ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 456 วิชาอมตะยืนยง
นอกจากยอดเขาเทียนแล้ว หอคัมภีร์เป็นสถานที่ที่ลู่หยางใช้
เวลาอยู่นานที่สุด
ในโลกนี้ วิชายุทธ์ล้วนถูกผู้คนในอดีตรังสรรค์ขึ้น แต่วิชายุทธ์
ของลู่หยางนั้นเขาเป็นผู้ประพันธ์ขึ้นเอง
เพื่อเขียนวิชายุทธ์ เขาพำนักในหอคัมภีร์ ศึกษาตำราอย่าง
กว้างขวาง รวบรวมจุดเด่นของสำนักทั้งหลาย หลอมรวมเป็นหนึ่ง
เดียว จนในที่สุดได้เขียนวิชาที่สร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้คน—คัมภีร์
เปิดใจเห็นธรรมชาติ
ในระหว่างการศึกษาตำราอย่างกว้างขวางนั้น เขาจำได้ราง ๆ ว่า
มีศาสตร์เวทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอมตะ
ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจนัก เพียงแค่สำรวจผ่านตาอย่างผิวเผิน
เขาเพิ่งอยู่ในขั้นแก่นทองคำ ยังหนุ่มแน่นเกินไป เลือดลม
เข้มแข็ง ปัญหาเรื่องอายุขัยยังห่างไกลเกินกว่าจะกังวล
“ท่านเซียนมีศาสตร์เวทหรือวิชายุทธ์เกี่ยวกับความเป็นอมตะ
ไหม?” ในฐานะเซียน แม้ไม่ได้บำเพ็ญเอง ก็น่าจะรู้เกี่ยวกับศาสตร์
เวทและวิชายุทธ์แห่งความเป็นอมตะบ้างสินะ?
เซียนอมตะเปล่งเสียงจากลำคอ “อืม” นางครุ่นคิดอย่างจริงจัง
“วิชาอมตะไม่มีหรอก แต่ศาสตร์เวทที่ใช้เผาผลาญอายุขัยเพื่อ
เพิ่มพลังในการต่อสู้เร่งด่วนน่ะรู้อยู่บ้าง ก่อนเป็นเซียนข้าก็เคยใช้สอง
สามครั้ง”
ลู่หยางนึกออกได้ทันที่ ในสถานการณ์ที่ต้องทำให้เซียนอมตะ
ต้องใช้ศาสตร์เวทเผาผลาญอายุขัย ตอนนั้นคงเป็นวิกฤตครั้งใหญ่
เห็นเซียนอมตะทำท่าไม่ใส่ใจ เขาจึงไม่ถามรายละเอียดของ
สถานการณ์
“แล้วหลังจากเป็นเซียนล่ะ?”
“หลังเป็นเซียนแล้วก็ไม่จำเป็นสิ เจ้าลองคิดดู ครึ่งเซียนย่อมสู้
เซียนไม่ได้แน่ คู่ต่อสู้ของเซียนก็มีแต่เซียนเท่านั้น และอายุขัยของ
เซียนล้วนไร้ขีดจำกัด เมื่อเซียนสองคนต่อสู้กัน ต่างฝ่ายต่างเผา
ผลาญอายุขัย แล้วมันจะต่างอะไรกับไม่เผาผลาญล่ะ?”
ลู่หยางคิดตาม ก็มีเหตุผลอย่างที่นางว่า
หากเซียนต่อสู้กัน วิธีการหลักควรเป็นผลของการบำเพ็ญของ
แต่ละฝ่าย
“แม้การเผาผลาญอายุขัยจะไร้ประโยชน์ แต่การระเบิดร่างยังทรง
พลังอยู่นะ”
เซียนอมตะหัวเราะเบา ๆ เซียนหนึ่งองค์ระเบิดร่าง อานุภาพนั้น
ย่อมกวาดล้างทั้งกาแล็กซี่ หรือแม้กระทั่งขอบเขตที่กว้างกว่านั้น
เขย่าฟ้าสะเทือนดิน อำนาจเห็นได้ชัด
และผลของการบำเพ็ญของนาง เหมาะกับการระเบิดร่างที่สุด
เซียนอิงเทียนพวกนั้นระเบิดร่างครั้งเดียวก็สิ้นซาก แต่นางต่าง
ออกไป นางระเบิดร่างแล้วสามารถฟื้นคืนชีพได้ทันที่ จากนั้นก็ระเบิด
ร่างอีก ไม่ต้องหายใจด้วยซ ้า หากไม่มีใครบอกให้หยุด ก็คงหยุด
ไม่ได้
ลู่หยางมองเซียนอมตะด้วยสีหน้าประหลาด นี่เป็นครั้งแรกที่เขา
ได้ยินเรื่องระเบิดร่างต่อเนื่อง
ผลของการบำเพ็ญอมตะช่างน่าสะพรึงจริง ๆ หากต่อสู้เช่นนี้
ใครเล่าจะไม่หวาดกลัว?
ชายหนุ่มและวิญญาณมาถึงหอคัมภีร์ วันนี้ผู้ดูแลหอคัมภีร์คือ
ศิษย์พี่หญิงโจวลู่ลู่
ศิษย์พี่โจวก้มหน้าอ่านหนังสือ เส้นผมสีดำรับกับผิวขาวเนียน
หลายกระจุกตกลงมา เน้นให้เห็นโครงหน้างดงาม มองจากไกล ๆ
ราวกับภาพอันงดงาม ให้ความรู้สึกสงบงามเหมือนกาลเวลาหยุดนิ่ง
หากเซียนอมตะเรียนรู้บุคลิกเช่นนี้ได้เพียงหนึ่งส่วน ย่อม
ยกระดับตำแหน่งในใจของลู่หยางได้อย่างเห็นได้ชัด
“ศิษย์พี่โจว นานแล้วที่ไม่ได้พบ” ลู่หยางยิ้มทักทาย ตอนแรกที่
เขาเข้าสำนักเวิ่นเต๋า ศิษย์พี่โจวผู้นี้ได้ให้ความช่วยเหลือมากมาย
ตอนแรกที่เขาเข้าสำนัก เขาถูกศิษย์พี่ใช้กลิ่นหอมของยาลวงให้
สลบ จากนั้นก็ถูกศิษย์พี่ใหญ่ใช้น ้าร้อนลวกตัว ทุกวันต้องแบกถังน ้า
บีบเต้าหู้ฝึกฝีมือ
เมื่อเทียบกันแล้ว ศิษย์พี่โจวแนะนำให้เขาศึกษาตำราใดเพื่อ
เริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว ตำราใดสำคัญสำหรับการออกเดินทาง บอก
ให้เขารู้ว่าอาวุธในโรงอาหารถูกกว่าตำหนักรับภารกิจ… สิ่งเหล่านี้
ช่างมีค่ายิ่งนัก
โจวลู่ลู่กำลังอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ ได้ยินเสียงทักทายของลู่
หยาง นางสะดุ้งเบา ๆ ด้วยความตกใจ ใช้หนังสือบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง
โดยไม่รู้ตัว สายตาหลบเลี่ยง
“เป็นศิษย์น้องลู่นี่เอง”
ลู่หยางมองศิษย์พี่โจวอย่างจนใจ กลัวว่าเสียงพูดจะดังเกินไป ทำ
ให้อีกฝ่ายตกใจ
ศิษย์พี่โจวเป็นธิดาของผู้อาวุโสที่ห้าโจวซิน มีวิทยายุทธ์ขั้น
ทารกแรกกำเนิด แข็งแกร่งเหลือเกิน ตอนแลกเปลี่ยนกับสำนักธาตุ
ทั้งห้า ศิษย์พี่โจวเป็นกำลังหลักในขั้นทารกแรกกำเนิด ศิษย์สำนัก
ธาตุทั้งห้าที่เข้าร่วมการต่อสู้ถูกนางซัดจนน่าสงสารยิ่งนัก
หากตนต้องวัดฝีมือกับศิษย์พี่โจว เขาย่อมถูกนางโจมตีฝ่าย
เดียวอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ศิษย์พี่โจวขี้อายเกินไป กลัวการ
พูดคุย
หากคิดถึงด้านบุคลิก การใช้แก่นทองอมตะก็อาจเอาชนะศิษย์พี่
โจวได้
ลู่หยางสังเกตเห็นหนังสือที่ศิษย์พี่โจวกำลังอ่านชื่อว่า ‘ค้อน
ศาสตร์ 108 ท่า’ ไม่ค่อยเข้ากับภาพลักษณ์ของศิษย์พี่โจวนัก แต่เข้า
กับตำแหน่งของนางดี
“มาศึกษาที่หอคัมภีร์หรือ?” ศิษย์พี่โจวรวบรวมความกล้าถาม
หวังว่าจะมีอะไรช่วยได้บ้าง
“หาศาสตร์เวทสักตำรา ที่เกี่ยวกับการยืดอายุขัย” ลู่หยางไม่ได้
อธิบายรายละเอียด ฝ่าบาทมีปัญหาเรื่องอายุขัย จะก่อให้เกิด
ผลกระทบมากมายในหลายด้าน ยิ่งมีคนรู้น้อยยิ่งดี
“ศาสตร์เวทยืดอายุขัย ข้าลองนึกดู เป็น ‘วิชาเขียวชอุ่มนิรันดร์’
ที่เปลี่ยนร่างเป็นต้นไม้ หยั่งรากลงดิน นั่งชมลมพัดเมฆเคลื่อนหรือ
เปล่า?”
“หรือว่าเป็น ‘วิชาเต่าอายุยืน’ ที่เลียนแบบพฤติกรรมของเต่าเพื่อ
ยืดอายุขัย?”
“ดูเหมือนไม่ใช่ทั้งคู่” ลู่หยางได้ยินแล้วรู้สึกว่าไม่คุ้น ไม่ตรงกับ
ศาสตร์เวทในความทรงจำ
“งั้นข้าก็ไม่รู้แล้ว” โจวลู่ลู่ส่ายหน้าเบา ๆ นางก็ไม่ได้อ่านหนังสือ
ในหอคัมภีร์จนหมดทุกเล่ม
หนังสือในหอคัมภีร์มากมายดุจผงธุลี คนที่อ่านจนหมดคงมี
เพียงผู้ดูแลหอคัมภีร์เก่าท่านเถาที่ลาออกไปแล้ว
ลู่หยางขอบคุณศิษย์พี่โจว แล้วเดินเข้าไปในหอคัมภีร์
โจวลู่ลู่จ้องมองแผ่นหลังของลู่หยางตลอด เห็นว่าลู่หยางไม่มี
ท่าทีจะหันหลังกลับ นางจึงกล้าอ่านหนังสือต่อ ไม่นานก็จมดิ่งในโลก
เล็ก ๆ ของตนเอง
ศิษย์พี่ศิษย์น้องหลายคนเลือกที่จะศึกษาในหอคัมภีร์ ค้นคว้า
ศาสตร์เวทและวิชายุทธ์ แล้วนำมาปรับปรุง ให้เหมาะกับตนเองยิ่งขึ้น
แต่ก็มีศิษย์พี่ศิษย์น้องหัวแข็งที่ยังดันทุรังศึกษาวิชาที่ไม่เหมาะ
กับตน
ลู่หยางได้ยินว่ามีศิษย์พี่คนหนึ่งรักเงิน เมื่อหลายปีก่อนได้ยืม
‘ศาสตร์เวทเสกหินเป็นทอง’ มาจากหอคัมภีร์
ศิษย์พี่ผู้นี้บำเพ็ญอย่างหนัก ทุกวันเอานิ้วแตะหิน นั่งสมาธิเพ่ง
พินิจ บำรุงร่างกาย ศึกษาหลักการศาสตร์เวท ออกไปขอคำแนะนำ
ทำซ ้าแล้วซ ้าเล่า ไม่เคยขาดวันเดียว
ในที่สุด ผ่านไปหนึ่งฤดูวน ฟ้าไม่ทอดทิ้งผู้มีความมุ่งมั่น ความ
ทุ่มเทย่อมได้รับผลตอบแทน เขาได้ฝึกนิ้วตัวแดงสำเร็จ
หลังจากฝึกสำเร็จ นิ้วเดียวทำลายภูเขา นิ้วเดียวทำลายพื้นดิน
แทงลงบนร่างกาย นิ้วละหนึ่งรูโหว่ นับว่าน่ากลัวอย่างยิ่ง สามารถใช้
เป็นไม้ตายได้ดี
ไม่แปลกที่ศิษย์พี่ผู้นี้เรียนไม่สำเร็จ หลักการของศาสตร์เวทเสก
หินเป็นทองเกี่ยวข้องกับการแยกโครงสร้างภายในของวัตถุและการ
ประกอบใหม่ ยากยิ่งนัก ไม่ใช่คนทั่วไปจะเรียนได้
เรียนไม่สำเร็จก็มีวิธีของการเรียนไม่สำเร็จ มีศิษย์พี่หญิงคนหนึ่ง
เคยทำเรื่องกล้าหาญคือบีบหินให้กลายเป็นเพชร ไม่มีคลื่นพลังวิเศษ
ใด ๆ อาศัยเพียงพละกำลังเหนือมนุษย์ เรื่องนี้กลายเป็นที่กล่าวขาน
ในสำนักเวิ่นเต๋าชั่วขณะ
ลู่หยางเดินผ่านศิษย์พี่ศิษย์น้องที่กำลังศึกษาอยู่ ตามความทรง
จำ เขามายังมุมหนึ่งของหอคัมภีร์ แล้วนั่งยอง ๆ ค้นหา
หนังสือทั้งหมดเคลือบฝุ่นหนาชั้นหนึ่ง แสดงว่าเป็นเวลานานที่ไม่
มีใครมาทำความสะอาด
หอคัมภีร์ใหญ่เกินไป หนังสือมากเกินไป บางเล่มวางไปนาน ๆ ก็
ถูกลืม ถือเป็นเรื่องปกติ
เช่นเดียวกับ ‘หนังสือต้องห้ามเปลี่ยนร่างมังกรหงส์’ ที่ลู่หยางพบ
ในครั้งแรกที่มาถึงหอคัมภีร์
“จำได้ว่าอยู่แถวนี้แหละ?”
“เจอแล้ว!”
สองตาของลู่หยางเป็นประกาย เขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งจาก
ช่องว่าง ชื่อหนังสือโบราณแต่สง่างาม เข้าใจง่าย
‘วิชาอมตะยืนยง’
“ข้าก็บอกว่าข้าจำไม่ผิด” ลู่หยางรู้สึกตื่นเต้น หอคัมภีร์สมกับ
เป็นแหล่งสมบัติชั้นเยี่ยม แม้แต่ศาสตร์เวทในตำนานก็ยังมี
“มีศาสตร์เวทแบบนี้ด้วยเหรอ?” เซียนอมตะอุทานด้วยความ
ประหลาดใจ นี่เป็นของวิเศษจริง ๆ
แม้นางจะใช้ไม่ได้ แต่ลู่หยางวันหน้าคงได้ใช้แน่