โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 496 ภูเขาเซียนหยวน
ทุกคนต่างจ้องมองอย่างตกตะลึงไปยังเย่ชิวไป่ที่มาถึงจุดที่ลึก ที่สุดแล้ว
ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ในหมู่พวกเขา คนที่เร็วที่สุดคืออัจฉริยะจากคฤหาสน์เจ้าเมือง แต่เขาเพิ่งมาตรงกลางเท่านั้น
แต่เย่ชิวไป่ได้มาถึงถัดจากลูกบอลแห่งแสงแล้ว!
ตอนนี้เย่ชิวไป่มองไปที่แสงที่ส่องอยู่ตรงหน้าเขา
พลังปราบปรามถูกปล่อยออกมาจากกลุ่มแสงนั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเย่ชิวไป่อยู่รอบๆ กลุ่มแสง เขาไม่รู้สึกถึงการ ปราบปรามใดๆ
มือข้างหนึ่งเอื้อมเข้าไปในกลุ่มแสง
ทันใดนั้น ข้อมูลต่างๆ ก็ไหลเข้าสู่ห้วงสำนึกของเย่ชิวไป่ตามมือ ของเขา!
【เจิ้นเทียนหยู】(อาณาเขตเมืองสวรรค์)
เย่ชิวไป่มองเข้าไปภายใน เขาเห็นตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวที่
เต็มไปด้วยการปราบปรามปรากฏขึ้นในทะเลแห่งจิตสำนึก
【รวบรวมพลังเพื่อปราบปราม ควบคุมทั้งสวรรค์และปฐพี! 】
【ทั่วทั้งแปดทิศสี่ทะเล ล้วนถูกปราบปราม】
มันไม่ใช่ทักษะ…
แมันเป็นวิธีการใช้เจตจำนงแห่งการปราบปราณเพื่อสร้างอาณา เขตขึ้นมา
เย่ชิวไป่ลองคิดดูแล้ว อาณาเขตเจิ้นเทียน(อาณาเขตเมือง สวรรค์) นี้ อาจนำผสานกับอาณาเขตดาบได้
ทั้งสองมีแนวทางที่แตกต่างกัน แต่มีจุดประสงค์เดียวกัน
ในตอนนี้ ลูกบอลแสงที่อยู่ตรงหน้าเย่ชิวไป่หายไปแล้ว
ความรู้สึกของการปราบปรามที่ปกคลุมพื้นที่ทะเลชิงไห่ทั้งหมดก็ หายไปด้วยเช่นกัน
โดยธรรมชาติแล้ว น่านฟ้าที่ถูกจำกัดการบินในพื้นที่ทะเลนี้ก็ หายไปเช่นกัน
คนที่จมอยู่ในวังวนก็เช่นกัน ร่างกายของพวกเขาก็เบาขึ้น
พวกเขาทั้งหมดจ้องมองไปที่เย่ชิวไป่ด้วยสีหน้าไม่น่าดู
ของที่อยู่ในเมืองชิงไห่ของพวกเขา กลับถูกคนนอกเอาไปได้ อย่างไร?
เย่ชิวไป่เพิกเฉย เขาพาคังไห่ฉงและคังเฉิงกลับไปที่เรือ
ในเวลานี้ คังหยาวและผู้นำคนอื่นๆ ของทั้งสามฝ่ายก็กลับมาแล้ว เช่นกัน
คังหยาวยิ้มและกล่าวว่า “ยินดีด้วย เสี่ยวเย่”
เย่ชิวไป่ยิ้มและพยักหน้า “ขอบคุณผู้อาวุโสคังสำหรับการที่ให้ ข้าเข้าร่วม ข้าจะทิ้งสำเนาของวิธีการนี้ไว้ในตระกูลคัง”
ก่อนหน้านี้ คังหยาวได้บอกข่าวนี้แก่เขา แม้ว่าเหล่าผู้อาวุโสจะ คัดค้านก็ตาม
แน่นอนว่า เย่ชิวไป่ไม่สามารถเก็บมันไว้กับตัวเองได้ทั้งหมด
คังหยาวพยักหน้าด้วยความชื่นชม
ในเวลานี้เอง เจ้าเมืองและหัวหน้าตระกูลหยางต่างก็เข้ามาหา
เจ้าเมืองยิ้มและกล่าวว่า “เสี่ยวเย่ ข้ายินดีที่จะแลกเปลี่ยนบางสิ่ง บางอย่างกับเจ้า เจ้าสามารถให้ราคากับข้าได้”
เย่ชิวไป่ส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้ข้าไม่มีอะไรที่ต้องการแล้ว”
หัวหน้าตระกูลหยางกล่าวอย่างดุร้าย “เย่ชิวไป่ เจ้าเป็นเพียงคน นอก … ”
ในเวลานี้เย่ชิวไป่ขัดจังหวะผู้นำตระกูลหยางทันที
“ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการกล่าวอะไร การขู่คุกคามข้าไม่มีประโยชน์ นอกจากนี้ หลังจากที่ข้ามอบสิ่งนี้ให้กับตระกูลคังแล้ว หากเจ้าซึ่งเป็น ตระกูลหยาง มีความคิดอื่นใดละก็…”
“วันหนึ่ง ข้าจะมาหาเจ้าพร้อมด้วยดาบในมืออย่างแน่นอน”
ทุกคนต่างตกใจ…
แม้แต่เจ้าเมืองและคังหยาวก็ยังตกตะลึง
ด้วยการฝึกฝนเพียงครึ่งก้าวภวังค์เทพ เจ้ากล้าที่จะคุกคาม บุคคลขอบเขตรวบรวมเต๋า?
หัวหน้าตระกูลหยางโมโหมากเมื่อได้ยินที่เย่ชิวไป่กล่าว!
เมื่อเขากำลังจะลงมือ เขาก็เห็นเย่ชิวไป่บดขยี้ยันต์แผ่นหนึ่ง!
เขากลายเป็นสายฟ้าโดยตรงและหายไปกับจุดนี้ทันที!
ยันต์หลบหนีสายฟ้าสวรรค์!
“ข้าจะทำตามที่ข้าได้กล่าวไว้!”
“อย่างไรก็ตาม ข้าอยากจะขอให้คฤหาสน์เจ้าเมืองดูแลตระกูลคัง ให้มากขึ้น และผู้แซ่เย่จะตอบแทนท่านอย่างแน่นอนในอนาคต”
คังหยาวมองฉากนี้ด้วยรอยยิ้ม
“ในอนาคต ชายหนุ่มคนนี้จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอันดับต้นๆ ใน เขตแดนนี้อย่างแน่นอน”
คังไห่ฉงและคังเฉิงก็มองไปที่ร่างที่จากไปของเย่ซิ่วไป่พร้อมกับ อวยพรให้เขา
เมื่อเจ้าเมืองได้ยินสิ่งที่เย่ชิวไป่กล่าว เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ออกมา “เจ้าช่างเป็นเด็กที่หยิ่งยโสจริงๆ! เจ้าจะให้รางวัลแก่ข้าใน อนาคตงั้นเหรอ? ฮ่าฮ่าฮ่า เอาล่ะ! ข้าจะรอรางวัลนี้จากเจ้า!”
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหลังจากนี้
เจ้าเมืองได้บอกกับบุตรชายชายของเขาว่า การตัดสินใจในวันนี้
คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดที่เขาเคยทำมาในชีวิต…
หัวหน้าตระกูลหยางยิ่งมืดมนมากขึ้น เมื่อเขาได้ยินคำกล่าวของ เจ้าเมือง
ตอนนี้ตระกูลคังได้รับการดูแลจากคฤหาสน์เจ้าเมืองแล้ว
ข้าเกรงว่า ข้าคงไม่สามารถรบกวนตระกูลคังได้อีกต่อไป
ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาไม่สามารถต่อกรกับคฤหาสน์งเจ้าเมืองได้
ตอนนี้เย่ชิวไป่ออกจากเมืองชิงไห่แล้ว
ในเวลาเดียวกันกับที่เขาออกจากเมือง จี้หยกบนหน้าอกของเขา รู้สึกถึงความผันผวนเล็กน้อย
มันคือจี้หยกที่มู่จือชิงมอบให้เขาเมื่อคราวพบกันครั้งแรก!
อย่างไรก็ตาม คลื่นแห่งความผันผวนนี้เกิดขึ้นและดับไป
ดูเหมือนว่าเจ้าของจี้หยกจะมีปราณจิตวิญญาณที่อ่อนแอมาก
เป็นไปได้ไหมว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับจือชิง?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้
เย่ชิวไป่ขมวดคิ้ว และรีบไปยังทิศทางของออร่าจากจี้หยกครั้ง สุดท้ายทันที!
…
ในบรรดาสัตว์อสูรในมิติโลกระดับกลาง มีสัตว์อสูรที่ทรงพลังและ มีระดับสายเลือดที่ดี ซึ่งพวกมันมีสติปัญญาสูงมากและสามารถแปลง ร่างได้
ในเวลาเดียวกัน ที่นี่ก็ยังก็ยังมีเขตแดนพิเศษอยู่ด้วย
เขตแดนเซียนหยวน(เขตแดนวานรอมตะ)
ตามตำนาน มีภูเขาเพียงลูกเดียวอยู่ในเขตแดนนี้
ที่ตีนภูเขามีเมืองอยู่ไม่กี่เมือง
โดยปกติแล้ว พวกเขาเรียกเทือกเขานี้ว่า…ภูเขาเซียนหยวน (ภูเขาวานรอมตะ)
ในตอนนี้…
ในภูเขาเซียนหยวน มีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง
ในหมู่บ้านนั้น…
มีชายคนหนึ่งสูงใหญ่ ผิวสีดำ เขาสวมใส่เสื้อคลุมขนสัตว์สีขาว และกำลังตัดฟืนอยู่
ทุกครั้งที่ชายคนนั้นเหวี่ยงขวานของเขา
เส้นเลือดสีเขียวที่แขนของเขาก็จะพุ่งออกมา!
เหงื่อหยดลงมาเหมือนห่าฝนทั่วร่างกายของเขา
ดูเหมือนว่าขวานในมือและท่อนไม้ที่เขากำลังสับนั้นไม่ใช่วัตถุ ธรรมดา
ณ ขณะนี้…
ชายชราที่ดูแก่แต่รูปร่างอ้วนท้วนก็เข้ามาหา
เขายิ้มและกล่าวว่า: “โอ้ ในเวลาเพียงสิบวัน เจ้าสามารถตัดราก ได้ถึงสิบราก”
ชายผู้นี้วางขวานลง เขาเกาหัวแล้วยิ้มอย่างจริงใจออกมา และ กล่าวว่า “หัวหน้าหมู่บ้าน ข้าถึงมาตรฐานแล้วหรือยัง?”
หยวนหลิงยิ้ม พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “มากับข้า”
แน่นอนว่า ชายผู้นี้คือเสี่ยวเฮยนั่นเอง
หลังจากพบกับพายุมิติอวกาศ เสี่ยวเฮยก็มาถึงหมู่บ้านภูเขา เซียนหยวนแห่งนี้
ต่อมา…เขาได้รับการช่วยเหลือจากหัวหน้าหมู่บ้าน
ไม่รู้ทำไม…
หัวหน้าหมู่บ้านเริ่มสั่งให้เสี่ยวเฮยปรับสภาพร่างกายของเขาอีก ครั้ง
หลักการคือต้องตัดฟืนให้ได้ โดยใช้รากไม้สิบแท่งเป็นมาตรฐาน
ต้องบรรลุเป้าหมายก่อน เขาจึงจะสามารถเริ่มก้าวแรกได้
ครั้งแรกเสี่ยวเฮยตัดทำได้เพียงสองแท่ง
ส่วนชาวบ้านคนอื่น พวกเขาตัดทีห้าสิบแท่งบ้าง ร้อยแท่งบ้าง…
สิ่งนี้ยังทำให้เสี่ยวเฮยรู้สึกสงสัยเล็กน้อย อะไรคือวิธีการบ่มเพาะ กายเนื้อในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ที่ทำให้พวกเขาร่างกายแข็งแกร่งมาก ขนาดนี้?
เมื่อเสี่ยวเฮยติดตามหัวหน้าหมู่บ้านผ่านป่าลึก
เขาทอดสายตามองไปรอบๆ ปรากฏเป็นภาพอันน่าอัศจรรย์!
เสี่ยวเฮยเผยสีหน้าประหลาดใจ
เบื้องหน้าเขา มีน ้าตกขนาดใหญ่ที่ตกลงมาจากท้องฟ้า!
บริเวณต้นน ้าของน ้าตกไม่มีหน้าผา
เมื่อมองใกล้ๆ ดูเหมือนว่าน ้ากำลังไหลลงมาจากท้องฟ้าจริงๆ!
ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ พวกเขากลายร่างเป็นวานรยักษ์ พวกเขา เดินทะลุผ่านใต้น ้าตกนั้นอยู่ตลอดเวลา!
มีแม้แต่วานรยักษ์ตัวหนึ่งถูกน ้าตกซัดตกลงมา!
ทางด้านซ้ายมีเสาหินเก้าต้น!
แต่ละเสาหิน เริ่มจากซ้ายไปขวา พวกมันล้วนไล่สูงขึ้นเรื่อยๆ
เสาต้นท้ายสุด สูงตระหง่านสู่ท้องฟ้า!
บนเสาหินยังมีชาวบ้านถือก้อนหินขนาดใหญ่ พวกเขาพยายาม จะกระโดดจากเสาหินหนึ่งไปยังอีกเสาหินหนึ่ง
หัวหน้าหมู่บ้านยิ้มแล้วกล่าวว่า “เจ้าเข้าใจวิธีฝึกฝนแล้วใช่ไหม? เอาล่ะ…เราจะเริ่มจากน ้าตกก่อน”
จากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านก็เตือนว่า: “ถ้าเจ้าทนไม่ไหวจะมีคนพา เจ้าออกไป ขอให้เจ้าอย่าฝืน ในวิถีแห่งการบ่มเพาะกายเนื้อ เมื่อเจ้า
ฝืนตัวเอง มันจะทิ้งบาดแผลที่ซ่อนอยู่ ในอนาคตมันการยากที่จะ ซ่อมแซม แล้วสิ่งนี้มันจะส่งผลกระทบต่อรากฐาน…”
อาการบาดเจ็บที่ซ่อนอยู่?
เสี่ยวเฮยคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ท่านอาจารย์ดูเหมือนจะมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน จากนั้นเขาก็ให้โอสถรักษาอาการบาดเจ็บทางกายภาพมาสามถึงสี่
ชุด…
เอ…มันควรจะเพียงพอใช่ไหม?