โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #55 : พันธนาการแห่งความเงียบและมืออำมหิต
ภายในห้องดินที่ขุดลึกลงไปใต้ชั้นหินของหุบเขา อากาศนิ่งสนิทและเย็นชื้น กลิ่นดินดิบผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ของ ฉินเย่ หัวหน้าหน่วยเขี้ยวทมิฬที่ถูกมัดติดกับเก้าอี้เหล็กพับ แสงจากหลอดไฟ LED ที่หลินแขวนไว้ถูกปรับให้เป็นสีขาวโพลนจนดูซีดเซียว แสงที่สว่างจ้าเกินไปทำให้ฉินเย่ที่ถูกเบิกตาค้างไว้เริ่มพร่ามัวและปวดลึกเข้าไปในสมอง
หยางเฟย ยืนกอดอกอยู่ในเงามืดที่มุมห้อง ดวงตาของเขามองดูหลินด้วยความรู้สึกที่ปนเปกัน ทั้งทึ่ง หวาดระแวง และสงสัย ในโลกของเขาการทรมานคือการใช้แส้ การนาบด้วยเหล็กร้อน หรือการตอกเล็บ แต่สิ่งที่สตรีตรงหน้ากำลังทำ… มันดูสะอาดสะอ้านแต่กลับน่าสยดสยองอย่างประหลาด
“เจ้าเมืองท่าส่งพวกเจ้ามาเท่าไหร่?” หลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะที่นางกำลังสวมถุงมือยางสีฟ้า
“ถุย! นังแม่มด… ต่อให้เจ้ามีวิชาอาคมประหลาด ข้าก็ไม่มีวันทรยศต่อราชวงศ์!” ฉินเย่ถ่มน้ำลายปนเลือดลงพื้น
หลินไม่โกรธ นางหยิบ “เครื่องช็อตไฟฟ้า (Stun Gun) ” ออกมา กดสวิตช์จนเกิดกระแสไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาบพร้อมเสียง เปรี๊ยะ! ที่บาดแก้วหู หยางเฟยถึงกับสะดุ้งและเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว
“นี่ไม่ใช่เรื่องของอาคม แต่มันคือเรื่องของเส้นประสาท” หลินจิ้มปลายขั้วไฟฟ้าลงที่สีข้างของฉินเย่
“อ๊ากกกกกกกกก!”
ร่างของสายลับยอดฝีมือกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อทุกส่วนบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่เหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงพร้อมกันจากภายใน ทันทีที่หลินดึงเครื่องออก ฉินเย่ก็หอบหายใจรัว ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนก
“นั่นแค่การอุ่นเครื่อง…” หลินวางเครื่องช็อตลง แล้วหยิบอุปกรณ์ชุดต่อไปออกมา มันคืออุปกรณ์หยดน้ำประดิษฐ์ที่นางทำขึ้นจากท่อน้ำเกลือและถังน้ำพลาสติก “ต่อไป… เรามาลองอะไรที่ ‘เงียบ’ กว่านี้กัน”
นางล็อคศีรษะของฉินเย่ให้แน่นหนาจนขยับไม่ได้ จากนั้นน้ำใสๆ ก็เริ่มหยดลงบนกึ่งกลางหน้าผากของเขา… ติ๋ด… ติ๋ด… ติ๋ด…
ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง ความเงียบในห้องประกอบกับจังหวะน้ำที่ตกกระทบซ้ำๆ เริ่มทำให้ฉินเย่เสียสติ ทุกหยดน้ำรู้สึกราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนกะโหลก เขาเริ่มเห็นภาพหลอน เริ่มกรีดร้องถึงความว่างเปล่า จนในที่สุดกำแพงทางจิตใจที่ฝึกฝนมานับสิบปีก็พังทลายลง
“ยอมแล้ว… ข้ายอมแล้ว!” ฉินเย่ละล่ำละลัก “พวกมัน… พวกมันไม่สนว่าใครจะอยู่ที่นี่ จักรพรรดิมีโองการลับ… หากไม่เห็นหัวของหยางเฟยภายในสามวัน กองทัพเรือพิทักษ์สมุทรจะเปลี่ยนหุบเขานี้ให้เป็นทะเลเพลิง! พวกเขาจะใช้ปืนใหญ่ศิลาถล่มทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง!”
หยางเฟยที่ฟังอยู่ถึงกับหน้าซีดเผือด “เสด็จพ่อ… ท่านถึงกับจะฆ่าแกงราษรสามสิบชีวิตเพื่อเอาชีวิตข้าเชียวหรือ?”
หลินปิดวาล์วน้ำ นางหันไปมองหน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมากลางอากาศ (ซึ่งมีเพียงนางที่เห็น)
[บรรลุความสำเร็จซ่อนเร้น: มืออำมหิต (The Merciless Maker) ] เงื่อนไข: สลายการป้องกันทางจิตใจของศัตรูระดับสูงด้วยอุปกรณ์พื้นฐานและตรรกะทรมาน [รางวัลแต้มสะสม: +5,000 แต้ม] [ปลดล็อก: ระบบกำแพงโมดูลาร์คอนกรีตเสริมเหล็ก และป้อมยิงธนูอัตโนมัติ]
“คะแนนมาได้จังหวะพอดี” หลินพึมพำ มุมปากยกขึ้นอย่างเย็นเยือก “ในเมื่อพวกมันจะเอาปืนใหญ่มาถล่มบ้านฉัน… ฉันก็คงต้องสร้างกำแพงที่ปืนใหญ่พวกนั้นยิงไม่เข้าให้ดู”
หลินเดินออกจากห้องขังทิ้งให้หยางเฟยยืนจมอยู่กับความเสียใจ นางใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืนในการเปลี่ยนโฉมหน้าของหุบเขา สมาชิกหมู่บ้านต่างตกตะลึงเมื่อเห็นหลินนำ “รถขุดดินขนาดเล็ก” ออกมาขุดร่องลึกรอบทางเข้าหน้าผา
ครืน… ครืน…
เสียงเครื่องจักรทำงานประสานกับเสียงติดตั้ง “กำแพงโมดูลาร์” คอนกรีตสำเร็จรูปหนาพิเศษถูกยกขึ้นวางเรียงต่อกันสูงสง่ากว่า 4 เมตร ตัวกำแพงแข็งแกร่งและเรียบเนียนจนไม่มีทางที่มนุษย์จะปีนป่ายได้ บนยอดกำแพงนางติดตั้ง “ป้อมยิงธนูอัตโนมัติ” ที่ทำงานด้วยระบบตรวจจับความร้อน
จากหมู่บ้านผู้อพยพที่ดูซอมซ่อ บัดนี้มันได้กลายเป็น “ป้อมปราการยุทธวิธี” ที่ตั้งตระหง่านท้าทายกองทัพใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
ดวงตาสีฟ้าครามจ้องมองผลลัพธ์ผ่านจอภาพสั่นไหว เขาเห็นหลินยืนอยู่บนยอดกำแพงคอนกรีต มือข้างหนึ่งถือแท็บเล็ต อีกข้างหนึ่งลูบหัวหมาป่ายักษ์ แววตาของนางไม่มีความลังเลเหลืออยู่อีกต่อไป
“ยอดเยี่ยม… ‘มืออำมหิต’ คือกุญแจสำคัญของการเป็นผู้นำในยุคสงคราม” เขาพึมพำพลางดีดนิ้วหนึ่งครั้ง “แต่กำแพงคอนกรีตจะต้านทาน ‘ความพิโรธของธรรมชาติ’ ที่ข้ากำลังจะส่งไปได้หรือไม่… มาเริ่มการทดสอบระดับภัยพิบัติกัน!”
เบื้องล่างใต้ท้องทะเลลึกหน้าเมืองท่า รอยแยกขนาดใหญ่เริ่มปริออก พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานของอสูรบรรพกาลที่ตื่นขึ้นจากการหลับใหล…