โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 448 เปลี่ยนแปลงสายเลือด…เจิ้นหวง!
หยดเลือดของหลู่ฉางเซินหนึ่งหยดงั้นเหรอ?
หลิวซื่อหลูสะดุ้งเล็กน้อย
ถ้ามองตามคำพูดของต้นหลิวแล้ว
เลือดเพียงหยดเดียว มันสามารถพัฒนาสายเลือดของจูเชว่ได้ อีกครั้งงั้นเหรอ?
แล้วพลังแห่งสายเลือดของหลู่ฉางเซินมันจะต้องแข็งแกร่งแค่ ไหน?
ท้ายที่สุดตามกฎของเต๋าบ่มเพาะ
แก่นเลือดของบุคคลหนึ่งสามารถใช้เพื่อพัฒนาสายเลือดของ บุคคลอื่นได้
ถ้าอย่างนั้น พลังแห่งสายเลือดของคนๆ นี้ มันก็จะมีพลังมากกว่า ผู้อื่นอย่างแน่นอน!
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เลือดของหลู่ฉางเซินสามารถบรรลุผลเสริมให้ ผู้อื่นได้!
อย่างไรก็ตาม เผ่ามนุษย์ให้เลือดเผ่าเฟิ่งหวง…มันเป็นไปไม่ได้ เลยที่สายเลือดของทั้งสองจะเสริมซึ่งกันและกันได้
ทว่ามีความเป็นไปได้เพียงทางเดียวเท่านั้น
นั่นคือพลังแห่งสายเลือดของหลู่ฉางเซินต้องทรงพลังมากกว่า สายเลือดจูเชว่!
แต่สิ่งนี้มันเป็นไปได้งั้นเหรอ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลิวซื่อหลูรู้สึกตกตะลึง
สายเลือดของมนุษย์มีพลังมากกว่าราชาแห่งเฟิ่งหวงอย่างจูเชว่ ได้อย่างไร?
เจ้าต้องรู้ก่อนว่า
เหตุผลที่เผ่าพันธุ์ชั้นนำบางเผ่าสามารถยืนบนยอดพีระมิดได้นั้น มันต้องไม่ธรรมดา…
เหตุผลส่วนใหญ่ก็คือพลังแห่งสายเลือด!
ความแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถพึ่งพามรดกหรือ พรสวรรค์และการทำงานหนักของพวกเขาเองเท่านั้น ซึ่งรวมถึง โอกาสต่างๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับพวกเผ่าพันธุ์ชั้นนำได้เพียง เล็กน้อย
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความแตกต่างของพลังแห่งสายเลือด!
แต่คำพูดของต้นหลิว…
เลือดของหลู่ฉางเซินเพียงหนึ่งหยด
มันสามารถทำให้จูเชว่ ซึ่งพลังสายเลือดถึงจุดสูงสุดสามารถ พัฒนาได้อีกครั้ง
พลังแห่งสายเลือดของเขามันต้องน่าสะพรึงกลัวมากแค่ไหนจึงจะ มาถึงจุดนี้ได้?
ยิ่งไปกว่านั้นจูเชว่ยังเป็นอันดับต้นๆ ของตระกูลเฟิ่งหวงอยู่แล้ว
เหตุใดจึงยังมีที่ว่างสำหรับวิวัฒนาการอีก?
ดูเหมือนต้นหลิวจะตระหนักถึงความสงสัยของหลิวซื่อหลู
ต้นหลิวจึงอธิบายให้หลู่ฉางเซินฟังว่า..
“แม้ว่าสายเลือดของนกน้อยจะเป็นสายเลือดของจูเชว่ แต่จูเชว่ ธรรมดาก็ไม่สามารถบุกทะลวงไปสู่ระนาบมิติที่สูงขึ้นได้”
(ต้นหลิวใช้คำว่า 位面 Wèi miàn ซึ่งแปลว่า ระนาบนะครับ หรือถ้าในเกม D&D มันจะเป็นจักรวาลซ้อนจักรวาล)
ระนาบมิติที่สูงขึ้น?
สายเลือดจูเชว่มันยังธรรมดาอยู่เนี้ยนะ?
เมื่อได้ฟังสิ่งที่ต้นหลิวกล่าว หลิวซื่อหลูรู้สึกรู้สึกชาไปทั้งตัว!
สายเลือดของจูเชว่นั้นแข็งแกร่งกว่าของหลิวซื่อหลูหลายเท่า!
ทว่าต้นหลิวไม่ได้อธิบายว่าระนาบมิติที่สูงขึ้นคืออะไร แต่เขา กลาวต่อว่า “เฉพาะโลกนี้เท่านั้น ที่คิดว่าตระกูลเฟิ่งหวงและสายเลือด จูเชว่นั้น…คือสิ่งมีชีวิตระดับสูงสุดอยู่แล้ว แต่นี่ไม่ใช่ในกรณีนี้”
“สายเลือดจูเชว่เป็นเพียงกุญแจสำคัญของสายเลือดเจิ้นหวง (หงส์เทพ)”
“และในอีกล้านปีข้างหน้า อาจไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในหมู่สายเลือด จูเชว่ที่สามารถไปถึงขอบเขตแห่งสายเลือดเจิ้นหวง(หงส์เทพ)ก็ เป็นได้”
“มันบังเอิญว่านกน้อยมีคุณสมบัตินี้ ดังนั้นเจ้าอย่าเสียมันไป”
สายเลือดเจิ้นหวง(หงส์เทพ)?
มีสายเลือดที่แข็งแกร่งกว่าจูเชว่อีกงั้นเหรอ?
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หลู่ฉางเซินก็พยักหน้าและกล่าวว่า “โอเค…งั้นข้า จะทำตามที่เจ้าแนะนำ”
ทันใดนั้น เขามองไปที่นกน้อยที่ล้อมรอบด้วยเพลิงแห่งนิพพาน แล้วกล่าวว่า “ข้าบอกสั่งเจ้าไว้ล่วงหน้า เจ้าต้องปกป้องข้าเมื่อเจ้าก้าว เข้าสู่ขอบเขตสายเลือดเจิ้นหวง(หงส์เทพ)”
ต้นหลิว “……”
นกน้อย “……”
แม้ว่าข้าจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตสายเลือดเจิ้นหวง ข้าก็ยังไม่ สามารถเทียบกับท่านได้!
ท่านเหมือนกับสัตว์ประหลาด ท่านยังต้องการให้ข้าปกป้องท่าน อยู่งั้นเหรอ?
เพียงครู่หนึ่งนกน้อยก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย
ท้ายที่สุดแล้ว เป็นตัวหลู่ฉางเซินเองที่ไม่มั่นใจในความแข็งแกร่ง ของตัวเองสินะ
ได้ ได้ ปกป้องก็ปกป้องวะ…
หลังจากนั้นทันที หลู่ฉางเซินก็กัดนิ้วของเขา
ทันใดนั้น ปราณจิตวิญญาณก็เริ่มไหลเวียน และพลังแห่ง สายเลือดก็เริ่มควบแน่นไปที่นิ้วมือ!
หยดเลือดที่บริสุทธิ์อย่างยิ่งไหลออกมาจากนิ้ว!
และเมื่อเลือดหยดนี้ปรากฏขึ้นในพื้นที่นี้!
เพลิงแห่งนิพพานที่อยู่รอบตัวนกน้อย ดูเหมือนมันจะสัมผัสได้ถึง การมีอยู่ที่น่าสะพรึงกลัว และพวกมันก็หลีกเลี่ยงหลู่ฉางเซินไป ชั่วขณะ!
ออร่าปราณที่ดูเหมือนจะมาจากสมัยโบราณกำลังลอยอยู่ใน อากาศในตอนนี้!
ณ ขณะนี้ สีของสวรรค์และปฐพีเริ่มเปลี่ยนไป!
ท้องฟ้าสั่นสะเทือน
พื้นดินแตกร้าว
แม้แต่ค่ายกลที่ปล่อยออกมาจากต้นหลิวก็ไม่สามารถปกปิดออ ร่าอันน่าสะพรึงกลัวที่เกิดจากเลือดหยดนี้ได้อย่างสมบูรณ์!
นี่ขนาดรั่วไหลเพียงเล็กน้อยเท่านั้นนะ!
ทั่วทั้งเขตแดนทุรกันดารรู้สึกราวกับว่าเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
พื้นดินเกิดรอยแยกแตกไปทุกที่!
ทุกคนต่างมองไปทางศาลาเฉาถัง!
นี่มัน…ออร่าปราณใช่ไหม?
ทำไมมันถึงทรงพลังได้ขนาดนี้?
สำนักชางเต๋าซึ่งอยู่ใกล้ศาลาเฉาถังมากที่สุด ย่อมได้รับ ผลกระทบมากที่สุดเป็นธรรมดา!
ยอดเขาที่สำคัญที่มีหินกลิ้งลงมาไม่หยุด
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดต่างร ่าไห้!
เหล่าศิษย์ของสำนักก็รู้สึกราวกับว่าร่างกายของพวกเขากำลังจะ แหลกสลาย และพวกเขาก็หายใจไม่ออก!
ฉินเทียนหนานตะโกนโดยตรง “ขยายค่ายกลเพื่อปกป้อง สำนัก!”
ฉัพลัน…โดมแห่งแสงปกคลุมทั่วทั้งสำนักโดยตรง!
สิ่งนี้ทำให้สำนักสงบลงทันที
ท้ายที่สุด ค่ายกลนี้ได้รับการแก้ไขโดยหลู่ฉางเซินนั่นเอง
ศิษย์ทุกคนมองไปยังศาลาเฉาถังด้วยสีหน้าตกตะลึง
พวกเขาทุกคนรู้ดีว่ามีสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวชื่อหลู่ฉางเซินอยู่ ในศาลาเฉาถัง
ผู้อาวุโสโถงที่สี่ก็เต็มไปด้วยอารมณ์เช่นกัน
ดูเหมือนว่าฉางเซินจะประสบความสำเร็จอีกครั้ง
ฉินเทียนหนานกล่าวออกมาด้วยความโกรธว่า “ไอ้เด็กบ้าคนนี้
ต้องการทำลายเขตแดนทั้งหมดหรือไง!?”
ในศาลาเฉาถัง…
การแสดงออกของหลิวซื่อหลูเปลี่ยนไปทันที!
ทันทีที่เลือดหยดนี้ปรากฏขึ้น เขาก็ล้มลงกับพื้นทันที!
ความรู้สึกกดดันที่เกิดจากเลือดหยดนี้ มันเหมือนกับสวรรค์และ ปฐพีพังทลายลงมากระแทกร่างกายของเขา!
เขาไม่อาจต้านทานได้!
แน่นอนว่า หลู่ฉางเซินก็ตกใจเช่นกันเมื่อเห็นสิ่งนี้
อะไร
เกิดอะไรขี้น?
ข้าบอกก่อนว่า…ข้ายังไม่ได้แตะต้องเจ้าเลย!
ต้นหลิวที่อยู่ด้านข้างสลัดใบหลิวและวางไว้บนหน้าอกของหลิว ซื่อหลู
เพราะสิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น
หลิวซื่อหลูยิ้มอย่างขมขื่นในใจ
ดูเหมือนว่าเขายังคงประเมินผู้อาวุโสท่านนี้ต ่าเกินไปอยู่ดี
ในตอนที่สายเลือดจูเชว่ออกมา เขาก็ยังสามารถต้านทานได้
ทว่าพอผู้อาวุโสบีบเลือดออกมาได้เพียงหยดเดียว…
ข้ารู้สึกเหมือนกำลังจะตาย!
ความแตกต่างนั้นชัดเจนมาก…
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้อาวุโสต้นหลิวกล่าวว่า…หยดเลือดเพียง หนึ่งหยด มันสามารถเปลี่ยนสายเลือด จูเขว่ของนกน้อยให้กลายเป็น สายเลือดเจิ้นหวงได้
และเพราะเหตุการณ์นี้ ทำให้หลิวซื่อหลูคิดขึ้นมาอีกครั้ง…
ผู้อาวุโสคือใคร?
ทำไมถึงมีพลังแห่งสายเลือดที่ทรงพลังเช่นนี้?
ในตอนนี้เอง…
หลู่ฉางเซินบีบหยดเลือดจากปลายนิ้วของเขา หลังจากนั้นโบก มือเล็กน้อย และหยดเลือดก็ปรากฏขึ้นต่อหน้านกน้อย
นกน้อยพร้อมที่จะกลืนมันลงไป
จู่ๆ ต้นหลิวก็ขัดจังหวะว่า “ช้าก่อน เจ้าห้ามกลืนมันเข้าไปตรงๆ ร่างกายของเจ้าไม่แข็งแรงพอที่จะดูดซับมันได้เต็มที่ และตัวเจ้าจะ ระเบิดทันที”
ร่างกายจูเชว่ไม่สามารถทนหยดเลือดของหลู่ฉางเซินได้?
หลิวซื่อหลูรู้สึกโง่ขึ้นมาทันที…
ในเวลานี้ ต้นหลิวโบกกิ่งก้าน และแสงสีเขียวก็ปกคลุมแก่นแท้ และเลือดของหลู่ฉางเซิน
แล้วต้นหลิวก็ค่อยๆ ป้อนใส่เข้าไปในปากของนกน้อย
เมื่อนกน้อยกลืนมันเข้าไป!
ทันใดนั้น สีสันของโลกก็เปลี่ยนไปทันที!
เพลิงแห่งนิพพานกวาดไปทั่วพื้นที่นี้ด้วยพลังอันท่วมท้น!
ท้องฟ้าทั้งหมดกลายเป็นสีแดงเพลิง!
กี๊!!!!!
นกน้อยและจูเชว่ที่อยู่ข้างหลังมันก็เงยหน้าขึ้นและกรีดร้อง ออกมา!
พวกมันทั้งสองสามารถรู้สึกได้…
สายเลือดจูเชว่ในร่างกายนกน้อยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว!
ออร่าของมันเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ!
ครั้งนี้กินเวลาสามวันเต็มๆ…
ในตอนนี้ เพลิงแห่งนิพพานได้รับการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ
เปลวไฟสีแดงเดิมถูกเพิ่มเข้ามาด้วยเปลวไฟสีเขียวเล็กน้อย ในตอนนี้
หนึ่งสีแดงและหนึ่งสีเขียว โยกไปมาอย่างต่อเนื่อง
สีเขียวและสีแดงเป็นสัญลักษณ์ของการเข้าสู่สายเลือดของเจิ้น หวง…
ออร่าปราณของนกก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยเช่นกัน
“ข้าต้องออกไปค้นหาซากศพของตระกูลข้า…”
ทันใดนั้น นกน้อยก็สยายปีกและลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า!
เมื่อเห็นนกน้อยบินไป หลู่ฉางเซินรีบตะโกนว่า: “เฮ้…เจ้าไม่ ขอบคุณข้าเหรอไง…ลืมไปซะ ข้าหวังว่า เจ้าจะจำได้ว่าต้องตอบแทน บุญคุณข้าอย่างไรในอนาคต…”
….
ในสามวันนี้…
ตัวเย่ชิวไป่เองก็มาถึงสถานที่ซึ่งเป็นที่อาศัยของกองกำลังยอด เขาเทียนเจี่ย(ดาบสวรรค์)แล้ว…