โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 507 ของดียังมาไม่ถึง!
บทที่ 507 ของดียังมาไม่ถึง!
ในที่สุดก็ถึงวันประลองห้ายอดเขา!
ในเวลาเดียวกัน ศิษย์ของสี่ยอดเขาก็ได้รับข่าวที่น่าประหลาดใจ
ยอดเขาเฮิ่นเทียนตัดสินใจเข้าร่วมการประลองห้ายอดเขาในครั้งนี้!
“ยอดเขาเฮิ่นเทียนมีเพียงศิษย์สองคนคือจ้านฉือกับเยชิวใช่ไหม?”
“ จ้าวฉือไม่ค่อยปรากฏตัวในนิกายเท่าไหร่ ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ถึงความแข็งแกร่งของนาง แต่เย่ชิวผู้นี้…”
“สองเดือนก่อน แม้ว่าพรสวรรค์ของเขาจะดีมาก แต่เขาดันเข้าร่วมยอดเขาเฮิ่นเทียน…แล้วเขาจะแข่งขันกับบุตรแห่งสวรรค์ได้อย่างไร?”
“ข้าว่าเขาไม่ควรเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ มันจะได้ไม่ลำบากใจมากเกินไป”
ศิษย์นิกายลั่วหยานเกือบทั้งหมดดูถูกและเกลียดชังยอดเขาเฮิ่นเทียน
แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว…
มีเพียงมู่จือชิงเท่านั้นที่ดูเหมือนจะนึกถึงบางสิ่งบางอย่างได้และนางเผยยิ้มออกมา
ก่อนหน้านี้ยอดเขาเฮิ่นเทียนไม่เข้าร่วมการประลองห้ายอดเขา
แต่ตอนนี้พอมีเย่ชิวไป่เข้ามา ยอดเขาเฮิ่นเทียนได้ประกาศเข้าร่วมการประลองทันที
สิ่งนี้มันหมายความว่า?
ซูฉือที่อยู่ด้านข้างเดินเข้ามาหาและถามด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ เจ้าดูมีความสุขมาก”
มู่จือชิงยิ้ม ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ศิษย์พี่ต้องการอะไรจากข้าหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไร คราวนี้ท่านอาจารย์อยากให้เจ้ากับข้า เข้าร่วมการประลองห้ายอดเขา”
“แต่ว่าการประลองครั้งนี้ ยอดเขาเฮิ่นเทียนได้เข้าร่วมด้วย แถมยังให้เย่ชิวเป็นตัวแทนอีก? จากระดับของเขา ข้าเกรงว่าเขาจะถูกคัดออกในรอบแรกอย่างแน่นอน”
มู่จือชิงยิ้มและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ยิน “นั่นไม่จำเป็นต้องเป็นความจริงเสมอไป…”
…
การประลองห้ายอดเขา มักจะจัดงานที่ยอดเขาอันดับหนึ่งเป็นประจำ
นั่นคือยอดเขาหลิงเซียว…
เวทียกสูงถูกรายล้อมไปด้วยเหล่าศิษย์เป็นจำนวนมาก
ในขณะเดียวกัน บนยอดหอคอยแห่งหนึ่ง
ชายห้าคนที่มีออร่าปราณอันทรงพลังยืนอยู่บนนั้น
ปรมาจารย์ยอดเขาฮุนหยวนถามว่า “ตาเฒ่าซุย ทำไมจู่ๆ เจ้าถึงอยากเข้าร่วมการประลองห้ายอดเขาในครั้งนี้?”
ผู้อาวุโสซุยหยิบผลไม้เข้าปาก และกล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ ปรมาจารย์ยอดเขาฮุนหยวนก็เป่าเคราของเขาและจ้องมอง “เฮ้ย…!!”
“ทำไม เจ้าจะสู้งั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นดวงตาอันเฉียบคมของผู้อาวุโสซุยที่จ้องมองเขา
ปรมาจารย์ยอดเขาฮุนหยวนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็แค่นเสียงอย่างเย็นชาและหันศีรษะไป
ปรมาจารย์ยอดเขาคนอื่นๆ ต่างก็หัวเราะเมื่อเห็นสิ่งนี้
แม้ว่ายอดเขาเฮิ่นเทียนจะอยู่ในอันดับล่างสุด
อย่างไรก็ตาม ผู้อาวุโสซุยมีอายุมากที่สุดในบรรดาปรมาจารย์ทั้งหมดในปัจจุบัน
ในเวลาเดียวกัน ความแข็งแกร่งของเขาก็เป็นอันดับสองรองจากหยานเว่ยเซิง ผู้นำนิกายลั่วหยาน…
ในตอนนี้เอง
หยานเว่ยเซิงปรากฏตัวต่อหน้าปรมาจารย์ทั้งห้าทันที
ปรมาจารย์ยอดเขาทุกคนกุมมือคำนับต่อหยานเว่ยเซิง
มีเพียงผู้อาวุโสซุยเท่านั้นที่หยิบผลไม้เข้าปาก โดยไม่สนใจสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเช่นนี้ หยานเว่ยเซิงก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ซุยยหยวน เย่ชิวเป็นยังไงบ้าง?”
ซุยหยวนนำไหสุราออกมาจากแหวนมิติ แล้วกล่าวว่า “ไม่เลว”
“โอ้ รุ่นเยาว์ผู้นี้เจ้าถึงกลับบอกว่าไม่เลวสินะ ข้าอยากจะเห็นจริงๆ”
ทันใดนั้น หยานเว่ยเซิงมองลงไปและกล่าวว่า “เริ่มการประลองห้าขุนเขาได้ กฎยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”
“พวกเจ้าสามารถท้าทายใครก็ได้ที่เจ้าต้องการท้าทาย อันดับของผู้แพ้จะถูกแทนที่โดยผู้ชนะ ผู้ที่ไม่เต็มใจที่จะขึ้นเวทีจะถูกตัดสินว่าเป็นผู้แพ้เช่นกัน”
“เอาล่ะ เริ่มได้!”
ทางด้านล่าง…
จ้านฉือมองไปที่เย่ชิวไป่และถามด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์น้องเย่ เจ้าอยากท้าทายใคร?”
เย่ซิวไป่ยักไหล่และกระโดดขึ้นไปบนเวทีทันที!
ทุกคนตกตะลึงเมื่อเห็นร่างของเย่ชิวไป่
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คาดคิดว่าเย่ชิวไป่จะเป็นคนแรกที่ขึ้นเวที
“ช่วยไม่ได้ แม้ว่ายอดเขาเฮิ่นเทียนจะพ่ายแพ้ เขาก้ไม่มีอะไรต้องเสีย”
“ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่เลวละกัน”
“แค่ไม่รู้ว่าเขาจะท้าทายใคร?”
เมื่อทุกคนกำลังสนทนากัน
คำท้าทายของเย่ชิวไป่ทำให้ทุกคนประหลาดใจ!
“บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งยอดเขาหลิงเซียว…จี้เหลียน”
ศิษย์ทุกคนต่างตกตะลึง!
จี้เหลียน?
นั่นคือศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของยอดเขาหลิงเซียว และเป็นอัจฉริยะที่ทรงพลังที่สุดในนิกายลั่วหยานทั้งหมด!
ขอบเขตของเขาคือครึ่งก้าวขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิต!
แล้วเย่ชิวไป่ล่ะ?
เมื่อสองเดือนที่แล้ว เขาเป็นเพียงครึ่งก้าวขอบเขตภวังค์เทพเท่านั้น แถมเขายังเข้าร่วมยอดเขาเฮิ่นเทียน เขาจะปรับปรุงอะไรได้บ้าง?
แน่นอนว่า จี้เหลียนรู้สึกตกใจเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าศิษย์ใหม่อย่างเย่ชิว จะท้าทายเขาจริงๆ?
มู่จือชิงยิ้มเล็กน้อยเมื่อนางเห็นฉากนี้
ซูฉือรู้สึกประหลาดใจและกล่าวว่า “เย่ชิวผู้นี้กล้าหาญมาก! เขาท้าทายจี้เหลียนโดยตรงเพราะอยากสู้ หรือแค่อยากให้จี้เหลียนให้คำแนะนำแก่เขาเท่านั้น?”
จี้เหลียนมีความคิดแบบเดียวกับซูฉือ…
หลังจากขึ้นเวทีแล้ว เขามองไปที่เย่ชิวไป่และกล่าวอย่างเฉยเมย “ลงมือได้”
เย่ชิวไป่ย่อมไม่สุภาพอยู่แล้ว…
เหตุผลที่เขาเลือกผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในนิกายลั่วหยาน เพราะเขาต้องการมีชื่อเสียง!
เย่ชิวไป่ถือดาบดาวตกเก้าฉื่อไว้ในมือ ขอบเขตปรมาจารย์เต๋าดาบระเบิดออกมาทันที!
“ปรมาจารย์เต๋าดาบ? พรสวรรค์ของเจ้าค่อนข้างดี และเมื่อเวลาผ่านไป ข้าอาจไม่สามารถเอาชนะเจ้าได้”
จี้เหลียนพยักหน้าเล็กน้อย “อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มันยังเร็วไปหน่อย”
เย่ชิวไป่ยิ้ม “มันก็ไม่แน่…”
หลังจากพูดจบ อาณาเขตดาบก็แพร่กระจายไปทั่วเวทีประลอง!
ในเวลาเดียวกัน ในอาณาเขตดาบ การปราบปรามก็เกิดขึ้นอย่างป่าเถื่อน!
มันมุ่งเน้นไปที่ปราบปรามจี้เหลียนโดยตรง!
จี้เหลียนรู้สึกว่าการไหลเวียนของปราณจิตวิญญาณในร่างกายถูกขัดขวาง
ร่างกายดูเหมือนจะติดอยู่ในหล่ม!
จี้เหลียนอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อย
เขาปราบปรามข้าได้?
เพียงเสี้ยวลมหายใจ…
เย่ชิวไป่ได้มาถึงหน้าจี้เหลียนแล้วเพียงพริบตาเดียว
ทักษะดาบชิงหยุน ดาบที่หนึ่ง!
จี้เหลียนยกมือขึ้นเล็กน้อย
แก๊ง!
เมื่อดาบของเย่ชิวไป่โดนนฝ่ามือของจี้เหลียน มันก็เกิดเสียงเหล็กปะทะกัน!
เมื่อมองดูอย่างชัดเจน…
ฝ่ามือของจี้เหลียนกลายเป็นสีเขียวสดใส!
มันเหมือนกับมรกต!
“หัตถ์หยกวิญญาณของศิษย์พี่จี้!”
“เมื่อสำเร็จทักษะหัตถ์หยกวิญญาณ มันสามารถควบคุมทุกสิ่งได้!”
“ช่องว่างของสองคนนี้ มันจะกว้างมากเกินไปแล้ว”
ในเวลาเดียวกัน เย่ชิวไป่ก็ไม่ได้หยุดดาบในมือของเขา
ความแข็งแกร่งขั้นกลางขอบเขตภวังค์เทพระเบิดออกมา!
เขาฟาดฟันออกมาอีกครั้ง!
ดาบเล่มที่สองของทักษะดาบชิงหยุน!
บนหอคอยสูง…
เหล่าปรมาจารย์ยอดเขาล้วนตกตะลึง
“ข้าจำได้ว่าเย่ชิวเป็นเพียงครึ่งก้าวภวังค์เทพเมื่อสองเดือนที่แล้วใช่ไหม?
“เขาใช้เวลาเพียงแค่สองเดือนเพื่อมาถึงขั้นกลางขอบเขตภวังค์เทพ ความเร็วในการบ่มเพาะนี้น่ากลัวมากจริงๆ”
“แต่ช่องว่างของขอบเขตก็ยังกว้างมากเกินไปอยู่ดี”
เมื่อได้ยินที่ปรมาจารย์ยอดเขาสนทนากัน ผู้อาวุโสซุยยิ้มและไม่กล่าวอะไร
ของดีมันยังไม่ถึงเวลา…
บนเวที เย่ชิวไป่โจมตีด้วยทักษะดาบชิงหยุนไปแล้วหลายเล่ม!
อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเผชิญกับครึ่งก้าวขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิต เขาก็ยังคงไม่สามารถผ่านหัตถ์หยกวิญญาณได้!
จี้เหลียนพยักหน้า “ทักษะดาบนี้วิเศษมาก แต่ถ้าเจ้ามีเพียงเท่านั้ ข้าเกรงว่านั่นคือจุดจบของเจ้าแล้ว”
เมื่อเห็นว่าทักษะดาบชิงหยุนไม่เห็นผล…
เย่ชิวไป่ถือดาบของเขาแล้วถอยออกไป
ดาบดาวตกในมือของเขาพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า!
บูม!
ท้องฟ้าไม่มีเมฆดำ แต่กลับมีเสียงคำรามฟ้าร้องดังมาอย่างต่อเนื่อง!
ในอาณาเขตดาบ มีพลังสายฟ้าสองชนิด อันหนึ่งสีขาวและอันหนึ่งสีดำ มันระเบิดออกมาในขณะนี้!
สายฟ้างสีขาวเต็มไปด้วยพลังหยาง มันเปล่งประกายแห่งความมีชีวิตชีวา
ส่วนสายฟ้าสีดำเต็มไปด้วยพลังของหยิน มันเต็มไปด้วยพลังแห่งการทำลายล้างที่ป่าเถื่อน!
เมื่อสายฟ้าทั้งสองปรากฏขึ้น พวกมันกลับผสานกันอย่างลงตัว
บนหอคอยสูง…
ยกเว้นผู้อาวุโสซุย ปรมาจารย์ยอดเขาทั้งสี่ล้วนมีสีหน้าตกตะลึง!
แม้แต่ใบหน้าของผู้นำนิกายหยานเว่ยเซิก็ดูเคร่งขรึมเช่นกัน
“ทักษะระดับจิตวิญญาณขั้นเทียน ทักษะสายฟ้าหยินหยางทำลายล้าง…”