็มีแต่แร่ผลึกแม่เท่านั้นแหละค่ะ”
“แร่ผลึกที่สลายตัวแล้ว จะแผ่กระจายพลังงานออกมาอย่างรวดเร็ว เพื่อดึงดูดมอนสเตอร์ให้เข้าใกล้”
“จุดประสงค์ของแร่ผลึกแม่ ก็คือการกลืนกินมอนสเตอร์พวกนั้นนั่นเอง”
“มันจะสลายตัวเศษแร่รอบนอกเรื่อย ๆ เหมือนกับการโปรยเมล็ดพืชล่อนก”
“เพื่อล่อให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักของมันทีละก้าว ๆ”
“ซึ่งก็คือตรงนั้นค่ะ!”
พูดจบ หวังอวิ๋นหวนก็ชี้มือไปที่เชิงเขา
“จากแผนที่กระจายตัวที่ฉันวาดขึ้น ศูนย์กลางของแหล่งแร่นี้อยู่ตรงนั้นค่ะ”
พอได้ยินว่าหวังอวิ๋นหวนถึงกับวาดแผนที่ขึ้นมาด้วย
เจียงหลินหลินก็รู้สึกเหมือนถูกหยามหน้าอย่างรุนแรง!
ฉันต่างหากล่ะที่เป็นนักวิจัยของสถาบันวิจัย!!
เธอเป็นใครมาจากไหน?
มีสิทธิ์อะไรมาวาดแผนทงแผนที่ฮะ!?
มันจะหยามกันเกินไปแล้ว
เธอจึงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “หึ! ไร้สาระ!”
“อย่าว่าแต่แร่ผลึกแม่เลย แค่เศษแร่ชิ้นเล็ก ๆ ฉันก็ต้องสแกนเจอไปตั้งนานแล้ว!”
“ศูนย์บัญชาการคะ ฉันไม่อยากจะทนฟังยัยมือสมัครเล่นนี่พล่ามอะไรไร้สาระอีกแล้ว!”
“ขออนุญาตเดินทางกลับค่ะ!”
“อนุญาตให้กลับได้ ภารกิจสิ้นสุดลงแล้ว! ท่านผู้บัญชาการเหลียวคะ ออกคำสั่งเถอะค่ะ!”
นักวิจัยหญิงที่ศูนย์บัญชาการรีบพูดสนับสนุนเจียงหลินหลินทันที
เหลียวเฟิงปรายตามองหวังหลงเฉิงแวบหนึ่ง
หวังหลงเฉิงก็พยักหน้าส่งสัญญาณตอบกลับ
เหลียวเฟิงจึงสั่งการว่า
“จางคัง, ทีมเจียงหลินหลิน เดินทางกลับได้”
“หลี่หมู่, ทีมหวังอวิ๋นหวน เดินหน้าสำรวจต่อไป!”
สิ้นเสียงของเหลียวเฟิง
นักวิจัยทั้งสองคนก็หน้าตึงขึ้นมาทันที!
“ท่านผู้บัญชาการเหลียวคะ นี่คุณหมายความว่ายังไง!?”
“ฉันบอกว่าภารกิจสิ้นสุดลงแล้ว คุณไม่ได้ยินเหรอคะ??”
เหลียวเฟิงลุกพรวดขึ้นยืน จ้องหน้าทั้งสองคนด้วยแววตาอำมหิต
รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากร่าง จนอากาศรอบข้างสั่นสะเทือนดังหึ่ง ๆ!
แรงกดดันจากนักรบระดับสูงอย่างระดับเสวียนมันน่ากลัวจนแทบหยุดหายใจ
นักวิจัยระดับหกเจ็ดสองคนนี้ถึงกับกระดูกลั่นกรอบแกรบด้วยความเจ็บปวด!
“ผมให้เกียรติพวกคุณมากพอแล้วนะ!”
“คุณบอกว่าภารกิจจบลงแล้ว ผมก็สั่งให้คนของคุณกลับมาแล้วไง!”
“แต่คนในเขตการทหารของผม จะสำรวจพื้นที่ต่อไป”
“มันใช่เรื่องที่คุณจะมาแส่เหรอ?”
“คุณเป็นใครมาจากไหนฮะ!?”