โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - ตอนที่ 501 สี่ยอดเขาแย่งชิง!
ตอนที่ 501 สี่ยอดเขาแย่งชิง!
เขตแดนฮั่นไห่
เมืองลั่วหยาน…
เมืองอห่งนี้อยู่ถัดจากเมืองฮั่นไห่ เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองรองจากเมืองฮั่นไห่
เพราะเมืองฮั่นไห่มีนิกายฮั่นไห่ตั้งอยู่ มันจึงเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในเขตแดนฮั่นไห่!
ส่วนเมืองลั่วหยาน แม้ว่าจะด้อยกว่านิกายฮั่นไห่อยู่บ้าง แต่ที่นี่ก็มีนิกายลั่วหยานตั้งอยู่ มันจึงเจริญรุ่งเรืองเช่นกัน
ท้ายที่สุดแล้ว นิกายลั่วหยานเป็นนิกายเดียวที่สามารถเทียบเคียงกับนิกายฮั่นไห่ได้ แถมยังมีรากฐานยาวนานกว่านิกายฮั่นไห่ ทำให้นิกายลั่วหยานมีรากฐานที่แข็งแกร่งมาก
เพียงแต่ในปัจจุบันนิกายตกต่ำลง เหล่ายอดฝีมือมากมายต่างถูกนิกายฮั่นไห่แย่งชิงไป
ด้วยเหตุนี้ นิกายลั่วหยานจึงตกลงจากบัลลังก์แห่งการปกครองของเขตแดนฮั่นไห่…
ในเวลานี้เอง เย่ชิวไป่และมู่จือชิงได้ปลอมตัวเข้ามายังเมืองลั่วหยาน
นิกายลั่วหยานและนิกายฮั่นไห่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกัน
ต่างฝ่ายต่างแข่งขันกันทั้งในที่ลับและในที่แจ้ง ทั้งสองนิกายไม่ถูกกันโดยสิ้นเชิง
เพราะเหตุนี้ ทั้งสองจึงไม่ต้องกังวลว่าคนของนิกายฮั่นไห่จะแทรกซึมเข้ามาในเมืองลั่วหยานเป็นจำนวนมาก
มู่จือชิงตอนนี้ปลอมตัวเล็กน้อย บนใบหน้าของนางใช้สิ่งของพิเศษที่เหมือนฝ้าแปะที่จมูกทั้งสองข้าง…
แต่ดวงตาคู่ที่เหมือนน้ำค้างนั้น มันก็ยังคงดูสวยงาม
“ชิวไป่ ต่อไปเราจะทำยังไงกันดี?”
เย่ชิวไป่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวว่า “นิกายฮั่นไห่และตระกูลลู่ทำกับเจ้าเช่นนี้ ข้าย่อมต้องทำลายให้สิ้นซาก”
“แต่ข้าไม่สามารถบอกให้ท่านอาจารย์ช่วยได้ นี่ถือว่าประสบการณ์ที่ดีสำหรับพวกเราเช่นกัน”
มู่จือชิงมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและกล่าวว่า “ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่พลังของนิกายฮั่นไห่สูงกว่าเรามาก ด้วยพลังของเราตอนนี้…”
เย่ชิวไป่ย่อมรู้สิ่งที่มู่จือชิงต้องการจะสื่อ…
เขายิ้มและกล่าวว่า “วางใจเถอะ ก่อนที่จะลงมือ ข้าได้สืบข้อมูลไว้หมดแล้ว”
“นิกายลั่วหยานกับนิกายฮั่นไห่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีมาโดยตลอด”
“เจ้าหมายความว่า…”
มู่จือชิงพลันเข้าใจและกล่าวว่า “พวกเราจะเข้าร่วมนิกายลั่วหยาน และอาศัยอำนาจของนิกายลั่วหยาน ค่อยๆ เพิ่มพูนพลัง?”
“ถูกต้อง” เย่ชิวไป่พยักหน้าและกล่าวว่า “ตราบใดที่เราแสดงพรสวรรค์ที่ทำให้พวกเขาให้ความสำคัญภายในนิกายลั่วหยาน และได้รับอำนาจในการพูดจา หลังจากนั้น เราก็สามารถขอให้นิกายลั่วหยานช่วยได้”
“ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งสองฝ่าย ต่างก็เป็นศัตรูกันอยู่แล้ว”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้…
ทั้งสองคนจึงรีบมุ่งหน้าไปยังนิกายลั่วหยาน
บังเอิญมาก…
วันนี้เป็นวันคัดเลือกศิษย์ใหม่ของนิกายลั่วหยานพอดี
เหล่ายอดฝีมือในเมืองลั่วหยาน และเหล่าผู้ฝึกตนพเนจรที่อยู่รอบๆ ต่างก็เดินทางมายังนิกายลั่วหยานในวันนี้
……
นิกายลั่วหยานตั้งอยู่บนภูเขาสูงนอกเมืองลั่วหยาน
ภูเขาสูงตระหง่าน มีห่านป่าหลายสิบตัวกำลังบินอยู่บนยอดเขา
ในเวลานี้ ผู้คนมากมายมารวมตัวกันอยู่ที่ประตูทางเข้า
พวกเขามาที่นี่เพื่อผ่านการทดสอบของนิกายลั่วหยาน และเข้าร่วมนิกาย
ถึงแม้ว่านิกายลั่วหยานจะตกต่ำลง แต่อย่างน้อยก็เป็นหนึ่งในนิกายที่เก่าแก่ที่สุดในเขตแดนฮั่นไห่
แน่นอนว่า รากฐานของนิกายยังคงแข็งแกร่ง
ในเวลานี้เอง เย่ชิวไป่และมู่จือชิงที่ปลอมตัว ทั้งคู่มาถึงประตูทางเข้า
หน้าประตูมีชายสองคนสวมเสื้อคลุมยาวสีน้ำตาล
หน้าอกด้านซ้ายมีรูปสลักห่านป่ากางปีก
ห่านป่ามีขนทั้งตัวเป็นสีฟ้า
แสดงว่า ชายทั้งสองคนนี้คือศิษย์ภายในของนิกายลั่วหยาน
ผู้คนที่อยู่รอบๆ ต่างก็มองดูพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพและอิจฉา
ชายหนึ่งในนั้นตะโกนว่า “ข้าชื่อหวังซิง ข้าคือศิษย์ภายในนิกายลั่วหยาน ด่านแรกของการทดสอบคือการตรวจวัดอายุกระดูก”
“ผู้ที่มีอายุต่ำกว่าสามสิบปี และบรรลุถึงขั้นเสมือนเทพแล้ว เจ้าสามารถผ่านด่านแรกนี้ได้”
“เอาล่ะ เริ่มได้เลย!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้คนที่อยากจะเข้าร่วมนิกายลั่วหยานต่างก็รีบวิ่งเข้าไป
“จางหยู อายุยี่สิบหกปี ขั้นกลางขอบเขตเสมือนเทพ ผ่าน!”
“หยางเหอเฟิน อายุยี่สิบห้าปี ขั้นต้นขอบเขตมหาจักรพรรดิ ผ่าน!”
เมื่อดูถึงตรงนี้ หวังซิงก็มองหยางเหอเฟินด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นจึงพยักหน้า
ผู้คนในที่นั้นต่างก็ประหลาดใจเช่นกัน อายุกระดูกเพียงยี่สิบห้าปี เขาได้มาถึงขอบเขตมหาจักรพรรดิแล้วงั้นเหรอ?
พรสวรรค์เช่นนี้ช่างเป็นปีศาจจริงๆ!
“หมิงเสี่ยวถิง อายุยี่สิบแปดปี ขั้นกลางขอบเขตมหาจักรพรรดิ ผ่าน!”
“หลี่รุ่ยเฟย อายุยี่สิบเจ็ดปี ขั้นต้นขอบเขตมหาจักรพรรดิ ผ่าน!”
ชื่อต่างๆ ค่อยๆ ทยอยประกาศออกมา…
ที่เชิงเขา มีชายชราหลายคนกำลังดูเหตุการณ์นี้อยู่
“ใช้ได้ คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ในครั้งนี้ค่อนข้างดี”
“จริง ๆ แล้ว เมื่อเทียบกับครั้งก่อนๆ มันก็ยังดีอยู่ แต่ก็ยังต้องดูว่าจะสามารถผ่านรอบต่อไปได้หรือไม่?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ถึงเจ้าจะกล่าวเช่นนั้น แต่เจ้าแทบจะรอไม่ไหวที่จะลงจากภูเขาไปแย่งคนมาเลยใช่ไหม?”
“พูดจาเหลวไหล!”
ในขณะนั้นเอง
ได้ถึงตาของเย่ชิวไป่และมู่จือชิงแล้ว
หวังซิงในเวลานี้ หัวใจก็เต็มไปด้วยความสุข
ท้ายที่สุดแล้ว หากมีอัจฉริยะมากขึ้น เขาก็จะได้รับทรัพยากรการฝึกฝนภายในนิกายมากขึ้น และเขายังสามารถจดจำพวกเขาล่วงหน้าและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้ด้วย!
ดังนั้น หวังซิงจึงมองเย่ชิวไป่ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน และกล่าวว่า “ชื่อของเจ้าคืออะไร?”
“เย่ชิว”
นี่คือชื่อปลอมที่เย่ชิวไป่ใช้ชั่วคราว
“เอาล่ะ วางมือของเจ้าลงบนศิลาทงเทียน(ศิลาเทียมฟ้า)”
เย่ชิวไป่พยักหน้า เขาวางมือบนศิลาทงเทียนทันที
ทันใดนั้น ศิลาทงเทียนก็เปล่งประกายอันน่าทึ่งออกมา!
เมื่อเห็นฉากนี้ หวังซิงรู้สึกตกใจ!
เมื่อเขามองไปที่ศิลาทงเทียน เขามีสีหน้าตกตะลึง และกล่าวว่า “เย่เฉิน อายุยี่สิบสามปี ขอบเขตครึ่งก้าว… ครึ่งก้าวภวังค์เทพ?”
เย่ชิวไป่ไม่ได้กดพลังและพรสวรรค์ของเขาแม้แต่น้อย
สิ่งที่เขาต้องทำก็คือ พยายามดึงดูดความสนใจของผู้นำระดับสูงของนิกายลั่วหยานอย่างรวดเร็ว
ด้วยวิธีนี้เท่านั้น เขาจะได้รับความสนใจอย่างแท้จริงจากนิกายลั่วหยาน และทรัพยากรการฝึกฝนต่างๆ
ผู้คนรอบข้างมองดูเหตุการณ์นี้…ต่างก็มีสีหน้าตื่นตกใจ!
และยิ่งกว่านั้น สีหน้าตกตะลึงของพวกเขา เข้มข้นกว่าครั้งก่อนๆ ด้วยซ้ำ
อายุยี่สิบสาม?
เขาถึงขอบเขตครึ่งก้าวภวังค์เทพแล้ว?
นี่มันอะไรกัน?
หมิงเสี่ยวถิงมองดูเหตุการณ์นี้ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
คนที่เก่งกว่าข้าอีกงั้นเหรอ?
หยางเหอเฟินตกตะลึงเล็กน้อย หลังจากนั้น เขาก็เผยรอยยิ้มตื่นเต้นออกมา
ดูเหมือนว่าการเข้าร่วมนิกายลั่วหยานครั้งนี้จะไม่น่าเบื่อแล้ว
มีเพียงหลี่รุ่ยเฟยเท่านั้นที่มีสีหน้านิ่งเฉย
เย่ชิวไป่เห็นหวังซิงไม่พูดอะไรอีก เขาจึงโบกมือตรงหน้า และกล่าวว่า “ศิษย์พี่ ข้าผ่านแล้วใช่ไหม?”
“อ๋อ… อืม! ผ่านแล้ว! เจ้าผ่านแล้ว!”
เย่ชิวไป่ยิ้มเล็กน้อย: “ขอบคุณศิษย์พี่”
หลังจากกล่าวจบ เขาก็เดินเข้าไปในประตู แล้วหันหลังกลับมาขยิบตาให้มู่จือชิง
มู่จือชิงยกริมฝีปากยิ้ม แล้ววางมือบนหินทงเทียนทันที
แต่หินทงเทียนกลับไม่เปล่งประกาย
มีเพียงการปล่อยออร่าลึกลับออกมา
ดูเหมือนจะมีเสียงร้องของห่านป่า!
หวังซิงตกตะลึงเล็กน้อย
มันเกิดอะไรขึ้น?
ผู้คนรอบข้างก็สงสัยเช่นกัน
“เป็นไปได้ไหมว่าหินทงเทียนจะเสียแล้ว?”
ในขณะนั้นเอง…
มีชายชราสี่คนพุ่งเข้ามาหามู่จือชิงพร้อมๆ กัน!
หวังซิงเห็นดังนั้น จึงรีบโค้งคำนับอย่างเคารพ “ศิษย์หวังซิง ขอคารวะท่านปรมาจารย์ยอดเขาทั้งสี่!”
แต่เขาก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน
ทำไมปรมาจารย์ยอดเขาทั้งสี่ที่หาตัวจับยาก พวกเขาถึงมาปรากฏตัวในเวลานี้?
ทันใดนั้น ใบหน้าของปรมาจารย์ยอดเขาทั้งสี่ก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น!
“หินทงเทียนไม่ได้เสีย!”
“อายุเพียงยี่สิบเอ็ดปี แต่ได้มาถึงขอบเขตรวบรวมเต๋าขั้นกลางแล้ว?”
ในระหว่างการฝึกฝนที่ผ่านมา มู่จือชิงก็ย่อมได้รับการปรับปรุงมาบ้าง
เมื่อได้ยินคำกล่าวของสี่ปรมาจารย์ยอดเขา
ทุกคนก็ตกตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่า
อายุกระดูกยี่สิบเอ็ดปี
แต่ถึงขอบเขตรวบรวมเต๋าขั้นกลาง?
นี่มัน…
มีอัจฉริยะเช่นนี้อยู่ในเขตแดนฮั่นไห่ด้วย?
“สาวน้อย เจ้ายินดีเข้าร่วมยอดเขาเหยากวง(แกว่งแสง)ไหม?”
“อย่าไปฟังเขาเลย! มาเข้าร่วมยอดเขาฮุนหยวน(ผสมหยก)ของข้าดีกว่า ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์สืบทอด!”
“เฮ้ยเฮ้ยเฮ้ย! เด็กสาวคนนี้เหมาะกับยอดเขาเล่ยหยุน(เมฆาสายฟ้า) ของข้ามากกว่า!”
“แย่งกันทำไม ใครกล้าแย่งข้า? ไม่เห็นหัวข้าหรือไง… มา มา มาเข้าร่วมยอดเขาหลิงเซียว(สูงเทียมฟ้า) ข้าสิ!”
เย่ชิวไป่กลอกตาเมื่อเห็นฉากนี้
ให้ตายสิ ภรรยาของข้าแย่งชื่อเสียงข้าไปหมดแล้ว!