โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #4 : รอยร้าวในความหวัง
เสียงประกาศจากวิทยุคลื่นสั้นที่ลินแอบเก็บติดตัวเข้ามาในมิติพฤกษาดังสลับกับเสียงซ่าของสัญญาณรบกวน เนื้อหาในนั้นทำให้หัวใจของเธอหนักอึ้ง
“…ประกาศจากรัฐบาล ขณะนี้สถานการณ์โรคระบาดเข้าสู่สภาวะวิกฤตระดับสูงสุด ขอให้ประชาชนทุกคนปิดประตูที่พักให้มิดชิดและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับกลุ่มควันหรือผู้ที่มีอาการคลุ้มคลั่ง กองทัพกำลังส่งหน่วยกู้ภัยพิเศษเข้าประจำการในเขตปลอดภัยตามหัวเมืองหลัก…”
เสียงนุ่มนวลของโฆษกหญิงสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะถูกตัดสลับเป็นเสียงไซเรนประกาศกอัยการศึกไปทั่วประเทศ รัฐบาลพยายามสร้างภาพลักษณ์ของการควบคุม แต่ลินรู้ดีจากการมองผ่านช่องว่างมิติว่าความจริงนั้นต่างออกไป ทหารในชุดเกราะกำลังยิงสกัดฝูงชนที่พยายามปีนกำแพงกั้นเขตปลอดภัย ความโกลาหลกำลังเปลี่ยนคนให้กลายเป็นสัตว์ร้าย… ทั้งที่ยังเป็นมนุษย์และที่กระหายเลือด
ทว่า ท่ามกลางเถ้าถ่านของการล่มสลาย ปาฏิหาริย์ที่น่าสะพรึงกลัวก็ได้ถือกำเนิดขึ้น
มีรายงานถึงผู้ประสบภัยกลุ่มหนึ่งที่มีอาการไข้สูงจนเข้าขั้นโคม่า ร่างกายของพวกเขาชักกระตุกและขับเหงื่อออกมาเป็นสีดำเข้ม หลายคนเสียชีวิตไปในขั้นตอนนี้ แต่สำหรับผู้ที่รอดชีวิต… พวกเขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับ “บางอย่าง” ที่อยู่เหนือธรรมชาติ
ในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่แออัด ชายคนหนึ่งที่เคยเกือบตายด้วยพิษไข้กลับลุกขึ้นมาพร้อมกับเปลวเพลิงที่ลุกโชนบนฝ่ามือ อีกคนหนึ่งสามารถขยับวัตถุได้ด้วยความคิด รัฐบาลรีบประกาศจัดตั้ง “หน่วยรักษาความมั่นคงพิเศษ” เพื่อรวบรวมผู้มีพลังเหล่านี้มาเป็นโล่กำบังให้แก่เหล่าผู้ลากมากดีและข้าราชการชั้นสูง
แต่ปมความขัดแย้งก็เริ่มผลิบานทันที พลังไม่ได้เปลี่ยนคนให้เป็นฮีโร่เสมอไป แต่มันมักจะขยายสันดานดิบภายในให้ชัดเจนขึ้น ผู้มีพลังบางกลุ่มเริ่มเรียกร้องสิทธิพิเศษเหนือผู้อื่น พวกเขาเริ่มกักตุนเสบียงที่รัฐบาลแจกจ่าย และมองว่ามนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีพลังเป็นเพียง “ภาระ” ที่ต้องกำจัดทิ้ง
ภายในมิติพฤกษา ลินมองดูพลั่วเหล็กที่เรืองแสงสีทองจางๆ อยู่ที่พื้นดิน เธอเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา ทันทีที่สัมผัส ความร้อนสายหนึ่งพุ่งเข้าสู่ร่างกาย ข้อมูลบางอย่างหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเธอราวกับรหัสที่ถูกปลดล็อก
เธอมองไปยังแปลงผักที่เติบโตจนพร้อมเก็บเกี่ยว และน้ำพุที่ดูเหมือนจะเปล่งประกายเข้มข้นขึ้น ลินรู้สึกได้ว่าเธอเองก็ “เปลี่ยนไป” แต่ไม่ใช่พลังทำลายล้างเหมือนพวกคนข้างนอก พลังของเธอคือการ “หล่อเลี้ยง” และ “ซ่อนเร้น”
“พี่ริน… ดูสิ ผักพวกนี้มันใหญ่มากเลย!” น้องชายร้องเรียกพลางชี้ไปที่หัวไชเท้าขนาดเท่าท่อนแขน
ลินไม่ได้ยิ้มตอบ เธอหันไปมองแม่ที่เริ่มลืมตาขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ดูดีขึ้นอย่างน่าประหลาด น้ำจากน้ำพุนี้มีพลังในการรักษาที่สูงกว่ายาทั่วไปนับร้อยเท่า หากคนข้างนอกรู้เรื่องนี้… หากพวก “ผู้มีพลัง” หรือรัฐบาลที่กำลังโหยหาทรัพยากรรู้ว่าเธอมีมิติที่เป็นสวรรค์เช่นนี้อยู่…
ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ลินนึกถึงภาพข่าวการแย่งชิงอาหารและการกดขี่ในศูนย์พักพิง ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์อาจน่ากลัวกว่ากรงเล็บของซอมบี้เสียอีก
ตัดกลับมายังเบื้องบน…
ในมิติที่ 5 ดวงตาสีฟ้าครามจ้องมองภาพเหตุการณ์ที่ซ้อนทับกัน เขามองดูรัฐบาลที่กำลังคัดเลือกมนุษย์ที่มีพลังมาเป็นเบี้ยบนกระดาน และมองดูลินที่กำลังกอดน้องชายไว้แน่นท่ามกลางดวงวิญญาณที่ดับแสงลงทุกวินาที
เขายกนิ้วขึ้นลากผ่านแถบข้อมูลที่แสดงค่า “ความขัดแย้งทางสังคม” ซึ่งพุ่งสูงขึ้นเป็นสีแดงฉาน
“พลัง… เมื่อถูกวางลงในมือของผู้อ่อนแอทางจิตใจ มันย่อมกลายเป็นพิษ”
เขาสะบัดมือเบาๆ ส่งสัญญาณแทรกแซงลงไปใน Seed-A01 อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การช่วยเหลือลินโดยตรง เขากลับเลือกที่จะ “เปิดเผย” ร่องรอยบางอย่างบนท้องฟ้าเหนือเมืองที่ลินพักอยู่ ม่านหมอกสีเทาเหนืออพาร์ตเมนต์ของเธอพลันหมุนวนเป็นเกลียว ราวกับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงดูดสายตาของผู้มีพลังในบริเวณนั้นให้หันมามอง
“จงดูซิ… เมล็ดพันธุ์ที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เมื่อถูกแสงสว่างส่องถึง… เจ้าจะรักษาความบริสุทธิ์ของเจ้าไว้ได้นานเพียงใด ท่ามกลางหมาป่าที่กำลังหิวโหย”
แววตาสีฟ้าครามฉายแววสนุกสนานที่เย็นเยือก เขาเฝ้าดูเหล่า “ผู้มีพลัง” กลุ่มแรกที่เริ่มมุ่งหน้ามายังพิกัดของลินด้วยความโลภที่เริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจ… บททดสอบเรื่องความดำมืดของมนุษย์กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว…