ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 427 หวังหมิงผู้ทรงพลัง
เมื่อเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว ลู่หยางและอีกสองศิษย์น้อง
ยังคงอยู่ที่เดิม ส่วนจ้าวปั้วพาซากศพมีชีวิตไปยังหมู่บ้านไป๋สุ่ย จับตัว
หลิวซานที่ก าลังเก็บข้าวของหนีได้พอดี
ในแคว้นหวง ผู้ควบคุมศพมีสถานะพิเศษ ยิ่งจ้าวปั้วเป็นผู้ควบคุม
ศพที่แท้จริงด้วยแล้ว การที่เขาไปจับคนย่อมเหมาะสม ไม่มีใคร
ขัดขวางหรือสงสัย
“เฮ้ๆๆ พวกเจ้าจะท าอะไร?”
ลู่หยางเผยรอยยิ้มมาตรฐานที่เห็นฟันแปดซี่ “พาเจ้าไปที่ว่า
การน่ะสิ”
“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้ฆ่าคน!”
“ใครบอกว่าฆ่าคนอย่างเดียวถึงจะถูกลงโทษ การฉ้อโกงเงิน
ประกันก็เป็นความผิด แถมยังท าให้น ้าในบึงกลายเป็นน ้าเค็ม ท าให้
ปลาตายหมด จับเจ้าข้อหาท าลายสิ่งแวดล้อมเพิ่มก็ไม่ได้ว่าไม่
ยุติธรรม!”
“ในราชวงศ์ต้าเซี่ยของพวกเจ้า แม้แต่ผีก็ยังสามารถตัดสิน
ลงโทษได้หรือ?”
ลู่หยางแสดงสีหน้าภาคภูมิใจ “อย่าว่าแต่ผีเลย แม้แต่เจ้า
ส านักเวิ่นเต๋าหรือเสนาบดีกรมอาญา ท าผิดก็ยังต้องติดคุก
เหมือนนนกัน!”
จ้าวปั้วตกใจมาก เขาไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน
ห้าส านักใหญ่ไม่ใช่มีอ านาจในการบังคับใช้กฎหมายหรือ?
ท าไมยังสามารถถูกจับได้?
เสนาบดีกรมอาญาเป็นผู้รู้กฎหมายที่สุด แล้วยังรู้กฎหมายแต่
กลับท าผิดกฎหมายอีกหรือ?
นี่เป็นความลับที่มีเพียงศิษย์ส านักจึงจะรู้ใช่หรือไม่?
เมิ่งจิ่งโจวและหม่านกู่ต่างมองลู่หยางด้วยความประหลาดใจ
พวกเขาก็ไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน
ผู้ที่รู้เรื่องนี้นอกจากฮ่องเต้ สมาชิกทั้งหมดของกรมอาญา ศิษย์
พี่ใหญ่ ก็เหลือเพียงลู่หยางเท่านั้น
“ลงโทษเหรอ? จ้าวปั้ว น้องชาย เจ้านี่ช่างท าภารกิจที่ส านัก
มอบหมายได้อย่างนี้เองหรือ?”
เสียงเย็นชาดังมาจากเบื้องบน มีชายคนหนึ่งลอยอยู่บนฟ้า สี
หน้าเย่อหยิ่ง ข้างๆ มีซากศพมีชีวิตตัวหนึ่งห่มคลุมด้วยเสื้อคลุมด า
“พี่หวังหมิง?” จ้าวปั้วจ าได้ทันทีว่านี่คือคนที่เอาชนะเขาและ
กลายเป็นศิษย์อันดับหนึ่งของส านัก
หวังหมิงและซากศพมีชีวิตของเขาค่อยๆ ลงมา มองจ้าวปั้วด้วยสี
หน้าไม่พอใจ “ส านักสั่งให้เราขจัดผีร้ายให้สิ้นซาก แต่เจ้ากลับจะให้
มันรอดชีวิต? ถ้าเจ้าไม่กล้าลงมือฆ่า ก็ให้พี่ช่วยแล้วกัน!”
พูดจบ เขาก็ควักยันต์สลายจิตวิญญาณออกมา จะตีใส่ผีจมน ้า
จ้าวปั้วตอบสนองเร็วกว่า เขาก้าวยาวหนึ่งก้าว ยืนขวางหน้าผี
จมน ้า ท าให้หวังหมิงไม่สามารถลงมือได้ “พี่หวังหมิง ผีก็มีทั้งดีและ
ร้าย ผีจมน ้าตนนี้ไม่ได้ท าผิดร้ายแรงจนถึงขั้นต้องตาย!”
“เหลวไหล! ข้าไม่สนใจว่าผีดีหรือร้าย ข้าแค่รู้ว่าค าสั่งของส านัก
คือก าจัดภัยจากผีทั้งหมด!”
หวังหมิงหรี่ตามองจ้าวปั้ว “เจ้ายืนยันจะขัดขวางข้าหรือ?”
เหตุการณ์ก าลังจะบานปลาย ลู่หยางจึงยืนขวางระหว่างทั้งสอง
“ท่านผู้มีวิทยายุทธ์ พวกเราล้วนเป็นพี่น้องร่วมส านัก ไม่จ าเป็นต้อง
ขัดแย้งกันถึงเพียงนี้หรอกนะ”
หวังหมิงไม่สะทกสะท้าน “ท่านคือใคร?”
“ข้าคือลู่หยางจากส านักเวิ่นเต๋า”
หวังหมิงหัวเราะเย็นชา “ข้าว่าใครเสียอีก ที่แท้ก็คือศิษย์
ส านักเวิ่นเต๋าที่ชนะด้วยการใช้จุดแข็งเล่นงานจุดอ่อนในงานฉลอง
แคว้นชิง อย่างไรเสีย ผู้คนต่างก็เรียกขานท่านว่าเป็นที่หนึ่งในรุ่น
เดียวกัน แต่ข้าเห็นว่าก็แค่นั้นเอง”
“หือ? เช่นนั้นหรือ ดูเหมือนนนท่านจะมั่นใจในวิทยายุทธ์ของตัวเอง
มากนะ”
“ลองดูก็รู้”
ค าพูดยังไม่ทันจบ ลู่หยางก็ใช้หมัดอรหันต์ซัดใส่หวังหมิงทันที
ติ้ง——
ซากศพมีชีวิตเคลื่อนที่เร็วกว่า ราวกับเป็นป้อมปราการ
เหล็กกล้า ยกแขนทั้งสองขึ้นไขว้กัน รับหมัดของลู่หยางเอาไว้
ลู่หยางแปลกใจเล็กน้อย แม้ว่าหมัดอรหันต์ครั้งนี้จะไม่ได้ใช้เต็ม
ก าลัง แต่ก็ไม่ใช่ระดับที่ผู้อยู่ขั้นแก่นทองค าตอนต้นจะรับไหว
ซากศพมีชีวิตค ารามเสียงดัง ร่างพองขึ้น พุ่งเข้ามาจับลู่หยาง
ลู่หยางไม่สู้กับซากศพมีชีวิตตรงๆ เขาเหยียบพื้นขวาหนึ่งที ร่าง
กลืนหายเข้าไปในพื้นดิน ปรากฏตัวที่ด้านหลังของหวังหมิง!
แทนที่จะต่อสู้กับซากศพมีชีวิต เขาเลือกที่จะโจมตีเจ้าของมัน
โดยตรง!
“หมัดอรหันต์!”
“ฝ่ามือบาดาล!”
หวังหมิงราวกับคาดการณ์การเคลื่อนไหวของลู่หยางได้ล่วงหน้า
ฝ่ามือมีพลังรวมรวมอยู่ หมุนตัวฟาดออกมาหนึ่งฝ่ามือ
หมัดและฝ่ามือปะทะกัน ส่งคลื่นกระเพื่อมออกไป ทั้งสองต่างรับ
แรงกระแทกไม่ไหว ถอยหลังพร้อมกัน พลังหมัดและพลังฝ่ามือหมุน
วนในร่างของทั้งสอง ทั้งคู่จึงตัดสินใจเหมือนนนกัน ตบมือไปด้านหลัง
ปล่อยพลังหมัดและฝ่ามือออกไป
ลู่หยางหรี่ตา เผยรอยยิ้มสนใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบคู่ต่อสู้ที่มี
ประสบการณ์การต่อสู้อันล ้าลึกเช่นนี้
“เป็นไปได้อย่างไร!” จ้าวปั้วมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยาก
เชื่อ ผู้ควบคุมศพมีร่างกายที่อ่อนแอกว่าคนทั่วไป แต่ท่านลู่ต่อสู้ด้วย
หมัดอรหันต์ที่ทรงพลัง พี่หวังหมิงกลับสามารถรับมือได้อย่างเท่า
เทียม
“ท่านไม่ได้อยู่ในขั้นแก่นทองค าตอนต้นใช่ไหม เป็นขั้นแก่น
ทองค าตอนกลางสินะ?” ลู่หยางพูดพลางนึกถึงค าพูดของจ้าวปั้วที่
บอกว่าตนเองและหวังหมิงอยู่ในขั้นแก่นทองค าตอนต้นเหมือนนนกัน
“ท่านคิดอย่างนั้นหรือ?”
“หมัดของข้าใช้พลังเต็มก าลัง หากเป็นขั้นแก่นทองค าตอนต้น
แล้วสามารถรับมือได้ ข้าคงต้องถือว่าฝึกฝนมาโดยเปล่าประโยชน์
แล้ว”
หวังหมิงแค่นเสียงหึ ไม่ตอบ
เขาไม่คาดคิดว่าลู่หยางจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ หรือพูดอีกอย่าง
หนึ่งคือ ยากจะรับมือ
“ผมของข้า!”
หวังหมิงก าลังจะโจมตีอีกครั้ง แต่กลับพบว่าเส้นผมของตนร่วง
หล่นเป็นปอยๆ ดุจหิมะ
“เอกภาพแห่งหมัด?!” หวังหมิงวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่คิดว่า
ในขั้นแก่นทองค าจะมีคนที่ท าได้ถึงขั้นนี้
เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องผม แต่สนใจพรสวรรค์ของลู่หยางมากกว่า
“เอกภาพแห่งหมัดคืออะไร?” จ้าวปั้วงุนงง ไม่เคยได้ยินแนวคิดนี้
มาก่อน
เมิ่งจิ่งโจวจ้องมองหวังหมิง คิ้วขมวดแน่น ไม่ได้ตอบค าถาม
ความรู้เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ส านักควบคุมศพจะสอนศิษย์ได้ ยิ่งไม่
ต้องพูดถึงที่หวังหมิงเพิ่งเป็นศิษย์ของประมุขส านักไม่นาน ความรู้
พวกนี้มาจากไหนกัน?
ตูม——
ทั้งสองคนต่อสู้กันอีกครั้ง โจมตีด้วยพลังที่น่าตกใจ ลู่หยางใช้ไฟ
สามรสโจมตี หวังหมิงตอบโต้ด้วยดิงเหมาไฟแท้ อุณหภูมิพุ่งสูง
ในทันที ผีจมน ้าถอยหลังไปเรื่อยๆ
“ไฟหกดิงหกเจียไฟแท้!” จ้าวปั้วอุทานด้วยความตกใจ ใน
บรรดาไฟแท้หนึ่งร้อยแปดชนิด มีสิบสองชนิดที่จัดอยู่ในประเภท
เดียวกัน รวมเรียกว่าไฟหกดิงหกเจียไฟแท้ และดิงเหมาไฟแท้ก็เป็น
หนึ่งในสิบสองชนิดนั้น!
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ามือบาดาลที่สามารถต่อกรกับหมัดของลู่หยางได้
หรือดิงเหมาไฟแท้ ในการแข่งขันภายในส านัก หวังหมิงไม่เคยใช้เลย
จ้าวปั้วรู้ว่าหวังหมิงไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ในการแข่งขัน แต่เขาคิด
ว่าซากศพมีชีวิตของอีกฝ่ายต่างหากที่มีความลับแฝงอยู่ ไม่คิดว่าตัว
หวังหมิงเองก็ซ่อนไม้ตายอยู่
ลู่หยางหันมาสนใจประวัติของหวังหมิงมากขึ้น ช่องว่างระหว่าง
ศิษย์อันดับหนึ่งและอันดับสองของส านักนี้ช่างกว้างเหลือเกิน
ผู้ที่สามารถต่อสู้กับเขาได้ถึงขั้นนี้ นอกจากศิษย์ห้าส านักใหญ่
แล้ว ลู่หยางยังไม่เคยพบบุคคลภายนอกคนไหนที่ท าได้
ทั้งสองคนต่อสู้กันดุเดือดยิ่งขึ้น ใช้วิชายุทธ์และกลวิธีมากมาย
เสียงฟ้าร้องดังก้อง โจมตีกันหลายครั้ง ยังคงไม่มีผู้แพ้ผู้ชนะ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความได้เปรียบเริ่มปรากฏชัด ลู่หยางมี
รากฐานที่แข็งแกร่งกว่า พลังล ้าลึก หากเป็นการต่อสู้ยืดเยื้อ ไม่มีใคร
ในระดับเดียวกันจะเอาชนะลู่หยางได้!
หวังหมิงโกรธจัด ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เส้นทางการบ าเพ็ญ เขาไม่เคย
พ่ายแพ้ ไม่คิดว่าวันนี้จะต้องพบกับความพ่ายแพ้ที่นี่
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
ดวงตาทั้งสองของหวังหมิงเหมือนนนตาเสือ ดุดัน มีพลังจิตที่มองไม่
เห็นกลายเป็นลูกธนู พุ่งเข้าใส่ลู่หยาง!
พลังจิตของลู่หยางเข้มแข็งเพียงใด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในพื้นที่จิต
วิญญาณยังมีเซียนอมตะคอยคุ้มครอง ถึงผู้อยู่ขั้นข้ามพิบัติมาเอง ลู่
หยางก็ไม่กลัว!
โล่เล็กๆ ปรากฏที่หว่างคิ้วของลู่หยาง รับธนูนั้นเอาไว้
เซียนอมตะเข้าใจทันที “ข้ารู้แล้ว เขาไม่ใช่คนรุ่นเดียวกับเจ้า แต่
เป็นผู้บ าเพ็ญเซียนขั้นสูงที่สลายพลังกลับมาบ าเพ็ญใหม่!”