ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 465 อาจารย์หลวงแห่งต้าอวี๋: สานักเวิ่นเต๋าต้อง พินาศ
- Home
- ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ!
- บทที่ 465 อาจารย์หลวงแห่งต้าอวี๋: สานักเวิ่นเต๋าต้อง พินาศ
ภายในถ้าสวรรค์ที่ไร ้เจ้าของ ชายชราหน้าเหี่ยวย่นได้ยินข่าว จากผู้ใต้บังคับบัญชา ลุกพรวดขึ้นยืน พลังสยดสยองแผ่ซ่านทุก ตารางนิ้ว
“อะไรนะ? พั่วเซียวถูกจับกุมแล้ว?!”
ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นอาจารย์หลวงโกรธจัด ฝืนใจพูดว่า “ขอรับ พระอาจารย์พั่วเซียวถูกแคว้นต้าเซี่ยจับกุมแล้ว พี่น้องหลายคนที่ ซ่อนตัวอยู่ในเมืองติงซินก็ขาดการติดต่อ เป็ นไปได้ว่าถูกจับกุม เช่นกัน”
พระอาจารย์พั่วเซียวเป็ นกาลังสาคัญในการฟื้นฟูราชวงศ์ต้าอวี๋ เป็ นดั่งกระบี่เล่มคมกริบที่จะฟันแคว้นต้าเซี่ย แต่กลับยังไม่ทันได้ เฉือนเนื้อแคว้นต้าเซี่ยสักชิ้น กลับถูกจับกุมเสียแล้ว
น่าโมโห!
“กฎสวรรค์ในเมืองติงซินเคยเห็นมาแล้ว มั่นคงไม่สั่นคลอน คน ภายนอกไม่มีทางรู ้ว่าเกิดอะไรขึ้นในเมืองติงซิน แคว้นต้าเซี่ยไม่น่าจะ ตอบสนองได้ทัน บอกข่าวที่เจ้าสืบมาได้โดยละเอียด พั่วเซียวถูก ค้นพบได้อย่างไร?”
ข่าวมาอย่างกะทันหัน ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่อาจสืบข่าวเพิ่มเติม ได้มากนัก
“พระอาจารย์พั่วเซียวถูกเจ้าสานักเวิ่นเต๋า ท่านเต๋าปู้ อวี่พบตัว”
“ท่านเต๋าปู้ อวี่หรือ?”
ในฐานะประมุขหนึ่งในห้าสานักใหญ่ อาจารย์หลวงเคยให้ความ สนใจท่านเต๋าปู้ อวี่ ผู้นี้มีการกระทาที่คาดเดาได้ยาก เขาไม่เคยหยั่ง ถึงเจตนาของผู้นี้ได้ เป็ นผู้บาเพ็ญที่น่าปวดหัว
“อาจารย์หลวง?” ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นอาจารย์หลวงพึมพ าใน ปาก จึงหยุดชะงัก
“ไม่มีอะไร เจ้าพูดต่อไป”
“ไม่ทราบท่านเต๋าปู้ อวี่ใช ้วิธีใด แต่เขาค้นพบความผิดปกติใน เมืองติงซิน และเข้าไปในเมืองเพียงลาพัง ด้วยเหตุที่ท่านเต๋าปู้ อวี่อยู่ เพียงขั้นรวมร่าง พระอาจารย์พั่วเซียวจึงไม่ได้ใส่ใจนัก หลายวัน ติดต่อกัน ท่านเต๋าปู้ อวี่เพียงแค่เล่าเรื่องในโรงน้าชา ไม่มีการ เคลื่อนไหวอื่นใด”
“แต่ไม่รู ้เกิดอะไรขึ้น มีนกกระดาษบินทะลุกฎสวรรค์ที่พระ อาจารย์พั่วเซียววางไว้ ทาให้กฎสวรรค์เกิดช่องโหว่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ ท่านเต๋าปู้ อวี่”
“ท่านเต๋าปู้ อวี่ใช ้คมกระบี่เปิดประตูสวรรค์ ฟันกฎสวรรค์จนแตก และต่อสู้กับพระอาจารย์พั่วเซียว ทั้งสองสู้กันอย่างสูสี แต่พระอาจารย์ ของเรายังมีฝีมือเหนือกว่า กาลังจะสังหารท่านเต๋าปู้ อวี่ เหล่าองครักษ์ ลั่วสุ่ยจากเก้าวังก็มาถึง ยับยั้งการกระทาของพระอาจารย์ไว้”
“แรกเริ่มพระอาจารย์ยังพอหนีได้ แต่ผู้มาไม่ได้มีเพียงคนเดียว ยังมีผู้บาเพ็ญขั้นข้ามพิบัติอีกคน พร ้อมทั้งสามสิบกว่าคนจากขั้น รวมร่างทั้งห้าสานักใหญ่ และผู้บาเพ็ญขั้นรวมร่างอีกสิบกว่าคนจาก ราชส านัก”
อาจารย์หลวงถอนใจ ยกมือห้ามไม่ให้พูดต่อ เรื่องที่เหลือไม่ จ าเป็ นต้องบอกก็พอเดาได้
ผู้บาเพ็ญมากมายร่วมมือกัน พั่วเซียวไม่มีทางหนีพ้น แม้แต่การ ฆ่าตัวตายก็ยากเย็น
ผู้ใต้บังคับบัญชาพูดอย่างแค้นเคือง “หากไม่มีคนพวกนั้นมาถึง พระอาจารย์ต้องหนีรอดแน่นอน!”
อาจารย์หลวงส่ายหน้า เรื่องไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เขาวิเคราะห์ เหตุการณ์นี้อย่างเยือกเย็น
“เรื่องนี้มีสามข้อสงสัย”
“หนึ่ง เหตุใดท่านเต๋าปู้ อวี่จึงเข้าไปในเมืองติงซิน เป็ นเพียงความ บังเอิญหรือไม่?”
“สอง นกกระดาษบินเข้าไปในกฎสวรรค์ ท าให้เกิดช่องโหว่ได้ อย่างไร ผู้พับนกกระดาษเป็ นใคร มีวิทยายุทธ ์ระดับใด?”
“สาม เหล่าขุนนางและผู้บาเพ็ญจากสานักบังเอิญไปปรากฏตัวที่ แคว้นจี๋พอดี เป็ นความบังเอิญหรือการวางแผน?”
“หากพิจารณาให้ดี ข้อสงสัยทั้งสามสามารถเชื่อมโยงกันได้”
ผู้ใต้บังคับบัญชาแม้จะยืนก้มหน้าอยู่ต่อหน้าอาจารย์หลวง แต่ที่ จริงแล้วเขาเองก็เป็ นปี ศาจโบราณที่มีอิทธิพลในแคว้นต้าอวี๋ยุค แรกเริ่ม เขาแค่ตกใจกับข่าวที่มาอย่างกะทันหัน เมื่อได้ฟังคาชี้แนะ จากอาจารย์หลวง เขาก็กลับมามีสติ
ผู้ใต้บังคับบัญชาวิเคราะห์ตามแนวทางอาจารย์หลวง “ท่าน เต๋าปู้ อวี่ค้นพบความผิดปกติของเมืองติงซินก่อนเข้าไป เขาติดต่อ กับฝ่ ายราชส านักล่วงหน้า ให้พวกเขาซุ่มดักอยู่โดยรอบ ส่วนตัวเขา เองลงไปสารวจสถานการณ์ในเมืองเพียงคนเดียว ทั้งสองฝ่ ายนัดกัน ไว้ว่าหากผ่านไปหลายวันไม่มีข่าวคราว คนภายนอกก็จะใช ้นก กระดาษท าลายกฎสวรรค์”
“หลายวันต่อมา นกกระดาษบินทะลุกฎสวรรค์ การต่อสู้ใหญ่ เริ่มต้น!”
อาจารย์หลวงพยักหน้า บ่าวยังพอมีปัญญา คิดได้คล้ายกับเขา เขาเสริมอีกสองประเด็น
“นกกระดาษไม่น่าเป็ นความสามารถของผู้บาเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ น่าจะเป็ นฝีมือคนระดับกึ่งเซียนขึ้นไป”
อาจารย์หลวงเคาะเก้าอี้ แสดงความรู ้สึกโล่งอกจวนจวน “ตอน นั้นในเมืองติงซินต้องมีผู้บาเพ็ญระดับกึ่งเซียนคนหนึ่งกากับการ กึ่ง เซียนหนึ่งคน ขั้นข้ามพิบัติสองคน ขั้นรวมร่างกว่าสี่สิบคน กองกาลัง ชุดนี้มาจับพั่วเซียวหรือ? ไม่ใช่! พวกเขามาจับข้าต่างหาก!”
อาจารย์หลวงกล่าวต่อ “ข้าเคยศึกษาท่านเต๋าปู้ อวี่ผู้นี้มาก่อน พบว่าพฤติกรรมของเขาแหวกแนว ประหลาดแปลกประหลาด คาด เดายาก ในฐานะประมุขสานัก เหตุใดจึงไม่สนใจดูแลสานักเวิ่นเต๋า กลับออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่ว แถมยังเล่าเรื่องให้ผู้คนฟัง นี่เป็ นสิ่ง ที่ผู้บาเพ็ญขั้นรวมร่าง ประมุขส านักจะท าได้หรือ?”
ผู้ใต้บังคับบัญชาพยักหน้า เขาเองก็อยู่ขั้นรวมร่าง และเป็ น ประมุขสานักเช่นกัน ไม่มีทางทาอะไรประหลาดเช่นนั้นได้
“ผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ ข้าถึงได้เข้าใจจุดประสงค์ของเขา!”
“เขาแกล้งเดินทางไปทั่วเล่าเรื่อง แท้จริงแล้วกาลังตามหา ร่องรอยของพวกเรา!”
เมื่ออาจารย์หลวงกล่าวจบ ผู้ใต้บังคับบัญชาก็เกิดความเข้าใจ อย่างแจ่มแจ้ง ภูมิปัญญาของอาจารย์หลวงช่างไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเทียบ ได้
“เป็ นเช่นนั้นเอง!”
“ไม่เพียงแค่ท่านเต๋าปู้ อวี่ ไม่สิ ไม่ใช่แค่ท่านเต๋าปู้ อวี่ แต่เป็ นทั้ง สานักเวิ่นเต๋า ล้วนเป็ นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูราชวงศ์ต้าอวี๋!”
“ท่านภัยพิบัติถูกจับกุมในงานฉลองแคว้นชิงโดยคนของ สานักเวิ่นเต๋า”
“หวังหมิงที่เราส่งไปแฝงตัวในสานักควบคุมศพถูกศิษย์สานักเวิ่น เต๋าเปิดโปง ท าให้ฝ่ าบาทต้องลงมือก่อนก าหนด แผนการล้มเหลว ทั้งสามคนยังติดต่อไม่ได้จนถึงตอนนี้!”
“และตอนนี้ก็มีท่านเต๋าปู้ อวี่ออกตามหาร่องรอยของพวกเรา”
“ทุกขั้นตอนในแผนการของเราถูกสานักเวิ่นเต๋าขัดขวาง หนึ่ง หรือสองครั้งอาจเป็ นเรื่องบังเอิญ แต่ถึงสามครั้งแล้ว แสดงว่า โชคชะตาของสานักเวิ่นเต๋าจะขัดขวางโชคชะตาแห่งการลุกขึ้นของ ราชวงศ์ต้าอวี๋!”
“สานักเวิ่นเต๋ามีประวัติยาวนานถึงหนึ่งแสนสองหมื่นปี ก่อตั้งขึ้น ในยุคราชวงศ์ต้าอวี๋ของเรา บัดนี้กลับต่อต้านราชวงศ์ต้าอวี๋ทุกทาง ช่างไม่รู ้จักบุญคุณเสียจริง!”
“หรือพวกเขาคิดว่าเข้าร่วมกับราชสานัก ก่อตั้งสิ่งที่เรียกว่าห้า ส านักใหญ่แล้วจะรักษาชีวิตไว้ได้!”
แววตาของอาจารย์หลวงฉายแสงเย็นเยียบเต็มไปด้วยแรงสังหาร ท าให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหนาวสะท้าน
ครั้งสุดท้ายที่อาจารย์หลวงแสดงแววตาเช่นนี้ คือเมื่อหนึ่งแสน แปดหมื่นปีก่อน ตอนนั้นอาจารย์หลวงเข้าภวังค์ ผู้บาเพ็ญขั้นข้าม พิบัติส่วนใหญ่หลับไหล รอคอยยุคทองมาถึง
มีผู้บาเพ็ญขั้นข้ามพิบัติหกคนร่วมมือกัน มีความทะเยอทะยาน ยิ่ง คิดคดทรยศ วางแผนเปลี่ยนราชวงศ์
หกผู้บาเพ็ญขั้นข้ามพิบัติร่วมมือกัน ฟ้ าดินยังต้องเปลี่ยนสี ใคร เล่าจะต้านทาน เมืองแล้วเมืองเล่าถูกตีแตก กองทัพกบฏรุดหน้าราว กับลมพายุ ร ้องเพลงไม่ขาดสาย สุดท้ายแม้แต่ราชธานียังแตกพ่าย
แต่ในเวลานั้น อาจารย์หลวงพังลมภวังค์ ต่อสู้กับหกผู้บาเพ็ญ ขั้นข้ามพิบัติเพียงลาพัง เหนือชั้นกว่า สุดท้ายถึงกับสังหารผู้บาเพ็ญ ขั้นข้ามพิบัติทั้งหกทีละคน ฝังกองทัพกบฏนับแสน เมฆเลือดลอยอยู่ เหนือดินแดนกลางนานสามวันไม่จางหาย
คราวนี้อาจารย์หลวงจะลงมือกับสานักเวิ่นเต๋าแล้วหรือ?
ผู้ใต้บังคับบัญชากาหมัดด้วยความตื่นเต้น ถึงเวลาให้สานักเวิ่น เต๋าได้ลิ้มรสความโกรธแค้นของราชวงศ์ต้าอวี๋แล้ว!
แม้แต่หกผู้บาเพ็ญขั้นข้ามพิบัติยังไม่อาจเป็ นคู่มือของอาจารย์ หลวง เพียงแค่สานักเวิ่นเต๋าเล็กๆ จะทนรับความโกรธแค้นของ อาจารย์หลวงไหวหรือ?
อาจารย์หลวงค่อยๆ ลุกขึ้น ราวกับมังกรโบราณที่หลับไหลผุด ขึ้นจากความฝัน เพียงตื่นขึ้นก็คารามสนั่นฟ้ าดิน ทาลายห้วงอวกาศ ให้ชาวโลกได้เห็นความน่าสะพรึงและความยิ่งใหญ่ของมังกรโบราณ
เขาพูดอย่างเด็ดขาด สั่งผู้ใต้บังคับบัญชา “เรียกทุกคนมา เตรียมลงมือ!”
ผู้ใต้บังคับบัญชามองอาจารย์หลวงด้วยความตื่นเต้น “จะลงมือ กับสานักเวิ่นเต๋าใช่หรือไม่?”
อาจารย์หลวงมองผู้ใต้บังคับบัญชาเหมือนมองคนโง่ “พั่วเซียว ถูกจับ ตาแหน่งถ้าสวรรค์แห่งนี้ต้องเป็ นที่รู ้แก่แคว้นต้าเซี่ยแน่ พวก เราย่อมต้องย้ายสถานที่”
ผู้ใต้บังคับบัญชา “……”