โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #53 : แขกผู้มากับความลับ
ลมทะเลยามดึกพัดผ่านช่องเขา นำพากลิ่นเกลือจางๆ เข้ามาปะทะกับกลิ่นหอมของสมุนไพรในเรือนพักชั่วคราว “หยางเฟย” (ชายชุดดำหรือองค์รัชทายาท) พยายามลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสงสีขาวนวลจากหลอดไฟ LED ที่หลินแขวนไว้ดูราวกับดวงจันทร์จำลองที่ส่องสว่างอยู่เหนือหัว เขาขยับกายเล็กน้อย ความเจ็บปวดที่เคยแผ่ซ่านไปทั้งตัวบัดนี้เบาบางลงอย่างน่าเหลือเชื่อ
เขาพยายามยันกายขึ้นนั่ง สายตาที่เคยเฉียบคมมองสำรวจรอบตัวอย่างระแวดระวัง ผนังที่นี่ทำจากไม้ที่ตัดได้อย่างเรียบเนียนผิดธรรมชาติ และผ้าปูที่นอนที่เขาสัมผัสนั้นนุ่มนวลและสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะเป็นของที่หาได้ในป่าเขา
แกรก…
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นที่หน้าประตู หยางเฟยเกร็งตัวเตรียมพร้อมสู้แม้ไร้เรี่ยวแรง ทว่าสิ่งที่ก้าวเข้ามากลับทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
หมาป่าร่างยักษ์ขนสีเทาเงินก้าวเข้ามาในห้อง ดวงตาของมันเป็นประกายสีทองจ้องมองตรงมาที่เขา มันไม่ได้มีท่าทางดุร้าย แต่มันกลับคาบ “ขวดพลาสติกบรรจุน้ำ” มาวางไว้ที่ข้างเตียงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะส่งเสียงคำรามเบาๆ ในลำคอเหมือนเป็นการบอกกล่าว
“เจ้า… เจ้าเป็นปีศาจงั้นหรือ?” หยางเฟยพึมพำด้วยความทึ่ง
“มันไม่ใช่ปีศาจหรอก แต่มันคือผู้ช่วยพยาบาลของฉันเอง” เสียงใสๆ ของหญิงสาวดังขึ้นตามหลัง
หลิน เดินเข้ามาในห้อง นางอยู่ในชุดที่ดูคล่องตัว ผมรวบตึง ในมือถือ “ปรอทวัดไข้แบบดิจิทัล” นางเดินเข้ามาหาแขกผู้สูงศักดิ์อย่างไม่เกรงกลัว
“อย่าเพิ่งรีบลุก แผลที่ไหล่ของท่านยังปิดไม่สนิทดีนัก” หลินกล่าวพลางกดสวิตช์อุปกรณ์ในมือ เสียง ติ๊ด ดังขึ้นชวนให้หยางเฟยสะดุ้ง “ไข้ลดลงแล้ว ถือว่าระบบภูมิคุ้มกันของท่านดีมาก”
หยางเฟยมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “ท่านเป็นใคร? แล้วที่นี่คือที่ไหน? ขบวนเสด็จของข้า… คนของข้าอยู่ที่ไหนหมด?”
หลินวางถาดอุปกรณ์ลง “ฉันชื่อหลิน เป็นผู้นำกลุ่มคนอพยพที่ช่วยชีวิตท่านไว้จากเทือกเขา ส่วนที่นี่คือหุบเขาเร้นลับใกล้เมืองท่า… และเสียใจด้วย ที่เราพบเพียงท่านคนเดียวที่รอดชีวิต”
คำพูดนั้นทำให้หยางเฟยนิ่งเงียบไป แววตาของเขาหม่นแสงลง ความเจ็บแค้นที่ถูกหักหลังจากคนในราชวงศ์ยังคงฝังลึก แต่ความสงสัยในตัวผู้หญิงคนนี้กลับมีมากกว่า
“ของพวกนี้… ทั้งแสงสว่างที่ไร้เปลวไฟ ผ้าที่นุ่มราวกับปุยเมฆ และหมาป่าที่ฟังคำสั่งมนุษย์… ท่านเป็นเซียนจากสำนักใดกันแน่?”
หลินยกยิ้มมุมปาก นางไม่ได้ตอบคำถามนั้นตรงๆ “ฉันเป็นเพียงแค่คนที่มี ‘เมล็ดพันธุ์’ และอยากจะมีชีวิตรอดอย่างสงบเท่านั้น… ท่านพักผ่อนเถอะ องค์รัชทายาทหยางเฟย”
หยางเฟยสะดุ้งสุดตัวเมื่อนางเรียกฐานะที่แท้จริงของเขา “ท่านรู้!”
“แผลที่หลังของท่านมีตราประทับมังกรเก้าพยัคฆ์ และดาบที่ท่านถือมา… ฉันเช็กราคามันใน ‘ระบบ’ แล้ว มันไม่ใช่ของที่คนธรรมดาจะครอบครองได้” หลินกล่าวเสียงเรียบ “ไม่ต้องห่วง ที่นี่ปลอดภัยตราบเท่าที่ท่านไม่นำความเดือดร้อนมาให้เรา”
ภายนอกเรือนพัก หลินมองดูความคืบหน้าของหมู่บ้าน แสงไฟฉายคาดหัวของชายฉกรรจ์ในทีมส่องสว่างไปมา พวกเขากำลังใช้ “เครื่องเจาะดินพลังงานแบตเตอรี่” เพื่อฝังเสารั้วรอบนอก หลินรู้ดีว่าความสงบนี้จะอยู่ได้ไม่นาน มังกรที่บาดเจ็บย่อมนำพาพายุมาด้วยเสมอ
นางเดินไปที่ริมลำธาร เปิดหน้าต่างระบบมิติเพื่อตรวจสอบ “แต้มสะสม” จากการช่วยเหลือคน
[ยอดสะสมปัจจุบัน: 15,000 แต้ม] [ปลดล็อกไอเทมใหม่: ป้อมปืนเฝ้าระวังอัตโนมัติ (Sentry Turret – รุ่นพรางตา) ]
“ต้องรีบสร้างกำแพงให้เสร็จ ก่อนที่พวกสายลับจะตามกลิ่นมังกรมาถึงที่นี่” หลินพึมพำ
ดวงตาสีฟ้าครามจ้องมองภาพ “หลิน” ที่กำลังสั่งการผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย (Walkie-Talkie) ในมือ ร่างสูงสง่าในมิติที่ 5 ขยับยิ้มอย่างพึงพอใจ
“การปะทะกันระหว่างเทคโนโลยีระดับ Type-1 กับสังคมศักดินา… นี่แหละคือสิ่งที่ข้าอยากเห็น”
เขาวาดนิ้วไปบนผังแผนที่ของ Seed-A04 ปรากฏจุดสีแดงหลายจุดที่กำลังเคลื่อนที่จากเมืองท่ามุ่งหน้ามายังหุบเขา
“ได้เวลาทำลายล้าง… ความเป็นระเบียบเดิมๆ ของโลกนี้แล้ว เริ่มต้นการวิวัฒนาการขั้นที่สอง”
เขาสะบัดมือเบาๆ ส่งสัญญาณ “ความขัดแย้ง” ลงไปในกระแสโชคชะตา เพื่อบีบให้หลินต้องเผยศักยภาพที่แท้จริงของจักรวรรดิแห่งเมล็ดพันธุ์ออกมาเร็วกว่าเดิม!