โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 447 ราชาเฟิ่งหวง…จูเชว่
ยอดเขาเทียนเจี่ย(ดาบสวรรค์) คืออันดับต้นๆ ของกองกำลัง ระดับสอง
ผลประโยชน์ที่พวกเขาได้รับ มันย่อมสูงกว่าคฤหาสน์อู๋ซูโดย ธรรมชาติ
เมื่อมองไปที่ร่างที่จากไปของเย่ชิวไป่
ชายชราวางแก้วสุราลง โดยไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ในตอนนี้เอง…
ชายหนุ่มทั้งสองคนเดินเข้ามาแล้วถามว่า “ท่านอาจารย์ เด็กคน นั้นกล่าวอะไรบ้าง?”
ชายชราไม่ได้ปิดบังอะไร และบอกพวกเขาถึงสิ่งที่สนทนากับเย่ ชิวไป่เมื่อกี้
ชายหนุ่มคนหนึ่งแค่นเสียง และกล่าวด้วยความโกรธ “ท่าน อาจารย์ นี่คือแผนการยั่วยุให้บาดหมางอย่างชัดเจน! นี่มันเป็นเพียง การทำให้กองกำลังทั้งเจ็ดของพวกเราทะเลาะกันเพื่อให้พวกเขารอด ตัวไม่ใช่เหรอ?”
“ถูกต้องแล้ว…ท่านอาจารย์ ท่านต้องไม่ถูกหลอก!”
ชายชราหัวเราะเยาะพลางกล่าวว่า “พวกเจ้าทุกคนคิดได้ เป็นไป ได้ไหมที่ข้าไม่สามารถคิดได้”
“ท่านอาจารย์ แล้วทำไม…”
ชายชรากล่าวว่า “เขาต้องการใช้เข็มตอกระหว่างกองกำลังหลัก ทั้งเจ็ดของเรา และทำตัวเหมือนนกขมิ้นคอยกินเหยื่อ แต่เราก็
สามารถยืมแผนการที่เด็กคนนั้นวางไว้เพื่อให้เราประสบความสำเร็จ ได้เช่นกัน”
“อยากยืมมีดของข้าใช่ไหม เฮอะ…ข้าเกรงว่าเจ้าจะไร้เดียงสา เกินไป…”
ชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากัน
และไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเลย
…
ณ เขตแดนทุรกันดาร
เกิดการเปลี่ยนแปลงในศาลาเฉาถัง!
ปกติแล้ว ในศาลาเฉาถังจะมีลมจะพัดเบาๆ และมีแดดจัด
แต่ตอนนี้ มันเหมือนกับภูเขาไฟที่กำลังปะทุออกมา!
เพลิงแห่งนิพพานกระจายทั่วท้องฟ้า!
มันหมุนวนไปเรื่อยๆ ทั่วทุกพื้นที่นี้!
ท้องฟ้าทั้งหมดถูกแผดเผาเป็นสีแดงด้วยเพลิงแห่งนิพพาน!
เมฆดูเหมือนจะกระจายออกไปด้วยเพลิงแห่งนิพพานเช่นกัน…
ถ้าไม่ใช่เพราะมิติพื้นที่ของศาลาเฉาถังมั่นคงมาก ไม่งั้นด้วย พลังของเพลิงแห่งนิพพานนี้ มิติพื้นคงจะพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
จุดศูนย์กลางที่เพลิงแห่งนิพพานถูกปล่อยออกมาคือต้นอู๋ถงที่
อยู่ริมหน้าผา
ในตอนนี้ ต้นอู๋ถงเปล่งแสงเป็นประกายเจิดจ้า!
ใบอู๋ถงกระจัดกระจายไปทั่ว ใบอู๋ถงบานสะพรั่งไปทั่วทั้งกิ่ง!
บนกิ่งไม้มีนกตัวน้อยหลับตาและมีวงแหวนแห่งไฟล้อมรอบตัว ของมัน เพลิงแห่งนิพพานถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องจากวงแหวน แห่งไฟ!
หลิวซื่อหลูที่ยืนข้างๆ หลู่ฉางเซิน ได้ปล่อยออร่าป้องกันกระจาย ไปทั่วร่างกายของเขา!
เพื่อต้านทานเพลิงแห่งนิพพานที่กำลังแผดเผาอยู่นี้…
หลิวซื่อหลูมองดูฉากนี้อย่างเคร่งขรึม และกล่าวด้วยน ้าเสียงทุ้ม ว่า “ในเขตแดนมิติโลกระดับสูง มีกองกำลังในตำนานสองแห่ง ที่ทั้ง ลึกลับและทรงพลัง”
“ทั้งสองคือตระกูลเฟิ่งหวง(ฟีนิกซ์จีน) และตระกูลหลง(มังกร) แต่ ทั้งสองตระกูลได้หายตัวไปอย่างลึกลับและไม่มีใครเห็นทายาทของทั้ง สองตระกูลปรากฏตัวขึ้นมาในโลกนี้อีกเลย”
“ข้าไม่ได้คาดหวังว่า ข้าจะได้เห็นทายาทของตระกูลเฟิ่งหวงเมื่อ มาถึงที่นี่…”
หลังจากกล่าวจบ หลิวซื่อหลูมองไปที่หลู่ฉางเซินที่อยู่ข้างๆ เขา ด้วยความสงสัยในสายตา…
นกน้อยตัวนี้ถูกเลี้ยงดูโดยหลู่ฉางเซินใช่ไหม?
ที่ผ่านมาข้าแค่คิดว่ามันเป็นธรรมดาๆ
แต่ตอนนี้มันถูกค้นพบแล้วว่า มันคือเฟิ่งหวง!
เพียงแต่ข้าไม่รู้ว่าเฟิ่งหวงตัวนี้อยู่ในสาขาใดของตระกูลเฟิ่งหวง
หลู่ฉางเฉิงมองด้วยความรังเกียจและกล่าวว่า “ความก้าวหน้าก็ คือความก้าวหน้า ทำไมเจ้าถึงทำให้มันใหญ่โตขนาดนี้?”
“เจ้ารู้อะไรไหม? มันร้อนมากจนเหงื่อข้าแทบไหล…”
เมื่อได้ยินที่หลู่ฉางเซินบ่ม หลิวซื่อหลูที่อยู่ด้านข้างถึงกับพูดไม่ ออก
ข้าใช้พละกำลังทั้งหมดเพื่อสร้างออร่าป้องกัน และแทบจะไม่ สามารถหลีกเลี่ยงการถูกเพลิงแห่งนิพพานกัดกร่อนได้
แต่เจ้าไม่ได้ทำอะไรเลย และเจ้าแค่รู้สึกเหมือนเหงื่อกำลังไหลเนี้ย นะ?
เอิ่ม…ความแข็งแกร่งมันจะต่างกันมากไปแล้ว!
แน่นอนว่า ต้นหลิวก็ไม่ได้รับผลกระทบจากเพลิงแห่งนิพพาน เช่นกัน
กิ่งหลิวแกว่งไปมาเล็กน้อย และศาลาเฉาถังทั้งหมดก็ถูกปกคลุม ไปด้วยแสงสีเขียวที่คนทั่วไปไม่สามารถเห็น
มันเก็บเพลิงแห่งพระนิพพานไว้ข้างในไม่ให้รั่วไหลออกไปข้าง นอกศาลาเฉาถัง
ฉับพลัน!
ดวงตาของนกน้อยก็เปิดขึ้น และรูม่านตาก็มีสีแดงเพลิง!
มันดูเหมือนว่ามีกลุ่มเพลิงแห่งนิพพานที่อยู่รอบๆ ตัว มันค่อยๆ รวมตัวกัน
มันรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพลิงแห่งนิพพานขนาดใหญ่ ทำให้ม่าน ตาทั้งหมดของนกน้อยเต็มไปด้วยพลังที่ทำให้เกิดเพลิงแผดเผา!
กวี๊ววว! ! !
ทันใดนั้น นกน้อยก็สยายปีก!
มันเงยหน้าขึ้นมองและนกน้อยก็กู่ร้อง!
ข้างหลังมัน มีเงามายาเฟิ่งหวงขนาดใหญ่ มันบินลงยืนอยู่ข้าง หลังนกตัวน้อยเหมือนเป็นนกเฟิ่งหวงตัวจริง
ทุกคนเห็นเงาของเฟิ่งหวงกางปีกที่ปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้าและดวง อาทิตย์
บนปีกทั้งสองข้างมีเพลิงลุกโชนอย่างต่อเนื่องราวกับว่ามันจะเผา ไหม้ท้องฟ้า!
ออร่าที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งปกคลุมศาลาเฉาถังทั้งหมด!
แน่นอนว่าการออร่านี้ส่งผลกับหลิวซื่อหลูเท่านั้น
ในตอนนี้ ผิวของหลิวซื่อหลูเริ่มซีดลง และเหงื่อก็หยดลงมาจาก หน้าผากของเขาตลอดเวลา เสื้อคลุมสีขาวของเขาเปียกโชกเหมือน ตกน ้าจริงๆ
แม้ว่าเขาจะเร่งปราณจิตวิญญาณเพื่อป้องกันออร่าที่น่า สะพรึงกลัวอย่างเต็มกำลัง แต่มันก็ยังเป็นเรื่องยากมากอยู่ดี
แล้วหลู่ฉางเซินที่ยืนอยู่ข้างๆ ล่ะ?
ข้าเห็นว่าร่างกายของเขาไม่มีเหงื่อเลยแม้แต่หยดเดียว
มีเพียงแต่ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยเท่านี่น
กลายเป็น เอิ่ม…น่ารังเกียจยิ่งขึ้นไปอีกงั้นเหรอ?
“เจ้ารีบๆ ทำให้เสร็จเร็วหน่อยได้ไหม!”
“มันถึงเวลางีบแล้ว! ให้ข้าไปนอนหลังจากเจ้าพัฒนา!”
“มันร้อนมาก ข้านอนไม่ได้ ข้ารู้สึกหดหู่ใจมาก”
เอิ่ม…?
หลิวซื่อหลูรู้สึกทำอะไรไม่ถูก
ช่องว่างระหว่างข้ากับเจ้า มันกว้างมากขนาดนั้นจริงหรือ?
ไม่เป็นไร…ถ้าข้าจะเห็นแค่ว่าหลูฉางเซินไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
แต่เขาโบกมือออกมาเล็กน้อย แล้วออร่าที่น่าสะพรึงกลัวแต่เดิม ถูกตัดออกไปโดยสิ้นเชิง!
อือ…
เจ้าเก่งมาก เจ้าจะทำอะไรก็ได้ตามที่เจ้าต้องการเถอะ..ข้ายอม แพ้เจ้าแล้ว
แต่แล้วทันใดนั้น…
หลิวซื่อหลูมองไปที่เงาของเฟิ่งหวงอีกครั้ง
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
ดูเหมือนเขาจะเคยเห็นเฟิ่งหวงแบบนี้ในตำราโบราณของอั้นหยู
ในอั้นหยู อาจกล่าวได้ว่าขุมความรู้คืออันดับหนึ่งของเขตแดน มิติโลกระดับสูง
ในขณะเดียวกัน พวกเขายังรวบรวมตำราโบราณมากมายเป็น จำนวนมหาศาล
หลังจากคิดได้สักพัก สีหน้าของหลิวซื่อหลูก็เปลี่ยนไปทันที!
เขากล่าวด้วยความหวาดกลัวว่า “จูเชว่(หงส์เพลิง)! สายเลือด จูเชว่ผู้สูงศักดิ์ที่สุดในบรรดาตระกูลเฟิ่งหวง!”
(หงส์เพลิงหรือจูเชว่(朱雀)เป็นสัตว์คนละชนิดกับ ‘เฟิ่งหวง’ (凤 凰) ตามตำนานของจีน แต่สองตัวนี้มีลักษณะคล้ายกันมาก เชื่อกัน ว่าหงส์เพลิงหรือจูเชว่เป็นผู้ปกครองเฟิ่งหวงทั้งหมด และถูกนำมาใช้ อย่างแพร่หลายในฐานะสัญลักษณ์ของจักรพรรดินีจีน)
ตระกูลเฟิ่งหวงยังแบ่งออกเป็นหลายสาย
ได้แก่ ชิงหลวน(หงส์คราม) หยวนฉู่(หงส์ปฐพี) เยวี่ยจั๋ว(หงส์ ทมิฬ) และหวงกู่(หงส์ยักษ์)
แต่สายเลือดจูเชว่ มันคือสายเลือดที่รู้จักกันในชื่อราชาแห่งเฟิ่ง หวง!
ในตระกูลเฟิ่งหวงทั้งหมดที่ผ่านมา ทั้งหมดมีผู้ปกครองคือ สายเลือดจูเชว่
มีเพียงสายเลือดจูเชว่เท่านั้นที่สามารถใช้ทักษะลับทั้งหมดของ ตระกูลเฟิ่งหวงได้อย่างเต็มที่!
ในตอนนี้ เพลิงแห่งนิพพานก็มาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว!
“ท่านผู้อาวุโส ข้าไม่ได้คาดหวังว่าท่านจะเลี้ยงจูเชว่จริงๆ”
หลู่ฉางเซินหันกลับมา เกาหัวแล้วกล่าวว่า “หืม? เอิ่ม…โอ้ ดู เหมือนว่ามัน…”
ข้าจะรู้ได้ยังไงว่าคือจูเชว่?
พี่ชาย ข้าคิดเสมอว่ามันเป็นแค่นกน้อยธรรมดา!
แต่มันแค่ไม่เหมือนกับนกธรรมดาเท่านั้น…
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหลู่แางเซินที่แสดงออกมา หลิวซื่อหลูก็พูด ไม่ออกอีกครั้ง…
ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่รู้สินะ…
อย่างไรก็ตาม มันอาจเป็นเพราะความแข็งแกร่งของผู้อาวุโส
มันเลยดึงดูดจูเชว่และยินดีที่จะมาอยู่ที่นี่
อือ…มันคือเรื่องปกติใช่ไหม?
ในเวลานี้ ต้นหลิวกล่าวว่า: “สายเลือดของนกน้อยยังมีพื้นที่
สำหรับการวิวัฒนาการอีกมาก และนางต้องการความช่วยเหลือจาก เจ้า”
หลู่ฉางเซินสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันหัวแล้วมองไปรอบๆ
ฮะ?
นอกจากข้า ไม่มีใครอีกแล้วใช่ไหม?
แน่นอนว่า หลิวซื่อหลูไม่สามารถนับได้
หลิวซื่อหลูจู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยในใจ
ดูเหมือนว่าข้าจะอ่อนแอจริงๆ…
ต้นหลิวส่งเสียงอย่างสิ้นหวังอีกครั้ง “อย่ามองไปรอบๆ เจ้านั่น แหละ!”
หลู่ฉางเซินชี้มาที่ตัวเองและกล่าวอย่างว่างเปล่า “ข้าเหรอ ข้าจะ ช่วยได้อย่างไร”
“มันง่ายมาก เพียงแค่เจ้ามอบแก่นเลือดหยดหนึ่งแล้วมอบให้นก น้อยเท่านั้นก็พอ”