โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #50 : สงครามทุ่งหิมะสีเลือด และอานุภาพของพลุเพลิงรังผึ้ง
- Home
- โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด
- ตอนที่ #50 : สงครามทุ่งหิมะสีเลือด และอานุภาพของพลุเพลิงรังผึ้ง
เสียงกลองรบดังก้องกังวานมาจากตีนเขา แสงคบเพลิงนับร้อยนับพันดวงเลื้อยขนานไปตามเส้นทางลาดชันราวกับมังกรไฟที่กำลังกระหายเลือด เจ้าเมืองศิลาแดงสั่งเคลื่อนพลทหาร 500 นาย พร้อมพลธนูและกองกำลังทหารราบหนักที่พกความแค้นมาเต็มพิกัด พวกเขาบุกฝ่าพายุหิมะขึ้นมาด้วยความฮึกเหิม โดยมีคำสั่งเดียวคือ “เด็ดหัวแม่มด”
บนชะง่อนผาสูง หลินยืนมองภาพนั้นผ่าน “กล้องส่องทางไกลระบบ Night Vision” นางเห็นทุกความเคลื่อนไหวของศัตรูในความมืดมิด
“พวกมันมากันเยอะจริงๆ หลิน” พี่ใหญ่พูดเสียงสั่น แต่ออกุศลในใจถูกข่มไว้ด้วยความเชื่อใจในน้องสาว ชายฉกรรจ์ทั้ง 6 คนสวมชุดกันหนาวสีเข้มทับด้วยหน้ากากนิรภัยที่หลินหยิบให้ พวกเขาดูเหมือนนักรบจากโลกอนาคตท่ามกลางพายุหิมะ
“ทุกคนประจำที่…” หลินสั่งการ “เจ้าแผลเป็น… พากองร้อยขนเทาของแกไปซุ่มที่ทางผ่านแคบเหนือหน้าผา รอสัญญาณจากฉัน!”
กับดักแสงสีและเสียงกัมปนาท
เมื่อกองทัพ 500 นายย่างกรายเข้ามาในเขต “ช่องเขาขาด” ซึ่งเป็นทางผ่านบังคับที่แคบและลึก นายกองผู้ควบคุมทัพสั่งให้พลธนูเตรียมธนูเพลิง
“ยิงมันให้ราบ! อย่าให้แม่มดนั่นมีโอกาสร่ายมนต์!”
แต่ก่อนที่ธนูลูกแรกจะถูกปล่อย หลินก็กดรีโมตคอนโทรลในมือ ทันใดนั้น “พลุไฟรังผึ้ง (Professional Display Fireworks) ” ขนาดใหญ่หลายสิบลังที่นางแอบนำมาวางซ่อนไว้ตามแนวหินก็ถูกจุดขึ้นพร้อมกัน!
วี๊ดดดดด! บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!
ลูกไฟหลากสีสันพุ่งทะยานออกจากรังผึ้งนับร้อยนับพันลูก ระเบิดตัวกลางฝูงทหารอย่างบ้าคลั่ง แสงสว่างจ้าหลากสีที่ระเบิดต่อเนื่องทำให้นัยน์ตาทหารที่ชินกับความมืดพร่ามัวทันที เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องสะท้อนกับหน้าผาทำให้ม้าศึกตื่นตระหนกจนดีดร่างทหารตกเหวไปนับสิบ
“อ๊ากกก! มนต์ดำ! นางเรียกอสนีบาตหลากสีลงมาสังหารพวกเรา!” ทหารราบแตกตื่นขวัญกระเจิง
การจู่โจมของขุนพลขนเทาหุ้มเกราะ
ท่ามกลางความโกลาหลและความมืดที่มีเพียงแสงพลุแวบวาบ หลินส่งสัญญาณสุดท้าย
“บัดนี้… ถึงเวลาของพวกแกแล้ว!”
หมาป่าทั้ง 12 ตัวที่หมอบซุ่มอยู่ พุ่งทะยานลงจากหน้าผาราวกับเงาปีศาจ พวกมันอาศัยความมืดที่ทหารมองไม่เห็น (เพราะตาพร่าจากแสงพลุ) เข้าฉีกกระชากลำคอของนายทหารระดับสูงอย่างรวดเร็ว เกราะยุทธวิธีที่หลินสวมให้ช่วยป้องกันคมดาบที่กวัดแกว่งอย่างไร้ทิศทางได้เป็นอย่างดี
หมาป่าจ่าฝูง “แผลเป็น” พุ่งเข้าหานายกองผู้คุมทัพ มันกระโจนชนจนเขาเสียหลัก ก่อนจะใช้เขี้ยวอันแข็งแกร่งขย้ำลงบนไหล่และกระชากตราประจำตำแหน่งหลุดติดปากออกมา
แม่มดในม่านหิมะ
หลินก้าวออกมาที่ริมผา นางถือ “โทรโข่งกำลังสูง (Megaphone) ” และเปิดไซเรนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“กองทัพแห่งศิลาแดงฟังข้า!” เสียงของนางก้องกังวานไปทั่วหุบเขา “ดินแดนแห่งนี้คือเขตหวงห้ามของเทพเจ้า! ใครที่ยังรักชีวิต จงทิ้งอาวุธและไสหัวกลับไปเสีย มิเช่นนั้น… หุบเขาแห่งนี้จะเป็นสุสานของพวกเจ้าทุกคน!”
นางหยิบ “พลุสัญญาณสีแดง (Red Signal Flare) ” จุดขึ้นเหนือหัว แสงสีแดงฉานสาดส่องลงบนร่างของนางที่ยืนเด่นอยู่บนยอดเขา ท่ามกลางหมาป่าที่เห่าหอนรับเป็นทอดๆ
ทหารที่เหลือกว่าสามร้อยนาย เมื่อเห็นภาพ “นางพญาหมาป่า” ที่คุมไฟและสายฟ้าได้ ต่างทิ้งหอกทิ้งดาบและวิ่งหนีตายกลับลงเขาไปอย่างไม่คิดชีวิต ความกลัวต่อสิ่งลี้ลับรุนแรงยิ่งกว่าคำสั่งของเจ้าเมืองหลายเท่า
ชัยชนะที่อ้างว้าง
เมื่อเสียงกรีดร้องเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมพายุหิมะ หลินทรุดกายลงนั่งด้วยความเหนื่อยล้า พี่ใหญ่และคนในบ้านวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ
“เราทำได้! หลิน! เราชนะทัพห้าร้อยคน!”
หลินมองดูทุ่งหิมะที่บัดนี้แต้มไปด้วยรอยเลือดและเศษซากพลุไฟ “นี่แค่เริ่มต้นพี่ใหญ่… ข่าวนี้จะแพร่ไปถึงหูเจ้าเมืองทิศใต้อีกหลายคน เราต้องรีบเดินทางข้ามภูเขาลูกนี้ไปให้ถึง ‘หุบเขาเร้นลับ’ ก่อนที่พวกมันจะส่งกองทัพที่ใหญ่กว่านี้มา”
[มุมมองจากเบื้องบน: รหัส Seed-A04]
ตัวตนมิติที่ 5 ปรบมือเสียงดังสะท้อนผ่านห้วงมิติ “พลุรังผึ้งงั้นหรือ? ช่างสร้างสรรค์และทรงพลังในการทำลายขวัญกำลังใจยิ่งนัก เมล็ดพันธุ์ A04”
เขามองดูเส้นทางข้างหน้า ซึ่งเป็นหุบเขาที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านเมฆ “เจ้าผ่านบททดสอบแห่งสงครามแล้ว… ต่อไปคือบททดสอบแห่ง ‘การสร้างอารยธรรม’ ข้าจะรอดูว่าเมืองที่เจ้าจะสร้างขึ้นมาด้วยมือของเจ้านั้น จะยิ่งใหญ่เพียงใด”…