โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 216 ร่วมมือกัน?
ถูกสังหาร!
เย่ชิวไป่สังหารมู่หรงโหมวจริงๆ!
บุตรชายคนโตของตระกูลมู่หรง
เขาสังหารโดยไม่ลังเลใดๆ
ใบหน้าของมูหรงโหมวหม่นหมอง ราวกับไม่เชื่อว่า เขาจะมาตาย
แบบนี้
มู่หรงอี้ก็มีสีหน้าอัปลักษณ์เช่นกัน
แต่ในเวลานี้ ดวงตาของเสี่ยวเฮยเต็มไปด้วยปราณมาร และเขา
ชกไปที่หน้าอกของมู่หรงอี่อีกครั้ง!
อั๊ก!
ทันใดนั้น เส้นลมปราณทั้งหมดในร่างกายของมู่หรงอี้ ถูกทำลาย
ในทันที!
ดวงตาเริ่มปิด
มู่หรงอี้ไม่คาดคิดว่า เขาจะมาตายที่นี่
ที่สำคัญ เขาตายด้วยน ้ามือของรุ่นเยาว์
ทุกคนมองฉากนี้ด้วยสายตาหวาดกลัว
เสี่ยวเฮย สังหารผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสมือนเทพ!
และคู่ต่อสู้ก็ใช้พลังเต็มที่ ไม่มีการออมมือ
เมื่อเขาต่อสู้กับมู่หรงอี้ เสี่ยวเฮยเป็นเหมือนสัตว์ร้ายในยุคก่อน
ประวัติศาสตร์ ที่หนีจากกรงขัง
รุนแรงและโหดเหี้ยม
เขาแข็งแกร่งอย่ามาก!
ทุกหมัดเป็นเหหมือนอุกกาบาต ที่ตกมาอย่างรุนแรง!
แต่ละหมัด ช่างหนักหน่วง!
มู่หรงอี้ อยู่ภายใต้ความกดดันตลอดเวลาขณะกำลังต่อสู้!
เป็นไปได้ว่า ความแข็งแกร่งของเสี่ยวเฮย อาจจะแข็งแกร่งกว่า
ขั้นต้นของขอบเขตเสมือนเทพเล็กน้อย!
ถึงแม้ว่ามู่หรงจะเก่งเรื่องค่ายกลก็ตาม เห็นได้ชัดว่าเขาด้อยกว่า
คนอื่นๆ ในการต่อสู้ระยะปราชิด
อย่างไรก็ตาม มันก็ยังเป็นขอบเขตเสมือนเทพอยู่ดี
อีกทั้งค่ายกลของเขา ทั้งทรงพลังและลึกลับ!
แต่เขาก็ยังถูกเสี่ยวเฮยจนต่อยตาย!
กล่าวได้คำเดียวว่า ร่างกายของเสี่ยวเฮยแข็งแกร่งอย่างยิ่ง…
เจ้าสำนักหยานและหลินหลูเฟิ่ง ก็เห็นฉากนี้เช่นกัน
อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยอารมณ์
ศิษย์ของศาลาเฉาถังทุกคน ล้วนเป็นสัตว์ประหลาด!
เสี่ยวเฮย เป็นเพียงคนเดียวในศาลาเฉาถัง ที่ไม่เป็นที่รู้จักจาก
โลกภายนอก
เป็นตัวละครที่คนอื่นไม่ได้สนใจ
แต่เขาสามารถ ต่อสู้กับขอบเขตเสมือนเทพที่แข็งแกร่งได้
แถมคู่ต่อสู้ยังไม่มีแรงสู้กลับ จนถูกต่อยจนตาย!
แล้วถ้าเป็นคนที่เหลือล่ะ?
เย่ชิวไป่ มีพละกำลังที่จะต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเสมือน
เทพ อย่างแน่นอน
บัณฑิตหนิงเฉินซิน ก็สามารถสู้ได้
อีกคนหนึ่ง จักรพรรดินีหยุนหวง หงหยิง?
ความแข็งแกร่งของนางอยู่ในระดับไหน?
หลินหลู่เฟิ่ง ไม่กล้าคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้
แต่ละคน สามารถแข่งขันกับผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเสมือนเทพ
ได้
กล่าวง่ายๆคือ
มีตัวละครสี่ตัว ที่สามารถเปรียบเทียบกับผู้แข็งแกร่งในขอบเขต
เสมือนเทพ!
ร่วมกับอาจารย์ลึกลับของพวกเขา ผู้สามารถทำลายการมีอยู่
ของขอบเขตเสมือนเทพได้ด้วยมือข้างเดียว
โอ้สวรรค์……
ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่า ศาลาเฉาถัง คือกองกำลังที่
แข็งแกร่งที่สุดในทวีปนี้ใช่ไหม?
คนที่มาพร้อมกับเป่ยเฟิง และชายชรานิกายพุทธะ เหล่าผู้
แข็งแกร่งในขอบเขตก้าวข้ามแดนหยวนดูหวาดกลัว
ส่วนเป่ยเฟิงและชายชรานิกายพุทธะ ยิ่งหวาดกลัวมากกว่า
ความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้นั้น เหนือจินตนาการอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนความแข็งแกร่งของมู่หรงอี้นั้น พอๆกันกับชายชรานิกาย
พุทธะอย่างแน่นอน!
แม้กระนั้น ตอนที่มู่หรงอี้แสดงค่ายกลออกมาอย่างเต็มที่ ทำให้
พลังที่สร้างขึ้นนั้น แข็งแกร่งกว่าชายชรานิกายพุทธะเสียอีก!
แต่เสี่ยวเฮย ก็สังหารมู่หรงอี้ได้อย่างง่ายดาย
แม้แต่ชายชรานิกายพุทธะ ก็ทำไม่ได้!
เป่ยเฟิง เจ้าเมืองเป่ยหยวน มองไปที่คนทั้งสี่ในศาลาเฉาถัง
ในเรื่องความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ แม้ว่าข้าจะเคยได้ยินมาบ้าง
แต่พอเห็นด้วยตา มันก็ยังอยู่เหนือจินตนาการของเขา
พลังแบบนี้ เขาจะสามารถสู้ได้จริงหรือ?
อย่างไรก็ตาม เขายังจำสัญญา ที่ชายลึกลับให้ไว้กับเขาก่อน
หน้านี้ได้
สิ่งล่อใจนั้นยิ่งใหญ่มาก จนเป่ยเฟิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกัด
ฟันและดำเนินการต่อ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ไป่เฟิงก็พยักหน้าให้ชายชรานิกายพุทธะ และ
กล่าวกับคนที่อยู่ข้างหลังเขาว่า “เอาล่ะ เราไปกันต่อเถอะ”
คนกลุ่มหนึ่งต้องการจากไป
เย่ชิวไป่และคนอื่นๆ เห็นสิ่งนี้ แต่ก็ไม่ได้หยุดพวกเขา
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง
จากนั้นเย่ชิวไป่ก็มองไปที่เสี่ยวเฮย
ทุกครั้งที่เขาต่อสู้ เขาจะบ้าคลั่งราวกับถูกครอบงำ
แต่คราวนี้ เขากลับมีสติ
จริงๆแล้ว ไม่ใช่ว่าเสี่ยวเฮยสติไม่หลุด
แต่ก่อนที่เขาจะกลายเป็นมาร ใบหลิวบนหน้าอกได้ยับยั้งปราณ
มารที่ชั่วร้าย ในร่างกายของเขา!
นี่คือใบหลิว ที่ต้นหลิวมอบให้เขาก่อนที่เขาจะมาที่นี่!
ต้นหลิวบอกเสี่ยวเฮยให้พกมันไว้ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม มีเส้นเล็กๆ อีกเส้น ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นบนกำปั้นของ
เสี่ยวเฮย
นี่คือขั้นที่สามของกายมารนิรันดร์!
ริ้วที่สามนี้ แตกต่างจากรูปแบบเปลวเพลิง และรูปแบบน ้าแข็ง
อย่างสิ้นเชิง!
มีจิตสังหารไหลมาเป็นสายเล็กๆ นี้อย่างชัดเจน!
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่ามันยังไม่เพียงพอ
เฉพาะเมื่อแถบเหล่านี้กระจายไปทั่วร่างกายของเสี่ยวเฮยเท่านั้น
ขั้นที่สามของกายมารนิรันดร์จะบ่มเพาะได้สำเร็จ
“ไปกันเถอะ” เย่ชิวไป่กล่าว
…
ทั้งกลุ่มเดินหน้าอีกครั้ง
ไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ พวกเขาข้ามธารน ้าแข็ง
ในที่สุด ทั้งกลุ่มก็มาถึงทุ่งน ้าแข็ง
ที่นี่ อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีลมกระโชก ที่มีใบมีดน ้าแข็งอันแหลมคม
เนื่องจากอุณหภูมิในขณะนี้ แม้ไม่มีลมแรง แต่ความเย็นก็
สามารถทะลุผ่านออร่าปราณป้องกันของทุกคนได้ ทำให้ทุกคนรู้สึก
ว่ามีมีดทิ่มแทงเข้าไปในร่างเนื้อของพวกเขา!
ในขณะเดียวกัน ก็สามารถได้ยินเสียงหวีดหวิวและเสียงคำราม
ของสัตว์อสูรได้ทุกที่!
ลมปราณนี้ ทำให้ผู้คนรู้ว่าสัตว์อสูรเหล่านี้ อยู่ในขอบเขตเสมือน
เทพ!
แถมมีจำนวนไม่น้อยด้วย
เกรงว่าสถานที่แห่งนี้ ได้มาถึงส่วนลึกของทุ่งน ้าแข็งแดนเหนือ
สุดขั้วแล้ว
ดวงตาของ เจ้าสำนักหยานตื่นตัว จิตสัมผัสของเขาเปิดกว้าง
และเขาให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ
“ทุกคนระวังตัวด้วย มีสัตว์อสูรมากมายในส่วนลึกของทุ่งน ้าแข็ง
แดนเหนือสุดขั่ว ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในขอบเขตเสมือนเทพ”
“ถ้าเจ้าถูกล้อมที่นี่ ผลที่ตามมาอาจเลวร้าย”
ทุกคนพยักหน้า มองไปรอบๆ และก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
สัตว์อสูรขอบเขตเสมือนเทพ ถ้ามีเพียงหนึ่งหรือสองตัวก็ไม่น่า
กลัว
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตื่นตัวคือ ถ้าถูกสัตว์อสูรขอบเขตเสมือนเทพ
หลายๆ ตัวล้อมกรอบ พวกเขาจะทำยังไง?
เมื่อถึงจุดนั้น การสูญเสียเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน
เป็นไปได้มาก ที่จะถูกสัตว์อสูรล้อมและสังหาร!
กลุ่มคนเริ่มเคลื่อนตัว เข้าสู้ส่วนลึกขึ้นเรื่อยๆ
ปราณพายุรุนแรงขึ้นมาก!
ปราณที่นี่ เหนียวข้นจนแทบหนืด!
ความก้าวหน้าของคนกลุ่มนี้ อดไม่ได้ที่จะช้าลง
พวกเขาเดินอย่างช้าๆ.
พยายามตื่น และมองไปตัวรอบๆ
ในที่สุด พวกเขาก็หยุด
ไม่ใช่ว่าถึงจุดหมาย
แต่…
พวกเขาเดินหน้าต่อไปไม่ไหว!
ข้างหน้า มีพายุปราณขนาดใหญ่!
ปราณนี้ ราวกับว่ามารวมกันที่นี่ เพื่อสร้างปราณดาบยาว!
และปราณดาบยาวเหล่านั้น ก็กลายเป็นพายุขวางหน้าพวกเขา!
ไม่สามารถเลี่ยงได้!
เพราะทุกคนสัมผัสได้ว่า ศูนย์กลางของพายุปราณดาบคือสิ่งที่
พวกเขาต้องการ
หลังจากนั้นไม่นานนัก
เป่ยเฟิงและชายรานิกายพุทธะ ก็ปรากฏตัวที่นี่เช่นกัน
พวกเขาก็มองไปที่พายุปราณดาบนี้ ใบหน้าเคร่งขรึม และไม่ได้
ก้าวไปข้างหน้า
หากเข้าไปอย่างบุ่มบ่าม แม้แต่ขอบเขตเสมือนเทพ ก็จะถูกพายุ
ปราณดาบนี้ ตัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างแน่นอน!
ไป่เฟิงยิ้มและกล่าวว่า “ข้าเกรงว่า เราจะร่วมมือกันไหม?”
ให้ทุกคนร่วมมือ?
วิธีผนึกกำลัง
ทุกคนมีแผนของตัวเอง และต่างก็อยากได้สิ่งที่อยู่ในนั้น
แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่จะมั่นใจว่าหลังจากนั้นพวกเขาจะ
ได้สิ่ที่ต้องการ?
ทุกคนยังนิ่ง รอดูท่าทีอยู่
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า
พายุปราณดาบ ยังคงควบแน่นอยู่ในทุ่งน ้าแข็งนี้
กองกำลังนิกายอื่นๆ ก็มาถึงที่นี่ในที่สุด
ไป่เฟิงยิ้มและกล่าวว่า: “มาร่วมมือกัน แล้วแต่ละคนจะได้ในสิ่งที่
ต้องการ หรือไม่ก็กลับบ้านไปซะ”
“แต่ข้าคิดว่า พวกเจ้าคงไม่อยากกลับไปทั้งแบบนี้หรอกนะ?”
ทุกคนมองหน้ากัน และในที่สุดก็ตกลงตามข้อเสนอของเป่ยเฟิง
ท้ายที่สุด ตอนนี้ไม่มีทางอื่นแล้ว!