โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #34 : พฤกษาพิบัติกัมปนาท และเสียงกรีดร้องของพงไพร
ในวินาทีที่ร่างของเรนร่วงหล่นลับสายตาไปในก้นเหวที่มืดมิด สิงหะและทีมล่าสังหารระดับ B ต่างพากันแสยะยิ้มด้วยความสะใจ พวกเขากำลังเตรียมตัวโรยตัวลงไปเพื่อกู้ศพและชิงเอาความลับของอสูรอัญเชิญที่เหลืออยู่ ทว่า… สิ่งที่เกิดขึ้นตามมากลับทำให้รอยยิ้มนั้นแข็งค้างและกลายเป็นความสยองขวัญ
“กิ่งก้าน” สัตว์อัญเชิญธาตุพฤกษาที่พันอยู่ที่ข้อมือของเรนสัมผัสได้ถึงวินาทีเฉียดตายของเจ้านาย มันปลดปล่อยมานาลึกลับที่ซ่อนเร้นอยู่ออกมาจนขีดสุด แสงสีเขียวมรกตที่ดูอำมหิตระเบิดออกจากร่างของเรนก่อนจะถึงพื้นเพียงไม่กี่เมตร และแผ่ขยายออกไปครอบคลุมป่าทั้งผืนในพริบตา!
ปรากฏการณ์พฤกษาพิบัติกัมปนาท
ตึ้ง!!!
พื้นดินทั่วทั้งหุบเขาและป่าลึกสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว ต้นไม้ที่เคยยืนนิ่งกลับบิดเบี้ยวและขยายขนาดขึ้นนับสิบเท่า รากไม้ยักษ์พุ่งขึ้นมาจากใต้ดินดุจหอกสังหาร ทะลวงร่างของฮันเตอร์ระดับ B ที่ยืนอยู่ริมหน้าผาจนตัวขาดครึ่งในพริบตา
“เกิดอะไรขึ้น! ป่า… ป่ามันกำลังบ้าคลั่ง!” ฮันเตอร์คนหนึ่งตะโกนสุดเสียงก่อนจะถูกเถาวัลย์ที่มีหนามพิษรัดคอจนกระดูกแหลกละเอียด
พืชพรรณทั่วบริเวณไม่ได้เป็นเพียงต้นไม้ธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคืออาวุธสังหารที่อยู่ภายใต้การควบคุมของความโกรธแค้น สิงหะที่อยู่ระดับ A พยายามจะปลดปล่อยพลังคลื่นเสียงราชสีห์เพื่อทำลายรากไม้ แต่ทว่า “กิ่งก้าน” ในสภาวะคลั่งได้ใช้พลังมิติดึงเอาต้นไม้จากต่างมิติมาผสาน ทำให้ไม้เหล่านี้แข็งแกร่งเกินกว่าที่พลังระดับ A ทั่วไปจะทำลายได้ง่ายๆ
“อ๊ากกกกก!” เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วป่า ฮันเตอร์ระดับ B กว่าครึ่งทีมถูกรากไม้ลากลงไปใต้ดินเพื่อกลายเป็นปุ๋ย สิงหะถูกรากไม้ยักษ์ฟาดเข้าที่แผ่นหลังจนเกราะทองคำแตกยับ และในจังหวะที่เขาพยายามจะหนี เถาวัลย์แหลมคมก็ตวัดผ่านแขนซ้ายของเขา ตัดฉับจนแขนขาดกระเด็นไปพร้อมกับเลือดที่สาดกระจาย
“ไอ้เด็กนั่น… มันเป็นตัวอะไรกันแน่!” สิงหะกัดฟันสู้ตาย เขาต้องสละแก่นพลังงานส่วนหนึ่งเพื่อระเบิดพลังหลบหนีออกจากวงล้อมพฤกษาพิบัติมาได้อย่างสะบักสะบอม ทิ้งลูกน้องและเกียรติยศไว้เบื้องหลังท่ามกลางป่าที่กลายเป็นนรกสีเขียว
ก้นบึ้งแห่งความเงียบ: การพบพานที่สี่
ในขณะที่ข้างบนกำลังพินาศ เรนที่ถูกห่อหุ้มด้วยดักแด้เถาวัลย์ค่อยๆ วางลงบนพื้นถ้ำใต้เหวอย่างนุ่มนวล กิ่งก้านใช้พลังเฮือกสุดท้ายปกป้องเขาจนมันกลับคืนสู่สภาพเถาวัลย์เส้นเล็กๆ ที่แห้งเหี่ยว
เรนพยุงร่างที่ร้าวรานลุกขึ้นกลางความมืด และนั่นคือตอนที่เขาได้สบตากับ หญิงสาวบนดอกบัวดำ…
[แจ้งเตือนจาก AI: ปรากฏการณ์ ‘พฤกษาพิบัติ’ สิ้นสุดลงแล้ว – พลังงานของ ‘กิ่งก้าน’ หมดขีดจำกัด] [ตรวจพบสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้า: มังกรนิลบรรพกาล (ในร่างมนุษย์จำลอง) ] [ระดับพลัง:??? (ระบุไม่ได้) ]
หญิงสาวชุดดำลุกขึ้นยืนช้าๆ กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านจนน้ำแข็งเกาะตามผนังถ้ำ “เจ้าเป็นมนุษย์คนแรกในรอบพันปีที่รอดชีวิตลงมาถึงที่นี่… และเจ้ายังพา ‘กลิ่นอายที่ข้าคุ้นเคย’ มาด้วย”
เธอมองไปที่มังกรอัสนีทารกที่สั่นเทาอยู่ข้างเรน “สายเลือดมังกร… แม้จะยังอ่อนด้อย แต่น่าสนใจ”
ตัดกลับมายังเบื้องบน…
ในมิติที่ 5 ตัวตนบนบัลลังก์หัวเราะจนแทบจะตกจากที่ประทับ แววตาสีฟ้าครามจ้องมองแขนที่ขาดหายไปของสิงหะด้วยความสะใจ
“ฮ่าๆๆๆ! พฤกษาพิบัติกัมปนาท! ช่างเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยม!” เขาปรบมือรัว “สิงหะเอ๋ย… เจ้าเสียแขนไปหนึ่งข้างเพื่อแลกกับการหนีตาย แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”
เขาโน้มตัวลงมองเรนที่กำลังเผชิญหน้ากับราชันย์แห่งความมืด “เอาล่ะเรน… เจ้าขยะที่ถูกทิ้ง ตอนนี้เจ้ามีทั้ง สายฟ้า, วายุ, พฤกษา และกำลังจะได้ครอบครอง ‘ความมืด’ ที่แข็งแกร่งที่สุด”
“จงทำสัญญากับนางซะ! แล้วข้าจะคอยดูวันที่เจ้าขี่มังกรสองหัว… หัวหนึ่งพ่นสายฟ้า อีกหัวหนึ่งกลืนกินวิญญาณ กลับไปเหยียบเมืองคารุให้ราบเป็นหน้ากลอง!”…