ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 426 เจ้าเป็นผีจะเอาเงินไปท าอะไร
“เจ้าเป็นวิญญาณร้ายจากที่ใดกัน เป็นสมาชิกของลัทธิจิ่วอิ่วใช่
หรือไม่!” จ้าวปั้วแสร้งท าเป็นเสือเพื่อข่มตากระต่าย สอบปากค าผี
จมน ้า
ผีจมน ้าส่ายหัวอย่างแรง พร้อมยืนยันว่าตนไม่มีเจตนาร้าย “ข้า
มาที่นี่เป็นเพียงความบังเอิญ จริงๆ นะ”
“แต่เดิมข้าเป็นชาวประมงแห่งทะเลตะวันออก หลังจากจมน ้าตาย
ยังคงมีความแค้นในใจ จึงกลายเป็นดวงวิญญาณอาฆาต โดยบังเอิญ
ที่ศพของข้าได้พบกับก้อนหินลมอินชิ้นหนึ่ง ข้าจึงกลายเป็นผีจมน ้า”
“ทะเลตะวันออกกว้างใหญ่ไพศาล มีสิ่งมีชีวิตนานาชนิด มีฝูง
ปลาเป็นกลุ่มก้อน ข้าจึงแอบดูดกินพลังหยางของเผ่าทะเล
หลากหลายชนิด ค่อยๆ เพิ่มพูนวิทยายุทธ์ จากผีจมน ้าที่ไม่อาจเห็น
แสงอาทิตย์ ไต่ระดับสู่ผีจมน ้าขั้นฝึกลมปราณ มีก าลังป้องกันตัวได้”
“หลังจากมีก าลังป้องกันตัวแล้ว ข้าก็ผ่อนคลายลง เที่ยวล่องลอย
ในทะเลตะวันออก บางครั้งก็โผล่ขึ้นจากผิวน ้าไปหลอกหลอนผู้คน
ข้ายิ่งนานวันยิ่งหาญกล้า คิดจะไปยังที่ลึกของทะเลตะวันออกที่ตอน
มีชีวิตไม่กล้าไป เพิ่งออกจากเขตปลอดภัย ก็เจอเจ้าปลาใหญ่หนัก
ร้อยกว่าชั่ง มันแค่อ้าปาก ก็เกือบดูดข้าเข้าไปแล้ว”
“พอเห็นว่าไม่ไหว ข้าก็รีบวิ่งกลับไปยังเขตปลอดภัย ตัดสินใจไม่
ออกจากเขตปลอดภัยอีก!”
“ข้าค่อยๆ บ าเพ็ญเซียนอยู่ในเขตปลอดภัย กลืนกินพลังหยาง
ของฝูงปลา บางครั้งก็ลักเครื่องเซ่นไหว้ของชาวประมง”
“พวกเราชาวประมงมีประเพณีการบูชาทะเลตะวันออก ข้าที่
จมน ้าตายแล้ว ก็เห็นได้ชัดว่าการบูชาทะเลก็ไม่อาจคุ้มครองให้
ปลอดภัยได้ ก็เลยกินเครื่องเซ่นไหว้อย่างไม่ลังเล”
“ต่อมา ข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองบ าเพ็ญถึงขั้นใดแล้ว ก็เลยขมักเขม้น
บ าเพ็ญเรื่อยไป ไม่สนใจใคร วันหนึ่งข้าพบกับผู้บ าเพ็ญเซียนคน
หนึ่ง เขาต้องการจับข้าไปกลั่นให้บริสุทธิ์ ข้าขับไล่เขาได้อย่าง
ง่ายดาย ได้แหวนเก็บของและวิชายุทธ์ของเขามา หลังจากศึกษา
วิชายุทธ์แล้ว ข้าจึงรู้ว่าตัวเองได้ก้าวถึงขั้นสร้างฐานปลาย ซึ่งตอน
นั้นข้าตายไปแล้วสองร้อยปี”
“หลังจากรู้แนวทางการบ าเพ็ญแล้ว ข้าก็ยังคงบ าเพ็ญต่อไป
ผ่านไปอีกแปดร้อยปี ข้าก็บ าเพ็ญถึงขั้นทารกแรกก าเนิดระดับกลาง
ในช่วงเวลานี้ ข้าไม่เคยออกจากเขตปลอดภัยเลยแม้แต่ก้าวเดียว”
“เดิมทีข้าตั้งใจว่าหลังจากถึงขั้นแปลงร่างเซียนแล้วค่อยออกจาก
เขตปลอดภัย แต่ไม่คาดคิดว่า มีคนลอบโจมตีข้า ตบข้าสลบไป
ทีเดียว พอข้าตื่นขึ้นมา ก็มาอยู่ที่บึงน ้านี้แล้ว”
ลู่หยางขัดจังหวะค าให้การของผีจมน ้า “ก็คือว่าเจ้าก็ไม่รู้ว่าใคร
พาเจ้ามาที่นี่ใช่หรือไม่?”
“ไม่รู้”
“คนผู้นั้นมีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง?”
“แข็งแกร่งกว่าข้า”
“…เจ้าเล่าต่อ”
“ผ่านไปหลายวัน ข้าจึงเข้าใจสถานการณ์ ที่แท้ที่นี่คือบริเวณ
ใกล้เมืองฮั่นสุ่ย แคว้นหวงแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ย ซึ่งอยู่ส่วนตะวันตกสุด
ของดินแดนกลาง ห่างจากทะเลตะวันออกไม่รู้กี่หมื่นหมื่นลี้”
“เซียนผู้บ าเพ็ญเช่นข้าไม่อาจโดยสารเรือบินหรือสิ่งใดได้ จึงได้
แต่พ านักอยู่ที่นี่”
“ตอนข้าส ารวจบริเวณโดยรอบ ก็ได้พบกับคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งที่
หมู่บ้านไป๋สุ่ย ชายชื่อหลิวซาน หญิงชื่อหวังจ่าวเอ๋อร์ ก็คือคนนี้” ผี
จมน ้าชี้ไปที่หญิงสาวที่นอนหมดสติอยู่ข้างๆ
“ตอนแรกทั้งคู่พอเห็นข้าก็ตกใจกลัวมาก ต่อมาเห็นว่าข้าไม่มี
เจตนาร้าย ก็เริ่มกล้าขึ้น ถามข้าว่าจะสามารถสร้างภาพลวงว่าหวัง
จ่าวเอ๋อร์จมน ้าตาย เพื่อสะดวกในการโกงเงินประกันได้หรือไม่ แล้ว
จะแบ่งเงินค่าชดเชยส่วนหนึ่งให้ข้า”
“ตอนนั้นข้าไม่มีเงินติดตัวเลย จ าเป็นต้องใช้เงิน จึงตกลงกับ
พวกเขา”
“ด้วยความสามารถของข้า การสร้างภาพลวงว่าหวังจ่าวเอ๋อร์
จมน ้าตายนั้นง่ายมาก เจ้าหน้าที่ชันสูตรก็ไม่อาจแยกแยะจริงเท็จได้
หลังจากได้รับเงินชดเชยแล้ว ก็แสร้งว่าหวังจ่าวเอ๋อร์ถูกฝังแล้ว แต่
ความจริงแล้วเก็บซ่อนไว้ที่นี่”
“คู่สามีภรรยาวางแผนว่าเมื่อเรื่องเงียบลงแล้ว จะออกจาก
หมู่บ้านไป๋สุ่ย ไปใช้ชีวิตในเมืองอื่น”
“แต่ข้าไม่คาดคิดว่า ช่วงนี้ก าลังเป็นช่วงปราบปรามวิญญาณ
ร้ายอย่างเข้มงวด ราชส านักร่วมมือกับส านักควบคุมศพอะไรสัก
อย่าง เพื่อโจมตีข้าโดยเฉพาะ”
“ข้าไม่อยากให้เรื่องราวบานปลาย พอเห็นคนก็หนี หนีไม่ทันก็ขู่
ให้อีกฝ่ายหนีไป สองสามวันก่อนข้าเพิ่งขู่ให้ผู้บ าเพ็ญขั้นแก่นทองค า
คนหนึ่งหนีไป แล้วตอนนี้ก็มาอีกสี่คนที่อยู่ในขั้นแก่นทองค า!”
ผีจมน ้าท าหน้าเสียดาย เพื่อเงินค่าชดเชยเพียงน้อยนิด เกือบ
ต้องเอาชีวิตเข้าแลก
ทั้งสี่คนไม่อาจเชื่อค ากล่าวเพียงด้านเดียวของผีจมน ้า ลู่หยา
งถามว่า “หวังจ่าวเอ๋อร์หมดสติได้อย่างไร?”
“ข้าท าให้นางสลบ ปล่อยให้นางใช้ชีวิตอย่างอิสระในน ้านั้น
สิ้นเปลืองพลังวิเศษมาก สู้ท าให้นางสลบ ใช้คราบหุ้มนางไว้จะ
ประหยัดกว่า”
“ปลุกนางขึ้นมา”
“ได้”
ผีจมน ้าไม่กล้าขัดค าสั่ง ใช้เวทมนตร์เล็กน้อย แตะนิ้วชี้ปล่อย
แสงสว่างพุ่งออกไป ก็ปลุกหวังจ่าวเอ๋อร์ให้ตื่นขึ้น
หวังจ่าวเอ๋อร์ยังงัวเงียไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นสี่คนหนึ่งศพ
ล้อมรอบตัวนาง ความกดดันมหาศาล
หวังจ่าวเอ๋อร์ไม่เคยเห็นสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน จึงตอบทุก
ค าถาม ค าให้การคร่าวๆ ตรงกับที่ผีจมน ้ากล่าว ก็คือสามีภรรยาสอง
คนเกิดความคิดชั่วร้ายต้องการโกงเงินประกัน จึงร่วมมือกับผีจมน ้า
หลอกสมาคมการค้าเพื่อเงินชดเชย
“แต่ก็ไม่ถูกนี่ เจ้าเป็นผีจะเอาเงินไปท าอะไร?” เมิ่งจิ่งโจวหรี่ตา
ไวต่อการหาช่องโหว่ทางตรรกะในค าให้การของผีจมน ้า
พลังอินของผีนั้นหนักเกินไป ท าให้สามัญชนรู้สึกไม่สบายตัว
โดยสัญชาตญาณ ผีมักจะเด่นสะดุดตา แม้แต่การเข้าเมืองก็ยากยิ่ง
ต้องใช้พลังมหาศาลในการอ าพราง ไม่ต้องพูดถึงการซื้อของบนท้อง
ถนน
ส่วนการไปที่สมาคมการค้ายิ่งเป็นไปไม่ได้ ในสมาคมการค้า
ล้วนแต่เป็นผู้บ าเพ็ญ มองทะลุการอ าพรางของผีได้ในแวบเดียว
ประการต่อมา เงินชดเชยของสามัญชนมีเท่าไหร่กัน รวมกันแล้ว
อาจไม่เท่ากับลิ่นซือเพียงสองสามก้อน ผีจมน ้าขั้นทารกแรกก าเนิด
ระดับกลาง ผู้ครองอ านาจในทะเลตะวันออก จะเอาเงินเพียงเท่านี้ไป
ท าอะไร?
ดูอย่างอู๋วู่ อู๋ลู่ อู๋ชี่ นางอัปมงคลสามตนนั้น แม้จะคอยบริการตาม
บ้านเรือนในยามค ่าคืน เหน็ดเหนื่อยทั้งค ่า ก็ไม่เคยรับเงิน
“เจ้ากล้าดีนัก ยังกล้าหลอกพวกเรา!” เมิ่งจิ่งโจวลุกเป็นไฟสว่าง
ทั่วร่าง จ้องผีจมน ้าด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
“จริงๆ นะ ถึงแม้จะเป็นผี ก็ยังมีที่ต้องใช้เงินนะ!” ผีจมน ้าร้องขอ
ความเป็นธรรม รีบอธิบาย
“คิดดูนะ ข้าเป็นชาวประมง ตายในทะเล เป็นผีน ้าทะเล เคยใช้
ชีวิตในทะเลมาตลอด มาถึงบึงเย็นแห่งนี้ แม้พลังอินจะเพียงพอ แต่ก็
เป็นน ้าจืด ข้าอาศัยอยู่ไม่คุ้นเคยนัก”
“ข้าจึงให้สามีภรรยาหลิวซานหลอกเอาเงินชดเชย แล้วน าเงินไป
ซื้อเกลือ เทลงในบึงน ้า เพื่อเปลี่ยนน ้าจืดให้เป็นน ้าเค็ม”
ลู่หยาง “…”
เมิ่งจิ่งโจว “…”
หม่านกู่ “…”
จ้าวปั้ว “…”
พวกเขาเพิ่งเคยได้ยินว่าผีน ้ายังแบ่งเป็นผีน ้าทะเลและผีน ้าจืด
ลู่หยางส่งเสียงสื่อจิตให้จ้าวปั้ว “พวกเจ้าแคว้นหวงมีผีเยอะ เคย
ได้ยินว่าผีน ้ายังแบ่งเป็นผีน ้าทะเลและผีน ้าจืดหรือไม่?”
“แคว้นหวงของพวกเราห่างจากทะเลตะวันออกทั้งทวีป ข้าเพิ่ง
เคยเห็นผีจากทะเลตะวันออกเป็นครั้งแรก” จ้าวปั้วรู้สึกว่าความรู้ที่ตน
มีไม่เพียงพอ
หม่านกู่รู้สึกชินชากับเรื่องเหล่านี้ กลับรู้สึกภูมิใจ
ติดตามท่านลู่และพี่เมิ่ง ไปถึงที่ไหนก็ได้เปิดหูเปิดตา
เซียนอมตะกลิ้งไปมาบนเตียง เท้าเล็กๆ สั่นระริก หัวเราะเยาะลู่
หยางว่าไม่มีความรู้ “เจ้าตกใจแล้วใช่ไหม ลืมแล้วรึว่าข้าเคยสอนเจ้า
เรื่องแก่นทองค าชั้นหนึ่งสองชนิด หนึ่งคือแก่นทองค าสามแม่น ้าห้า
ทะเลสาบ อีกหนึ่งคือแก่นทองค ามหาสมุทรไร้ขอบเขต ความแตกต่าง
ที่ส าคัญที่สุดของทั้งสอง คือหนึ่งใช้กับน ้าจืด อีกหนึ่งใช้กับน ้าเค็ม!”
“ท่านผู้เจริญ ท่านไม่ได้ใช้วิชาโลกในแขนเสื้อดูดน ้าในบึง
ออกไปแล้วหรือ ท่านลองชิมดูก็รู้!” ผีจมน ้ายังคงหาหลักฐานเพื่อ
พิสูจน์ว่าตนพูดความจริง
ลู่หยางหน้าด าคล ้าถามว่า “แล้วปลาในบึงหายไปไหน?”
“ตายเพราะน ้าเค็มหมดแล้ว”