โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 405 หน้าขาวหน้าดำ
(黑脸唱白脸 Hēi liǎn chàng bái liǎn ถ้าเทียบกับบ้านเราคง ประมาณตำรวจดีตำรวจเลว คนหนึ่งขู่เข็ญ ส่วนอีกคนอ่อนหวาน สุภาพ ประมาณนี้)
ชั้นสามของแดนมาร…
เย่ชิวไป่และคนอื่นๆ กำลังไต่ลงไปข้างล่างอย่างต่อเนื่อง
ถ้ามองขึ้นไป พวกเขามองเห็นเพียงท้องฟ้าสีดำเพียงเล็กน้อย เท่านั้น
พวกเขาเดินลงไปโดยไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าไหร่แล้ว
ในสถานที่นี้ เวลาไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป
เจ้าทำได้เพียงใส่ใจสิ่งรอบข้างเท่านั้น เพื่อป้องกันการโจมตี อย่างกะทันหันของสัตว์มาร!
ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังเดินลงไปไร้จุดสิ้นสุด
บันไดเหล่านี้ช่างทำให้ผู้คนรู้สึกสิ้นหวังจริงๆ
บางคนในกลุ่มเริ่มมีความคิดที่จะยอมแพ้แล้ว!
บางคนถึงกับกล่าวว่า “เราจะลงไปอีกนานเท่าไหร่? ที่สำคัญ เรา ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานไหม แล้วจะมีผู้เสียชีวิตบนบันไดนี้อีกกี่
คน?”
พวกเขาเริ่มสิ้นหวังแล้ว!
มู่ชิชิงก็มีสีหน้าบูดบึ้งในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน แม้ว่านางจะรักษา ขวัญกำลังใจให้สงบลงบ้างแล้วก็ตาม
ถึงอย่างนั้น
เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า
พวกเขาก็ยังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของขั้นบันได…
คำกล่าวอันเร่าร้อนเพื่อรักษาขวัญกำลังใจของนาง ใัันตอนนี้ มันกำลังค่อยๆ สูญเสียผลของมันไป…
มู่ฟูเฉิงมองไปรอบๆ และกล่าวอย่างเคร่งขรึม “สถานการณ์เริ่ม ไม่ดี หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจมีคนแยกตัวออกจากกลุ่มแล้วหนี ไป”
เย่ชิวไป่พยักหน้ารับและกล่าวว่า “เรื่องแบบนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้ว บันไดนี้ค่อนข้างแปลกจริงๆ เป็นเรื่องยากสำหรับบาง คนที่จะควบคุมอารมณ์ให้คงที่ไม่ได้ ในภาวะที่กดดันเช่นนี้”
ซือเฉิงถามอย่างเป็นกังวล “ไม่มีวิธีแก้ปัญหาเลยเหรอ?”
มู่ฟูเฉิงคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วกล่าวด้วยน ้าเสียงจริงจัง “ในตอนนี้ มี เพียงสองวิธีเท่านั้น”
“วิธีแรกคือการเร่งความเร็วและไปถึงชั้นล่างสุดอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าวิธีนี้สามารถละทิ้งได้โดยตรง”
“และประเภทที่สองคือ การปราบปรามให้เห็นเลือด!”
“ในเมื่อพวกมันเริ่มวุ่นวาย จงเชื่อดไก่ให้ลิงดู และใช้วิธีนี้เพื่อทำ ให้พวกมันกลัวเราและเบี่ยงเบนความสนใจพวกมันจากความกลัว ในตอนนี้!”
เมื่อได้ยินวิธีนี้ เย่ชิวไป่ก็พยักหน้า
นี่เป็นความคิดที่ดี
แต่ใครจะเป็นคนทำล่ะ?
มู่ฟู่เฉิง?
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้…
เขาคือผู้สืบทอดจักรพรรดิคนต่อไป
ถ้าเจ้าทำสิ่งนี้ เมื่อเจ้าออกไปข้างนอก
เกรงว่าจะทำให้ผู้คนไม่ชอบใจ
ในฐานะจักรพรรดิ เจ้าต้องเป็นผู้รวมจิตใจของผู้คน?
มู่ชิงชิงล่ะ?
ไม่ได้อย่างแน่นอน
นางคือบุคคลที่มีอำนาจทางการทหาร
ส่วนเย่ชิวไป่และซือเฉิงยิ่งไม่มีทาง พวกเขาไม่ได้มีพลังถึงขนาด นั้น
ต้องรู้ว่ามีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตภวังค์เทพ และขอบเขตมหา จักรพรรดิมากมายในหมู่พวกเขา!
ด้วยผู้คนจำนวนมาก ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของทั้งสอง คน มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะทำเช่นนี้
ในตอนนี้เอง
มู่ฟู่เฉิงมองไปที่ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทอง
หลังจากนั้นเขาก็เดินไปเล่าวิธีที่เขาคิดขึ้นมา
ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองดูเคร่งขรึมและถามว่า “ฝ่าบาท วิธีนี้มันจะใช้ได้ผลเหรอ?”
“เมื่อมันรุนแรงเกินไป หลังจากนั้นภายใต้ความหวาดกลัวเพิ่ม เป็นสองเท่า มันอาจทำให้พวกเขาต่อสู้กับพวกเราอย่างจนตรอก แทน”
“หากเป็นเช่นนี้ ปฏิบัติการนี้คงจะจบลงจริงๆ”
มู่ฟูเฉิงส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ดังนั้น ข้าจึงต้องทำงานหนักเพื่อ เจ้า”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองสะดุ้ง เล็กน้อย
มู่ฟู่เฉิงอธิบายต่อไปว่า “บทบาทหน้าดำนี้ ข้าต้องการให้เจ้าทำ”
“ตัวข้าจะยืนขึ้นและหยุดเจ้าในระดับหนึ่ง”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองก็เริ่มเข้าใจแล้ว
ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองไม่ปฏิเสธ แต่กล่าวด้วยรอยยิ้ม ว่า “ฝ่าบาท เมื่อจักรพรรดิแต่งตั้งท่านเป็นรัชทายาทคนต่อไป ข้า รู้สึกคัดค้านในใจ เพราะรู้สึกว่าอุปนิสัยของท่านไม่เหมาะที่จะเป็น จักรพรรดิจริงๆ”
“แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าข้าจะคิดผิด”
มู่ฟูเฉิงตบไหล่ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วกล่าวว่า “มัน เป็นเรื่องเล็กน้อย เป็นเพราะเจ้าภักดีต่อราชวงค์อย่างแท้จริง ข้า เข้าใจเจ้าดี”
ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองยิ้มและพยักหน้า เขากล่าวต่อ ด้วยน ้าเสียงเคร่งขรึม “ฝ่าบาท ข้าจะดำเนินการในทันที”
ตัวของผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทอง
เขาเป็นองครักษ์ของจักรพรรดิที่รับคำสั่งโดยตรงจากมู่เจิ้งถิง
อาจกล่าวได้ว่า เขาไม่อยู่ภายใต้อำนาจของใคร…ยกเว้นมู่ เจิ้งถิง!
ดังนั้น การแสดงออกและยุทธวิธีของผู้อื่น มันจึงไม่มีผลกระทบ ต่อเขา
บทบาทหน้าดำนี้ มันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บัญชาการองครักษ์ เกราะทองที่จะเล่น!
ในเวลานี้เอง
ผู้ฝึกตนอีกคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในขั้นต้นขอบเขตภวังค์เทพ เขากล่าว ด้วยใบหน้าที่น่าเกลียด “ฝ่าบาท ถอยกลับกันก่อนเถอะ หากเราทำ มุงหน้าต่อไป เราจะไม่สามารถบอกว่า เราจะไปถึงจุดสิ้นสุดของ ขั้นบันไดหรือไม่?”
“แม้ว่าเราจะลงไปจนสุดทาง เราก็อาจหมดแรงแล้ว!”
บนขั้นบันได ปราณจิตวิญญาณถูกปิดกั้น และไม่มีปราณจิต วิญญาณในอากาศมาเติมเต็ม ทุกอย่างสามารถฟื้นฟูได้โดยการ อาศัยโอสถเท่านั้น
พวกเขาคงจะอยู่ได้ไม่นาน หากมันยังเป็นเช่นนี้ต่อไป
ท้ายที่สุดแล้ว โอสถก็มีจำนวนจำกัด
ทันทีที่คำกล่าวนี้ของผู้ฝึกตนผู้นั้นหลุดออกมา
จู่ๆ ก็เกิดเสียงตอบรับของบางคน!
เมื่อเห็นฉากนี้ ใบหน้าของมู่ชิงชิงกลายเป็นน่าเกลียด
หากปล่อยให้พวกเขากล่าวต่อไป ผลที่ตามมาจะเป็นหายนะ!
เมื่อมู่ชิงชิงต้องการกล่าวอะไรบางอย่าง
ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองตะโกนด้วยความโกรธ: “พวก เจ้าหุบปากทุกคน!”
“อยากขึ้นไปใช่ไหม ได้…ใครก็ตามที่หนีออกไปจากที่นี่ เจ้าจะ ถูกปฏิบัติเหมือนเป็น”
“สำหรับผลที่ตามมาของผู้หนีทัพ ข้าคงไม่ต้องบอกถึงผลที่
ตามมาใช่ไหม?”
ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกมา
บางคนก็ถึงกับตกตะลึงทันที
ชายผู้เชี่ยวชาญขอบเขตภวังค์เทพ เขามีสีหน้าที่น่าเกลียด เขา กล่าวว่า “แต่ถ้าสถานการณ์นี้ดำเนินต่อไป มันจะนำไปสู่ความตาย!”
“ในกรณีนี้ เมื่อรู้ว่ามันจะนำไปสู่ความตาย ทำไมเราถึงไม่ถอยไป ก่อนล่ะ”
“โอ้?”
ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองเลิกคิ้วขึ้นและมองดูชาย ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตภวังค์เทพ เขาก้าวไปข้างหน้าและเหวี่ยงหอกใน มือ!
ปราณหอกแยกออกจากปลายหอกและแทงทะลุไปยังชาย ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตภวังค์เทพ!
ใบหน้าของชายผู้เชี่ยวชาญขอบเขตภวังค์เทพเปลี่ยนไปทันที
เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองจะ จัดการขั้นเด็ดขาดเช่นนี้!
เขารีบปล่อยออร่าปราณป้องกันออกมาทันที!
อย่างไรก็ตาม เขาซึ่งเพิ่งอยู่ในขั้นต้นขอบเขตภวังค์เทพเท่านั้น เขาจะเป็นศัตรูกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองที่อยู่ครึ่งก้าว รวบรวมเต๋าได้อย่างไร?
ปราณป้องกันถูกแทงด้วยหอกอันแหลมคมทันที!
ทันใดนั้น ปราณหอกก็ทะลวงผ่านไปที่หว่างคิ้วของชาย ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตภวังค์เทพ!
หว่างคิ้วปรากฎหลุมเลือดออกมา…
ชายผู้เชี่ยวชาญขอบเขตภวังค์เทพเบิกตากว้าง
ดวงตาของเขาค่อยๆ ปิดลงอย่างช้าๆ
หลังจากนั้นไม่นาน ร่างกายของเขาก็ล้มลงอย่างควบคุมไม่ได้ และตกจากบันไดลงไปสู่หุบเหวลึกที่เหมือนไร้ที่สิ้นสุด…
เมื่อทุกคนเห็นฉากนี้ พวกเขาก็มีสีหน้าเคร่งขรึมและใบหน้าเริ่ม น่าเกลียด
ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองถือหอกอยู่ในมือและกล่าวอย่าง เย็นชาโดยไม่มีอารมณ์ใดๆ ในน ้าเสียงว่า “ใครก็ตามที่อยากเป็นผู้ หนีทัพ…แค่ลองดู”
ในช่วงเวลานี้…
ไม่มีใครกล้ากล่าวสิ่งใดออกมาอีก
ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทีม ณ ขณะนี้!
ไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขา!
เมทาอเผชิญกับสิ่งนี้
ทุกคนที่คิดอยากกลับขึ้นไปได้แต่ก้มหัวลง…
หลังจากนั้นไม่นาน
มู่ฟู่เฉิงก็ยืนขึ้น เขากล่าวว่า “เอาล่ะ…พวกเจ้าฟังข้าก่อน ตอนนี้
จุดประสงค์ของเราคือการขัดขวางแผนการของเผ่าพันธ์ัุชั่วร้าย นอกเขตแดน ไม่ใช่มาเพื่อสังหารกันเองที่นี่!”
“แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันของเรา มันดูลำบากมาก แต่ถ้าเรา ล่าถอยและแผนของเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายสำเร็จ มันจะเกิดอะไรขึ้นกับเขต แดนไร้พรมแดน?”
“ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง พวกเจ้าก็ต้องตายอยู่ดี!”
เมื่อได้ยินที่มู่ฟู้เฉิงกล่าว ทุกคนต่างเงียบลง
“อย่างไรก็ตาม ถ้าเราขัดขวางแผนของเผ่าพันธ์ัุชั่วร้ายนอก เขตแดนได้สำเร็จ เราจะไม่เพียงแต่สามารถปกป้องเขตแดนไร้ พรมแดนได้เท่านั้น เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะกล่าวเรื่องนี้กับจักรพรรดิ เป็นการส่วนตัวและขอรางวัลมากมายสำหรับพวกเจ้าด้วย!”
หน้าดำร้องโวยวาย หน้าขาวปลอบโยนอ่อนหวาน…
แม้ว่ามันจะล้าสมัยไปสักหน่อย
แต่มันก็ยังมีผลอยู่บ้าง!