โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #42 : กับดักกลางหุบเขา และบทพิสูจน์เวรยามคืนแรก
- Home
- โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด
- ตอนที่ #42 : กับดักกลางหุบเขา และบทพิสูจน์เวรยามคืนแรก
ความมืดปกคลุมเส้นทางสายเก่าที่ขรุขระหลังจากครอบครัวของหลินแยกตัวออกมาจากขบวนผู้อพยพหลักได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง เสียงลมที่พัดผ่านร่องหินฟังดูคล้ายเสียงโหยหวนของภูตผี แต่สำหรับหลิน มันคือเสียงเตือนภัยที่นางต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
สมาชิกทั้ง 30 ชีวิตพักผ่อนอยู่ภายในวงล้อมของรถเข็นเสบียงที่วางเรียงกันเป็นรูปครึ่งวงกลม โดยมีปู่หวังและย่าที่เป็นเสาหลักคอยดูแลเด็ก ๆ 12 คนอยู่ตรงกลาง ส่วนตากับยายที่มีโรคประจำตัว หลินแอบนำ “แผ่นแปะร้อน” และ “ถุงน้ำร้อนพกพา” จากแผนกเดินป่าออกมาสอดไว้ใต้ผ้าห่มเพื่อบรรเทาความหนาวสั่น
“กะแรก พี่ใหญ่กับอาสาม กะที่สอง ท่านพ่อกับอาสี่” หลินกำชับชายฉกรรจ์ในบ้าน
นางส่ง “กระบองยืด” ที่ดูเหมือนท่อนไม้ธรรมดาแต่ทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์น้ำหนักเบาจากมิติห้างสรรพสินค้าให้พวกเขาคนละอัน “หากเห็นอะไรเคลื่อนไหว อย่าเพิ่งบุ่มบ่าม ให้ใช้นกหวีดสัญญาณที่ข้าให้ไว้ เป่าสั้น ๆ สองครั้งเพื่อปลุกพวกเรา”
ชายฉกรรจ์ทั้ง 6 คน แม้จะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่เหตุการณ์ลักพาตัวหลินครั้งก่อนทำให้พวกเขาตื่นตัวขึ้นมาก พวกเขาหมุนเวียนกันเดินตรวจตราอย่างเคร่งครัด โดยมีหลินที่แอบเปิด “เครื่องดักฟังเสียงระยะไกล” (Parabolic Microphone) จากในมิติเพื่อฟังเสียงฝีเท้าที่อาจแอบซุ่มอยู่ในรัศมี 100 เมตร
ราวเที่ยงคืน เสียงกรอบแกรบของกิ่งไม้แห้งดังมาจากทิศเหนือ หลินดีดตัวลุกขึ้นทันทีพร้อมกับดึง “สเปรย์พริกไทย” ออกมาเตรียมพร้อม
“มีคนมา…” หลินกระซิบ
ท่านอาคม (ท่านพ่อ) ที่กำลังเข้าเวรยามยกกระบองขึ้นขู่ ทันใดนั้น เงาร่างของชายฉกรรจ์ 5-6 คนในชุดผ้าขี้ริ้วขาดรุ่งริ่งก็ค่อย ๆ โผล่ออกมาจากหลังโขดหิน พวกมันไม่ใช่โจรอาชีพ แต่คือผู้อพยพที่เสียสติจากความหิวและผันตัวมาเป็นนักล่า
“ส่งอาหารมาซะ… ข้าเห็นนังหนูคนนั้นหยิบเนื้อแห้งออกมาเมื่อเย็น” หัวหน้ากลุ่มที่หน้าตอบจนเห็นโครงกระดูกคำราม “ถ้าพวกแกไม่อยากให้พวกข้าจับเด็ก ๆ ไปลงหม้อน้ำแกง ก็จงส่งเสบียงมาให้หมด!”
คำพูดที่ว่าจะเอาเด็ก ๆ ไปเป็นอาหารทำให้ผู้ชายในครอบครัวหลินโกรธจนเลือดขึ้นหน้า พี่ใหญ่ของหลินควงกระบองพุ่งเข้าใส่ทันทีโดยไม่รอคำสั่ง
หลินรู้ดีว่าถ้าสู้กันด้วยแรง ชายฉกรรจ์ของนางที่เริ่มมีเรี่ยวแรงอาจจะชนะได้ แต่ต้องมีการบาดเจ็บ ซึ่งนางยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ในสภาพที่ไร้โรงพยาบาลเช่นนี้
“พี่ใหญ่ ถอยมา!” หลินตะโกน
นางอาศัยจังหวะที่พวกมันพุ่งเข้ามา หยิบ “พลุไฟส่องสว่าง (Strobe Flare) ” ที่มีค่าความสว่างสูงพิเศษระเบิดออกมากลางวง
พรึ่บ!!!
แสงสีขาวจ้าจนตาพร่ามัวระเบิดออก ทำให้พวกนักล่าที่คุ้นเคยกับความมืดมิดถึงกับร้องลั่นและล้มกลิ้งลงกับพื้น หลินไม่รอช้า นางวิ่งเข้าไปพร้อมกับ “เครื่องช็อตไฟฟ้าแรงสูง” จิ้มเข้าที่สีข้างของหัวหน้ากลุ่มนักล่า
เปรี๊ยะ ๆ ๆ ๆ!
ร่างของมันกระตุกสั่นก่อนจะล้มฟุบลงไปนอนน้ำลายฟูมปาก สมุนที่เหลือเห็นลูกพี่ล้มลงด้วย “มนต์ดำ” และแสงประหลาด ก็พากันวิ่งหนีแตกกระเจิงไปในความมืดโดยไม่เหลียวหลัง
เมื่อความสงบกลับมา สมาชิกในครอบครัวต่างมองหลินด้วยความยำเกรงและขอบคุณ เด็ก ๆ 12 คนที่ตื่นขึ้นมาเพราะความตกใจถูกย่าและยายกอดปลอบไว้
“หลิน… ของพวกนี้มันคืออะไรกันแน่?” พี่ใหญ่ถามด้วยความสงสัย
“มันคืออาวุธที่เทพเจ้าประทานมาเพื่อปกป้องพวกเรา” หลินตอบอย่างเรียบง่าย “แต่จำไว้… อาวุธที่ดีที่สุดไม่ใช่ของในมือข้า แต่คือความสามัคคีของพวกท่าน หากกะเมื่อครู่พี่ใหญ่ไม่ตื่นตัว พวกมันอาจจะเข้ามาถึงตัวเด็ก ๆ แล้ว”
ท่านปู่หวังมองดูหลินแล้วพยักหน้า “จากนี้ไป… ทุกคนต้องฟังคำสั่งของหลิน นางคือผู้ที่สวรรค์ส่งมานำทางตระกูลเรา”
ตัวตนมิติที่ 5 หัวเราะเบา ๆ ในลำคอขณะมองดูเศษพลุไฟบนพื้นดิน “รู้จักใช้ความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้จักมาควบคุมสถานการณ์… ฉลาดมากเมล็ดพันธุ์ A04”
เขามองดูเส้นทางข้างหน้าที่ข้ามผ่านหุบเขานี้ไปจะเป็น “ทุ่งสังหาร” ที่มีกองกำลังโจรป่าของจริงรออยู่ “ของเล่นเด็ก ๆ คงใช้ไม่ได้ผลกับกลุ่มโจรที่มีอาวุธครบมือ… มาดูกันว่าห้างสรรพสินค้าของเจ้าจะมี ‘เขี้ยวเล็บ’ ที่คมพอจะฝ่าวงล้อมกระหายเลือดไปได้หรือไม่”
เขาสะบัดมือหายวับไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำมะถันจาง ๆ ในอากาศ