ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 425 หมัดอรหันต์ประสิทธิภาพเกินคาด
จ้าวปั้วยังไม่ทันหายตกใจ ทั้งสี่คนก็สัมผัสได้ถึงพลังวิเศษอัน
มหึมาและหนาวเย็นที่พวยพุ่งขึ้นมาจากก้นบึง
ผีร้ายที่มีสาหร่ายพันรุงรังอยู่ที่เท้า ร่างเปียกโชกลอยขึ้นมา จ้อง
มองลู่หยางด้วยแววตาเยียบเย็นที่แฝงไว้ด้วยความหวาดระแวง
“ดีๆๆ อายุยังน้อยก็เรียนรู้วิชาโลกในแขนเสื้อได้แล้ว ไม่น่าเชื่อ
จริงๆ ว่าราชวงศ์ต้าเซี่ยที่อุดมด้วยทรัพยากรล ้าค่าจะสร้างอัจฉริยะได้
ถึงเพียงนี้!” ผีจมน ้ามีสีหน้าเหมือนนนซากศพ จ้องลู่หยางเขม็ง มันมอง
ว่าลู่หยางคือภัยคุกคามใหญ่หลวงที่สุด
ไม่มีความเคลื่อนไหวของวัตถุวิเศษ นั่นหมายความว่าต้องเป็น
วิชาพื้นที่มิติแน่นอน การใช้แขนเสื้อดูดน ้าทั้งบึง ไม่มีทางเป็นอย่าง
อื่นนอกจากวิชาโลกในแขนเสื้อ!
แค่ขั้นแก่นทองค าก็สามารถเรียนรู้วิชาระดับสูงเช่นนี้ได้แล้ว นี่
เป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากเสียจริง!
ลู่หยางหรี่ตามอง เอ่ยถามด้วยน ้าเสียงเฉียบขาด “โอ้ เช่นนั้น
แล้ว เจ้าไม่ใช่วิญญาณร้ายจากแผ่นดินต้าเซี่ยสินะ? เจ้ามาจากที่ใด
และมาปรากฏตัวที่เมืองฮั่นสุ่ยเพื่ออะไร!”
ผีจมน ้าหัวเราะเย็นชา มองข้ามค าถามของลู่หยางอย่างไม่ใส่ใจ
“ข้าจะบอกเจ้าท าไมกัน?”
พวกเด็กน้อยพวกนี้อาจจะมีพรสวรรค์ด้านวิชาอาคม แต่ห่างกัน
ตั้งหนึ่งขั้นใหญ่ พวกเขาเอาอะไรมาคิดว่าจะเอาชนะข้าได้?
ช่างไม่รู้จักประมาณตนเสียจริง
พูดจบ ผีจมน ้าก็หันหลังหนี
พูดเล่นอะไร ถ้าหนีได้มันจะสู้ท าไม?
“คิดจะหนีรึ กินหมัดข้าซะก่อน!”
เมิ่งจิ่งโจวเป็นฝ่ายลงมือก่อน ใช้หมัดอรหันต์ เสียงสวดมนต์ดัง
สะท้านฟ้า ไฟบริสุทธิ์หยางห่อหุ้มก าปั้น ลุกโชนเป็นระลอก
“ร้อนจัง!” ผีจมน ้าไม่ทันได้ระวัง โดนหมัดเข้าอย่างจัง วิชาพุทธ
กับไฟบริสุทธิ์หยางต่างก็เป็นสิ่งที่ต่อกรกับวิญญาณร้ายได้ดีเป็นเลิศ
ทั้งสองอย่างรวมกัน ผีจมน ้าแทบรับมือไม่ไหว!
“ขั้นแก่นทองค าก็แสดงพลังขั้นทารกแรกก าเนิดได้แล้ว และวิชา
นี้… เจ้าไม่ใช่คนจากส านักควบคุมศพ!” ผีจมน ้าพลาดท่าเพราะ
ประมาทจนเสียเปรียบ
“ดูเหมือนนนว่าถ้าไม่จัดการพวกเจ้าเด็กเวรทั้งหลาย วันนี้ข้าคงไป
ไม่รอดจริงๆ เสียแล้ว!” ผีจมน ้าขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ไม่อยากหาเรื่อง
วุ่นวาย
“ฮึ่ม! จมคนธรรมดาลงในอ่างน ้าจนตาย ผีร้ายเช่นเจ้ายังคิดจะ
หนีอีกหรือ?”
“เฮ้ย ข้าจมคนธรรมดาสักคนมันเกี่ยวอะไรกับพวกเจ้า พวกผู้
บ าเพ็ญเซียนราชวงศ์ต้าเซี่ยนี่น่าร าคาญจริงๆ!” ผีจมน ้าระเบิดค า
สบถออกมา พื้นที่น ้าคือจุดแข็งของมัน แต่ลู่หยางได้เก็บพื้นที่นั้นไป
เสียแล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้มันไม่อยากสู้เลย
เมื่อหนีไม่พ้น ก็ต้องสู้ให้สุดพลัง!
“แดนน ้าดุจห้วงลึก!”
น ้าสีหมึกแผ่ขยายจากใต้เท้าผีจมน ้า ข้นหนืดราวเลือด เพียงชั่ว
พริบตาก็ขยายมาถึงเท้าทั้งสี่คน
ความหนาวเย็นยะเยือกแล่นจากเท้าขึ้นสู่ศีรษะ แม้จะขยับร่างก็
ต้องใช้แรงมหาศาล ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือเมื่อสัมผัสกับแดนน ้าสี
หมึกแล้ว แม้แต่ลมหายใจก็ยังติดขัด ราวกับก าลังจมน ้า
ในขั้นแก่นทองค าสามารถเวียนลมปราณภายในร่างได้ ไม่
จ าเป็นต้องหายใจ ไม่ควรจะมีความรู้สึกเหมือนนนจมน ้าเลย แต่แดนน ้า
สีหมึกนี้กลับสามารถจมพวกเขาได้จริงๆ
ลู่หยางเอานิ้วชี้และนิ้วกลางมาชิดกัน ตะโกนเสียงดัง “ทลาย!”
แดนน ้าสีหมึกสลายไป ทุกคนได้สติคืนมา
ที่แท้ไม่ใช่สภาพจริง แต่เป็นภาพมายา คือกลอุบายที่ผีจมน ้าใช้
บ่อย และวิชายุทธ์ของลู่หยางพอดีสามารถต่อกรกับภาพมายาได้!
เมื่อภาพมายาแตกสลาย สาหร่ายนับไม่ถ้วนพันรัดพวกเขา นี่
คือต้นเหตุที่ท าให้ผีจมน ้าตาย บัดนี้กลายเป็นความสามารถหนึ่งของ
มัน
“กวาด!” กระบี่ชิงเฟิงพุ่งปักลงพื้น กระแสพลังกระบี่แผ่คลุมพื้น
ตัดรากสาหร่ายขาดสะบั้น
“โจมตีพร้อมกัน ท่าจ้านจือเจวี๋ย!”
“หมัดอรหันต์!”
“หมัดราชาม่านผู้ทรงอ านาจ!”
ทั้งสามคนลงมือพร้อมกัน โจมตีผีจมน ้า มันเคลื่อนร่างเล็กน้อย
ทิ้งเงาร่างไว้ตรงที่เดิม แต่ร่างจริงปรากฏขึ้นเบื้องหลังหม่านกู่ในชั่ว
พริบตา มือของมันมีเส้นสาหร่ายปรากฏ พันรอบคอหม่านกู่
เจ้าหมอนี่ดูซื่อๆ ตรงไปตรงมา น่าจะจัดการง่ายที่สุด
หม่านกู่ไม่แม้แต่จะมองด้านหลัง สะบัดศีรษะไปด้านหลังอย่างแรง
กระแทกใส่ผีจมน ้าจนมันมึนงง ต้องปล่อยสาหร่ายในมือโดยไม่ตั้งใจ
ทั้งสามคนกับผีตนหนึ่งต่อสู้กันอย่างดุเดือด อัจฉริยะผู้เป็นเลิศ
สามคนรุมล้อมวิญญาณร้ายระดับทารกแรกก าเนิด ท าให้จ้าวปั้วไม่รู้
ว่าควรจะเข้าไปช่วยตรงไหน
การต่อสู้ตรงหน้านี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะแทรกเข้าไปได้แล้ว นี่เป็นการ
ต่อสู้ในระดับทารกแรกก าเนิด
“ที่ว่ากันว่าทุกคนอยู่ในขั้นแก่นทองค าเหมือนนนกันนี่นะ?” จ้าวปั้ว
รู้สึกว่าตนคงได้สร้างแก่นทองค าปลอมขึ้นมาแล้ว
“หมัดอรหันต์!” ลู่หยางก็ใช้หมัดอรหันต์ผสมกับไฟสามรส
เช่นกัน
ผีจมน ้าเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า หลบหลีกติดกันหลายครั้ง แต่ลู่
หยางยังใช้ “ย่นพื้นที่” ประกอบการต่อสู้ด้วย กดลงใต้ดินแล้วโผล่
ขึ้นมา ท าให้คาดเดาทิศทางได้ยาก ในที่สุดก็มีหมัดหนึ่งที่โดนไหล่
ของผีจมน ้า
ไม่ทันจะสนใจความเจ็บปวดที่ไฟสามรสและหมัดน ามา ผีจมน ้า
กลับพบเรื่องที่น่าสยดสยองยิ่งกว่านั้น
“เส้นผมของข้า!”
ผมของผีจมน ้าเป็นกระจุกๆ แบบที่ผ่านการแช่น ้ามา มี
เอกลักษณ์มาก บัดนี้ด้วยความช่วยเหลือจากหมัดอรหันต์ เส้นผม
ร่วงหล่น ห้ามอย่างไรก็ไม่อยู่
“อืม ที่แท้ก็ใช้ได้กับผีด้วยรึ” ลู่หยางก็แปลกใจเล็กน้อย เขาแค่
ต้องการใช้วิชาพุทธมาควบคุมวิญญาณร้าย ไม่ได้คิดจะท าให้มัน
หัวล้าน
“สิบแปดค้อนต่อเนื่อง!” หม่านกู่หยิบค้อนเหล็กใหญ่ออกมา
พลางเปิดบทสวดวาจาบัณฑิต ฟาดผีจมน ้าอย่างบ้าคลั่ง
“เจ้าเป็นผู้บ าเพ็ญแบบขงจื๊อด้วยรึ?!” เมื่อรู้สึกถึงกลิ่นอายความ
ถูกต้องที่มากับค้อนเหล็ก สีหน้าผีจมน ้าเปลี่ยนไปทันที
การศึกษาต าราขงจื๊อเป็นเวลานาน สามารถบ่มเพาะพลังจิตที่
เที่ยงตรงได้ แม้ว่าหม่านกู่จะเรียนช้ามาก แต่ทัศนคติของเขา
น่าชื่นชม การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องท าให้เขามีพลังจิตเที่ยงตรงเช่นกัน
การโจมตีของทั้งสามมีพลังอันเปี่ยมล้นด้วยพลังหยาง ไอสังหาร
อันหนาแน่นที่ปกคลุมเหนือบึงเย็นค่อยๆ จางลง หากยังสู้ต่อไป
อาจจะสลายไอสังหารที่สะสมไว้ที่นี่จนหมดสิ้น!
ผีจมน ้าโกรธจัด มันหาที่ดีๆ แบบนี้ได้ยากมาก แล้วก็ถูกคนทั้ง
สามท าลาย จึงเดือดดาลอย่างรุนแรง “พวกเจ้า…อึก…อย่า…อึก…
บังคับข้า…อึก…หยุดเถอะ ข้ายอมแพ้แล้ว”
หากเป็นการต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่ง ลู่หยางคงต้องใช้แก่นทองอมตะ
เพื่อเร่งจังหวะการต่อสู้ แต่สามสู้หนึ่ง เป็นการต่อสู้ที่เหนือชั้นโดย
สิ้นเชิง ไม่จ าเป็นต้องใช้แก่นทองอมตะเลย
ผีจมน ้านอนแผ่อยู่บนพื้น ไร้ซึ่งความหวัง
หมัดอรหันต์ ไฟแท้ พลังจิตเที่ยงตรง… ผีจมน ้ารู้สึกว่าวันนี้คง
ออกจากบ้านโดยไม่ได้ดูฤกษ์ยาม สิ่งที่ต่อกรกับวิญญาณร้ายได้ดีใน
โลกนี้มีสองสามอย่าง แต่กลับมาเจอกันครบหมด
เสียจุดแข็งในพื้นที่ของตน เจอวิธีการที่ต่อกรกับวิญญาณร้าย
ได้โดยเฉพาะ อัจฉริยะที่สู้ข้ามขั้นได้ ในสถานการณ์แบบนี้หากชนะ
ได้ก็มีแต่ผีเท่านั้น!
“ชนะแล้วหรือนี่?” จ้าวปั้วและซากศพมีชีวิตเดินเข้ามาใกล้ ยังไม่
ทันได้สติเลย การต่อสู้เริ่มและจบลงอย่างรวดเร็ว เขาตามจังหวะไม่
ทัน
จ้าวปั้วไม่ได้มีพรสวรรค์ด้อย แต่เมื่อเทียบกับสามคนนี้ ก็ด้อย
กว่าเล็กน้อย และประสบการณ์ต่างกันมากเกินไป
แม้เขาจะเที่ยวไปทั่วในยุทธภพ ผ่านเหตุการณ์ในยุทธภพมาไม่
น้อย แต่เมื่อเทียบกับสามคนที่เข้าๆ ออกๆ ลัทธิมาร ท้าทายข้ามขั้น
เสี่ยงตายไม่รู้จักประมาณตน ประสบการณ์ของเขาก็ดูบางเบาเกินไป
ลู่หยางหยิบยันต์สลายจิตวิญญาณออกมา ท าให้ผีจมน ้าถอย
กรูดไปหลายก้าว
“เดี๋ยวๆๆ ข้าไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ก็ไม่สมควรรับโทษถึงเพียงนี้”
ลู่หยางไม่ได้ใส่ใจ มือไม่หยุดชะงัก “เจ้ายังมีหน้ามาบอกว่าไม่ผิด
ถึงขั้นนี้อีกรึ? จมคนตายแล้วยังจะมาเถียงอีก?”
“ปลอม ทั้งหมดล้วนปลอม คนไม่ได้ตาย ไม่เชื่อก็ดูในบึงสิ คนยัง
มีชีวิตอยู่ดีๆ!” ผีจมน ้าตะโกนลั่น
ลู่หยางชะโงกหน้าลงไปมอง ข้างล่างมีหญิงสาวที่ยังมีชีวิตอยู่
จริงๆ ดูเหมือนนนว่าเมื่อกี้เป็นซากศพมีชีวิตที่เข้าใจผิดคิดว่าหญิงสาว
ตายแล้ว
ปล่อยพลังวิเศษออกไป สร้างมือใหญ่ จับหญิงสาวขึ้นมา วางไว้
ข้างๆ ผีจมน ้า
“พูดมาสิ สถานการณ์เป็นอย่างไรกันแน่?”