โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #7 : กรงขังที่มองไม่เห็น
ความรู้สึกเย็นวาบที่ขั้วหัวใจทำให้ลินตัดสินใจในเสี้ยววินาที เธอไม่รอให้แสงอาทิตย์ของวันใหม่มาถึง ลินรีบปลุกน้องชายที่กำลังหลับสนิทและดึงแขนแม่ให้ลุกขึ้นจากที่นอน
“แม่… ไปตอนนี้เลยค่ะ อย่าถามอะไรทั้งนั้น” เสียงของลินต่ำและสั่นพร่าด้วยความเร่งรีบ
“ลิน เกิดอะไรขึ้นลูก? พ่อยังไม่กลับมาเลยนะ” แม่ยังคงพยายามมองหาอดีตสามีที่ออกไปข้างนอกนานเกินไป
“เขาไม่กลับมาหรอกค่ะแม่… หรือถ้ากลับมา เขาไม่ได้มาคนเดียว” ลินพูดพลางคว้ากระเป๋าเป้ใบเดียวที่บรรจุของจำเป็นพื้นฐานไว้ เพื่อไม่ให้ดูผิดสังเกตหากมีใครมาเห็นเข้า
แต่ก่อนที่เท้าของลินจะทันได้ก้าวพ้นธรณีประตู เสียงหึ่งๆ ของใบพัดโดรนขนาดเล็กก็ดังขึ้นเหนือหลังคาบ้าน แสงเลเซอร์สีเขียวหลายเส้นสาดส่องผ่านรอยแตกของฝาบ้านไม้ สแกนไปมาอย่างรวดเร็วราวกับดวงตาของปิศาจ
“เป้าหมายยืนยัน พิกัดคงที่ ล้อมพื้นที่ได้!” เสียงคำรามจากลำโพงบนโดรนดังก้องไปทั่วชุมชนที่เคยเงียบสงัด
เพียงไม่กี่อึดใจ รถฮัมวี่หุ้มเกราะหลายคันพุ่งเข้าชนรั้วลวดหนามของหมู่บ้านจนขาดสะบั้น หน่วยจู่โจมในชุดเกราะสีดำสนิทพร้อมอาวุธครบมือกระโดดลงมาล้อมบ้านพักของลินไว้ทุกทิศทาง ท่ามกลางชาวบ้านที่ตื่นตกใจและพยายามหนีตาย
ชัย เดินก้าวออกมาจากหลังกลุ่มทหาร ใบหน้าของเขาดูสะอาดสะอ้านขึ้นผิดหูผิดตา เขาจ้องมองลูกสาวด้วยรอยยิ้มที่พยายามจะให้ดูใจดี แต่มันกลับเต็มไปด้วยความจองหอง
“ลิน… ยอมแพ้เถอะลูก ท่านพันเอกเขามารับเราไปอยู่ที่สุขสบายแล้ว แกจะมาลำบากปลูกผักในรูไม้แบบนี้ทำไม? ส่งแหวนนั่นมาให้พ่อ แล้วแกกับแม่จะได้เข้าไปอยู่ในโซนที่ปลอดภัยที่สุด”
ลินจ้องมองชายที่เรียกตัวเองว่าพ่อด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนถึงขีดสุด เธอกำแหวนทองแดงในมือจนสั่น “พ่อขายพวกเรา… พ่อขายลูกเมียตัวเองเพื่อที่นอนอุ่นๆ งั้นเหรอ?”
“พ่อทำเพื่อความอยู่รอดของครอบครัวเรานะลิน!” ชัยตะโกนกลับ “ถ้าแกไม่ให้ความร่วมมือ ทุกคนในหมู่บ้านนี้จะถูกถือว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการกักตุนทรัพยากรของรัฐบาล แกอยากเห็นคนพวกนี้ตายเพราะความดื้อรั้นของแกเหรอ?”
หญิงสาวผมสั้นที่มีดวงตาเรืองแสงสีเขียว—หน่วยตรวจจับพลังงาน—เดินก้าวออกมาข้างหน้า เธอชี้มือมาทางลิน ทันใดนั้นอากาศรอบตัวลินก็เริ่มแข็งตัวราวกับกลายเป็นกำแพงล่องหนที่มองไม่เห็น มันคือกรงขังพลังจิตที่บีบอัดจนลินขยับตัวได้ยากลำบาก
“อย่าขัดขืนเลยสาวน้อย… พลังมิติของเธอมีค่าเกินกว่าจะถูกปล่อยไว้ในมือของคนธรรมดา”
ลินรู้สึกถึงแรงกดดันที่มหาศาล เธอมองเห็นน้ำตาของแม่ที่ไหลอาบแก้ม และความหวาดกลัวในดวงตาของน้องชาย ความโกรธแค้นในใจของเธอระเบิดออกเป็นแสงสีทองเข้มข้น พลั่วเหล็กในมิติพฤกษาเริ่มสั่นสะเทือนตอบรับอารมณ์ของเจ้าของ
ตัดกลับมายังเบื้องบน…
ในมิติที่ 5 ตัวตนบนบัลลังก์โน้มตัวลงมาจนเกือบชิดม่านพลังงาน แววตาสีฟ้าครามส่องประกายเจิดจ้า เขาไม่ได้มองดูทหารหรืออาวุธพวกนั้น แต่มองดู “รากแก้ว” ในจิตใจของลินที่กำลังถูกบีบคั้นจนถึงจุดแตกหัก
เขายกมือพลังงานขึ้น ลากเส้นสายสีทองกลางอากาศเบาๆ ราวกับกำลังแก้ไขสมการบางอย่าง
“การกดดันก่อให้เกิดการวิวัฒนาการ… หรือไม่ก็การล่มสลาย”
เขาสังเกตเห็นจุดอ่อนในกรงขังพลังจิตที่หญิงสาวผมสั้นสร้างขึ้น เขาไม่ได้ช่วยลินทำลายมัน แต่เขาเลือกที่จะ “เปิดช่องว่าง” ระหว่างมิติพฤกษาและโลกความจริงให้เชื่อมต่อกันชั่วคราวผ่านอารมณ์โทสะของลิน
“จงดูซิ… เมื่อเมล็ดพันธุ์ที่แสนอ่อนโยนถูกต้อนจนมุม และได้รับอนุญาตให้ใช้พลังแห่งการกำเนิดมาทำลายล้าง… สิ่งใดจะถือกำเนิดขึ้น”
เขาสะบัดนิ้วเบาๆ ครั้งสุดท้าย คลื่นสั่นสะเทือนลึกลับพุ่งตรงลงไปยังพิกัดของบ้านไม้หลังนั้น
ทันใดนั้น พื้นดินรอบอพาร์ตเมนต์ชั่วคราวพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รากไม้ขนาดยักษ์ที่มีหนามแหลมคมพุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้ดิน ฉีกกระชากรถหุ้มเกราะและกรงขังพลังจิตจนแตกกระจาย! เสียงคำรามของธรรมชาติที่โกรธเกรี้ยวบดบังเสียงปืนและเสียงไซเรนจนหมดสิ้น
ลินยืนอยู่ท่ามกลางดวงตาสีทองที่ลุกโชน บัดนี้เธอไม่ได้เป็นเพียงผู้ปลูกผักอีกต่อไป… แต่เธอกำลังกลายเป็น “เจ้าแห่งมิติ” ที่พร้อมจะกวาดล้างใครก็ตามที่กล้ามาแตะต้องคนในครอบครัวของเธอ…