โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #3 : กลิ่นอายแห่งความตายที่ประตูบ้าน
เสียงกรีดร้องข้างล่างเริ่มเงียบหายไป แทนที่ด้วยเสียงคำรามในลำคอที่ฟังดูคล้ายสัตว์ป่าโหยหวน ลินยืนพิงผนังห้องที่เย็นเฉียบ ลมหายใจของเธอติดขัด ความมืดเริ่มโรยตัวลงมาปกคลุมเมืองที่เคยสว่างไสว บัดนี้ไฟถนนหลายจุดเริ่มกะพริบดับลง ทิ้งให้เหลือเพียงแสงสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์ที่เธอกำไว้จนสั่น
“พี่ริน… นั่นเสียงอะไร?” เสียงเล็กๆ ของน้องชายดังขึ้นจากเตียงนอน เขาตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัวพลางขยี้ตา
ลินรีบพุ่งตัวไปหาเขา ปิดปากน้องชายเบาๆ แล้วกระซิบด้วยเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุด “ชู่ว… อย่าส่งเสียงดังนะเปี๊ยก พี่แค่ออกไปดูข้างนอกเฉยๆ ไม่มีอะไร นอนเถอะนะ”
แต่ในใจของเธอกลับเต้นรัวราวกับกลองรบ เธอรู้ดีว่าคำโกหกนั้นใช้ไม่ได้ผลนานนัก กลิ่นคาวเลือดจางๆ เริ่มลอยมาตามลม ผ่านช่องหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท มันเป็นกลิ่นที่ชวนให้คลื่นไส้และบีบคั้นประสาทอย่างรุนแรง
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูดังขึ้นจากห้องข้างๆ ตามด้วยเสียงประตูไม้ที่แตกกระจาย และเสียงร้องขอชีวิตที่ถูกตัดบทด้วยเสียงขย้ำที่น่าสยดสยอง ลินสะดุ้งสุดตัว เธอไม่ได้รอกลายเป็นรายต่อไป เธอรีบเข้าไปพยุงแม่ที่กึ่งรู้สึกตัวขึ้นมา
“แม่… เราต้องไปแล้ว”
“ไปไหนลูก… แม่ไม่มีแรง…” แม่พึมพำด้วยพิษไข้
ลินไม่ได้ตอบ แต่เธอกำแหวนทองแดงแน่นจนคมของมันบาดนิ้ว เลือดหยดเล็กๆ ไหลซึมลงบนโลหะหมอง ความร้อนแรงสายหนึ่งพุ่งพล่านจากแหวนเข้าสู่แขนของเธอ ลินนึกถึงผืนดินสีน้ำตาลและน้ำพุศิลาด้วยความโหยหาอย่างสุดซึ้ง
วูบ!
ร่างของทั้งสามคนหายไปจากห้องพักโทรมๆ ในจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องถูกกระชากออกด้วยพละกำลังมหาศาล สิ่งมีชีวิตที่เคยเป็นมนุษย์พุ่งเข้ามาในความว่างเปล่า มันคำรามด้วยความสับสนเมื่อพบเพียงความเงียบและห้องที่ว่างเปล่า
ภายในมิติพฤกษา…
อากาศที่นี่บริสุทธิ์และสงบนิ่งจนน่าเหลือเชื่อ ลินวางแม่ลงบนกองฟางที่เธอเตรียมไว้ใกล้กับน้ำพุ น้องชายของเธอมองไปรอบๆ ด้วยดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
“ที่นี่ที่ไหนพี่ริน? สวยจังเลย”
ลินไม่ได้ตอบน้องชายในทันที เธอทรุดกายลงนั่งข้างน้ำพุ กวักน้ำขึ้นมาดื่มด้วยความหิวกระหาย ความเย็นของน้ำช่วยเรียกสติที่กำลังจะกระเจิงของเธอกลับคืนมา เธอมองไปที่แปลงผักที่เธอหว่านไว้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บัดนี้พวกมันเริ่มแทงยอดสีเขียวอ่อนพ้นดินขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์
แต่ความสงบนี้เป็นเพียงเปลือกนอก ลินรู้ดีว่าเธอไม่สามารถหลบอยู่ที่นี่ได้ตลอดไป เธอต้องมีอาหารมากกว่านี้ และต้องมีวิธีป้องกันตัว
ตัดกลับมายังเบื้องบน…
ในมิติที่ 5 บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงไป แถบแสงสีฟ้าที่วนเวียนรอบตัวตนบนบัลลังก์เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงในบางจุด มันคือสัญลักษณ์ของการนองเลือดและการล่มสลายของระบบนิเวศเดิม
เขายังคงเอนกายพิงพนักบัลลังก์ นิ้วเรียวยาวที่เป็นกลุ่มก้อนพลังงานลากผ่านอากาศช้าๆ สร้างภาพจำลองของโลก Seed-A01 ขึ้นมาในมุมมองแบบ 3 มิติ เขาเห็นจุดสีแดงเล็กๆ นับล้านจุดที่เริ่มกระจายตัวไปทั่วทุกทวีป—นั่นคือผู้ติดเชื้อ—และเขาเห็นจุดสีเขียวเพียงจุดเดียวที่ส่องสว่างอย่างริบหรี่อยู่ในมิติทับซ้อน
“การหลบหนีเข้าสู่โหนดส่วนตัว… เริ่มต้นเร็วกว่าที่คำนวณไว้ 4.2 เปอร์เซ็นต์”
เขาส่งเสียงพึมพำที่สั่นสะเทือนมิติ แววตาสีฟ้าครามจ้องมองไปยังจุดสีเขียวนั้นด้วยความสนใจที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เขาเห็นลินที่กำลังเริ่มสร้างรั้วไม้เล็กๆ รอบแปลงผักของเธอ เห็นความรักที่เธอมอบให้ครอบครัวที่เปราะบาง
“เจตจำนงในการปกป้อง… คือแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังที่สุดของสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ”
เขาสะบัดมือเบาๆ ส่งสัญญาณแทรกแซงลงไปยังระบบของแหวนทองแดงโดยตรง ทันใดนั้น ที่ข้างน้ำพุศิลาในมิติของลิน พื้นดินพลันสั่นสะเทือนเล็กน้อย ก่อนที่พลั่วเหล็กเก่าๆ ที่เธอทิ้งไว้จะเริ่มเรืองแสงสีทองจางๆ
มันไม่ใช่พร… แต่มันคือการ “ปลดล็อก” ความสามารถบางอย่างเพื่อให้การทดลองนี้ก้าวไปสู่ขั้นถัดไป
“จงดูซิว่า… เมื่อข้าให้ ‘เขี้ยวเล็บ’ แก่แกะที่กำลังหวาดกลัว แกะตัวนั้นจะกลายเป็นหมาป่าเพื่อปกป้องฝูงของมันได้หรือไม่”
ดวงตาสีฟ้าครามฉายแววเย็นเยียบ เขาเฝ้าดูความมืดมิดที่เริ่มโอบล้อมอพาร์ตเมนต์ของลินในโลกภายนอก ขณะที่ในมิติส่วนตัว แสงสีทองจากพลั่วเหล็กเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ ท้าทายโชคชะตาที่เขากำลังจะหยิบยื่นให้ในวินาทีถัดไป…