โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #49 : โทสะของเจ้าเมือง และอาคมแม่มดที่ถูกเล่าขาน
เสียงฝีม้าที่กระหืดกระหระดังมาถึงประตูเมืองหน้าด่านศิลาแดง ทหารม้าที่เหลือรอดเพียง 27 นายในสภาพเกราะหลุดลุ่ย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและความหวาดกลัวจนเสียสติ ต่างพากันควบม้ากลับมาอย่างไม่คิดชีวิต พวกเขาไม่ได้กลับมาพร้อมชัยชนะหรือฝูงหมาป่า แต่กลับมาพร้อมกับความตายที่ติดตา
ภายในโถงบัญชาการ เจ้าเมืองศิลาแดง และ คุณชายฟง นั่งรอรับข่าวอย่างใจจดใจจ่อ ทันทีที่นายกองที่รอดชีวิตคุกเข่าลงแทบเท้า ร่างกายที่สั่นเทาก็พร่ำเพ้อออกมา
“ท่านเจ้าเมือง! มันไม่ใช่คน… พวกมันคือปีศาจ! นังผู้หญิงนั่นคือแม่มด! นางใช้คุณไสยเรียกควันนรกมาบดบังตาพวกเรา และเสกโซ่เหล็กที่มองไม่เห็นกระชากม้าศึกจนล้มตายระเนระนาด!”
“เหลวไหล!” เจ้าเมืองศิลาแดงตบโต๊ะเสียงดังสนั่น “ทหารม้าหนึ่งกองร้อยพ่ายแพ้ให้กับผู้อพยพเพียงไม่กี่คนงั้นรึ!”
“มันคือความจริงขอรับ! หมาป่าพวกนั้นใส่เกราะอาคม ฟันแทงไม่เข้า พวกมันฉีกกระชากพวกเราเหมือนกระดาษ นายกองฉางถูกเวทมนตร์ตรึงจนขยับไม่ได้… ข้าเห็นกับตาว่านางเรียกไฟประหลาดออกมาระเบิดกลางอากาศ!”
เมื่อได้ยินว่าหมาป่าที่ตนอยากได้เป็นอสูรอาคม และกองทหารอันทรงเกียรติถูกทำลายด้วยฝีมือ “แม่มด” เจ้าเมืองถึงกับสติหลุด เขาอาละวาดทำลายข้าวของ กวาดแจกันหยกและตำราพิชัยสงครามลงพื้นจนแตกกระจาย
“นังแม่มดนั่น! มันบังอาจหยามเกียรติข้า!” เจ้าเมืองคำรามเสียงต่ำ แววตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย “ในเมื่อมันอยากเล่นสงครามประสาท ข้าก็จะจัดให้! สั่งการลงไป… ให้ระดมพลกองทัพห้ากองร้อย รวมห้าร้อยนาย! เตรียมธนูเพลิงและรถศึก บุกขึ้นไปบนเทือกเขาสันหลังมังกร ลากคอนังแม่มดนั่นลงมาตัดหัวเสียบประจานหน้าด่านให้ได้!”
การหนีกลางพายุหิมะและความร้อนที่ซ่อนเร้น
ในขณะเดียวกัน บนความสูงที่ออกซิเจนเริ่มเบาบาง ครอบครัวของหลินกำลังเผชิญกับศัตรูที่ร้ายกาจกว่าทหาร นั่นคือ “พายุหิมะบนสันหลังมังกร”
ลมหนาวพัดกรรโชกจนแทบจะพัดเด็ก ๆ ปลิวตกหน้าผา ตากับยายของหลินเริ่มตัวสั่นเทาด้วยภาวะตัวเย็น (Hypothermia) สมาชิก 30 ชีวิตเริ่มติดขัดในการก้าวเดินท่ามกลางหิมะที่หนาขึ้นเรื่อย ๆ
“หลิน… เราไปต่อไม่ไหวแล้ว มันหนาวเกินไป” พี่ใหญ่พูดผ่านผ้าคลุมหน้าที่เต็มไปด้วยเกล็ดหิมะ
หลินมองดูสภาพครอบครัวด้วยความปวดใจ นางสั่งให้ทุกคนหยุดพักในชะง่อนผาที่บังลมได้ชั่วคราว ก่อนจะเข้าสู่มิติห้างสรรพสินค้าในโซน “อุปกรณ์แคมป์ปิ้งและกันหนาวพิเศษ”
นางแอบหยิบ “ถุงทรายร้อน (Hand Warmers) ” จำนวนนับร้อยซองออกมาแจกจ่ายให้ทุกคนซุกไว้ในเสื้อผ้า พร้อมกับ “ถุงนอนฉุกเฉิน (Emergency Foil Blankets) ” ที่มีลักษณะเป็นฟอยล์สีเงินสะท้อนความร้อน
“เอาผ้าฟอยล์พวกนี้คลุมไว้ใต้เสื้อคลุมห่มอีกที มันคือ ‘ผ้าห่มอาคม’ ที่จะเก็บความร้อนในกายพวกท่านไว้” หลินอธิบายขณะส่งซุปไก่สกัดร้อน ๆ (ที่เปิดฝาอุ่นจากมิติ) ให้เด็ก ๆ ดื่ม
ความร้อนจากถุงทรายและผ้าฟอยล์เริ่มทำหน้าที่ของมัน ผิวที่ซีดเผือดเริ่มกลับมามีสีสัน หมาป่าทั้ง 12 ตัวก็นอนล้อมรอบสมาชิกในครอบครัว ใช้ความร้อนจากร่างกายและขนที่หนานุ่มเป็นปราการความร้อนธรรมชาติ
การเตรียมรับมือศึกใหญ่
“ท่านพ่อ… ท่านปู่…” หลินพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ทหารยามพวกนั้นที่หนีไปได้ ต้องกลับไปพาพวกมาเพิ่มแน่ และครั้งนี้พวกมันจะไม่มาแค่หยิบมือ”
นางมองลงไปเบื้องล่าง เห็นแสงไฟคบเพลิงนับร้อยที่เริ่มเคลื่อนตัวจากด่านหน้าด่านศิลาแดงดุจงูไฟที่กำลังเลื้อยขึ้นเขา “ทัพใหญ่กำลังตามมา… ห้าร้อยต่อหกคน และหมาป่า 12 ตัว”
“เราจะสู้ยังไงหลิน?” พี่ใหญ่กำกระบองแน่น
หลินหยิบ “หน้ากากกันฝุ่นและแว่นตานิรภัย” ออกมาเตรียมไว้ให้ทุกคน “เราจะไม่สู้ด้วยแรง… แต่เราจะใช้ ‘ความหนาวเย็น’ และ ‘ความมืด’ ของหุบเขาแห่งนี้เป็นอาวุธ ครั้งนี้ฉันจะเปิดคลังแสงของจริงให้พวกมันได้เห็น!”
[มุมมองจากเบื้องบน: รหัส Seed-A04]
ตัวตนมิติที่ 5 จิบชาร้อนท่ามกลางความหนาวของจักรวาลพลางอมยิ้ม “ห้าร้อยนายเชียวรึ? เจ้าเมืองศิลาแดงนี่ขยันหาเรื่องใส่ตัวจริง ๆ … แต่ก็ดี ข้าอยากเห็นเหมือนกันว่า ‘แม่มดแห่งห้างสรรพสินค้า’ จะจัดการกับกองทัพห้าร้อยนายบนเขาสูงนี้อย่างไร”
เขาสะบัดมือเบา ๆ ให้พายุหิมะทวีความรุนแรงขึ้นอีกนิด “จงพิสูจน์ให้โลกเห็นหลิน… ว่าวิทยาศาสตร์และความสามัคคี มีอำนาจเหนือกว่ากองทัพของผู้ที่มืดบอดด้วยความละโมบ!”…