ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 464 พลาดโอกาสส าคัญ
ท่านเต๋าปู้อวี่ได้รับสารจากศิษย์รักของเขาและวางแผนทุกอย่าง
เรียบร้อยแล้ว
การต่อสู้หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ตนจะสามารถต้านทานผู้บ าเพ็ญขั้น
ข้ามพิบัติจากแคว้นต้าอวี๋ได้ชั่วครู่ชั่วยาม แต่หากรบยืดเยื้อ คนที่
เสียเปรียบย่อมเป็นตนอย่างแน่นอน
ในสารบอกว่า ราชส านักและห้าส านักใหญ่ได้ส่งผู้แข็งแกร่งมา
ช่วยแล้ว สิ่งที่ตนต้องท าคือ สร้างการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ ดึงดูดความ
สนใจและต้านทานไว้จนกว่าพวกเขาจะมาช่วย
“ท่านเฉินเถา” ท่านเต๋าปู้อวี่เงยหน้ามองบุรุษที่ก าลังต่อสู้กับพระ
อาจารย์พั่วเซียว จิตใจรู้สึกมั่นคงขึ้นมาก
องครักษ์ลั่วสุ่ยเป็นหน่วยงานของราชส านักที่จัดการโจรผู้
บ าเพ็ญและผู้บ าเพ็ญโบราณโดยเฉพาะ ในนั้นมีผู้แข็งแกร่งที่สุดเก้า
คนเรียกว่า “เก้าวัง” เฉินเถาในฐานะผู้น าเก้าวัง มีพลังและขั้นการ
บ าเพ็ญที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้
หากนับชั้นอาวุโส เฉินเถายังสูงกว่าอาจารย์ของท่านเต๋าปู้อวี่ถึง
ครึ่งขั้น จึงเป็นปีศาจเฒ่าตัวจริง
การที่องครักษ์ลั่วสุ่ยส่งเฉินเถามา แสดงให้เห็นถึงความส าคัญที่
ราชส านักให้กับผู้บ าเพ็ญจากแคว้นต้าอวี๋
“ถุย!” ท่านเต๋าปู้อวี่ถ่มเลือดออกมาค าหนึ่ง เจ็บจนแยกเขี้ยว
ยิงฟัน รู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกสลาย
ตอนต่อสู้ได้ใช้คมกระบี่เสริมความแข็งแกร่งของร่างกาย
ชั่วคราวเพิ่มความทนทานของเนื้อหนัง พอคมกระบี่สลายไป
บาดแผลก็ทะลักออกมา เพียงสองสามลมหายใจ อาภรณ์ก็ชุ่มโชก
ไปด้วยเลือด ทั่วร่างแปดเปื้อน กลายเป็นคนเลือด
“ช่างดุดันเหลือเกิน” ท่านเต๋าปู้อวี่ล้วงแก่นทองค าวิเศษที่มีลาย
วงแหวนเต็มไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้งของสมุนไพรออกจากแขนเสื้อ อม
เข้าปากในคราวเดียว
บาดแผลของเขาค่อยๆ สมานตัว รู้สึกสบายขึ้นมาก
“ช าระร่าง ช าระอาภรณ์”
ท่านเต๋าปู้อวี่ใช้วิชาช าระร่างและช าระอาภรณ์ คราบเลือดมลาย
หายไป อาภรณ์สะอาดเหมือนใหม่ ร่างกายเบาโล่ง
“ยาของผู้อาวุโสที่เจ็ดช่างได้ผลจริงๆ”
สิ่งที่เขาเพิ่งกินคือแก่นทองค าวิเศษที่ผู้อาวุโสที่เจ็ดใช้รากของรา
ชายาน้อยปรุงขึ้น หาค่ามิได้ แม้น าไปประมูลในงานระดับขั้นรวมร่าง
ก็ยังเป็นของล ้าค่า ยากที่จะหามาครอบครอง
ท่านเต๋าปู้อวี่ออกเดินทางเป็นประจ า อาจพบเจอภยันตราย จึง
พกพายาช่วยชีวิตติดตัวเสมอ
“องครักษ์ลั่วสุ่ยเฉินเถาหรือ” พระอาจารย์พั่วเซียวจ้องมองชาย
ชราผู้มาใหม่ ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
เขารู้สึกถึงภัยคุกคามอย่างหนักจากร่างของชายชราผู้นี้
“หนี!”
ที่นี่ไม่ควรอยู่นาน ต้องรีบหนีโดยเร็ว!
“ข้าดูเจ้าจะหนีไปไหน!” เสียงอีกสายหนึ่งดังขึ้นเบื้องหลังพระ
อาจารย์พั่วเซียว
พระอาจารย์พั่วเซียวหมุนกายหันไป พบว่าอีกผู้บ าเพ็ญขั้นข้าม
พิบัติปรากฏกาย!
ด้านล่าง ท่านเต๋าปู้อวี่รู้จักผู้มาใหม่ เป็นหนึ่งในเก้าวังของ
องครักษ์ลั่วสุ่ยเช่นกัน
“องครักษ์ลั่วสุ่ยมีผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติสามคน ราชส านักทุ่มเท
ถึงขนาดส่งมาสองคนในคราวเดียว ช่างจริงจังเสียจริง” ยิ่งมีคนมา
มากเท่าไร ท่านเต๋าปู้อวี่ก็ยิ่งยินดีมากขึ้นเท่านั้น นี่หมายความว่า
โอกาสที่พระอาจารย์พั่วเซียวจะหนีรอดลดน้อยลง
ผู้มาใหม่ไม่รีรอ อักษรปราณล ้าเลิศปรากฏดั่งแม่น ้าสายยาว
ไหลออกมาจากความว่างเปล่า รวมตัวเป็นโซ่ตรวน หวังจะจับกุมพระ
อาจารย์พั่วเซียว!
พระอาจารย์พั่วเซียวเห็นท่าไม่ดี อักษรปราณไหลริน เหมือน
สายน ้าไม่มีที่สิ้นสุด นี่แสดงว่าอีกฝ่ายเชี่ยวชาญขั้นสูงด้านอักษร
คาถา หากโดนโซ่ตรวนอักษรคาถาพันธนาการ คงหลุดพ้นได้ยาก
ในเวลาอันสั้น
เขาทะยานสู่เบื้องบน ต้องแหกวงล้อมของผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ
ทั้งสอง
“คิดจะหนี? ถามส านักเวิ่นเต๋าของข้าก่อนสิ!” เสียงของ
ท่านป๋าป๋าดังขึ้นเหนือศีรษะพระอาจารย์พั่วเซียว ก่อนเหยียบหนึ่งเท้า
ลงบนหน้าพระอาจารย์พั่วเซียว
ท่านป๋าป๋ายืนอยู่จุดศูนย์กลาง ในเมืองติงซินเบื้องบนสร้างเขต
อาณาปิดกั้น ผู้อาวุโสที่สามและคนอื่นๆ ประจ าต าแหน่งดาวเจ็ดดวง
เจ็ดดาวโอบล้อม ค่ายกลดาวเหนือ!
พระอาจารย์พั่วเซียวไม่ยอมพัวพันกับท่านป๋าป๋าและผู้อื่น ใช้
ร่างกายมารแปรเปลี่ยน มารค าราม ท าลายพื้นที่
เขาก าลังจะมุดเข้าไปในรอยแยกของพื้นที่ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดัง
มาจากรอยแยกนั้น
“คิดว่าส านักเจี้ยนอวี่ของข้าไม่มีตัวตนงั้นรึ?”
รอยแยกในพื้นที่มีสัตว์ร้ายยุคโบราณนับไม่ถ้วนทะลักออกมา มี
ทั้งมังกรก้อ, นกกินรีปีกทอง, สัตว์โบราณชื่อฮุ่นตุน และอื่นๆ หน้าตา
ดุร้าย เขี้ยวงาแหลมคม ร่างกายใหญ่เท่าภูเขา แผ่ไอสังหารจากยุค
โบราณที่ท าให้ขนพองสยองเกล้า!
ผู้แข็งแกร่งแปดคนเดินออกมาจากรอยแยกในพื้นที่ บนร่างมี
รอยสักเป็นสัตว์ร้ายโบราณเหล่านั้น
วิชารอยสักแห่งสงครามของส านักเจี้ยนอวี่!
“ส านักธาตุทั้งห้าของข้า…”
“ส านักวังเซียนเยว่กุยของข้า…”
“วัดเสวียนคง…”
วัดเสวียนคงส่งมาเพียงหนึ่งคน เป็นเจ้าอาวาส พลังไม่ด้อยไป
กว่าชิวจิ้นอัน!
นอกจากนี้ยังมีขุนนางพลเรือนและทหารที่ราชส านักส่งมา ทุก
คนก าลังเร่าร้อน ขยับนิ้วมือรอ
เก้าวังทั้งสองมาเร็วที่สุด ไม่นานผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างจากห้า
ส านักใหญ่ก็ทยอยมาถึงเมืองติงซิน ล้อมเมืองจนแม้แต่น ้าก็ไม่อาจ
รั่วไหล
นับรวมกันแล้ว มีผู้มาถึงที่นี่กว่าสี่สิบผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่าง!
ผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างเหล่านี้ล้วนมาจากห้าส านักใหญ่ หยิบคน
ไหนออกมาก็ยังเก่งกาจกว่าผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างทั่วไป
เก้าวังสองคนบวกกับผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างจากส านักใหญ่ แม้แต่
พวกอู๋อวี่เต๋าทั้งสามคนมาก็ต้องถูกซ้อมจนหมดท่า
แม้พวกอู๋อวี่เต๋าทั้งสามจะได้รับพลังแผ่นดินจากแคว้นหวง หรือ
แม้แต่พลังมังกรเสือของอู๋อวี่เต๋าเปลี่ยนแปลงส าเร็จ ก็ไม่อาจเอาชนะ
คนเหล่านี้ได้!
ราชส านักและส านักเซียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์
เหมือนที่เมืองฮั่นสุ่ยอีก จึงระดมก าลังมากมาย เพื่อกวาดล้าง
ภยันตรายที่อาจเกิดขึ้นในแคว้นจี๋!
พูดได้ว่า หากผู้บ าเพ็ญจากแคว้นต้าอวี๋กล้าปรากฏตัว ก็จะถูก
ฝ่ายธรรมะโจมตีรวมพลัง!
ด้วยเหตุผลเดียวกัน ท่านเต๋าปู้อวี่ก็ไม่กล้าปรากฏตัว
ชาวเมืองติงซินไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน พวกเขาแยก
ไม่ออกว่าใครเป็นผู้บ าเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ ใครเป็นผู้บ าเพ็ญขั้นรวม
ร่าง พวกเขาไม่รู้ด้วยซ ้าว่าคนพวกนี้แต่ละคนล้วนเก่งกาจกว่าเจ้า
เมืองติงซิน
เจ้าเมืองติงซินเป็นเพียงขั้นฝึกความว่างเปล่าเท่านั้น
แต่นี่ไม่ได้ขัดขวางความตื่นเต้นของพวกเขา พวกเขาโห่ร้อง
ด้วยความปีติ กระโดดโลดเต้น พวกเขาทนทรมานจากกฎสวรรค์
ของพระอาจารย์พั่วเซียวมานานเกินไป เพียงแค่ละเมิดกฎเล็กน้อย ก็
ต้องเผชิญกับความตาย ทุกวันต้องระมัดระวังตัวอย่างที่สุด
“เจ้าของร้าน ข้าขอตัวก่อน แล้วพบกันใหม่” ท่านเต๋าปู้อวี่กล่าว
ลาเจ้าของโรงน ้าชา
เจ้าของโรงน ้าชาแท้จริงแล้วก็เป็นผู้บ าเพ็ญ เพียงแต่วิทยายุทธ์
ไม่สูง เขาเปิดโรงน ้าชาในเมืองติงซินเพื่อฆ่าเวลา
เขาสามารถคาดเดาได้คร่าวๆ ว่าผู้บ าเพ็ญเหล่านี้มีวิทยายุทธ์สูง
กว่าเจ้าเมือง ล้วนเป็นผู้บ าเพ็ญระดับสูงของวงการ
หลายร้อยปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีผู้บ าเพ็ญระดับสูงจ านวนมากออก
โรงพร้อมกันเช่นนี้ จนถึงตอนนี้เขายังไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตาเห็น
“อ้าว? ท่านจะไปแล้วหรือ?” เจ้าของโรงน ้าชาอยากรั้งท่าน
เต๋าปู้อวี่ไว้ เมื่อครู่ท่านเต๋าปู้อวี่ยังพูดมุ่งมั่นว่าจะสู้ตายกับพระอาจารย์
พั่วเซียว แต่ท าไมตอนนี้เมืองติงซินรอดพ้นแล้ว กลับจะจากไปเสีย
อย่างนั้น?
“ไม่ไปตอนนี้ เดี๋ยวก็ไปไม่ได้แล้ว” ท่านเต๋าปู้อวี่ไม่อธิบายมาก
กับเจ้าของโรงน ้าชา ฉวยโอกาสที่ทุกคนก าลังจับตาพระอาจารย์พั่ว
เซียว เผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว
“จับมันให้ได้!” เฉินเถาเอ่ยค าสั่ง ก่อนจะลงมือเสียเอง
เขากัดปลายนิ้ว หยดเลือดสีทองหลายหยดลอยออกไป
กลายเป็นอาวุธวิเศษ ร่วงลงมาดั่งม่านฝนใส่พระอาจารย์พั่วเซียว
“นานเหลือเกินที่ไม่ได้เห็นศาสตราวุธร้อยชั้นของท่านเฉินเถา!”
คนของส านักใหญ่กล่าวพร้อมความรู้สึกทึ่ง ก่อนจะร่วมโจมตีพระ
อาจารย์พั่วเซียวไปพร้อมกับเฉินเถา การโจมตีหลากหลายรูปแบบ
ท าให้พระอาจารย์พั่วเซียวไม่มีโอกาสตอบโต้แม้แต่น้อย
พระอาจารย์พั่วเซียวรู้สึกสิ้นหวัง สุดท้ายก็ถูกโซ่ตรวนอักษร
คาถาพันธนาการ วิทยายุทธ์ทั้งหมดถูกปิดผนึก
“ในที่สุดก็จับได้หนึ่งตัว!” เฉินเถาแสยะยิ้มเย็นชา จนถึงตอนนี้ ผู้
บ าเพ็ญจากแคว้นต้าอวี๋ล้วนถูกส านักเวิ่นเต๋าจับได้ทั้งนั้น คราวนี้จึง
ถึงเวลาที่ราชส านักจะได้แสดงฝีมือบ้าง
“เอ๊ะ แล้วผู้บ าเพ็ญที่ต่อสู้กับพระอาจารย์พั่วเซียวอย่างสูสีเมื่อครู่
ไปไหนแล้ว?”
ตอนเฉินเถามาถึง เขาสนใจแต่พระอาจารย์พั่วเซียว ไม่ได้
สังเกตว่าคนที่ต่อสู้กับพระอาจารย์พั่วเซียวเป็นใคร
“ถามเจ้าเมือง เขาคงเห็น” ท่านป๋าป๋าเสนอ
ภายใต้สายตาของผู้บ าเพ็ญทรงพลังมากมาย เจ้าเมืองตัวสั่นเทา
ไปทั้งร่าง วาดใบหน้าที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดีออกมา
“เฮ้ย! ปล่อยให้เจ้าปู้อวี่หนีไปแล้ว!”
ทุกคนตบขาตัวเองด้วยความเสียดาย เหมือนพลาดโอกาส
ส าคัญ
หากท่านเต๋าปู้อวี่อยู่ที่นี่ ช่างเป็นโอกาสล้างแค้นที่ดีเพียงใด!
“ทรมานพระอาจารย์พั่วเซียวให้หนัก ถ้าไม่มีมัน เจ้าปู้อวี่คงหนี
ไม่พ้น!”
พระอาจารย์พั่วเซียว: “…”
ได้ยินมาว่าผู้บ าเพ็ญแคว้นต้าเซี่ยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติไม่ใช่
หรือ? ดูแล้วไม่เหมือนนัก