โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #46 : เมืองหน้าด่านที่เน่าเฟะ และการหักหัวเรือกลางพายุความโลภ
- Home
- โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด
- ตอนที่ #46 : เมืองหน้าด่านที่เน่าเฟะ และการหักหัวเรือกลางพายุความโลภ
ขบวนของหลินเดินทางมาถึงชานเมือง “ด่านศิลาแดง” ซึ่งเป็นประตูบานสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่เขตแดนทิศใต้ที่อุดมสมบูรณ์ แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่การต้อนรับที่อบอุ่น ขบวนผู้อพยพนับพันถูกกักตัวไว้ในพื้นที่โคลนตมหน้ากำแพงเมืองที่สูงตระหง่าน ทหารยามในชุดเกราะเงาวับยืนถือหอกกั้นทางเข้าอย่างเข้มงวด
“ใครอยากเข้าเมือง ต้องจ่ายค่าผ่านทางเป็นธัญพืชคนละ 1 ถัง หรือทองคำหนึ่งตำลึง!” เสียงทหารยามตวาดลั่น “ใครไม่มี… ก็จงเน่าตายอยู่ที่หน้าด่านนี่แหละ!”
เมื่อขบวนของหลินที่มีหมาป่า 12 ตัวเดินขนาบข้างมาถึง ความแตกตื่นก็เกิดขึ้น ทหารยามระดับนายกองคนหนึ่งนามว่า “ขุนศึกฉาง” จ้องมองหมาป่าที่มีเกราะยุทธวิธีสีดำและท่าทางองอาจของพวกมันด้วยความละโมบ เขาไม่ได้มองเห็นภัยคุกคาม แต่มองเห็น “เงินตรา”
“หยุด!” ขุนศึกฉางก้าวออกมาขวาง “สัตว์ป่าดุร้ายห้ามเข้าเมือง… เว้นแต่เจ้าจะส่งพวกมันให้กองทัพฝึกฝน และจ่ายค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับคน 30 คนของเจ้ามา”
เขาสังเกตเห็นผิวพรรณของเด็ก ๆ และคนแก่ในครอบครัวหลินที่ดูดีเกินกว่าจะเป็นผู้ลี้ภัย “ดูท่าพวกเจ้าจะมีเสบียงลับซ่อนอยู่… ข้าขอตรวจค้นรถเข็นทั้งหมด!”
หมาป่าจ่าฝูงแผลเป็นแยกเขี้ยวคำรามต่ำ ขนคอตั้งชัน ทหารยามนับสิบเริ่มล้อมกรอบเข้ามาพร้อมธนูที่ง้างรอ
หลินมองดูสายตาของขุนศึกฉาง นางรู้ทันทีว่าคนพวกนี้ไม่ได้ต้องการแค่เสบียง แต่ต้องการยึดครองทุกอย่างที่นางมี หากยอมเข้าเมืองไป ครอบครัวของนางอาจถูกกักขังและหมาป่าคู่ใจอาจถูกพรากไปฆ่าหรือใช้งานจนตาย
“ท่านพ่อ… ท่านปู่… เราจะไม่เข้าเมืองนี้” หลินกระซิบ
“แต่หลิน… ถ้าไม่ผ่านด่านนี้ เราต้องเดินอ้อม ‘เทือกเขาสันหลังมังกร’ อีกหลายร้อยลี้เลยนะ ที่นั่นมีแต่หน้าผาและอากาศที่แปรปรวน” ท่านอาคมกล่าวด้วยความกังวล
หลินหันไปมองเมืองหน้าด่านที่เต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน สลับกับมองความภักดีในดวงตาของหมาป่าทั้ง 12 ตัว “การเข้าเมืองที่ไร้คุณธรรม คือการเดินเข้าคุกที่มองไม่เห็น… ข้าจะพาทุกคนอ้อมเขา เรามีเสบียง มีหมาป่า และมีหัวใจที่แข็งแกร่ง เราจะสร้างทางของเราเอง!”
ท่ามกลางสายตาเย้ยหยันของทหารยามที่คิดว่าพวกเขาไปฆ่าตัวตาย หลินสั่งขบวนหันหลังกลับมุ่งหน้าสู่เส้นทางทุรกันดารที่ขนานไปกับเทือกเขาสันหลังมังกร ระยะทางเพิ่มขึ้นอีกกว่าสามร้อยลี้ แต่นี่คือทางเดียวที่จะรักษาอิสรภาพเอาไว้ได้
หลินเปิดมิติห้างสรรพสินค้าไปยัง โซนอุปกรณ์ปีนเขาและเสื้อผ้ากันหนาว นางหยิบ “เสื้อกันฝนแบบหนา” และ “รองเท้าหุ้มแข้ง” ออกมาแจกจ่ายให้ทุกคนอย่างลับ ๆ พร้อมกับเพิ่มสารอาหารในมื้อค่ำเพื่อเตรียมรับมือกับการไต่เขา
“เจ้าแผลเป็น… นำทางไป” หลินสั่งจ่าฝูง
หมาป่าทั้ง 12 ตัววิ่งทะยานขึ้นสู่ที่สูง พวกมันใช้สัญชาตญาณสัตว์ป่าหาเส้นทางที่ลาดชันน้อยที่สุดให้รถเข็นของครอบครัวผ่านไปได้ ภาพขบวนคน 30 คนและหมาป่า 12 ตัวที่เดินไต่ระดับความสูงท่ามกลางเมฆหมอก กลายเป็นภาพที่ลี้ลับและทรงพลัง
ตัวตนมิติที่ 5 เฝ้ามองด้วยความเลื่อมใสในการตัดสินใจ “เลือกความลำบากเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและบริวาร… เจ้ายิ่งใหญ่กว่าที่ข้าคิดไว้มากหลิน”
เขาสะบัดมือเบา ๆ เพื่อสร้างกระแสลมที่ช่วยพยุงอากาศให้เบาบางลงเล็กน้อยบนยอดเขา “เดินต่อไปเมล็ดพันธุ์ของข้า… เมื่อเจ้าข้ามภูเขาลูกนี้ไปได้ ดินแดนที่ไม่มีใครครอบครองทางตอนใต้จะเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว!”