ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 450 แผนการของแคว้นต้าอวี๋
อู๋อวี่เต๋าขบกรามแน่น จิตใจต่อสู้ดิ้นรน ในฐานะฮ่องเต้อวี๋องค์ที่
หก ผู้จะบดขยี้แคว้นต้าเซี่ยในอนาคต และฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ของ
แคว้นต้าอวี๋ ไฉนเลยจะยอมถูกคุกคามเพียงเล็กน้อยก็เปิดเผย
ความลับออกมา!
พระองค์เคยผ่านพายุคลื่นลมใหญ่ เคยฆ่าคนเห็นเลือด ด้วย
เกียรติยศแห่งจักรพรรดิที่ทรงอ านาจ เพียงแค่ถูกหลอมเป็นวิญญาณ
วัตถุวิเศษก็ไม่อาจท าให้พระองค์หวาดหวั่น!
อู๋อวี่เต๋าก าลังจะเอ่ยปาก ก็ได้ยินลู่หยางที่อยู่ข้างๆ พูดอย่างใช้
ความคิด “มีค ากล่าวว่าประวัติศาสตร์ถูกเขียนโดยผู้ชนะ ส านักเวิ่น
เต๋ากับราชส านักมีสัมพันธ์อันดีต่อกันมาช้านาน พวกเราสามารถ
เจรจากับนักประวัติศาสตร์หลวง ปรับแต่งเรื่องราวของท่านเสีย
หน่อย”
“หากท่านสารภาพตามตรง พวกเราจะให้นักประวัติศาสตร์
บันทึกว่า หลังจากถูกพวกเราจับกุม ท่านยอมตายไม่ยอมแพ้ แม้ถูก
ทรมานสารพัด ก็ไม่เปิดเผยข้อมูลแม้แต่น้อย อีกทั้งยังแกร่งกล้าจน
น่าเกรงขาม”
“แม้แต่ฮ่องเต้ต้าเซี่ยยังยกย่องท่านว่าเป็นกษัตริย์ผู้ทรงปัญญา มี
คุณสมบัติที่จะบรรลุเป็นเซียน น่าเสียดายที่เกิดผิดยุค หากได้
ปกครองแคว้นต้าอวี๋ต่อไป ย่อมพาแคว้นต้าอวี๋ไปสู่ความรุ่งเรืองยิ่ง
กว่าเดิม พรสวรรค์ของท่านไม่ด้อยไปกว่าบรรพบุรุษ ฮ่องเต้อวี๋องค์
แรกเลย”
“แต่หากท่านไม่ยอมพูด พวกเราก็จะให้นักประวัติศาสตร์บันทึก
ว่า หลังถูกพวกเราจับได้ ท่านร ่าไห้สะอึกสะอื้น ขอให้พวกเราละเว้น
ชีวิต ท่านยอมรับว่าแคว้นต้าเซี่ยคือผู้สืบทอดที่ถูกต้อง แคว้นต้าอวี๋
ไม่คู่ควรกับแคว้นต้าเซี่ย หรือไม่ก็เขียนว่า แคว้นต้าเซี่ยให้การปฏิบัติ
ต่อเชลยอย่างดี ท่านได้รับสุราอาหารเลิศรสวันละสามมื้อที่ส านักเวิ่น
เต๋า อยู่อย่างสุขสบายไม่คิดถึงแคว้นต้าอวี๋…”
“ข้าจะสารภาพทั้งหมด”
อู๋อวี่เต๋ารีบพูดทันที่ เมื่อได้ยินลู่หยางพูดเช่นนั้น เหงื่อเย็นๆ ก็
ไหลซึมออกมา
อย่างไรเสีย พระองค์ก็พ่ายแพ้ถูกจับกุมแล้ว ชีวิตความตายไม่
อาจควบคุมได้ด้วยตนเอง การบรรลุเป็นเซียนก็เป็นเรื่องที่เป็นไป
ไม่ได้อีกต่อไป สิ่งเดียวที่พระองค์ยังห่วงใยก็คือชื่อเสียง ตามที่ลู่หยาง
ว่า นี่ยังแย่กว่าวิญญาณแตกสลายเสียอีก จะถูกคนหัวเราะเยาะ ถูก
ถ่มน ้าลาย เป็นที่อัปยศอดสูไปอีกหลายพันปี
อู๋อวี่เต๋าจ้องมองลู่หยางด้วยแววตาอาฆาต ลู่หยางไม่รู้สึกรู้สาต่อ
ความกดดันเลยแม้แต่น้อย ราวกับมองไม่เห็น
ศิษย์พี่ใหญ่มองลู่หยางด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าจะมีวิธี
เช่นนี้ด้วย นางก าลังเตรียมใช้วิธีเก่าทรมานให้สารภาพ
ศิษย์พี่ใหญ่ยื่นมือหยกงดงามออกมา กระดิ่งสีทองที่ข้อมือส่งเสีย
งกรุ๊งกริ๊ง ม่านแสงสว่างวาบปรากฏขึ้น แยกอู๋อวี่เต๋าและพระอาจารย์
ชังเลยออกจากกัน เพื่อสอบสวนแยกกัน
“แผนการของพวกเจ้าในแคว้นหวงคืออะไร?”
“อาจารย์หลวงบอกข้า… เอ่อ ข้าว่า พลังแผ่นดินของแคว้นต้า
เซี่ยเป็นกุญแจส าคัญที่ขัดขวางการฟื้นคืนของพวกเรา เขา
จ าเป็นต้องศึกษาให้กระจ่างว่าพลังแผ่นดินมีผลต่อแคว้นต้าเซี่ย
อย่างไร จึงวางแผนยึดพลังแผ่นดินของแคว้นหวง เมื่อศึกษาเข้าใจดี
แล้ว ก็จะใช้พลังแผ่นดินเป็นอาหารบ ารุงพลังมังกรเสือของข้า เช่นนี้
ในอนาคตโอกาสที่ข้าจะบรรลุเป็นเซียนก็จะมีเพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง”
“แคว้นต้าอวี๋ของพวกเจ้าจะฟื้นคืนอ านาจได้อย่างไร?”
“ภาพรวมของแผนฟื้นฟู มีเพียงอาจารย์หลวงคนแรกเท่านั้นที่รู้
ข้าและอาจารย์หลวงคนที่สองต่างก็รู้เพียงบางส่วน แต่ตั้งแต่ข้าตื่น
ขึ้นมา ก็ไม่เคยพบอาจารย์หลวงคนแรกที่เล่าลือกันนั้นเลย ทุกการ
วางแผนล้วนกระท าร่วมกับอาจารย์หลวงคนที่สองเท่านั้น”
อาจารย์หลวงคนแรกหายตัวไปก่อนที่อู๋อวี่เต๋าจะเกิดเสียอีก
ส าหรับอู๋อวี่เต๋า อาจารย์หลวงคนแรกจึงเป็นเพียงต านานเท่านั้น
“ข้าและอาจารย์หลวงวางแผนว่าจะร่วมมือกับเขตปีศาจ เผ่าทะเล
และลัทธิมาร เมื่อยุคทองมาถึงอย่างแท้จริง จะโจมตีแคว้นต้าเซี่ยทั้ง
จากภายในและภายนอก หวังยึดอ านาจในคราวเดียว แล้วข้าจะ
กลับมาเป็นฮ่องเต้อวี๋อีกครั้ง”
เซียนอมตะรู้สึกคุ้นหูกับแผนการในช่วงแรกที่อู๋อวี่เต๋าเล่ามาเป็น
อย่างยิ่ง ราวกับเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน
ลู่หยางครุ่นคิด แผนการของอู๋อวี่เต๋าวางไว้อย่างคร่าวๆ เป็นเพียง
เค้าโครง ดูเหมือนว่าผู้วางแผนที่แท้จริงคืออาจารย์หลวงทั้งสองคน
นี่สอดคล้องกับบันทึกทางประวัติศาสตร์ ในยุคแรกของแคว้น
ต้าอวี๋ ฮ่องเต้อวี๋และอาจารย์หลวงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด อาจารย์
หลวงเป็นผู้มีความสามารถในการปกครอง คอยให้ค าแนะน าแก่
ฮ่องเต้อวี๋ ฮ่องเต้อวี๋เองก็รับฟังค าแนะน าที่ดี ทั้งสองฝ่ายเติมเต็มซึ่งกัน
และกัน ร่วมกันส่งเสริมให้แคว้นต้าอวี๋เจริญรุ่งเรือง
ไม่ใช่ว่าทุกองค์ของฮ่องเต้อวี๋จะเป็นผู้มีความสามารถในการ
ปกครอง เช่น อู๋อวี่เต๋า เพียงแค่มีพรสวรรค์ในการบ าเพ็ญสูง แต่ไม่มี
ความสามารถในการปกครองประเทศ
“เจ้าจะเป็นฮ่องเต้อวี๋? แล้วฮ่องเต้อวี๋องค์แรกล่ะ?”
ฮ่องเต้อวี๋องค์แรกเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าอวี๋ ตาม
บันทึกทางประวัติศาสตร์ พระองค์ท าสงครามพิชิตทั่วทุกทิศ ในที่สุด
ก็โค่นล้มแคว้นต้าเฉียน รวบรวมทั่วหล้าเป็นหนึ่ง ก่อตั้งแคว้นต้าอวี๋
พระองค์ครองราชย์สามพันปี หลังจากนั้นด้วยการท าสงคราม
ติดต่อกันหลายปี บาดแผลภายในจึงก าเริบ สิ้นพระชนม์ด้วยโรคภัย
ไข้เจ็บ
ลู่หยางสงสัยในค าอธิบายนี้ เขาเคยพบผู้แข็งแกร่งมาไม่น้อย
ฮ่องเต้อวี๋องค์แรกในฐานะผู้แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าอวี๋ จะ
สิ้นพระชนม์อย่างง่ายดายเช่นนั้นได้อย่างไร?
“บรรพบุรุษสิ้นพระชนม์จริงๆ หลังจากสืบทอดต าแหน่งฮ่องเต้
แล้ว ข้ายังได้ไปกราบพระศพของพระองค์ด้วย” อู๋อวี่เต๋ากล่าวอย่าง
มั่นใจ หากฮ่องเต้อวี๋องค์แรกไม่สิ้นพระชนม์ เขาก็คงไม่ตกลงกับ
แผนการของอาจารย์หลวง
เพราะหากฮ่องเต้อวี๋องค์แรกยังมีชีวิตอยู่ ต าแหน่งฮ่องเต้อวี๋คน
ใหม่ก็ย่อมไม่ตกเป็นของเขา แล้วเขาจะได้โอกาสบรรลุเป็นเซียนจาก
ที่ไหน
“ปัจจุบันพวกเจ้ามีกี่คนที่ฟื้นคืนชีพแล้ว แต่ละคนมีวิทยายุทธ์
ระดับใด?”
“รวมทั้งหมดมีสามสิบสองคนขั้นรวมร่าง เจ็ดคนขั้นข้ามพิบัติ”
ลู่หยางขมวดคิ้ว นี่มากกว่าที่ท่านภัยพิบัติสารภาพมากนัก ท่าน
ภัยพิบัติระบุว่ามีผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติเพียงสองคนเท่านั้น
ดูเหมือนว่าท่านภัยพิบัติผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติผู้นี้ ในแผนการ
ของแคว้นต้าอวี๋ จะไม่ส าคัญนัก อยู่ในต าแหน่งชายขอบ
แม้แต่ผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติระดับต้นยังอยู่ในต าแหน่งที่ไม่
ส าคัญ ก าลังของแคว้นต้าอวี๋ที่ซ่อนอยู่ในเงามืดนั้นน่าหวาดกลัว
เหลือเกิน
“เจ็ดคนที่อยู่ขั้นข้ามพิบัติอยู่ในระดับใดบ้าง?”
“สามคนขั้นข้ามพิบัติระดับต้น สองคนขั้นข้ามพิบัติระดับกลาง
สองคนขั้นข้ามพิบัติระดับปลาย สี่คนหลังยังอยู่ในภาวะหลับใหล
ส่วนจะมีผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติคนอื่นอีกหรือไม่ ข้าก็ไม่ทราบ”
ลู่หยางนับผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติจากแคว้นต้าอวี๋ที่เขาเคยพบ
ท่านภัยพิบัติ พระอาจารย์ชังเลย พระอาจารย์อู๋เซีย พอดีเป็นสามคน
ขั้นข้ามพิบัติระดับต้น
“สี่คนขั้นข้ามพิบัติระดับกลางและปลายนี้หลับอยู่ที่ไหน?”
“อาจารย์หลวงรู้ ข้าไม่ทราบ”
“อาจารย์หลวงทั้งสองมีวิทยายุทธ์ระดับใด?”
“วิทยายุทธ์ของอาจารย์หลวงคนแรก ไม่มีใครรู้ ข้าเคยถามผู้
แข็งแกร่งบางคนที่เคยพบอาจารย์หลวงคนแรก บางคนว่าเขาห่าง
จากการบรรลุเป็นเซียนเพียงครึ่งก้าว บางคนว่าเขาได้บรรลุผลของ
การบ าเพ็ญ ก้าวขึ้นสู่ต าแหน่งเซียนแล้ว ส่วนอาจารย์หลวงคนที่สอง
เป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งเซียน”
เมื่อพูดถึงอาจารย์หลวงคนแรกว่าอยู่ในระดับเซียนนั้น แววตา
ของอู๋อวี่เต๋าฉายแววเคารพย าเกรง
ลู่หยางกลับใจสงบกว่ามาก ทุกวันนี้ เมื่อพูดถึงเซียน สิ่งที่เขานึก
ถึงคือเซียนอมตะและสี่คนเคราะห์ร้ายเท่านั้น
ไม่อาจก่อเกิดความเคารพศรัทธาต่อเซียนได้อีกแล้ว
ที่เรียกว่าผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งเซียน ก็คือผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติที่
มีรูปแบบของผลของการบ าเพ็ญเป็นเค้า
ลู่หยางรู้จักผู้บ าเพ็ญระดับกึ่งเซียนเพียงคนเดียว นั่นคือคนที่
สามของไม่ตายหนึ่งสาย เซียนอมตะชาย
“หากแผนการในแคว้นหวงส าเร็จ แผนการขั้นต่อไปของพวก
เจ้าคืออะไร?”
“ผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติจะออกโรง ใช้ ‘กฎสวรรค์’ ครอบเมือง
หนึ่งในแคว้นจี๋ ทดสอบว่าจะใช้พลังของกฎสวรรค์เปลี่ยนให้คน
เหล่านั้นกลายเป็นขุนนางของแคว้นต้าอวี๋ได้หรือไม่”
“เมืองไหน?”
“สุ่มเลือก”
ศิษย์พี่ใหญ่ถามพระอาจารย์ชังเลยซ ้าอีกครั้ง พระอาจารย์ชังเลย
รู้ข้อมูลน้อยกว่าอู๋อวี่เต๋ามากนัก แต่ในฐานะค าให้การที่ยืนยันซึ่งกัน
และกัน ก็เพียงพอแล้ว
ศิษย์พี่ใหญ่เห็นว่าสมควรน าข้อมูลที่อู๋อวี่เต๋าให้การไปแบ่งปันกับ
ราชส านักและสี่ส านักเซียนใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับแคว้นจี๋
สมควรเตรียมความพร้อมอย่างสมบูรณ์
นางใช้โซ่ล่ามพระอาจารย์อู๋เซียที่ถูกช าระจนสะอาดแล้ว ส่ง
ปลายโซ่อีกด้านให้ลู่หยาง
“ข้าจะน าสองคนนี้ไปยังยอดเขาคุมขัง หลังจากนั้นไปเมืองหลวง
ส่วนเจ้าน าวิญญาณของคนนี้ไปมอบให้ผู้อาวุโสที่ห้า”
มองเงาร่างของศิษย์พี่ใหญ่ที่จากไป เซียนอมตะก็คล้ายตื่นจาก
ฝัน
“อ๊ะ! ข้าลืมเรื่องแต้มสะสมไปเลย!”