โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล - บทที่ 8 ก็อบลิน
บทที่ 8 ก็อบลิน
แม้ผืนป่ารอบตัวจะดูธรรมดาไม่ต่างจากโลก แต่ผมกลับระแวดระวังตัวเต็มพิกัด มือทั้งสองขยับกระชับท่อเหล็กในมือแน่น พยายามหลีกเลี่ยงการแตะต้องพรรณไม้โดยไม่จำเป็น
เพราะในโลกที่บิดเบี้ยวเช่นนี้ ไม่มีใครรับประกันได้ว่าสิ่งที่ดูไร้พิษสงจะไม่ซ่อนเข็มพิษร้ายแรงเอาไว้
แฮดวินเดินนำหน้าพวกเราเข้าไปเป็นคนแรก เขาสอดท่อเหล็กไว้ที่เข็มขัดและถือปืนพกเตรียมพร้อมในมือ ท่าทางการจับอาวุธที่ดูมั่นคงและเป็นธรรมชาติทำให้ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเขาต้องเป็นคนที่คุ้นเคยกับปืนเป็นอย่างดี
หากเขาบอกว่าเป็นตำรวจจริงๆ ผมคงไม่แปลกใจเลยสักนิด
“รวบรวมสมาธิแล้วคอยฟังเสียงรอบข้างให้ดี”
เขากำชับเสียงต่ำขณะพากันลัดเลาะไปตามหมู่ไม้
“เนเทล คุณคุมทางซ้าย เดนี่ดูทางขวา ส่วนโชอี้ระวังหลังให้พวกเรา”
ผมปรับเปลี่ยนตำแหน่งตามคำสั่ง แม้จะให้ความสำคัญกับทิศซ้ายเป็นพิเศษแต่ก็ไม่ละเลยที่จะกวาดสายตาสำรวจความผิดปกติบนยอดไม้ไปด้วย
“ต่อจากนี้ให้กระซิบคุยกันเท่านั้น ถ้าใครได้ยินเสียงน้ำไหล หรือเห็นพื้นที่แฉะผิดปกติให้รีบบอกทันที”
พวกเราเคลื่อนที่ต่อไปอย่างเงียบเชียบ โชคดีที่ป่าไม่ทึบนักทำให้การเคลื่อนขบวนเป็นไปได้อย่างราบรื่น
ผ่านไปราวสามสิบนาที เสียงเดนี่ที่สบถพึมพำเบาๆ ก็แว่วมาให้ได้ยิน
“ป่าต่างดาวเฮงซวยเอ๊ย…”
ผมไม่นึกโทษเขาหรอก เพราะพวกเราทุกคนต่างก็อยู่ในอาการประสาทเสีย สะดุ้งโหยงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกิ่งไม้หักหรือใบไม้เสียดสีกัน
แฮดวินพาพวกเราเดินอ้อมเป็นวงกลมโดยรักษาระยะห่างจากตู้ขบวนรถไฟไม่ให้ไกลจนเกินไป ผมสังเกตเห็นเดนี่ เผลอไปแตะลำต้นไม้สองสามครั้งแต่เขาก็ยังดูปกติ แสดงว่าพวกมันคงไม่มีพิษสงอะไรในระดับสัมผัส
“เรากำลังเข้าใกล้จุดที่หมาป่าพุ่งออกมาแล้ว”
เพียงประโยคเดียวจากแฮดวินก็ทำให้ความตึงเครียดพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด เดนี่เงียบเสียงลงทันควันจนผมแทบจะได้ยินเสียงเขาบีบอาวุธในมือแน่น ตรงกันข้ามกับผมที่กลับรู้สึกสงบลงอย่างน่าประหลาด
“มีการเคลื่อนไหวทางซ้ายครับ”
ผมกระซิบเตือน
เสียงขึ้นลำปืนของแฮดวินดังคลิกพร้อมกับที่เขาหันไปตามทิศนั้นทันที
“ขยับไปทางขวาอีกนิดครับ!”
ผมรีบบอกพิกัดที่แม่นยำขึ้น เขาเล็งปืนค้างไว้ในขณะที่ร่างคล้ายมนุษย์ขนาดเล็กสองร่างพุ่งพรวดออกจากพุ่มไม้เข้ามาหาพวกเราพร้อมกัน ในมือของพวกมันถือหอกไม้เก่าคร่ำครึ
ผมเบี่ยงตัวหลบคมหอกที่พุ่งสวนมาได้อย่างหวุดหวิด รูปร่างที่ดูเตี้ยม่อต้อพอๆ กับเด็กทำให้ผมลังเลไปวูบหนึ่ง แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงปืนก็แผดก้องขึ้นหนึ่งนัด ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ฟังดูผิดธรรมชาติ
ผมดึงสติกลับมาหลบหอกที่แทงสวนมาอีกครั้ง ก่อนจะเหวี่ยงท่อเหล็กเข้าใส่เต็มแรงจนปะทะเข้ากับส่วนหัวของมันเข้าอย่างจัง
หัวของมันแข็งกว่าที่คิด ผมจึงไม่รอช้าฟาดซ้ำลงไปอีกครั้งโดยใส่แรงทั้งหมดที่มีพลางฉากหลบการแทงที่แม้จะดูเงอะงะแต่ก็บ้าคลั่งของมันไปด้วย
จนในที่สุดร่างนั้นก็ล้มคว่ำลงแน่นิ่ง
เมื่อเงยหน้าขึ้น ผมเห็นแฮดวินกำลังวิ่งไล่ตามตัวประหลาดอีกตัวที่พยายามหนีไป ตัวอักษรสีประหลาดปรากฏขึ้นเหนือหัวของมัน
[ก็อบลิน – เลเวล 3]
เจ้าก็อบลินตัวนั้นถูกยิงเข้าที่จุดสำคัญแต่ยังพยายามกระเสือกกระสนหนี แฮดวินเก็บปืนแล้วเปลี่ยนมาถือท่อเหล็ก วิ่งไล่กวดตามไปติดๆ
ส่วนทางด้านหลัง โชอี้กับเดนี่กำลังรุมรับมือกับศัตรูตัวที่สามที่พยายามลอบโจมตี มันคือ [ก็อบลิน – เลเวล 2] ซึ่งดูเหมือนโชอี้ที่มีชั้นเชิงการต่อสู้เหมือนคนฝึกฝนมาอย่างดีจะรับมือมันได้ไม่ยากนัก
ผมตัดสินใจไม่เข้าไปช่วยพวกเขาเพราะฝ่ายเราได้เปรียบด้วยจำนวนสองต่อหนึ่ง แต่เลือกที่จะวิ่งตามแฮดวินไปทันที
ผมมั่นใจว่าเขาต้องการปลิดชีพมันเพื่อไม่ให้มันกลับไปพาพวกมาเพิ่ม และการที่เขาไม่ยอมใช้ปืนซ้ำก็ชัดเจนว่าเขาต้องการประหยัดกระสุนไว้ใช้ในยามคับขันจริงๆ
ผมตามไปจนทันในจังหวะที่แฮดวินกำลังตรึงมันไว้พอดี เจ้าตัวสีเขียวนั่นบาดเจ็บสาหัสจากรอยกระสุนทำให้ความเร็วของมันตกลงไปมาก
ผมชะลอฝีเท้าลงเปลี่ยนเป็นเดินเพื่อคุมเชิงพลางจับตาดูแฮดวิน การเคลื่อนไหวของเขาระแวดระวังและมีการคำนวณอยู่ตลอดเวลา
เขาค่อยๆ เดินเป็นครึ่งวงกลมล้อมเจ้าสัตว์ร้ายที่กำลังแกว่งมีดสั้นไปมาอย่างสิ้นหวัง บาดแผลอื่นที่ปรากฏตามตัวนอกเหนือจากรอยกระสุนบอกให้รู้ว่าชายวัยกลางคนคนนี้ได้ฝากรอยแผลเอาไว้ให้มันไม่น้อยแล้วก่อนที่ผมจะมาถึง
ระหว่างที่ผมกำลังประเมินสถานการณ์ จู่ๆ เจ้าสิ่งมีชีวิตที่ถูกต้อนจนมุมก็พุ่งเข้าใส่แฮดวินด้วยความบ้าคลั่ง มันเป็นการโจมตีที่รวดเร็วแต่ไร้ซึ่งชั้นเชิง เป็นเพียงการพุ่งเข้ามาตรงๆ ตามสัญชาตญาณดิบเท่านั้น
แฮดวินเกือบจะหลบพ้น ทว่าแรงปะทะกลับมหาศาลพอที่จะทำให้เขาเสียหลักล้มลง ผมรู้สึกตกใจเล็กน้อย เพราะหากเทียบกับขนาดตัวแล้ว เจ้าสัตว์ประหลาดผิวสีเขียวนี่กลับมีพละกำลังแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ
ผมไม่รอช้า พุ่งตัวออกไปทันที
ในขณะที่เจ้าก็อบลินเงื้อมือขึ้นหมายจะแทงลงมา แฮดวินก็ยกท่อเหล็กขึ้นต้านไว้จนเกิดเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น
ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังประชันแรงกันอยู่นั้น ผมก็เหวี่ยงท่อเหล็กในมือออกไปสุดแรง ปลายเหล็กปะทะเข้ากับข้อมือของเจ้าสัตว์ร้ายจนมันกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและจำต้องปล่อยมีดหลุดมือ
ก็อบลินหันมาถลึงตาใส่ผม นัยน์ตาสีแดงฉานคู่นั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น มันอ้าปากกว้างจนเห็นฟันแหลมคมพลางคำรามลั่นก่อนจะโถมเข้าใส่
ผมเบี่ยงตัวหลบไปทางขวาเพียงนิดในเสี้ยววินาที แล้วฟาดท่อเหล็กเข้าที่ท้ายทอยของมันเต็มรักในจังหวะที่มันเสียหลักพุ่งผ่านไป
แต่นั่นยังไม่พอที่จะปลิดชีพมันได้ เจ้าก็อบลินพลิกตัวกลับมาพุ่งเข้าใส่ผมอีกครั้ง ทว่าสมองของผมได้คำนวณทิศทางไว้หมดแล้ว
ผมฉากหลบไปทางซ้ายอย่างใจเย็นก่อนจะเตะสวนกลับไปส่งร่างของมันให้กระเด็นออกไป เจ้าก๊อบลินที่ล้มกลิ้งไปพยายามยันตัวขึ้นพร้อมเสียงกรีดร้องด้วยความคลั่งแค้น
น่าแปลกที่ผมไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวมันเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกในตอนนี้กลับนิ่งสงบจนเกือบจะเย็นชา ผมก้มลงหยิบมีดสั้นของมันขึ้นมาแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อม
เมื่อเห็นอาวุธของตัวเองเปลี่ยนมือไปอยู่ในมือศัตรู เจ้าก็อบลินก็เริ่มมีแววตาหวาดหวั่น ผมไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ตั้งสติ พุ่งตัวเข้าหาและแสร้งทำเป็นจะแทงเข้าที่ลำคอ
เจ้าสัตว์ร้ายรีบยกมือขึ้นมาป้องกันตามสัญชาตญาณ แต่นั่นคือกับดัก… ผมบิดข้อมือเบี่ยงทิศทางเพียงเล็กน้อยเพื่อหลบฝ่ามือของมัน ก่อนจะปักใบมีดเข้าที่ดวงตาของมันอย่างแม่นยำและง่ายดาย
มันคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส มือทั้งสองปัดป่ายไปทั่วอย่างไร้ทิศทาง ผมรีบกระโดดถอยฉากออกมา และ ในวินาทีต่อมาแฮดวินที่ตั้งตัวได้ก็ฟาดท่อเหล็กเข้าที่ขมับของมันอย่างรุนแรง
เจ้าก็อบลินล้มเซไปทันที แฮดวินไม่ยอมปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอย เขาโหมฟาดซ้ำไปอีกหลายครั้งจนผมได้ยินเสียงกะโหลกศีรษะแตกโพลก เขาจึงยอมหยุดมือลง
ร่างของก็อบลินแน่นิ่งไปแล้ว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัว
[คุณสังหาร ก็อบลิน – เลเวล 3 สำเร็จ]
เมื่อทุกอย่างสงบลง ผมจึงพบว่ามือของตนเองกำลังสั่นเทาและหอบหายใจอย่างหนัก กล้ามเนื้อทั่วร่างตึงเขม็งราวกับสายธนู
โลกที่เคยซีดจางและเงียบงันในสภาวะสมาธิพลันกลับมามีสีสันและเสียงรอบข้างก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างฉับพลัน แฮดวินเองก็หอบจนตัวโยนพลางสบถพึมพำออกมาไม่หยุดเพื่อระบายความเครียด
ไม่ไกลนัก ผมได้ยินเสียงโชอี้และเดนี่ดังแว่วมา ดูเหมือนทางนั้นจะยังปลอดภัยดี ผมมองกลับไปยังจุดที่ถูกซุ่มโจมตีในตอนแรกก่อนจะเอ่ยขึ้น
“มีก็อบลินตัวหนึ่งแค่สลบไป รบกวนคุณช่วยดูต้นทางให้หน่อยได้ไหมครับ?”
แฮดวินพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มเพลียๆ ที่ดูเหมือนฝืนทำ เหงื่อไหลซึมตามหน้าผากของเขาเป็นทาง
ผมไม่รอช้ารีบวิ่งกลับไปที่ศพก็อบลินที่พึ่งถูกสังหาร ก่อนคว้าด้ามมีดแล้วกระชากมันออกมาจากดวงตาของมัน เสียงของแข็งที่หลุดออกจากช่องเนื้อชวนให้น่าคลื่นไส้จนผมมั่นใจเลยว่าจะจำเสียงนี้ไปอีกนาน
เมื่อกลับไปหาโชอี้และเดนี่ ผมพบว่าทั้งคู่กำลังรุมฟาดก็อบลินเลเวล 2 ตัวที่พวกเขาสู้ด้วยอย่างไม่ยั้งมือ แม้มันจะนิ่งสนิทไปนานแล้วก็ตาม
ใบหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวที่ผสมปนเปกัน แม้จะมีบาดแผลตามตัว แต่ก็ดูไม่สาหัสนัก
ผมเดินไปหาเจ้าก็อบลินตัวที่ผมซัดจนสลบซึ่งยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้น ผมลองใช้เท้าสะกิดดูเพื่อให้แน่ใจว่ามันไม่ตอบสนองจริงๆ
ความรู้สึกตื่นตัวจากอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านยังคงทำให้ผมรู้สึกมีกำลังวังชาอย่างประหลาด หรือบางทีมันอาจจะเป็นผลจากมานา ที่เริ่มไหลเวียนตามที่ระบบแจ้งไว้ก็เป็นได้ แต่ผมก็ไม่รู้จริงๆ หรอกทำได้แค่คาดเดาเท่านั้น
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความคิดฟุ้งซ่านค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยสภาวะจดจ่ออีกครั้ง ผมมองร่างที่ไร้ทางสู้ตรงหน้าก่อนจะปักมีดลงที่ลำคอของมันโดยไม่ลังเล
[คุณสังหาร ก็อบลิน – เลเวล 2 สำเร็จ]
[เลเวล 1 > เลเวล 2]