ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 506 คงไม่มีทางรักษาอาจารย์หลวงได้แล้ว
ยอดเขาคุมขังรักษาความเงียบสงบมาแต่ไหนแต่ไร หากมีเสียง
ใดแว่วมา ก็มักเป็นเสียงคร ่าครวญของเหล่านักโทษเท่านั้น
โดยปกติแล้ว เสียงคร ่าครวญของเหล่านักโทษมักจะดังสั้นๆ พัก
เดียว พอถูกสอบสวนก็สารภาพเสียหมด ส่วนพวกที่ปากแข็งไม่ยอม
พูด ก็มักจะถูกหลอมเป็นวิญญาณวัตถุวิเศษโดยตรง
แต่วันนี้ต่างออกไป ครั้งนี้นักโทษเบอร์นี้ร้องได้เสียงดังประหลาด
ร้องมาครึ่งชั่วยามแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ด้วยวิทยายุทธ์อันสูงส่งของเขา ร้องเสียงคร ่าครวญเท่าไรก็ไม่
แห้งคอสักที
“แล้วพวกเราควรทำอย่างไรดี?”
ทั้งลู่หยาง เซียนอมตะ และศิษย์พี่ใหญ่ ต่างมองอาจารย์หลวงที่
ยังคงคร ่าครวญอย่างจนปัญญา
ถึงขั้นที่ศิษย์พี่ใหญ่รำคาญอาจารย์หลวงที่ส่งเสียงดังเกินไป นาง
จึงวางกำแพงกำบังชุดหนึ่งเอาไว้ ปล่อยให้เขาร้องอยู่ข้างใน ไม่
รบกวนด้านนอก
ความเงียบกลับคืนมาในทันที
ลู่หยางส่ายหน้า รู้สึกน่าเสียดายอย่างยิ่ง เขาอุตส่าห์จับตัวบุคคล
สำคัญของแคว้นต้าอวี๋มาได้ ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนแกร่งเช่นนี้
ยอมจมดิ่งในคำสาปแต่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น
อวี้จือพยายามใช้หลากหลายวิธีเพื่อคลายคำสาป แต่ไม่มีวิธีใด
ใช้ได้ผลกับอาจารย์หลวง
การปลดเปลื้องหนึ่งในเจ็ดภัยแปดทุกข์นั้น เพียงอวี้จือเริ่มใช้
คาถาก็แก้ไขได้แล้ว แต่อาจารย์หลวงผู้นี้กลับไม่ได้มีแค่หนึ่งภัย แต่
เป็นเจ็ดภัยแปดทุกข์ทั้งหมด ซ ้ายังมีคำสาปที่ทำให้ไม่สามารถ
ยกระดับวิทยายุทธ์ได้ในยามมีชีวิต และวิญญาณแตกสลายเมื่อตาย
นี่เป็นคำสาปใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ แม้แต่
อาจารย์หลวงซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องสายใยโชคชะตาเป็นรูปแบบของผล
ของการบำเพ็ญเป็นเค้าก็ยังคลายมันไม่ได้
“หรือว่าท่านเซียนจะมอบรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้า
ให้เขาสักอัน แล้วให้เขาจิตวิญญาณระเบิดสักร้อยกว่ารอบ เพื่อ
คลายคำสาป จากนั้นค่อยเรียกรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็น
เค้ากลับมา?”
ผู้ที่ครอบครองผลของการบำเพ็ญอย่างสมบูรณ์ย่อมมีสิทธิ์ขาด
ในรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้า สามารถมอบให้หรือเรียก
คืนได้ตามใจชอบ
เซียนอมตะส่ายหน้า ปฏิเสธข้อเสนอของลู่หยาง “ไม่ได้ เขามี
รูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าแห่งสายใยโชคชะตาอยู่แล้ว
คนหนึ่งไม่อาจครอบครองรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าสอง
อย่างพร้อมกัน”
“ยิ่งไปกว่านั้น แม้เขาจะไม่มีรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็น
เค้าแห่งสายใยโชคชะตา ข้าก็ให้เขาไม่ได้”
“รูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าไม่ใช่เสื้อผ้า อยากใส่ก็
ใส่ ไม่อยากใส่ก็เปลี่ยน”
“รูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าเป็นตัวแทนของกฎ
สวรรค์ เงื่อนไขในการครอบครองรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็น
เค้าคือ ต้องมีความเข้าใจในกฎข้อนั้นในระดับหนึ่ง เจ้าโง่คนนี้ไม่รู้
อะไรเกี่ยวกับผลการบำเพ็ญอมตะของข้าเลย ถ้าข้ามอบให้เขา
โดยตรง วิญญาณของเขาจะรับแรงกดดันจากผลการบำเพ็ญอมตะ
ไม่ไหว วิญญาณจะแตกสลายทันที”
จากการแสดงออกในหลายๆ ครั้งของอาจารย์หลวง ทำให้เซียน
อมตะสงสัยว่าสมองของเขาใช้งานได้ดีหรือไม่ ไม่แน่ว่าอาจเป็นกึ่ง
เซียนที่ได้ตำแหน่งมาอย่างไม่ถูกต้อง
“รอก่อนท่านเซียน ข้าก็ไม่มีความเข้าใจในผลการบำเพ็ญอมตะ
เช่นกัน แต่ท่านก็สามารถมอบรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็น
เค้าให้ข้าได้มิใช่หรือ?” ลู่หยางนึกขึ้นได้ว่าเซียนอมตะพร ่าบ่นอยู่
ตลอดว่าจะยัดเยียดผลการบำเพ็ญอมตะรูปแบบของผลของการ
บำเพ็ญเป็นเค้าให้เขา
เซียนอมตะมองลู่หยางอย่างประหลาดใจ “ผู้นำสอง เจ้ากำลังพูด
อะไรอยู่? ภายใต้การอบรมสั่งสอนและซึมซับอย่างแนบเนียนจากข้า
ความเข้าใจของเจ้าต่อผลการบำเพ็ญอมตะนั้นเหนือกว่าผู้นำสาม
มากนัก”
ลู่หยาง “……”
เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ทำไมข้าถึงไม่รู้ตัว?
“หรือเจ้าคิดว่าที่ข้าให้เจ้าเป็นผู้นำสอง เป็นเพราะความสัมพันธ์
ของพวกเราดีเท่านั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้หรอก ข้าเซียนเป็นคน
ยุติธรรมเที่ยงตรง ลำดับในสายอมตะขึ้นอยู่กับพลังความสามารถ!”
ผู้นำสามได้ยินว่ามีโอกาสเลื่อนตำแหน่ง รีบเข้ามาใกล้ “ผู้นำ
ใหญ่วางใจ ข้าจะตั้งใจศึกษาทำความเข้าใจผลการบำเพ็ญอมตะ
แล้วจะแย่งชิงตำแหน่งผู้นำสองให้ได้!”
เซียนอมตะมองผู้นำสามอย่างรังเกียจ พูดอย่างรำคาญ “ไปๆๆ
เจ้ามาวุ่นวายอะไร ถ้าเจ้ากล้าเป็นผู้นำสอง ข้าจะริบรูปแบบของผล
ของการบำเพ็ญเป็นเค้าของเจ้าคืน”
ผู้นำสามมองลู่หยางอย่างอิจฉา แล้วเดินจากไปอย่างห่อเหี่ยว
“พลังแผ่นดินน่าจะคลายคำสาปได้ใช่ไหม?” ลู่หยางนึกขึ้นได้ว่า
ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา เมิ่งจิ่งโจว เคยตกอยู่ในคำสาปเพราะถูก
คนชั่วร้ายทำร้าย ไม่สามารถแตะต้องหญิงสาวได้ แต่สุดท้ายได้อาศัย
พลังแผ่นดินช่วยคลายคำสาป
ศิษย์พี่ใหญ่พยักหน้า “นั่นก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง”
นางงอนิ้วก้อย อาจารย์หลวงที่กำลังกลิ้งทุรนทุรายบนพื้นก็ลอย
ขึ้นมากลิ้งในอากาศแทน
“ข้าจะไปพระราชวังสักครั้ง เจ้ารออยู่ที่ยอดเขาคุมขังนี่แล้วกัน”
เมื่อจะใช้พลังแผ่นดิน ย่อมต้องไปที่แหล่งกำเนิดของพลัง
แผ่นดินจึงจะสะดวกที่สุด
ศิษย์พี่ใหญ่ทิ้งคำพูดนี้ไว้ แล้วลุกขึ้นมุ่งหน้าไปยังพระราชวัง
นักโทษที่ถูกคุมขังบนยอดเขาคุมขังล้วนเป็นผู้ชั่วร้ายโหดเหี้ยม
คนขี้ขลาดแค่ยืนอยู่ตรงนี้ขาก็สั่นไปหมดแล้ว
ลู่หยางไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด ทั้งนักโทษใหม่และเก่าล้วนรู้จักเขา
ดี
นักโทษใหม่ถูกเขาจับเข้ามา นักโทษเก่าก็เห็นเขาจับนักโทษ
ใหม่มา
หากพูดถึงความกลัว ควรเป็นนักโทษบนยอดเขาคุมขังที่กลัวลู่
หยาง
บรรดานักโทษพากันซุบซิบ ระวังไม่ให้ลู่หยางได้ยิน
นักโทษเหลือเพียงวิญญาณ ทั้งพลังวิเศษและจิตถูกปิดผนึก
หากต้องการพูดคุยโดยไม่ให้ลู่หยางรู้ พวกเขาจึงมีวิธีการของตัวเอง
คุกบนยอดเขาคุมขังทำมาจากแร่ที่ผ่านการหลอมอย่างพิถีพิถัน
ออกแบบมาเพื่อปิดผนึกวิญญาณโดยเฉพาะ ไม่สามารถทำลายได้
นักโทษจะพูดกับลูกกรงเหล็ก ใช้การสั่นสะเทือนของลูกกรง
เหล็กส่งเสียงสื่อจิต แล้วใช้วิญญาณอันเฉียบไวรับรู้
“พระเจ้า การต่อสู้เมื่อครู่เห็นไหม ผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งเซียนนะ
ลงมือกับลู่หยาง แต่ลู่หยางไม่ได้ตอบโต้ แค่ล้มลงเท่านั้น”
“ลู่หยางคนนี้ยากจะหยั่งถึง ดูเหมือนเป็นแค่ขั้นแก่นทองคำ แต่
พลังที่แท้จริงต้องไม่ใช่แค่นี้แน่”
“พวกเจ้าสังเกตไหม ตั้งแต่คนชื่อลู่หยางเข้าร่วมสำนักเวิ่นเต๋า
คนในยอดเขาคุมขังของพวกเราก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนแรกมีแค่ขั้น
รวมร่าง ต่อมาเป็นขั้นข้ามพิบัติ ตอนนี้แม้แต่กึ่งเซียนก็ยังจับได้ นี่
เป็นสิ่งที่คนขั้นแก่นทองคำทำได้หรือ?”
“ข้าไม่เคยเห็นกึ่งเซียนมาก่อนในชีวิต ไม่คิดว่าจะได้เห็นที่นี่”
“นี่คือการแย่งชิงยุคทองใช่ไหม แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งเซียนก็
ยังต้องตกเป็นนักโทษ”
ยิ่งนักโทษคุยกัน ก็ยิ่งรู้สึกตกใจ เห็นว่าลู่หยางยากจะหยั่งถึง ไม่
ควรไปล่วงเกินเด็ดขาด
ลู่หยางไม่รู้ว่าเหล่านักโทษผู้ชั่วร้ายโหดเหี้ยมกำลังพูดคุยอะไร
กัน เขาฉวยโอกาสที่ศิษย์พี่ใหญ่ไม่อยู่ รีบคุยเรื่องระดับสูงกับเซียน
อมตะต่อ
“ท่านเซียน หากเซียนอยากก้าวไปอีกขั้นต้องตัดขาดสายใย
โชคชะตา เช่นนั้นอาจารย์หลวงคนนี้มีรูปแบบของผลของการ
บำเพ็ญเป็นเค้าแห่งสายใยโชคชะตา ไม่ใช่ว่าได้เปรียบมากหรือ?”
“ไม่ใช่เซียนอยากก้าวไปอีกขั้นต้องตัดขาดสายใยโชคชะตา แต่
เป็นเซียนอิงเทียนและพวกเขาที่คิดว่าการก้าวไปอีกขั้นต้องตัดขาด
สายใยโชคชะตา” เซียนอมตะย ้าชัด
“ได้ เซียนอิงเทียนและพวกเขาคิดเช่นนั้น ถ้าอาจารย์หลวงสร้าง
รูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าแห่งสายใยโชคชะตา แล้วก้าว
ไปอีกขั้น สร้างผลของการบำเพ็ญแห่งสายใยโชคชะตา ไม่ใช่ว่าจะ
สามารถตัดขาดสายใยโชคชะตาได้ตามใจชอบ กลายเป็นผู้ที่อยู่
เหนือเซียนหรือ?”
เซียนอมตะส่ายหน้า “ไม่ใช่เข้าใจแบบนั้น ตอนที่อาจารย์หลวง
สร้างรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าแห่งสายใยโชคชะตา ตัว
เขาเองก็ผูกพันกับแนวคิด ‘สายใยโชคชะตา’ ด้วยสายใยนับหมื่นพัน
เส้นแล้ว ยิ่งสร้างผลของการบำเพ็ญแห่งสายใยโชคชะตา ก็ยิ่งทำให้
เขาผูกติดกับแนวคิด ‘สายใยโชคชะตา’ อย่างลึกซึ้ง กลายเป็นหนึ่ง
เดียวกัน”
“เมื่อกลายเป็นหนึ่งเดียวกับแนวคิด ‘สายใยโชคชะตา’ แล้ว จะ
ตัดขาดสายใยโชคชะตาได้อย่างไร?”
“คงเป็นเพราะเขาได้ยินมาว่าเซียนให้ความสำคัญกับสายใย
โชคชะตา จึงพยายามสร้างรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้า
แห่งสายใยโชคชะตา โดยไม่รู้ว่านั่นคือการเดินทางผิด เป็นความ
ผิดพลาดขั้นต ่าสุด”
“การบรรลุเซียนไม่มีทางลัด เล่ห์เหลี่ยมเป็นไปไม่ได้”
“พูดกลับมา แม้ว่าอาจจะมีระดับที่อยู่เหนือเซียนจริง แต่พวกเรา
ทั้งห้าไม่มีใครสนใจเลย”
“ทำไมล่ะ?”
“เพราะไม่จำเป็นน่ะสิ พวกเราต่างก็เป็นเซียนแล้ว อายุขัยไม่
จำกัด ไม่มีใครเอาชนะได้ ชีวิตก็สบายดี ทำไมต้องดิ้นรนให้ได้ระดับ
ที่สูงขึ้นไปอีกด้วย?”
ลู่หยางรู้สึกว่าเหตุผลของท่านเซียนมีเหตุมีผลมาก