โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล - บทที่ 46: แมงมุม
บทที่ 46: แมงมุม
ลืมเรื่องที่ผมชมว่าค่ายนี้ชัยภูมิดีไปได้เลย!
เพราะตอนนี้พวกเรากำลังโดนกองทัพแมงมุมยักษ์ตัวเท่าเจ้าบิสกิตแห่กันถล่มค่าย โดยการปีนลงมาจากหน้าผาหินที่พวกเราใช้พิงหลังตั้งค่ายนั่นแหละ
ผมนับคร่าวๆ ดูแล้วมีไม่ต่ำกว่าห้าสิบตัวเลย
จริงๆ แล้วผมก็ไม่ใช่พวกกลัวแมงมุมขึ้นสมองหรอกนะ แต่จังหวะที่พวกมันกรูกันไต่กำแพงลงมาพร้อมเสียงฝีเท้านับร้อยคู่ดัง ตึกตักๆ มันทำเอาผมเกือบจะหลุดกรีดร้องออกมาเหมือนเด็กผู้หญิงอยู่เหมือนกัน
ไอ้พวกเวรเอ๊ย!
แต่ท่ามกลางสถานการณ์เฮงซวยนี้ ก็มีเรื่องให้ผมต้องทึ่งอยู่เหมือนกัน เพราะในที่สุดผมก็ได้เห็นน้องสาวของโชอี้ออกโรงโชว์พลังเสียที
เด็กหญิงวัยแค่สิบขวบยื่นมือออกไปหาฝูงแมงมุม แล้วจู่ๆ เธอก็กลายเป็น เครื่องพ่นไฟมนุษย์ ระเบิดเปลวเพลิงสีส้มลุกโชนเผาผลาญพวกมันจนแผดเสียงร้องโหยหวน
ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้นี่แหละว่าแมงมุมตอนโดนไฟคลอกมันร้องเสียงหลงได้ขนาดนี้ พวกมันติดไฟง่ายเป็นบ้า ไม่น่าพวกมันถึงได้กลัวไฟนัก
แต่ไม่ใช่แค่พวกแมงมุมหรอกนะที่ติดไฟง่าย ค่ายที่พักของพวกเราก็ติดไฟง่ายไม่แพ้กันเลย
ทันทีที่แมงมุมติดไฟร่วงลงพื้น เปลวเพลิงก็เริ่มลามไปทั่วค่ายอย่างรวดเร็ว และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นโชอี้ลงไม้ลงมือกับน้องสาวตัวเอง เธอตบหัวยัยหนูพลังไฟไปฉาดใหญ่ จนเด็กน้อยร้องไห้จ้าเลยทีเดียว
แต่ช่างเรื่องของสองพี่น้องนั่นก่อนเถอะ ตอนนี้ผมแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะหายใจ ดาบในมือต้องกวัดแกว่งเข้าใส่ฝูงแมงมุมที่ดาหน้าเข้ามาอย่างไม่ลดละ
ในขณะที่สถานการณ์รอบตัวก็ชุลมุนวุ่นวายไปหมด คนอื่นๆ ต่างวิ่งกันจนอลม่าน บ้างก็รีบลงมือปลิดชีพพวกแมงมุมที่เล็ดลอดเข้ามา
บ้างก็เร่งมือเก็บข้าวของที่อุตส่าห์สร้างกันมาอย่างทุลักทุเล พลางพยายามดับเปลวไฟที่กำลังลามเลียไปทั่วค่ายพักอย่างบ้าคลั่ง
[คุณสังหารแมงมุม – เลเวล 2]
[คุณสังหารแมงมุม – เลเวล 3]
[คุณสังหารแมงมุม – เลเวล 3]
พวกมอนสเตอร์พวกนี้ฆ่าง่ายกว่าที่คิด รูปแบบการโจมตีของมันซ้ำซากจำเจ ส่วนใหญ่ก็แค่พุ่งใส่หรือกระโดดเข้าหาตรงๆ แบบทื่อๆ พูดตามตรงเลยนะ ไอ้พวกที่ร่วงลงมาในสภาพติดไฟ ยังดูน่ากลัวและอันตรายกว่าเยอะเลย
ทางด้านบิสกิตเองก็ช่วยจัดการไปได้หลายตัวเหมือนกัน แต่น่าแปลกที่คราวนี้มันไม่ได้ส่งเสียงเรียกพวกนี้ว่า อาหาร สงสัยแม้แต่เจ้าหมาตะกละอย่างมัน ก็คงมีขีดจำกัดเรื่องของกินเหมือนกันละมั้ง!
ทุกอย่างดูเหมือนจะอยู่ในการควบคุม ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างรวดเร็ว เมื่อเหล่าแมงมุมตัวใหญ่เริ่มปรากฏกายออกมา
[แมงมุมงาน – เลเวล 4]
[แมงมุมผู้พิทักษ์ – เลเวล 6]
[แมงมุมนักรบ – เลเวล 7]
พวกตัวใหญ่เริ่มแห่กันมาไม่ขาดสาย กดดันจนทุกคนต้องเร่งมือเก็บของหนีตายกันจ่าละหวั่น นาทีนี้ไม่มีใครสนจะดับไฟที่ค่ายอีกต่อไปแล้ว
ในจังหวะที่กวัดแกว่งดาบจัดการพวกมัน ผมเหลือบไปเห็นเทสกับคิมที่ตอนนี้กลายเป็น หน่วยปืนใหญ่ ประจำทีมไปเรียบร้อย
ทั้งคู่ระดมขว้างทุกอย่างที่คว้าได้เข้าใส่ฝูงแมงมุม ไม่ว่าจะเป็นหิน ท่อนไม้ กิ่งไม้ หรือแม้กระทั่งลากซากแมงมุมที่เพิ่งตายหมาดๆ ขว้างใส่พวกมันเองด้วยซ้ำ
ผมพนันได้เลยว่าถ้าพวกเขาขว้างตัวที่ยังไม่ตายได้ พวกเขาคงทำไปแล้ว แต่ดูเหมือนทักษะของทั้งคู่จะมีเงื่อนไขประหลาดตรงที่ใช้กับสิ่งมีชีวิตไม่ได้ซะงั้น
ไม่นานนัก ภาพตรงหน้าก็เริ่มหลุดโลกขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพวกเขาเริ่มขว้าง แมงมุมไฟลุก กลับไปใส่พวกของมันเอง!
ให้ตายเถอะ… ลองจินตนาการดูสิว่าถ้ามีใครขว้างศพเพื่อนที่ไฟลุกท่วมใส่หน้าคุณดูสิ บอกตามตรงว่าโคตรโหด!
แม้พวกแมงมุมตัวใหญ่จะแห่กันเข้ามาไม่หยุด แต่ด้วยการประสานงานของทุกคน พวกเราจึงยังพอยื้อสถานการณ์และรับมือกับพวกมันได้อยู่
ผมเหลือบมองคนอื่นๆ ที่ตอนนี้พวกเขาเร่งเก็บข้าวของจนเกือบเสร็จสิ้นแล้ว ตอนนี้พวกเราใกล้จะพร้อมสำหรับการถอนตัวเต็มที
ทว่า… ในวินาทีที่คิดว่าทุกอย่างกำลังจะคลี่คลาย บอส ของพวกมันก็ปรากฏตัว!
[นางพญาแมงมุม – เลเวล 16]
แมงมุมขนาดมหึมาโดดลงมาจากหน้าผา ร่างของมันพุ่งฝ่าอากาศพร้อมขาที่กางเหยียดออกกว้าง ดวงตาหลายคู่ดูเย็นชาและไร้ชีวิต เป็นเพียงจุดความมืดสนิทที่ว่างเปล่า
สิ่งที่ทำให้มันต่างจากแมงมุมตัวอื่นคือนางพญาตัวนี้มีขนสั้นๆ สีขาวบริสุทธิ์ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งร่าง
ผมจ้องเขม็งพลางแอบแช่งให้มันร่วงลงมากระแทกพื้นจนเละ
แต่ทว่าก่อนที่ร่างนั้นจะตกถึงพื้น ผมกลับสัมผัสได้ถึงคลื่นมานาที่แผ่ออกมาวูบหนึ่ง ร่างมหึมาของมันพลันชะลอความเร็วแล้วค่อยๆ ร่อนลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวลและสง่างามจนน่าเหลือเชื่อ
ไม่นานนักฝันร้ายที่แท้จริงก็เริ่มต้นขึ้น
นางพญาแมงมุมพุ่งเข้าใส่พวกเราด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ มันวิ่งผ่านหน้าผมไปราวกับลมพัดแล้วพุ่งเป้าจู่โจมใส่เทสทันที
เทสไม่รอช้าระเบิดทักษะพลังจิตควบคุมวัตถุ ออกมาเต็มกำลัง แรงปะทะนั้นรุนแรงจนเป่าผมที่อยู่ใกล้ๆ จนกระเด็นออกไป
แต่ทว่าเจ้านางพญาตัวนี้กลับหยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้ถูกซัดกระเด็นไป
เมื่อเห็นว่าเข้าหาเทสไม่ได้อย่างที่ใจคิด มันจึงใช้ขาหน้าข้างหนึ่งตวัดฟาดใส่ด้วยความเร็วสูงจนร่างของเทสกระเด็นละลิ่วไป
ผมไม่รอช้าใช้จังหวะที่มันสนใจเทส รีบดึงหอกจากด้านหลัง และจ้วงแทงหอกในมือใส่มันทันที แต่นางพญาแมงมุมกลับดีดตัวขึ้นฟ้า ตีลังกากลับหลังแล้วร่อนลงแตะพื้นด้วยขาอย่างแผ่วเบาราวกับนักยิมนาสติก
“อะไรวะนั่น?!”
ผมอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาในใจด้วยความตกตะลึง
เจ้าแมงมุมยักษ์พุ่งชาร์จเข้าใส่ผมอย่างรวดเร็ว ในเสี้ยววินาทีนั้นผมรีบโคจรมานาไปทั่วร่างเพื่อเสริมพลังกาย ก่อนจะจ้วงแทงหอกสวนออกไปสุดแรง
ทว่ามันกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉลิว ขาข้างหนึ่งของมันวาดผ่านอากาศด้วยความเร็วสูงจนมองตามไม่ทัน และเพียงแค่การตวัดครั้งเดียว หอกในมือของผมก็หักสะบั้นลงทันที
หลังจากหักหอกในมือผม ขาอีกข้างของมันก็ฟาดเข้าใส่ผมในแบบเดียวกับที่ทำกับเทส ผมพยายามใช้ทักษะดูดซับพลังงานจลน์จากการจู่โจมนั้นไว้ แต่แรงปะทะมหาศาลก็ยังส่งร่างผมให้กระเด็นออกมาอยู่ดี
ในระหว่างที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ผมรีบหมุนตัวจัดระเบียบร่างกายจนเท้าแตะพื้นได้อย่างมั่นคง แล้วอาศัยพลังงานจลน์ที่ดูดซับมาช่วยเร่งความเร็วพุ่งกลับไปหามันทันที
คราวนี้ในมือของผมถือมีดสั้นเล่มใหม่ที่อาบไว้ด้วยทักษะการสั่นพ้อง มานาบนใบมีดสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่งจนส่งเสียงคราง หึๆ ออกมา
ทว่าเจ้าแมงมุมยักษ์กลับโชว์ความพริ้วไหวที่น่าเหลือเชื่อ มันเบี่ยงตัวหลบคมมีดของผมไปด้านข้างได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะกระโดดถอยหลังหลบกระสุนหินจากคิมที่พุ่งเข้าใส่รวดเร็วไม่ต่างจากกระสุนปืน ได้แบบสบายๆ
แต่ในจังหวะที่เท้าของเจ้าแมงมุมยักษ์กำลังแตะพื้น ขาทุกข้างของมันกลับกระตุกกึกอย่างรุนแรง มันแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก่อนจะหันขวับไปทางโชอี้ แล้วเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งเข้าหาเธอด้วยความเร็วอันบ้าคลั่ง
ก่อนที่เจ้าแมงมุมจะเข้าถึงตัวโชอี้ ลีออนกลับก้าวออกมาขวางทางไว้ทันควัน เขากระทืบเท้าลงพื้นสุดแรงจนแผ่นดินรอบด้านระเบิดออก กลายเป็นแท่งหินแหลมคมนับสิบพุ่งเสยขึ้นมาหมายจะเสียบร่างเจ้าแมงมุมให้ทะลุ
ทว่าด้วยสัญชาตญาณที่เหนือชั้น นางพญาแมงมุมกลับดีดตัวหลบรัศมีหอกหินไปด้านข้างได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะตั้งหลักแล้วพุ่งทะยานกลับเข้ามาจู่โจมอีกครั้ง!
แต่ทันใดนั้น เจ้าแมงมุมก็แผดเสียงกรีดร้องออกมาอีกครั้ง ดูเหมือนโชอี้จะหาจังหวะจู่โจมซ้ำด้วยทักษะของเธอได้สำเร็จ และในเสี้ยววินาทีที่มันเสียกระบวน มายาก็พุ่งทะยานเข้าใส่ทันที
ร่างของเธอถูกโอบล้อมด้วยมานาที่ควบแน่นจนกลายเป็นเกราะโปร่งแสง เธอเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงพร้อมตวัดลูกเตะเข้าใส่อย่างรุนแรง
ทว่าเจ้าแมงมุมยักษ์ยังคงความพริ้วไหวเอาไว้ได้ มันเบี่ยงตัวหลบลูกเตะนั้นได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะสวนกลับด้วยการฟาดขาหน้าเข้าใส่มายากลางอากาศจนร่างของเธอปลิวหายไป
ผมไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย พุ่งตัวไปดักรอ ณ จุดที่คาดการณ์ว่าเจ้าแมงมุมจะร่อนลงสู่พื้น มานาบนใบมีดสั้นในมือส่องสว่างโชติช่วง พร้อมสั่นสะเทือนอย่างหนักหน่วงด้วยพลังทั้งหมดที่ผมมี!
ทว่าก่อนที่ร่างมหึมาของมันจะตกถึงพื้น ผมกลับสัมผัสได้ถึงคลื่นมานาที่แผ่ออกมาจากตัวมันอย่างกะทันหัน ขาของมันถีบตัวออกไปกลางอากาศราวกับเหยียบลงบนกำแพงที่มองไม่เห็น ส่งร่างยักษ์นั้นพุ่งย้อนกลับไปหามายาที่เพิ่งโดนเตะกระเด็นไปเมื่อครู่ทันที
“เฮ้ย! ทำแบบนั้นได้ยังไงวะ!?”
ผมอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงกับภาพที่ขัดต่อกฎฟิสิกส์ตรงหน้า
ในจังหวะที่เจ้าแมงมุมยักษ์กำลังจะถึงตัวมายา กำแพงไฟขนาดมหึมาจากอิซาเบลล่า ก็พุ่งพรึบขึ้นมาขวางหน้าไว้ เจ้าแมงมุมชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะอาศัย แท่นเหยียบล่องหน ดีดตัวหลบกำแพงไฟอย่างรวดเร็ว
ทว่าในจังหวะที่มันกำลังจะโดดหนีนั่นเอง เสียงหวีดหวิวฉีกอากาศที่น่าสยดสยองก็ดังขึ้น มันเร็วจนผมมองตามไม่ทัน รู้ตัวอีกทีเจ้าแมงมุมยักษ์ก็แผดเสียงกรีดร้องลั่นเสียแล้ว
เมื่อเพ่งมองไปที่ร่างมหึมาของมัน ผมก็เห็นหอกเล่มหนึ่งปักตรึงอยู่ เลือดสีฟ้าสดไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย ผมรีบหันกลับไปมองทิศทางที่หอกพุ่งมา จึงได้เห็นว่าเป็นฝีมือของเทส
เธอยืนหอบหายใจโดยมีเลือดกำเดาไหลโชกออกจากจมูก ดูท่าการโจมตีนี้จะเป็นการทุ่มพลังทั้งหมดที่มีแล้ว
ผมไม่ยอมปล่อยให้โอกาสที่เทสอุตส่าห์สร้างขึ้น ต้องสูญเปล่า ผมจึงรีบอัดมานาเสริมพลังแล้วพุ่งทะยานเข้าหานางพญาแมงมุมอีกครั้ง
และดูเหมือนลีออนเองก็ใจตรงกัน เขารีบเปิดฉากระดมยิงหอกหินชุดใหญ่เข้าซ้ำเติมสถานการณ์ทันที!
เจ้าแมงมุมพยายามจะดีดตัวหลบหอกหินที่พุ่งเข้าใส่ แต่ร่างกายของมันกลับกระตุกเกร็งขึ้นมาเสียดื้อๆ เพราะถูกทักษะของโชอี้ขัดขวางไว้อีกครั้ง
และจังหวะนั้นเองที่หอกหินจำนวนมากพุ่งเข้าเสียบทะลุขาของมันจนเลือดสีฟ้าสาดกระจาย นางพญาแมงมุมแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
สิ้นเสียงกรีดร้องนั้น เหล่าบริวารแมงมุมไม่ว่าตัวเล็กหรือตัวใหญ่ต่างหยุดชะงัก แล้วหันกลับมาวิ่งกรูเข้าหาเพื่อปกป้องนางพญาของพวกมันทันที
ทว่าโชคดีที่แฮดวินและคนอื่นๆ ไหวตัวทัน พวกเขารีบเข้าไปขวางทางและตวัดขวานฟาดฟันเพื่อยับยั้งไม่ให้พวกมันกลับไปช่วยนางพญาได้
ผมสังเกตเห็นแฮดวินถูกแมงมุมตัวใหญ่หลายตัวรุมล้อม พวกมันรุมกัดเขาอย่างบ้าคลั่งราวกับเจอของหวาน ทว่ากลับไม่มีคมเขี้ยวไหนสามารถเจาะทะลุผิวหนังของเขาได้เลย และดูเหมือนตาลุงนั่นจะไม่ยี่หระกับคมเขี้ยวพวกนั้นเสียด้วยซ้ำ
เขาเพียงแค่คำรามกึกก้องพลางกวัดแกว่งขวานในมือฟาดฟันพวกมันทิ้ง ราวกับกำลังถางวัชพืชที่ขวางทางอยู่เท่านั้น
เห็นทีผมคงต้องประเมินตาลุงคนนี้ใหม่เสียแล้ว การจะจัดการเขาคงไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
ด้วยการดึงความสนใจจากทั้งลีออนและโชอี้ ในที่สุดผมก็สบโอกาสเข้าถึงตัวนางพญาแมงมุมจนได้
ผมพุ่งตัวมุดเข้าไปใต้ร่างของมันก่อนจะปักมีดสั้นที่อาบด้วยทักษะการสั่นพ้องเข้าเต็มเปา พร้อมกับกรีดแผลลากยาวจนเลือดสีฟ้าทะลักออกมา
เจ้าแมงมุมยักษ์แผดเสียงกรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด มันพยายามสะบัดขาข้างที่ยังใช้งานได้ฟาดเข้าใส่จนผมกระเด็นออกมาอีกครั้ง
แต่คราวนี้แรงปะทะกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผมสามารถม้วนตัวลงแตะพื้นได้อย่างมั่นคง
ทว่าก่อนที่ผมจะพุ่งกลับไปซ้ำ มันกลับตัดสินใจพุ่งเป้าไปที่โชอี้ซึ่งยืนอยู่ข้างลีออนแทน ดูเหมือนมันจะรู้ซึ้งแล้วว่าทักษะของเธอเป็นอันตรายต่อมันมากที่สุด หากปล่อยให้โชอี้คอยขัดจังหวะอยู่แบบนี้ มันคงถูกโจมตีจนตายในไม่ช้า
แต่ก่อนที่นางพญาจะถึงตัวเป้าหมาย มายาก็ปรากฏตัวขึ้นขวางทางไว้ทันควัน เธอใช้พละกำลังทั้งหมดเข้าปะทะเพื่อหยุดการเคลื่อนที่ของมัน
แน่นอนว่าถ้าเป็นก่อนหน้านี้เธอไม่มีทางต้านแรงมันไหว แต่ด้วยสภาพของเจ้าแมงมุมที่อ่อนแรงลงมาก ทำให้เธอสามารถยื้อยุดหยุดมันไว้ได้สำเร็จ
มายาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเจ้าแมงมุมยักษ์พลางออกแรงต้านสุดกำลัง ใบหน้าของเธอดูเรียบเฉยและเย็นชาราวกับไร้ความรู้สึก ราวกับว่าในโลกนี้มีเพียงแค่เธอและศัตรูตรงหน้าเท่านั้น
ผมมองภาพนั้นแล้วเผลอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะท่าทางแบบนั้นมันให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
เมื่อนางพญาแมงมุมถูกหยุดไว้ มันจึงแผดเสียงคำรามก่อนจะฝังเขี้ยวลงบนร่างของมายา เกราะมานาโปร่งแสงต้านทานคมเขี้ยวได้เพียงครู่เดียวก็แตกสลาย ปล่อยให้เขี้ยวแหลมเจาะทะลุหัวไหล่ของเธอจนเลือดโชก
ทว่าสีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ความเยือกเย็นจะกลับเข้าครอบงำอีกครั้ง เธอยังคงตรึงร่างเจ้าแมงมุมยักษ์ไว้ด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี
พริบตานั้น หอกหินจำนวนมากก็พุ่งทะยานเข้าใส่ เจ้าแมงมุมพยายามจะดิ้นหนีแต่ร่างกายกลับกระตุกเกร็งจนเสียจังหวะจากทักษะของโชอี้ และถูกมายากระชากตัวกลับมา
เมื่อหนีไม่ได้ หอกหินเหล่านั้นจึงพุ่งเสียบทลุร่างมันอย่างจัง เจ้าแมงมุมกรีดร้องลั่นพลางคลายเขี้ยวออกจากไหล่ของมายา ก่อนจะผลักเธอเพื่อพยายามถอยร่นหนีตายเต็มกำลัง
แต่วินาทีที่เจ้าแมงมุมยักษ์ถอยตัวออกมา ทั้งกระสุนหิน หอกบิน และขวาน ต่างพุ่งเข้าหามันอย่างไม่ลดละ ผู้คนในค่ายที่มีทักษะโจมตีระยะไกลต่างระดมพลังใส่แบบไม่ยั้ง
ในจังหวะที่มันกำลังถูกรุมกินโต๊ะ มายาก็ก้มลงคว้าหอกเล่มหนึ่งขึ้นมาแล้วจ้วงแทงยัดเข้าปากของนางพญาแมงมุมจนทะลุลึกเข้าไปถึงข้างใน!
ร่างมหึมาของมันอ่อนแรงลงทันที มันเซถอยหลังก่อนจะล้มคว่ำลงกับพื้น ขาทั้งแปดขยับตะเกียกตะกายหวังจะเอาชีวิตรอด แต่เมื่อเจอกับการระดมโจมตีจากทุกทิศทางซ้ำอีกครู่หนึ่ง ร่างของมันก็แน่นิ่งไปในที่สุด
[คุณสังหารนางพญาแมงมุม – เลเวล 16]
มายา สาวนักกีฬาผิวเข้มเดินตรงไปที่ซากแมงมุมยักษ์ เธอออกแรงดึงหอกออกมาจากปากของมันแล้วสะบัดเลือดสีฟ้าทิ้งอย่างเยือกเย็น ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ จนสบตาเข้ากับผม
มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความมั่นใจ เธอส่งเสียงในลำคอเบาๆ แล้วหันหลังเดินจากไป
ผมหรี่ตาลงมองตามแผ่นหลังนั้น… หลายสัปดาห์ก่อนเทสเคยบอกผมว่า มีผู้โดยสารคนอื่นที่มีทักษะ สมาธิ เหมือนกับผม และตอนนี้ผมรู้แล้วว่าคนๆ นั้นคือใคร