ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 430 ใช้วิชาธาตุทั้งห้าต่อหน้าข้ารึ?
“ชิวจิ้นอัน? ผู้ที่เป็นเจ้าส านักหนึ่งในห้าของราชวงศ์ต้าเซี่ยงั้น
หรือ?”
ท่านเหมิงคลานลุกขึ้นจากพื้น เขาไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
สาเหตุที่ถูกชิวจิ้นอันโจมตีจนล้มลงเป็นเพราะฝ่ายตรงข้ามโจมตี
อย่างไม่ให้ตั้งตัว
หากจะต่อสู้กันจริงๆ ผลแพ้ชนะยังต้องวัดกันดู
เขามาจากยุครุ่งเรืองของราชวงศ์ต้าอวี๋ ซึ่งในเวลานั้นราชวงศ์
ต้าอวี๋มีความเข้มแข็งไม่แพ้ราชวงศ์ต้าเซี่ยในปัจจุบัน เมื่อพูดถึง
ยศถาบรรดาศักดิ์ เขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าชิวจิ้นอันเลยสักนิด
การที่เขาสามารถหลับใหลมานานกว่าสิบหมื่นปี และยังลุก
ขึ้นมาด าเนินแผนการในยุคทองได้นั้น ย่อมต้องมีความสามารถ
พิเศษที่ไม่ธรรมดา
ในปัจจุบัน แม้ราชวงศ์ต้าเซี่ยจะมีผู้แข็งแกร่งมากมาย แต่ก็ผ่าน
ห้วงเวลาอันยาวนานกว่าสิบหมื่นปี วิชายุทธ์และศาสตร์การต่อสู้
มากมายได้สูญหายไปตามกาลเวลา
เขาเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญวิชายุทธ์และศาสตร์อันสูญหายเหล่านี้
ฝ่ายหนึ่งครอบครองวิชาโบราณที่สูญหาย อีกฝ่ายไม่มี ไม่ยาก
เลยที่จะบอกได้ว่าใครเหนือกว่าใคร
“เจ้าส านักชิว?!”
ลู่หยางและคนอื่นๆ ต่างปีติยินดี ชาวยุคต้าอวี๋ที่หยิ่งผยองนี้ไม่
รู้จักความยิ่งใหญ่ของชิวจิ้นอัน แต่พวกเขารู้ดี
นี่คือเจ้าส านักผู้ถูกศิษย์ทั้งเก้าแห่งส านักเวิ่นเต๋ารังแกมาตั้งแต่
เด็กจนโต แต่กระนั้นก็ยังสู้กันได้อย่างสูสี!
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญวิชาธาตุทั้งห้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งยุค
แม้แต่เสนาบดีกรมอาญาก็อาจไม่อาจเอาชนะชิวจิ้นอันได้!
นอกจากท่านเต๋าปู้อวี่ ผู้เป็นหนึ่งในขั้นรวมร่างแล้ว ไม่มีใครกล้า
รับปากว่าจะเอาชนะชิวจิ้นอันได้อย่างแน่นอน!
“ชิวจิ้นอัน!” จ้าวปั้วตกตะลึง ก่อนจะรู้สึกโล่งอก วงการเซียนทั่ว
ราชวงศ์ต้าเซี่ย ชื่อเสียงของห้าส านักใหญ่ยังคงดังกระหึ่ม ยิ่งใหญ่
กว่าส านักควบคุมศพของพวกเขามาก
จ้าวปั้วแอบสังเกตลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจว พบว่าทั้งคู่แม้จะ
ประหลาดใจแต่ปฏิกิริยากลับเบากว่าเขามาก
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงค าสาปของเมิ่งจิ่งโจว ค าสาประดับกึ่งข้าม
พิบัติ ไม่รู้ว่าไปก่อกรรมท าเข็ญกับใครเข้า
ก่อนหน้านี้เขายังสงสัยว่าเมิ่งจิ่งโจวที่เพียงแค่อยู่ขั้นแก่นทองค า
จะไปสร้างศัตรูที่แข็งแกร่งเพียงนี้ได้อย่างไร แต่ตอนนี้เขาพอจะเข้าใจ
บ้างแล้ว
เพียงสองสามวันที่ได้รู้จักกัน ก็เจอผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างจากสมัย
โบราณเสียแล้ว
หม่านกู่ก็เคยเห็นเหตุการณ์ใหญ่ๆ มาแล้ว เขาได้มีส่วนร่วมใน
การล่มสลายของลัทธิอมตะ สถานการณ์ในตอนนั้นยิ่งใหญ่กว่าครั้ง
นี้หลายเท่า
ส่วนผีจมน ้านั้นตกใจจนแทบจะตายซ ้าอีกครั้ง เหตุการณ์ได้เกิน
เลยจากความเข้าใจของวิญญาณน ้าเล็กๆ เช่นมันไปมากแล้ว ไม่ว่า
จะเป็นผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างจากยุคต้าอวี๋หรือเจ้าส านักหนึ่งในห้า
ส านัก เหล่านี้ล้วนเป็นบุคคลระดับสูงที่ผีจมน ้าตัวน้อยไม่เคยคาดคิด
ว่าจะได้พบเจอ
ส่วนหวังจ่าวเอ๋อร์หญิงที่ร่วมกับผีจมน ้าโกงเงินประกันนั้น
หวาดกลัวจนสลบไปแล้ว
ความยินดีแฝงด้วยความสงสัย ลู่หยางอดไม่ได้ที่จะตั้งค าถาม
“ไม่ถูกนี่ ท าไมเจ้าส านักชิวถึงปรากฏตัวที่นี่ แถมยังมาพอดีขนาดนี้
ด้วย?”
“ก็ง่ายสิ เขาติดตามพวกเจ้ามา” เซียนอมตะตอบอย่างเป็นเรื่อง
ปกติ แม้วิชาล่องหนของชิวจิ้นอันจะซ่อนเร้นเก่งแค่ไหน ก็ไม่อาจหนี
สายตาเซียนอมตะไปได้
“ติดตามพวกเรา? ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
“ตั้งแต่ตอนที่เจ้ากับเมิ่งจิ่งโจวจะเข้าเมืองแต่เจอดินโคลนถล่ม”
“นั่นก็ตั้งแต่ต้นแล้วนี่!”
“ยังไม่ถือว่าตั้งแต่ต้นหรอก ต้องนับตั้งแต่ตอนเข้าโรงเตี๊ยมถึงจะ
เรียกว่าตั้งแต่ต้น” เซียนอมตะเน้นย ้าแก้ไขตรรกะที่ผิดพลาดของลู่
หยาง
ท่านเหมิงไม่หวั่นเกรงต่อการปรากฏตัวของชิวจิ้นอัน ยังคงมี
ท่าทีจะโจมตีอีก
“รุ่นหลังแห่งต้าเซี่ย ข้าจะให้เจ้าได้เห็นแสงแห่งศาสตร์โบราณ…
มหาสุริยันลอยฟ้า!”
เงาของต้นไม้ส าริดค่อยๆ ปรากฏขึ้นด้านหลังท่านเหมิง ดวง
ตะวันสองดวงปรากฏขึ้นมืดๆ สว่างๆ ภายในบรรจุแสงและความร้อน
อันไม่มีที่สิ้นสุด เพียงแค่มองดูก็รู้สึกราวกับร่างกายก าลังละลาย นก
กินรีกางปีกร้องกึกก้อง ปรากฏอยู่กลางดวงตะวัน
ชิวจิ้นอันยกมือขึ้นเล็กน้อย สร้างม่านแสงขึ้นมาปกป้องลู่หยาง
และคนอื่นๆ
นี่คือไม้เด็ดของผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่าง แค่เพียงโดนปลายขนแมว
ลู่หยางและคนอื่นๆ ก็รับไม่ไหวแล้ว
ชิวจิ้นอันตกอยู่ในห้วงความคิด ดูเหมือนนนเขาจะเคยเห็นบันทึก
เกี่ยวกับกระบวนท่านี้ในต าราโบราณ จึงเปิดปากเล่าความทรงจ า
อย่างไม่เร่งรีบ
“ตามต านานในยุคโบราณ มีนกกินรีสิบตัวอาศัยอยู่บนต้นฟู่ซัง
ทุกวันจะมีนกกินรีหนึ่งตัวออกตรวจตราทั่วหล้า จนกระทั่งวันหนึ่ง นก
กินรีทั้งสิบพร้อมใจกันบินออกมา น าความหายนะมาสู่โลก เทพใน
ยุคโบราณจึงโก่งคันธนูยิงดวงตะวันตกลงมาเก้าดวง”
“ในยุคต้าอวี๋มีบุคคลหนึ่ง อาศัยต านานโบราณนี้คิดค้นศาสตร์
สูง ค้นพบท่อนไม้ฟู่ซังท่อนหนึ่ง น ามาผสานกับเพลิงแท้ของนกกินรี
สร้างวิชาพิเศษขึ้นมา เรียกว่า ‘สิบตะวันตรวจสวรรค์’ ท าให้พลังเพลิง
แท้ของนกกินรียกระดับสู่อีกขั้น”
“ผู้นั้นก้าวขึ้นเป็นปรมาจารย์แห่งศาสตร์เพลิง ก่อตั้งส านักเทียน
เยี่ยน เป็นที่เลื่องลือทั่วหล้า ภายหลังผู้นั้นหายสาบสูญไป วิชา ‘สิบ
ตะวันตรวจสวรรค์’ ก็เลือนหายไปจากโลก ส านักเทียนเยี่ยนประคับ
ประคองต่อมาอีกแปดพันปีก็ถูกศัตรูตามเจอและโจมตีจนแตกพ่าย”
“ตามบันทึก ผู้นั้นมีนามว่าเหมิงเทียนจวินจวิน”
เมื่อถูกชิวจิ้นอันเปิดเผยตัวตน ท่านเหมิงก็ไม่ร้อนรน เพียงแค่ยก
มุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา “ไม่เลวนักส าหรับคนที่มีความรู้ แม้ข้า
จะท าได้เพียงสองตะวันตรวจสวรรค์ แต่หากข้าข้ามพิบัติได้ส าเร็จ ก็
จะสามารถใช้ห้าตะวันตรวจสวรรค์ได้ และเมื่อถึงขั้นข้ามพิบัติ
สมบูรณ์ ก็จะเป็นสิบตะวันตรวจสวรรค์ หวนคืนสู่ภาพในยุคโบราณ!
น่าเสียดายที่วิทยายุทธ์ของข้ายังมีข้อจ ากัด ไม่ทันกับการวิเคราะห์
แต่จัดการเจ้าเด็กรุ่นหลังก็เกินพอแล้ว!”
“ข้าขอก าหนดกฎสวรรค์ตรงนี้ 【ข้าสามารถใช้สามตะวันตรวจ
สวรรค์】!”
บนต้นฟู่ซัง ดวงตะวันดวงที่สามลอยขึ้นมา!
ที่นี่อยู่ใกล้เมืองฮั่นสุ่ย หากสร้างความวุ่นวายมากเกินไปย่อมเป็น
ที่สังเกตของผู้ทรงพลังในเมือง จึงต้องจบเรื่องให้เร็ว นี่เป็นเหตุผลที่
เหมิงเทียนจวินจวินข้ามขั้นตอนการโจมตีปกติ เปิดฉากด้วยวิชาที่
ร้ายแรงที่สุดทันที!
ผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างไม่สามารถก าหนดกฎสวรรค์ได้ตามใจชอบ
มิเช่นนั้นเหมิงเทียนจวินจวินคงปล่อยสิบตะวันตรวจสวรรค์ออกมา
โดยตรง
เมื่อผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างต่อสู้กัน กฎสวรรค์ที่ก าหนดมักแบ่งเป็น
สองประเภท ประเภทแรกคือเสริมพลังตนเอง ประเภทที่สองคือจ ากัดคู่
ต่อสู้
ความแข็งแกร่งของกฎสวรรค์ที่เสริมพลังตนเองนั้นขึ้นอยู่กับ
ขีดจ ากัดของผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่าง เป็นวิธีการปลดปล่อยศักยภาพ
การจ ากัดศัตรูด้วยกฎสวรรค์มีข้อจ ากัดคือต้องมีจ านวนเท่ากัน
หากเจ้าจ ากัดศัตรูได้หนึ่งครั้ง ศัตรูก็จ ากัดเจ้าได้หนึ่งครั้งเช่นกัน
รูปแบบการจ ากัดนั้นไม่มีข้อห้าม ดังนั้นหากพลาดเพียงนิดก็อาจ
พลิกกลับมาได้
ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างจากยุคต้าอวี๋ผู้ที่ใช้
สัตว์เดรัจฉานมาท าธงเรียกวิญญาณต่อสู้กับรองประมุขสี่ ผู้บ าเพ็ญ
ขั้นรวมร่างจากยุคต้าอวี๋ก าหนดกฎสวรรค์ว่า:
【นอกจากข้า ทุกคนในรัศมีห้าร้อยจั้ง เคลื่อนไหวเชื่องช้า】
รองประมุขสี่ก าหนดกฎสวรรค์ว่า:
【ในรัศมีห้าร้อยจั้ง ทุกคนห้ามใช้อาวุธมาร】
นี่คือความหมายของจ านวนเท่ากัน
สามดวงอาทิตย์ลอยสูงบนท้องฟ้า เสียงร้องของนกกินรีดัง
กังวาน แสงแดดแผดเผามีลักษณะคล้ายจะซ ้ารอยหายนะในยุค
โบราณจริงๆ
“ไป!”
เหมิงเทียนจวินจวินยกมือขึ้น ยื่นสองนิ้วออกมา พุ่งตรงลงมาชี้
ไปที่ชิวจิ้นอันและผู้คนด้านหลัง
หากชิวจิ้นอันหลบเลี่ยง คนด้านหลังจะต้องตายแน่นอน!
เขามั่นใจว่าชิวจิ้นอันจะไม่หลบ!
“เฮ้อ——” ชิวจิ้นอันเผชิญหน้ากับดวงตะวันทั้งสาม ถอน
หายใจยาว
ชิวจิ้นอันก้าวออกไปหนึ่งก้าว วงแหวนห้าสีด้านหลังเปล่ง
ประกายสว่างจ้า กลายเป็นแสงศักดิ์สิทธิ์ห้าสี วัตถุใดที่อยู่ใน
หมวดหมู่ธาตุทั้งห้า ล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของแสงศักดิ์สิทธิ์นี้
ฉึบ——
สามดวงตะวันค่อยๆ ละลายภายใต้กระแสแสงห้าสี
“ที่แท้สิบตะวันตรวจสวรรค์ที่บรรยายว่าราวกับภัยพิบัติสวรรค์ ก็
มีพลังเพียงแค่นี้”
“นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!”
เหมิงเทียนจวินจวินเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ วิชาที่
ร้ายกาจที่สุดของเขาถูกท าลายราวกับเป็นเรื่องเล็กๆ?
ฝ่ายตรงข้ามไม่ก าหนด【กฎสวรรค์】ด้วยซ ้า!
เหมิงเทียนจวินจวินยังคิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นชิวจิ้นอัน
ร่างพลันเคลื่อนไหว เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนเหมิงเทียนจวินจวิน
เท้านี้หนักราวกับภูเขาหมื่นหลัง กดให้เหมิงเทียนจวินจวินนอนหงาย
ดิ้นไม่หลุด!
ชิวจิ้นอันมองเหมิงเทียนจวินจวินอย่างเฉยชา “ข้ายังไม่เคยเห็น
ใครกล้าใช้ศาสตร์ธาตุทั้งห้าต่อหน้าข้ามาก่อน แม้แต่เจ้าเด็กทั้งเก้า
ของส านักเวิ่นเต๋าก็ไม่กล้า”