ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 528 วิธีโจมตีของตระกูลเมิ่ง
“ที่นี่คือหอคัมภีร์ รวบรวมหนังสือทั้งหมดที่มีอยู่ในตลาด ศิษย์
ทั้งหลายสามารถอ่านชั้นที่หนึ่งได้ตามใจชอบ เมื่อขึ้นไปถึงชั้นที่สอง
หรือสูงกว่านั้น ย่อมต้องทำภารกิจแลกเปลี่ยน”
สำนักธาตุทั้งห้าก็มีตำหนักรับภารกิจเช่นเดียวกัน แตกต่างจาก
สำนักเวิ่นเต๋าที่เพียงแค่วิทยายุทธ์ถึงขั้นก็สามารถเรียนรู้วิชายุทธ์ใน
ระดับของตนได้อย่างอิสระ ศิษย์สำนักธาตุทั้งห้าต้องทำภารกิจให้
สำเร็จจึงจะได้เรียนรู้วิชายุทธ์ที่ต้องการ
นี่เป็นระบบที่สำนักธาตุทั้งห้าวางไว้ตั้งแต่ก่อตั้ง ทฤษฎีคือ “วิชา
ไม่ควรถ่ายทอดโดยง่าย” เนื้อหาที่ได้มาง่ายเกินไปมักไม่ได้รับความ
เคารพ มีเพียงผลงานที่ได้มาด้วยความพากเพียรเท่านั้นจึงจะทำให้
ยิ่งต้องถนอมรักษา
“แต่เนื่องจากพวกเจ้าเป็นศิษย์จากต่างสำนักที่มาเรียนรู้ที่สำนัก
ธาตุทั้งห้าของพวกเรา ย่อมไม่อาจเรียกร้องให้พวกเจ้าทำประโยชน์
เพื่อแลกเปลี่ยนได้ ตามธรรมเนียม พวกเจ้าสามารถเลือกวิชายุทธ์
คนละหนึ่งวิชา หากต้องการมากกว่านั้น ก็จำเป็นต้องทำภารกิจแล้ว”
“นี่คือหอเรียน หลังจากนี้จะมีผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชามาบรรยาย
‘รวมบทห้าธาตุ’ ซึ่งเป็นวิชาภาคบังคับที่ศิษย์ทุกคนของสำนักธาตุทั้ง
ห้าต้องเรียน แน่นอนว่าเราจะไม่บังคับให้พวกเจ้ายอมรับทฤษฎีของ
สำนักธาตุทั้งห้า พวกเจ้าฟังไปก็พอ หากมีข้อสงสัยประการใด
สามารถถามผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาได้ทุกเมื่อ”
“ที่นี่คือหอฝึกวิชา ศิษย์สำนักธาตุทั้งห้าจะมาประลองยุทธ์กันที่นี่
เป็นประจำ”
บนเวทีประลองขนาดใหญ่หลายสิบเวทีที่มีกำแพงกำบังเสริมพลัง
ศิษย์ในชุดคลุมของสำนักธาตุทั้งห้ากำลังแสดงวิชาห้าธาตุประลอง
กัน การต่อสู้ดุเดือด แม้กระทั่งเวทีประลองยังสั่นไหวเล็กน้อย กระตุ้น
ให้เกิดเสียงเชียร์ดังกึกก้องจากบรรดาศิษย์ที่ยืนดูอยู่ด้านล่าง
แม้จะอยู่ห่างออกไปมาก ลู่หยางยังรู้สึกได้ถึงคลื่นลมที่เกิดจาก
การต่อสู้ แม้แต่ปลายผมยังปลิวไหวไปตามลม
การต่อสู้บนเวทีประลองดุเดือด เศษหินกระจายเต็มพื้น ศิษย์พี่
สำนักธาตุทั้งห้าชี้ไปที่เศษหินทั้งหลายแล้วตวาดเสียงแข็ง “เสกหิน
เป็นทอง!”
หินทุกก้อนล้วนเปลี่ยนเป็นทองคำเปล่งประกายสีเหลืองอร่าม
ต่อมาศิษย์พี่ผู้นั้นใช้จิตครอบคลุมทองคำทั้งหมด แล้วใช้วิชาอีก
ครั้ง “ทุ่มทองพันชั่ง!”
ทองคำอร่ามกลายเป็นพลังที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แม้กระทั่ง
ห้วงอากาศยังบิดเบี้ยว พลังมหาศาลของทองคำถูกวิชาขับเคลื่อนซัด
เข้าใส่คู่ต่อสู้!
“นี่คือวิชาอันเลื่องชื่อที่เปลี่ยนทรัพย์สมบัติเป็นการโจมตีใช่
หรือไม่?” เถาเหยาเยี่ยรู้สึกตกใจอย่างยิ่ง นางเคยคิดว่าวิชานี้สูญ
หายไปนานแล้ว ไม่คิดว่าจะได้เห็นศิษย์พี่ในสำนักธาตุทั้งห้าแสดง
ออกมา
ไป๋หมิงอธิบาย “ทุ่มทองพันชั่งเป็นวิชาไม่เผยแพร่ของสายธาตุ
ทอง มีพลังร้ายกาจยิ่งนัก ศิษย์พี่จ่างยังได้คิดค้นต่อยอด นำวิชาเสก
หินเป็นทองกับทุ่มทองพันชั่งมาต่อเนื่องกัน เกิดเป็นวิชาเรียงร้อยต่อ
กัน”
“แต่ก็มีจุดอ่อนเช่นกัน ทองคำในที่สุดก็เป็นเพียงวัตถุธรรมดา
มูลค่าไม่สูง ศิษย์พี่จ่างจึงต้องใช้ปริมาณแลกคุณภาพ เพื่อให้เกิดผล
ในการโจมตี”
“ความคิดที่ดีเยี่ยม” ลู่หยางรู้สึกทึ่ง เพิ่งมาสำนักธาตุทั้งห้าก็ได้
เห็นความคิดริเริ่มอันน่าอัศจรรย์เช่นนี้ ดูเหมือนการเดินทางมาสำนัก
ธาตุทั้งห้าครั้งนี้จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากมาย
“เหล่าเมิ่ง เจ้าสนใจเรียนวิชานี้ไหม?” ลู่หยางรู้สึกว่าเมิ่งจิ่งโจว
เหมาะกับการเรียนทุ่มทองพันชั่งที่สุด สามารถเปลี่ยนทองเงินแก้ว
แหวนและลิ่นซือเป็นการโจมตี หากเมิ่งจิ่งโจวใช้ พลังนั้นจะมหาศาล
เพียงใด
เมิ่งจิ่งโจวขมวดคิ้วพลางส่ายหน้า “ทุ่มทองพันชั่งตระกูลเมิ่งของ
พวกเราก็รู้จักเช่นกัน แต่คำสั่งบรรพชนห้ามไม่ให้เรียนวิชานี้ เพราะ
เป็นวิชาต้องห้าม”
“ทำไมล่ะ?” ลู่หยางงุนงง
“เจ้าลองจินตนาการภาพลูกชายทะเลาะกับพ่อจนฉุนเฉียว แล้ว
ลูกชายใช้ทุ่มทองพันชั่งนำลิ่นซือทั้งหมดของพ่อไปใช้ดูสิ”
“มันสว่างไสวยิ่งกว่าปล่อยดอกไม้ไฟวันปีใหม่เสียอีก กลางดึก
เมืองหลวงสว่างราวกับกลางวัน เสียงก็ดังลั่น ใครก็หลับไม่ลง มีคนมา
ล้อมตระกูลเมิ่งของพวกเราตอนกลางดึกเสียอีก”
โดยปกติตระกูลเมิ่งจะสร้างความขุ่นเคืองทีละตระกูล แต่ครั้งนี้
กลับทำให้ทั้งเมืองหลวงโกรธในคราวเดียว แม้แต่ตระกูลเมิ่งก็รับมือ
ไม่ไหว
ลู่หยาง “……”
ต่อไปไปเมืองหลวงข้าจะไม่ยอมรับว่ารู้จักเจ้าเด็ดขาด เกรงว่าจะ
ถูกใครบางคนทำร้ายโดยไม่รู้ว่าใครลงมือ
เมิ่งจิ่งโจวพูดต่อ “นอกจากนี้ ตระกูลเมิ่งของพวกเรายังมีวิชาที่
เหนือชั้นกว่า ไม่จำเป็นต้องเรียนวิชานี้เลย”
“วิชาที่เหนือชั้นกว่า คืออะไรหรือ?” ลู่หยางยิ่งรู้สึกอยากรู้
ตระกูลเมิ่งในเมืองหลวงเป็นเหมือนท่านเต๋าปู้อวี่ในบรรดาผู้
บำเพ็ญขั้นรวมร่าง สร้างศัตรูมากมายจนแม้ถอนผมทั้งหัวก็นับไม่
หมด ถึงกระนั้นยังคงยืนหยัดมาได้หนึ่งหมื่นปี ได้รับการขนานนามว่า
ตระกูลอันดับหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าสุภาษิต “ภัยร้ายอยู่นานหมื่นปี”
นั้นมิใช่คำกล่าวเกินจริง
“ข้าไม่เข้าใจหลักการวิชาที่ว่า แต่อธิบายได้ว่าต้องใช้อย่างไร”
“ในยามต่อสู้ ให้โยนลิ่นซือจำนวนมากให้คู่ต่อสู้ กรรมสิทธิ์ลิ่น
ซือจะเปลี่ยนจากตระกูลเมิ่งเป็นของคู่ต่อสู้ จากนั้นก็เรียกให้คู่ต่อสู้
คืนลิ่นซือให้ หากคู่ต่อสู้ไม่ยอมคืน จะมีอำนาจลงทัณฑ์จากสวรรค์ลง
มา ฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้าง สังหารคู่ต่อสู้ทิ้ง!”
ใบหน้าลู่หยางแปรเปลี่ยนแปลก ทำไมวิชานี้ฟังดูคุ้นหูอย่าง
ประหลาดนะ?
“อ๋อใช่ พลังลงทัณฑ์จากสวรรค์มีชื่อว่าสายฟ้าทวงหนี้ชีวิต”
ลู่หยางรู้สึกว่าแม้แต่ชื่อพลังลงทัณฑ์จากสวรรค์ก็คุ้นหูเช่นกัน
เขามองเมิ่งจิ่งโจว แล้วมองหลี่หาวเหรินที่ยังคงดูเหตุการณ์อย่าง
ไม่รู้สึกตัว ในอดีตชิ่นห่าวเหรินไปกู้เงินจากตระกูลเมิ่งกระมัง
ลู่หยางตัดสินใจไม่พูดถึงเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้ทำลายมิตรภาพ
ระหว่างศิษย์พี่น้อง นี่คือการแบกรับความรับผิดชอบในฐานะพี่ใหญ่
จากสถานการณ์ที่หลี่หาวเหรินได้รับความทรงจำของชิ่นห่าวเห
รินเพียงครึ่งหนึ่ง บางทีหลี่หาวเหรินอาจยังนึกไม่ออกว่าชิ่นห่าวเหริน
ไปกู้เงินใคร หรืออาจเป็นไปได้ว่าตอนที่ตระกูลเมิ่งให้กู้เงินนั้นใช้
ตัวตนปลอมปล่อยเงินกู้นอกระบบ
ช่างเถอะ เรื่องมันผ่านมานานแล้ว ชิ่นห่าวเหรินก็ตายไปแล้ว คน
ที่เป็นหนี้ตอนนี้คือรองประมุขสี่ ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเถอะ
ไป๋หมิงมองเมิ่งจิ่งโจวด้วยสายตาประหลาด “น่าแปลกใจไม่น้อย
ที่ตระกูลเมิ่งของพวกเจ้าสร้างศัตรูมากมาย เพียงแค่วิธีการต่อสู้แบบ
นี้ก็เห็นแก่ตัวพอแล้ว”
เมิ่งจิ่งโจวยืนกรานอย่างหนักแน่น พยายามรักษาหน้าตระกูลเมิ่ง
“พูดอะไรกันนะ นี่เรียกว่าการใช้พลังลงทัณฑ์จากสวรรค์อย่าง
เหมาะสม การใช้กฎธรรมชาติผิดตรงไหน? ความก้าวหน้าของ
มนุษยชาติไม่ได้มาจากความเข้าใจและการประยุกต์ใช้กฎธรรมชาติ
หรอกหรือ?”
ไป๋หมิงพาทั้งห้าคนมาถึงสถานที่อันร้อนระอุแห่งหนึ่ง พื้นดินมี
เปลวไฟลุกขึ้นเป็นระยะ อุณหภูมิสูงน่าตกใจ พื้นดินใต้เท้าเปลี่ยนเป็น
สีแดงเพลิง แม้จะสวมรองเท้าบู๊ตก็ยังรู้สึกถึงความร้อน หากพวกเขา
ยังไม่ได้เป็นขั้นแก่นทองคำ คงขาดน ้าไปแล้ว
“ที่นี่คือพื้นที่ฝึกวรยุทธ์ของสายธาตุไฟ ด้านล่างมีไฟแท้หลาย
ชนิด วิชาไฟและรากฐานไฟจะบำเพ็ญที่นี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยัง
สามารถผ่านเปลวไฟ เข้าใจแก่นแท้ของไฟ เกิดการรับรู้ไฟแท้ได้”
“ศิษย์น้องหลี่คงรู้สึกได้อย่างลึกซึ้งกระมัง”
หลี่หาวเหรินรู้สึกได้อย่างเด่นชัดที่สุด เพียงแค่ยืนที่นี่สักครู่ พลัง
วิเศษในร่างก็เริ่มเดือดพล่าน วิชายุทธ์หมุนวนอัตโนมัติ เริ่มบำเพ็ญ
เอง
เขามีรากฐานไฟ จึงเหมาะกับที่นี่ที่สุด
“ข้าสามารถบำเพ็ญที่นี่ได้หรือไม่?” หลี่หาวเหรินรู้สึกว่าที่นี่สร้าง
มาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
ไป๋หมิงแสดงสีหน้าลำบากใจ ลังเลพูดว่า “อาจารย์เจ้าคือผู้
อาวุโสโจวซินใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว”
“เขามีไฟแท้มากมายใช่หรือไม่?”
“ถูกต้อง อาจารย์ข้ามีไฟแท้นานาชนิดผนึกไว้ในห้องหลอมของ
ท่าน เมื่อต้องการหลอมวัตถุก็สามารถนำออกมาใช้ได้ทันที”
ลู่หยางก็เคยเห็นผู้อาวุโสที่ห้าหลอม ตอนหลอมกระบี่เมิ่งเยว่ก็ใช้
ไฟแท้หลายชนิด
“ผู้อาวุโสโจวซินได้ไฟแท้บางส่วนมาจากผู้อาวุโสสายธาตุไฟ
เพียงแต่ใช้วิธีการไม่ค่อยโปร่งใสนัก ผู้อาวุโสสายธาตุไฟไม่ถึงกับ
ลงโทษศิษย์รุ่นเยาว์เพราะเรื่องนี้ แต่ลูกศิษย์ของเขาก็ยากจะคาดเดา”
“ข้าแนะนำว่าเจ้าไม่ควรบำเพ็ญที่นี่ตามลำพัง ไม่ปลอดภัย”
หลี่หาวเหริน “……”