ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 463 คมกระบี่เปิดประตูสวรรค์
สองสามวันก่อนหน้านี้ หลังจากท่านเต๋าปู้อวี่พ้นโทษ เขาแยก
ทางกับอวี้จือ และเดินทางท่องไปทั่วแผ่นดิน เพื่อเผยแพร่ “ต านาน
แห่งส านักเวิ่นเต๋า” พร้อมกับโฆษณาภาพลักษณ์อันยิ่งใหญ่และสง่า
งามของตนเองไปด้วย
เขาเดินทางมาถึงเมืองติงซินของแคว้นจี๋ แต่เขากลับพบว่าเมือง
ติงซินถูกกฎสวรรค์คลุมไว้ ท าให้คนสามารถเข้าไปได้แต่ออกไม่ได้
จากมุมมองของคนภายนอก เมืองติงซินยังด าเนินไปตามปกติ มีผู้คน
เข้าออกพลุกพล่านสัญจรไปมา
ความจริงแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นพลังของกฎสวรรค์ คนสามารถเข้า
ไปได้จริง แต่ออกมาไม่ได้เด็ดขาด
คนที่คนภายนอกเห็นว่าออกมาจากเมืองติงซิน แท้จริงเป็นเพียง
คนปลอมที่กฎสวรรค์สร้างขึ้น
คนปลอมเหล่านี้ไม่แตกต่างจากคนจริง ทั้งความทรงจ า นิสัย
และพฤติกรรมเหมือนกันทุกประการ
เมื่อกฎสวรรค์หายไป คนปลอมที่อยู่ในโลกภายนอกก็จะหายไป
ด้วย
ครั้งแรกท่านเต๋าปู้อวี่ยังคิดจะฟันทะลุกฎสวรรค์ แต่ขณะก าลังจะ
ลงมือ สัญชาตญาณการต่อสู้ที่สั่งสมมาหลายปีท าให้เขารั้งมือไว้ทัน
เขารับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่า นี่ไม่ใช่กฎสวรรค์ขั้นรวมร่าง แต่เป็น
กฎสวรรค์ขั้นข้ามพิบัติ
หากเขาลงมือ ย่อมเป็นที่สังเกตของผู้วางกฎสวรรค์ เมื่อถึงเวลา
นั้น จะยากล าบากแล้ว
“ช่างโชคร้ายอะไรเช่นนี้” ท่านเต๋าปู้อวี่ถ่มน ้าลายลงพื้น ขณะ
ครุ่นคิดหาวิธีรับมือ
เขาปลอมตัวเป็นท่านเต๋ายากไร้ เล่าเรื่องในโรงน ้าชา คอย
สังเกตกฎสวรรค์
กฎสวรรค์ถูกสร้างขึ้นไม่ใช่เพียงวันสองวัน เมืองยังด าเนินไป
ตามปกติ นั่นแสดงว่าผู้สร้างกฎสวรรค์ไม่ได้มีเจตนาท าลายล้าง
หลังจากสังเกตการณ์หลายวัน โรงน ้าชาคึกคักขึ้นเรื่อยๆ และใน
ที่สุดท่านเต๋าปู้อวี่ก็เข้าใจกฎสวรรค์แห่งนี้
บุคคลต่างสถานะต้องปฏิบัติตามกฎที่แตกต่างกัน ทหารยามมี
กฎของทหารยาม ขุนนางมีกฎของขุนนาง โรงน ้าชาโรงเหล้าก็มีกฎ
ของโรงน ้าชาโรงเหล้า
กฎที่นี่มีมากมาย แต่มีเพียงสองข้อที่เป็นแก่นของทั้งหมด
【ข้อแรก: ราชวงศ์ต้าเซี่ยไม่มีอยู่จริง ที่นี่มีเพียงราชวงศ์ต้าอวี๋
เท่านั้น】
【ข้อสอง: ทุกคนในเมืองติงซินล้วนเป็นราษฎรของราชวงศ์
ต้าอวี๋】
นี่แสดงให้เห็นว่าผู้วางกฎสวรรค์เป็นผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติของ
แคว้นต้าอวี๋
แต่จุดประสงค์คืออะไร? การแย่งชิงดินแดนในราชวงศ์ต้าเซี่ยเพื่อ
สถาปนาราชวงศ์ต้าอวี๋ ประโยชน์คืออะไร?
ท่านเต๋าปู้อวี่ครุ่นคิดถึงค าถามนี้หลายวัน แต่ก็ไม่พบค าตอบ
จนกระทั่งเมื่อนกกระดาษจากศิษย์รักบินผ่านมา เขาจึงเข้าใจ
จุดประสงค์ของแคว้นต้าอวี๋
แคว้นต้าอวี๋ต้องการแย่งชิงพลังแผ่นดินในเมืองฮั่นสุ่ย และ
ทดลองใช้พลังแผ่นดินในเมืองติงซิน
แผนการเมืองฮั่นสุ่ยและเมืองติงซินล้วนเชื่อมโยงกัน
จุดประสงค์ทั้งหมดอยู่ที่การศึกษาพลังแผ่นดิน
ส่วนเหตุที่เมืองฮั่นสุ่ยล้มเหลว แต่แคว้นต้าอวี๋ยังไม่ละทิ้งเมืองติง
ซิน
เป็นเพราะผู้บ าเพ็ญของแคว้นต้าอวี๋ไม่รู้ว่าอู๋อวี่เต๋าและพวกถูก
จับไปแล้ว
ตอนนั้นเซียนอมตะท าเพียงปล่อยให้พวกอู๋อวี่เต๋าทั้งสามคน
หลบหนีไปเบื้องหน้า แต่แอบจับกลับมาเบื้องหลัง ในสายตาของผู้คน
จึงเข้าใจว่าพวกอู๋อวี่เต๋าทั้งสามหนีรอดไปได้
ผู้บ าเพ็ญแคว้นต้าอวี๋ก็ได้รับข่าวสารเพียงเท่าที่คนทั่วไปรู้ ยังไม่
อาจสืบลึกไปถึงความลับทั้งหมด
“เช่นนี้นี่เอง แคว้นต้าอวี๋วางแผนไม่เล็กเลยสินะ” ท่านเต๋าปู้อวี่มุม
ปากเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา เงยหน้ามองม่านฟ้าที่ถูกนก
กระดาษเจาะทะลุ
ม่านฟ้าคือกฎสวรรค์ ม่านฟ้าไม่เชื่อมต่อกันอีก แสดงว่ากฎ
สวรรค์มีรอยรั่ว
ในเวลาเดียวกัน ยังหมายความว่าผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติของ
แคว้นต้าอวี๋สังเกตเห็นตัวตนของนกกระดาษแล้ว
“ท่านเต๋า ท่านเป็นอะไรไป? จดหมายของใครหรือ?” เจ้าของโรง
น ้าชาถามอย่างระมัดระวัง รู้สึกว่าท่านเต๋ายากไร้ ผู้นี้ยิ้มดูน่าขนลุก
“เป็นของศิษย์ใหญ่และศิษย์เล็กของข้า”
“พวกเขาก็เล่าเรื่องเหมือนกันหรือ?”
“ก็คล้ายๆ กัน เอาล่ะเจ้าของร้าน ต้องขอผิดค าพูดแล้ว พรุ่งนี้ข้า
จะไม่มาเล่าเรื่องที่นี่อีก ฝากบอกลูกค้าด้วยว่าข้าขอโทษด้วย”
“อ้าว! ท าไมล่ะ?” เจ้าของโรงน ้าชาตกใจอย่างมาก ก่อนหน้านี้
ยังดีอยู่ ท าไมจู่ๆ จะไม่ท าแล้ว
แล้วออกจากเมืองติงซินไปไหนได้? ออกไปจากเมืองได้ด้วย
หรือ?
ทันใดนั้น แรงกดอันไร้เทียมทานก็ปรากฏขึ้น ทั้งเมืองติงซินตก
อยู่ในความหวาดกลัว ผู้คนร้อนรนสับสน แต่ไม่รู้ว่าควรจะหนีไปทาง
ไหน
ท่านเต๋าปู้อวี่ถอนหายใจเบาๆ “เพราะข้าต้องลงมือแล้ว”
เขาสะบัดแส้ขนวัว แส้กลายเป็นกระบี่นับหมื่น หนาแน่นกระจัด
กระจายบดบังท้องฟ้า ปล่อยคมกระบี่นับแสนสายสีทอง ในชั่วพริบตา
ก็สามารถต่อกรกับแรงกดข่มนั้นได้อย่างสมศักดิ์ศรี!
ผู้คนในเมืองไม่ต้องทนทุกข์กับแรงกดข่มอีกต่อไป!
“ครั้งหนึ่งไม่ระวัง ปล่อยให้แมลงตัวหนึ่งเล็ดลอดเข้ามา!” ผู้ปล่อย
แรงกดข่มบนท้องฟ้าจ้องมองท่านเต๋าปู้อวี่ด้วยสายตาดุดัน
นกกระดาษบินไปยังท่านเต๋าปู้อวี่ จึงท าให้เขาสังเกตเห็นการคง
อยู่ของท่านเต๋าปู้อวี่
เขามองออกว่า แม้ท่านเต๋าปู้อวี่จะแข็งแกร่งมาก แต่ยังคงอยู่ใน
ขั้นรวมร่าง ไม่น่าเกรงกลัว
ท่านเต๋าปู้อวี่ไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาบินขึ้นไป
บนท้องฟ้า ประจันหน้ากับผู้ปล่อยแรงกดข่ม
เขายกมือสู่ฟากฟ้า กระบี่นับหมื่นรวมเป็นหนึ่ง กลายเป็นกระบี่
คมกริบเหนือกาลเวลา อาบในสายฟ้า ปรากฏขึ้นในมือ
“วิชาวงล้อกระบี่?!” ผู้ปล่อยแรงกดข่มแสดงความประหลาดใจใน
น ้าเสียง ไม่คาดคิดว่าจะเห็นวิชากระบี่ที่ผู้บ าเพ็ญวิถีกระบี่ยกย่องมาก
ที่สุดในที่นี้
“เจ้าส านักเวิ่นเต๋า ท่านเต๋าปู้อวี่ เจ้าเป็นผู้ใด?”
“ท่านสามารถเรียกข้าว่าพระอาจารย์พั่วเซียว”
ท่านเต๋าปู้อวี่หรี่ตา พระอาจารย์พั่วเซียว ตามประวัติศาสตร์
บันทึกไว้ว่าเป็นผู้บ าเพ็ญยุคต้นของแคว้นต้าอวี๋ อยู่ในขั้นข้ามพิบัติ
ระดับกลาง
ก็ไม่ใช่ว่าสู้ไม่ได้
เขาถือกระบี่ล ้าค่า ทั่วทั้งเมืองมีเหล็กและวัตถุวิเศษส่งเสียงก้อง
ดังราวกับตอบสนองการเรียกของท่านเต๋าปู้อวี่ หรือราวกับยอมรับ
เขาผู้แข็งแกร่งที่สุด
เสียงวัตถุวิเศษส่งเสียงก้องไปทั่วขอบฟ้า!
คมกระบี่แวววาวเจิดจ้า สว่างไสวดุจรุ้ง หนาวเย็นราวน ้าแข็ง ตั้ง
ตรงสู่ท้องฟ้า ปล่อยไอสังหารเข้มข้น!
เขาเปล่งชื่อวิชาออกมาช้าๆ “คมกระบี่เปิดประตูสวรรค์”
พร้อมกระบี่ฟันลง ดุจสายแพรไหม ม่านฟ้าสั่นสะเทือน พร้อมไอ
สังหารไร้ขอบเขต ฟันใส่พระอาจารย์พั่วเซียว!
คมกระบี่พุ่งดั่งสายน ้าตก ตกจากฟากฟ้า พระอาจารย์พั่วเซียว
ขนลุกซู่ หลบเลี่ยงการโจมตีครั้งนี้
ตูม——
คมกระบี่พุ่งเข้าชนม่านฟ้า ม่านฟ้าแตกสลาย ท้องฟ้าส่งเสียงดัง
สนั่น เมฆแตกกระจาย เมืองติงซินเบื้องบนปราศจากเมฆหมอก มี
เพียงดวงอาทิตย์ส่องสว่างแผ่นฟ้ากว้าง สาดแสงลงมายังผู้คนนับแสน
ในเมืองที่มองเหตุการณ์นี้อยู่!
พระอาจารย์พั่วเซียวเห็นภาพนี้แล้ว หัวใจสั่นสะท้าน นี่ไม่ใช่วิชา
ที่ผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างจะใช้ได้เลย!
“แต่ก็ไม่น่ากลัว เจ้าใช้วิชานี้ได้กี่ครั้งกัน?”
วิชาสุดยอดพวกนี้ ใช้เพียงหนึ่งสองครั้งก็สามารถดูดพลังวิเศษ
ของผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างจนหมด ไม่อาจเป็นภัยต่อเขา!
“ข้าสามารถใช้ได้ตลอดเวลา!”
ท่านเต๋าปู้อวี่หัวเราะร่า ใช้คมกระบี่เปิดประตูสวรรค์อีกครั้ง พระ
อาจารย์พั่วเซียวไม่คาดคิดว่าจะเจอวิชานี้ หลบหลีกช้าไปครึ่งจังหวะ
แขนข้างหนึ่งถูกตัดขาดทันที!
คมกระบี่นับพันแทงทะลุแขนที่ถูกตัด แขนกลายเป็นผงธุลี!
“เจ้าช่างกล้านัก!” พระอาจารย์พั่วเซียวโกรธจัด เขาต้องถูกผู้
บ าเพ็ญขั้นรวมร่างตัดแขน หากเรื่องนี้แพร่ออกไป เขาจะมีหน้าอยู่ใน
วงการบ าเพ็ญต่อไปได้อย่างไร!
“ร่างพระโพธิสัตว์!” ด้านหลังพระอาจารย์พั่วเซียวปรากฏร่างพระ
โพธิสัตว์สามเศียรหกกร บ้างถือกลอง บ้างถือหอคอย บ้างถือไม้
บรรทัด…
ท่านเต๋าปู้อวี่และพระอาจารย์พั่วเซียวต่อสู้กันดุเดือด ไปจนถึง
ขั้นมืดฟ้ามัวดิน ดวงตะวันและดวงจันทร์สลับที่ มิติแตกสลายแล้ว
กลับมารวมกันใหม่
พระอาจารย์พั่วเซียวยิ่งสู้ยิ่งตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบผู้
บ าเพ็ญขั้นรวมร่างที่สามารถต่อกรกับเขาได้!
พรวด——
แต่น่าเสียดายที่ท่านเต๋าปู้อวี่ไม่อาจคงสภาพนี้ได้นาน หลังจากสู้
กันชั่วครู่ สุดท้ายพระอาจารย์พั่วเซียวก็ฉกฉวยโอกาสได้ ร่างพระ
โพธิสัตว์แทงทะลุจุดอ่อนของท่านเต๋าปู้อวี่ พลังวิเศษของเขาเสื่อม
ถอยอย่างรวดเร็ว
“สามารถบีบคั้นข้าถึงขนาดนี้ เจ้าน่าภาคภูมิใจได้แล้ว ตายซะ!”
ร่างพระโพธิสัตว์ใช้ทั้งหกกรโจมตีพร้อมกัน แสนจะน่าสะพรึงกลัว
อ านาจไร้ใดต้าน!
“กล้าท าร้ายผู้บ าเพ็ญแคว้นต้าเซี่ย!”
เสียงค ารามดังขึ้นจากแดนไกล แต่เพียงเสียงค ารามเดียว ก็
บังคับให้พระอาจารย์พั่วเซียวหยุดการเคลื่อนไหว!
ท่านเต๋าปู้อวี่พ่นเลือดสด แต่เมื่อเห็นผู้มาเยือน กลับหัวเราะ
ออกมา
“มาช้าไปแล้ว! หากพวกเจ้ามาช้ากว่านี้ ข้าคงได้ทะลวงขั้นข้าม
พิบัติแล้ว!”
“เจ้าเป็นใคร!” พระอาจารย์พั่วเซียวจ้องมองผู้มาใหม่อย่างเย็น
ชา ผู้มาใหม่เพียงร้องตะโกนครั้งเดียวก็สยบการกระท าของเขา แสดง
ว่ามีวิทยายุทธ์สูงกว่าเขา!
“องครักษ์ลั่วสุ่ย เจ้าเก้าวัง เฉินเถา”