ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 428 สลายพลังเริ่มบ าเพ็ญใหม่
“สลายพลังเริ่มบ าเพ็ญใหม่?” ลู่หยางเพิ่งได้ยินค านี้เป็นครั้งแรก
แต่ความหมายตามตัวอักษรนั้นเข้าใจได้ไม่ยาก
“ใช่ นักพรตมากมายไร้ผู้ชี้แนะในช่วงเริ่มบ าเพ็ญ เส้นทางการ
ฝึกฝนจึงไม่ราบรื่น อีกทั้งรากฐานไม่มั่นคง ในยามที่อยู่ขั้นต ่ายังไม่มี
ผลกระทบมากนัก อย่างมากก็แค่ถูกคนที่มีรากฐานมั่นคงอย่างเจ้าท้า
สู้ข้ามขั้น แต่เมื่อถึงระดับสูง ปัญหาจะรุนแรงยิ่งนัก พวกเขามักจะ
เผชิญกับทางตัน หลายร้อยหลายพันปีผ่านไป วิทยายุทธ์ไม่ก้าวหน้า
แม้แต่น้อย”
“และเมื่อถึงเวลานั้น นักพรตจะเผชิญกับทางเลือก…สลายพลัง
เริ่มบ าเพ็ญใหม่”
เซียนอมตะบรรยายอย่างคล่องแคล่ว ในด้านความรู้การบ าเพ็ญ
ไม่มีผู้ใดเทียบนางได้
“สลายพลังทั้งหมด คล้ายกับการกลับชาติมาเกิด น าพาความ
ทรงจ าแต่ร่างกายเป็นเพียงทารก เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ด้วยความทรง
จ าจากการบ าเพ็ญครั้งก่อน ครั้งนี้ย่อมหลีกเลี่ยงทางผิดได้มากมาย รู้
วิธีวางรากฐานให้มั่นคง โอกาสที่เคยพลาดไปเพราะวิทยายุทธ์สูง
เกินไป หรืออายุมากเกินไป ก็จะไม่พลาดอีก ผู้คนภายนอกไม่อาจ
ล่วงรู้ว่าเขาคือผู้ที่กลับชาติมาเกิดใหม่ แม้จะตรวจสอบอายุกระดูก
หรือสิ่งใดก็ตาม ก็ไม่อาจตรวจพบ”
“แต่การสลายพลังเริ่มบ าเพ็ญใหม่เผชิญกับปัญหาสามประการ
หนึ่งคือข้อจ ากัดด้านวิทยายุทธ์ ต้องอยู่ในขั้นรวมร่าง และต้องเป็น
ช่วงที่รุ่งโรจน์ที่สุด เมื่อจิตพลังวิญญาณรวมเป็นหนึ่ง จึงจะรับประกัน
ได้ว่าหลังสลายพลังแล้ว วิญญาณแท้จะไม่สูญสลาย หากสลายพลัง
ในวัยชรา จิตพลังวิญญาณย่อมกระจัดกระจาย ผลลัพธ์คือความ
ล้มเหลว วิญญาณแตกสลาย แม้จะช่วยก็ไม่อาจช่วยได้”
“สองคือหลังจากเริ่มใหม่ เจ้าจะเป็นดั่งทารกแรกเกิด ไร้
ความสามารถในการปกป้องตนเอง แม้แต่การกินอาหาร การคลาน
ก็ล้วนเป็นปัญหา เมื่อผ่านวัยทารก ค่อยๆ เติบโต โลกแห่งการ
บ าเพ็ญก็ไม่ปลอดภัย ไม่รู้ว่าระหว่างการเติบโต เจ้าอาจไปสร้างศัตรู
แล้วจบชีวิตลงอย่างไม่สมควร”
“สามคือหลังจากเริ่มบ าเพ็ญใหม่ ไม่มีหลักประกันเรื่องพรสวรรค์
สมมติว่าเจ้ามีรากฐานสองชนิด หลังจากสลายพลังเริ่มใหม่ อาจ
กลายเป็นรากฐานสามชนิดหรือสี่ชนิดก็ได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้
เจ้าจะมีประสบการณ์การบ าเพ็ญ ก็ยากจะกลับไปสู่จุดสูงสุดในอดีต”
ลู่หยางพยักหน้า การสลายพลังเริ่มบ าเพ็ญใหม่ฟังดูคล้ายกับ
สถานการณ์ของหลี่หาวเหริน แต่ก็มีความแตกต่าง อย่างน้อยหลี่หาว
เหรินเป็นบุคคลใหม่โดยสมบูรณ์ และพรสวรรค์ในชาติหน้าย่อม
เหนือกว่าชาติก่อน แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกัน
ไม่แปลกที่หวังหมิงจะรับมือยากเพียงนี้ เสมือนตนเองก าลังต่อสู้
กับผู้ทรงอ านาจขั้นรวมร่างที่ถูกกดวิทยายุทธ์ให้เท่ากับตน
“เช่นนั้น ในหมู่ห้าเซียนยุคโบราณ มีผู้ใดสลายพลังเริ่มบ าเพ็ญ
ใหม่บ้างหรือไม่?”
“ไม่มี” เซียนอมตะนับนิ้วพลางบอกลู่หยาง “ข้าเกิดในหมู่เผ่าเล็ก
เซียนอิงเทียนเป็นผู้พลัดถิ่น เซียนจิ้วชงเป็นทายาทคนแรกของ
ตระกูลเหลียนซาน เซียนฉี่หลินเกิดจากฟ้าดินหล่อหลอม เซียนแห่ง
กาลเวลาเป็นต้นไม้แห่งสวรรค์ที่มีวิญญาณ”
“เซียนสามารถมองออกหรือไม่ว่าหวังหมิงเคยเป็นใครก่อนการ
สลายพลัง?”
เซียนอมตะส่ายหน้า “มองไม่ออก หากไม่ใช่เพราะเมื่อครู่เขาใช้
การโจมตีทางจิตที่ไม่ควรมีในขั้นนี้ ข้าก็ไม่อาจตัดสินได้ว่าเขาคือผู้ที่
สลายพลังเริ่มบ าเพ็ญใหม่”
ลู่หยางครุ่นคิด ส านักควบคุมศพรู้เรื่องที่หวังหมิงสลายพลังเริ่ม
บ าเพ็ญใหม่หรือไม่ เหตุใดหวังหมิงจึงเลือกฝึกที่ส านักควบคุมศพ
ด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ ย่อมเพียงพอจะเข้าสู่ห้าส านักยอดฝีมือ เขา
ก าลังหวาดกลัวสิ่งใดอยู่ หรือว่าส านักควบคุมศพมีสิ่งพิเศษ
บางอย่าง?
“ช่างเถอะ ไม่ต้องคิดมากนัก” ลู่หยางเผยรอยยิ้มตื่นเต้น ชัก
กระบี่ชิงเฟิงออกมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบคู่ต่อสู้ที่ผ่านการสลาย
พลังเริ่มบ าเพ็ญใหม่ ถึงเวลาลงมือจริงจังแล้ว
หวังหมิงจ้องมองลู่หยางด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับเผชิญศัตรู
ใหญ่ ไม่กล้าประมาทแม้เพียงน้อย
เขาในฐานะผู้ผ่านการสลายพลังเริ่มบ าเพ็ญใหม่ ไม่อาจยอมรับ
การพ่ายแพ้ต่อนักพรตรุ่นหลัง จึงจ าต้องใช้ลูกศรจิตผิดกฎเกณฑ์
ลูกศรจิตนั้นไม่มีทางที่ผู้อยู่ขั้นแก่นทองค าตอนกลางจะรับมือได้
แม้แต่ผู้ฝึกพลังจิตโดยเฉพาะในขั้นแก่นทองค าตอนกลางก็ไม่อาจ
ต้านทาน!
หวังหมิงไหนเลยจะรู้ว่า ลู่หยางได้เปิดพื้นที่จิตวิญญาณตั้งแต่อยู่
ขั้นสร้างฐานตอนต้นขณะฟื้นคืนชีพเซียนอมตะ เซียนอมตะบังคับให้
ลู่หยางเปิดพื้นที่จิตวิญญาณ ท าให้พลังจิตของเขาแข็งแกร่งเหนือ
คนรุ่นเดียวกันอย่างมาก ภายหลังเซียนอมตะวุ่นวายในพื้นที่จิต
วิญญาณทุกวัน พื้นที่และความแข็งแกร่งจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
พูดถึงพลังจิต ไม่มีผู้ใดในขั้นแก่นทองค าเทียบลู่หยางได้
“ฟัน!” ลู่หยางตวาดเสียงดัง จิตพลังวิญญาณผสานเป็นหนึ่ง คม
กระบี่พลันสาดประกายเจิดจ้าดุจแพรไหม ดุดันอย่างยิ่ง ปลายกระบี่
ร่ายร าเป็นวงโค้งอันรวดเร็วดุดัน ฟันตรงไปยังหวังหมิง
จ้าวปั้วที่ชมการต่อสู้อยู่ด้านข้างขนลุกซู่ แม้จะเพียงมองการ
โจมตีนี้จากด้านข้าง ก็ยังรู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัว นี่เป็นวิชากระบี่
ที่ผู้อยู่ขั้นแก่นทองค าตอนกลางจะใช้ได้หรือ?
ผีจมน ้าก็ตกใจไม่น้อย เขาเพิ่งรู้ว่าในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ลู่
หยางยังคงเก็บก าลัง ไม่เช่นนั้นเพียงกระบี่เดียวนี้ ก็เพียงพอจะท าให้
เขาบาดเจ็บสาหัสจนล้มลง!
กระบี่นี้รวดเร็วเฉียบขาดเกินไป หวังหมิงไม่อาจหลบหนี หาก
ต้องรับมือกระบี่นี้โดยตรง ตนต้องแพ้อย่างแน่นอน หวังหมิงกัดฟัน
ใช้พลังจิตสั่งการ พลันหายวับจากที่เดิม แทนที่ด้วยซากศพมีชีวิต
เขาแลกต าแหน่งกับซากศพมีชีวิตในทันที!
“การสลับต าแหน่งซากศพ?!” จ้าวปั้วอุทานด้วยความตกใจ ไม่
คาดคิดว่าพี่หวังหมิงจะเรียนรู้วิชาลับถึงเพียงนี้ โดยหลักการแล้ว
ต้องถึงขั้นทารกแรกก าเนิดจึงจะเรียนรู้ได้
หวังหมิงหอบหายใจ กลืนยาคืนลมปราณเพื่อฟื้นฟูพลัง การใช้
วิชาลับอย่างรุนแรงดูดพลังจนหมดในพริบตา
ซากศพมีชีวิตรับกระบี่นี้เต็มๆ ถูกผ่าออกเป็นสองส่วนจากกลาง
รอยแยกมีเส้นใยแดงนับพันแตกออกมา เชื่อมต่อกันอีกครั้ง ท าให้
ซากศพมีชีวิตกลับคืนสภาพเดิม
หวังหมิงไม่เก็บก าลังอีกต่อไป ควบคุมซากศพมีชีวิต โจมตีลู่
หยางพร้อมกัน
จุดอ่อนของผู้ควบคุมศพอยู่ที่ร่างกาย สามารถควบคุมซากศพมี
ชีวิตเพื่อต่อสู้เท่านั้น แต่หวังหมิงมีร่างกายแข็งแกร่ง พลังจิตเข้มข้น
สามารถทั้งควบคุมซากศพมีชีวิตและต่อสู้ไปพร้อมกัน เติมเต็ม
จุดอ่อนทั้งหมดของผู้ควบคุมศพ
พลังการต่อสู้พุ่งสูง!
จ้าวปั้วมองภาพนี้ด้วยความตกตะลึง วิชาต่างๆ ของหวังหมิง
พลิกโฉมความเข้าใจของเขาโดยสิ้นเชิง ที่แท้ระยะห่างระหว่างตนกับ
หวังหมิงมีมากถึงเพียงนี้?
“ฮ่าๆ นี่สิถึงจะสนุก” ลู่หยางสู้หนึ่งต่อสอง ไม่มีทีท่าถอยแม้แต่
น้อย ราวกับเทพเจ้าแห่งการต่อสู้ ยิ่งสู้ยิ่งกล้า
“น่าอัศจรรย์ที่สามารถเป็นศิษย์ส านักเวิ่นเต๋าได้ มีความสามารถ
อยู่บ้าง แต่ก็แค่นั้น!” สายตาหวังหมิงดุดันดั่งหมาป่า เผยความดุร้าย
และความมุ่งมั่น
“ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า ไร้คู่แข่งในรุ่นเดียวกัน คงยังไม่เคยลิ้มรส
ความพ่ายแพ้ วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสเสียที!” หวังหมิงแย้มรอยยิ้ม
เหยียดหยาม
“บัวแห่งปรโลกบาน ปฐพีสร้างใหม่!”
นี่คือไพ่ตายสุดท้ายและแข็งแกร่งที่สุดของเขา หากแพ้อีก เขาก็
ไม่จ าเป็นต้องท าอะไรกับการสลายพลังเริ่มบ าเพ็ญใหม่เพื่อแย่งชิง
สิทธิ์การพูดในยุคทองอีกต่อไป รีบฆ่าตัวตายเสียยังจะดีกว่า
ดอกบัวสีแดงสดงดงามผลิบาน หวังหมิงและซากศพมีชีวิต
ดวงตาเป็นสีแดงก ่า พลังสะพรั่งดุจไม้ไผ่งอกงาม เล็บยืดยาวออกมา
ดุจกรงเล็บสัตว์ร้าย แหลมคมยิ่งนัก ภายใต้พลังนี้ แม้แต่พื้นดินยังสั่น
ไหว ราวกับมังกรดินพลิกกาย แผ่นดินไหวภูเขาถล่ม!
“สองต่อหนึ่ง ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะเอาชนะได้อย่างไร!” หวังหมิง
มั่นใจในชัยชนะ สีหน้าเริ่มบิดเบี้ยว
“สู้แบบนี้ไปเรื่อยๆ คงยากอยู่” ลู่หยางพึมพ าเบาๆ แล้วหายเข้าใต้
ดิน หยิบเมล็ดบัวคู่แฝดออกมา ใช้วิชาปลูกต้นไม้
ท่ามกลางสายตาอึ้งงันของหวังหมิง ในกลุ่มดอกบัวแห่งปรโลก
ดอกบัวผลิบาน ลู่หยางสองคนปรากฏขึ้นพร้อมกัน คนหนึ่งถือกระบี่
ชิงเฟิง อีกคนถือกระบี่เมิ่งเยว่
ลู่หยางเผยรอยยิ้มสบายๆ
“ตอนนี้เป็นสองต่อสองแล้ว”