โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 445 ตอนนี้…ข้ามีคุณสมบัติไหม?
“มิฉะนั้น เกรงว่าข้าจะโดนผู้นำนิกายบางคน…อาศัยความชรา ของเขากล่าวหาว่า ข้าเก่งแต่ปากใช่ไหม?”
ทุกคนได้ยินประโยคที่เย่ชิวไป่กล่าว และรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร
ถึงจะไม่มีการกล่าวอย่างชัดเจน…
ทว่าหานชิงเหนอ ผู้นำนิกายชิงเหอ(ธาราคราม) กลับโกรธมาก จนหนวดเคราสั่นไหวอย่างรุนแรง
แต่เพราะมีมู่หลี่เป่ยและเจี้ยนหวู่เฟิงเฝ้าดูจากด้านข้าง เขาเลยไม่ กล้าทำสิ่งใด
นอกจากนี้ วิธีการที่เสนอโดยเย่ชิวไป่ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
หานชิงเหอทำได้แค่ส่งเสียงอย่างเย็นชา และไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก ต่อไป
มู่เจิ้งถิงหัวเราะเสียงดังในเวลานี้และกล่าวว่า “เจ้าดีกว่าอาจารย์ ของเจ้ามาก…เย่ชิวไป่ ในเมื่อเจ้าเสนอเรื่องนี้ มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้า แล้ว”
เย่ชิวไป่ไม่ปฏิเสธ “ขอบคุณผู้อาวุโส มันควรเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว”
“เจ้าจะออกเดินทางเมื่อใด?”
“เราไม่มีเวลามากแล้ว ข้าจะออกเดินทางทันที”
หลังจากกล่าวจบแล้ว เย่ชิวไป่และพรรคพวกของเขาก็ออกจาก ห้องโถงไป
เมื่อมองไปที่ด้านหลังของเย่ชิวไป่…
มู่เจิ้งถิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้ทุกคน “แน่นอนว่า พวกเราชรากัน หมดแล้ว…”
ทันทีที่เขาหันความสนใจไปที่มู่หลี่เป่ยและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้นำตระกูลมู่ ข้าว่าเจ้าน่าจะลองผ่อนคลายกฎเกณฑ์ของตระกูลลง สักหน่อยนะ ท้ายที่สุดแล้ว พลังแห่งสายเลือดมันไม่ใช่ทุกอย่างใช่ ไหม?”
“ด้วยพรสวรรค์และอุปนิสัยของคนหนุ่มสาวเหล่านี้ ข้าคิดว่า แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช้พลังแห่งสายเลือด พวกเขาย่อมไม่หยุดอยู่ที่
ขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิต… และพวกเขาจะไม่หยุดอยู่ที่เขตแดนมิติ โลกระดับต ่าของเรา เจ้าว่าจริงไหมล่ะ?”
เหตุผลที่มู่เจิ้งถิงกล่าวเช่นนี้
ไม่ใช่เพียงเพราะเย่ชิวไป่และคนอื่นๆ มีพรสวรรค์อย่างมาก เท่านั้น
อีกเหตุผลหนึ่งคือ…
อาจารย์ที่อยู่ข้างหลังพวกเขานั่นเอง!
ผู้อาวุโสท่านนั้นระดับต้องสูงกว่าขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิต อย่างแน่นอน
เพราะเหตุนี้ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับศิษย์ของเขา…ที่จะ ทะลวงผ่านขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตอยู่แล้ว
มู่หลี่เป่ยแค่นเสียงอย่างเย็นชาและไม่กล่าวสิ่งใด
อย่างไรก็ตาม หัวใจของเขาเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยแล้ว
พลังแห่งสายเลือดสำคัญมากจริงหรือ?
หากปราศจากพลังแห่งสายเลือด เป็นไปไม่ได้เลยหรือที่จะบรรลุ ขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิต?
ถ้าคิดดีๆ บรรพบุรุษของพวกเขาเข้าสู่ขอบเขตเปลี่ยนแปลง โลหิตได้อย่างไร?
และหลังจากที่ตระกูลมู่ได้รับพลังแห่งสายเลือด ทำไมไม่มีผู้ใด สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตได้เลย?
คำถามนี้เริ่มปรากฏขึ้นในใจของมู่หลี่เป่ย
…
อีกด้านหนึ่ง…
หงหยิงมองไปที่เย่ชิวไป่แล้วถามว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ เจ้าจะไปหากอง กำลังไหนก่อน?”
หลังจากออกจากห้องโถงใหญ่ พวกเขาก็เข้าใจพลังของนิกาย ทั้งหมดแล้ว
และรู้ว่าพวกเขาอาศัยอยู่ที่ไหนด้วย
ท้ายที่สุดแล้ว ราชวงศ์ไร้ขอบเขตคือผู้ปกครองเขตแดนไร้ พรมแดน
การหาข้อมูลเหล่านี้ย่อมง่ายอย่างมาก
นอกจากนี้ อีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจซ่อนที่อยู่ของเขาอยู่แล้ว
เย่ชิวไป่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “หากองกำลังที่อ่อนแอที่สุด ก่อน”
“เมื่อมีการกระจายผลประโยชน์ กองกำลังที่อ่อนแอที่สุดมักจะได้ น้อยที่สุด”
“ถ้าอย่างนั้น…ความไม่พอใจของพวกเขาก็จะเพิ่มมากขึ้น”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หงหยิงก็พยักหน้า
สิ่งที่เย่ชิวไป่กลาวคือความจริงแน่นอน
ในบรรดากองกำลังหลักทั้งเจ็ด นิกายที่อ่อนแอที่สุดคือคฤหาสน์ อู๋ซู ตระกูลซวนหยวน และนิกายเหอฮวน(รื่นอารมณ์)
ก่อนอื่น…เย่ชิวไป่มาที่ตั้งของคฤหาสน์อู๋ซูก่อนเลย
กองทหารคฤหาสน์อู๋ซูไม่ได้ทำการคุ้มกันเลยแม้แต่น้อย บางที พวกเขาอาจคิดว่ามันไม่จำเป็นก็ได้
เพราะในเขตแดนมิติโลกระดับต ่าทั้งหมด กองกำลังใดที่สามารถ ต่อกรกับพวกเขาได้?
หากเจ้าต้องการโจมตีพวกเขาอย่างลับๆ เจ้าแค่ทำให้ตัวเองตาย เร็วขึ้นเท่านั้น
ทุกคนมาจนสุดลานบ้าน
มีชายหนุ่มสองคนที่ขวางทางของเย่ชิวไป่ไว้
“เจ้าคือใคร?”
เย่ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า “ข้ามาขอพบท่านผู้อาวุโสคฤหาสน์อู๋ซู เพื่อหารือเรื่องสำคัญ”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ชายหนุ่มทั้งสองก็มองเย่ชิวไป่ขึ้นๆ ลงๆ แล้วเยาะ เย้ยว่า “เจ้าเนี๊ยนะ? เจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะพบท่านอาจารย์ของเรา”
เย่ชิวไป่มองดูชายทั้งสองคน ความแข็งแกร่งของชายหนุ่มสอง คนนี้อยู่ขั้นสูงสุดขอบเขตภวังค์เทพแล้ว
มันเป็นเรื่องปกติที่ทั้งสองจะดูถูกเย่ชิวไป่ ซึ่งอยู่เพียงขั้นปลาย ขอบเขตมหาจักรพรรดิ
เมื่อรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของชายหนุ่มสองคนนี้ เย่ชิวไป่ก็รู้สึก สะท้อนอารมณ์เล็กน้อยเช่นกัน
สองคนนี้มีอายุไม่แตกต่างจากเขามากนัก แต่พวกเขาได้มาถึง ขั้นสูงสุดขอบเขตภวังค์เทพแล้ว
นอกจากนี้ คฤหาสน์อู๋ซูยังไม่ทรงพลังมากในหมู่กองกำลังระดับ สองในเขตแดนมิติโลกระดับกลาง
เพราะเรื่องนี้ทำให้เรามองเห็นได้ว่า…
ช่องว่างระหว่างเขตแดนมิติทั้งสองนั้นค่อนข้างกว้างมากจริงๆ
“เจ้าบอกว่าข้าไม่มีคุณสมบัติใช่ไหม?”
เย่ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า “แน่นอนว่า เจ้าไม่สามารถเป็นตัวแทน ของท่านผู้อาวุโสได้เช่นกัน?”
เมื่อฟังสิ่งที่เย่ชิวไป่กล่าว…
ชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันและทำสีหน้าเยาะเย้ย
ชายหนุ่มคนหนึ่งชักดาบยาวออกมาแล้วฟันใส่เย่ชิวไป่ทันที!
“แค่มดตัวจ้อยของเขตแดนมิติโลกระดับต ่า เจ้ากล้าอาละวาดงั้น เหรอ?”
เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามลงมือ การแสดงออกของเย่ชิวไป่ก็ไม่ เปลี่ยนแปลงเลย
ดาบดาวตกเก้าฉื่ออยู่ไปในมือของเขาทันควัน
ในเวลาเดียวกัน อาณาเขตดาบก็เปิดออก!
เจตจำนงดาบของบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์คำรามไปทั่วลาน!
“บรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์?”
ชายหนุ่มประหลาดใจเล็กน้อย “เขาค่อนข้างมีพรสวรรค์”
ทันใดนั้น เขาก็แสดงพลังดาบของเขา และอยู่ขอบเขตบรรพ จารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกับเย่ชิวไป่!
ในเวลาเดียว ชายหนุ่มปลดปล่อยเจตจำนงดาบของเขา
แต่เขารู้สึกว่าทักษะดาบของเขาดูเหมือนจะถูกยับยั้ง?
การเผชิญหน้ากับเย่ชิวไป่ มันเหมือนกับการพบกับราชาดาบ!
เจตจำนงดาบของเขาเริ่มควบคุมไม่ได้!
เมื่อรู้สึกเช่นนี้ ใบหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
มันเกิดอะไรขึ้น?
แน่นอนว่า มีเพียงเย่ชิวไป่เท่านั้นที่รู้
ผู้ฝึกฝนดาบทุกคนในอาณาเขตดาบ พวกเขาจะถูยับยั้งโดย เจตจำนงดาบของเย่ชิวไป่!
เว้นเสียแต่ว่าขอบเขตดาบของเขาสูงกว่าเย่ชิวไป่มากเท่านั้น
แต่เห็นได้ชัดว่า นักดาบหนุ่มตรงหน้าเขาไม่ได้อยู่ในขอบเขตนี้
ในตอนนี้ ใบหน้าของชายหนุ่มเริ่มมืดมน
ในการเดินทางแห่งเส้นทางเต๋าดาบ นี่เป็นครั้งที่สองที่ข้าถูกผู้อื่น ยับยั้ง!
และมันช่างน่าอดสูอย่างยิ่ง!
ก่อนอื่น…
ในเขตแดนมิติโลกระดับกลาง มีชายผู้หนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นนัก ดาบรุ่นเยาว์อันดับหนึ่ง…
คนผู้นั้นคือภูเขาที่เขาไม่อาจปีนขึ้นไปได้…
มันเป็นอัจฉริยะสัตว์ประหลาด!
เขาคือนักดาบโดยธรรมชาติ!
แต่ตอนนี้ ความรู้สึกแบบเดียวกัน มันเกิดจากผู้ฝึกฝนดาบเขต แดนมิติโลกระดับต ่าเนี้ยนะ!?
น่าอดสูจริงๆ!
ชายหนุ่มตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ เขายกดาบขึ้นด้วยมือทั้ง สองข้าง ฟันดาบไปทางเย่ชิวไป่อย่างรุนแรง!
ในเวลานี้ ดูเหมือนจะมีพระจันทร์เสี้ยวปรากฏขึ้นในพื้นที่ที่ถูก ตัดออก!
มันฟาดไปทางเย่ชิวไป่อย่างรวดเร็ว!
เมื่อเห็นฉากนี้
เย่ชิวไป่ไม่รีบร้อนและไม่แสดงอาการตื่นตระหนกเลย
แล้วยังไง..เจ้าขอบเขตสูงกว่าข้างั้นเหรอ?
ที่ผ่านมาตั้งแต่ข้าฝึกฝน..
มีครั้งไหนบ้างที่ข้าไม่ได้ต่อสู้ข้ามระดับ?
ในตอนนี้…พระจันทร์เสี้ยวเฉือนอยู่ตรงหน้าเย่ชิวไป่แล้ว
เย่ชิวไป่ยกดาบดาวตกเก้าฉื่อในมือของเขาขึ้น เหวี่ยงดาบ ออกไปและฟาดฟันพระจันทร์เสี้ยว!
เขาตัดมันจนขาดในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
พระจันทร์เสี้ยวนี้แตกออกเป็นสองซีกทันที!
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ชายหนุ่มก็รู้สึกตกใจ!
ชายหนุ่มอีกคนที่ดูการต่อสู้อยู่ด้านข้างก็มีสีหน้าจริงจังเช่นกัน
นี่คือพลังของผู้อยู่ขั้นปลายขอบเขตมหาจักรพรรดิสามารถทำ ได้?
เจ้าต้องรู้ว่าพวกเขาทั้งสองอยู่ที่ขั้นสูงสุดขขอบเขตภวังค์เทพ!
เย่ชิวไป่ถือดาบไว้ในมือ โดยชี้ปลายดาบไปข้างหน้า ชี้ไปที่นัก ดาบหนุ่มโดยตรง
เขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ตอนนี้ ข้ามีคุณสมบัติหรือยัง?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ชายหนุ่มทั้งสองมีสีหน้าน่าเกลียด
ในตอนนี้ ขณะที่ทั้งสองกำลังจะตอบโต้
“ กลับมา…เพียงเท่านี้เจ้ายังขายหน้าไม่พองั้นเหรอ?”
ในตอนนี้เอง…
มีเสียงดังออกมาจากห้อง
และประตูห้องก็เปิดออกเช่นกัน
“ในเมื่อเจ้ามีเรื่องสำคัญ เจ้าก็เข้ามาได้เลย”