ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 535 การหยุดเวลา
ลู่หยางมองเมิ่งจิ่งโจวด้วยสายตาแปลกๆ ตระกูลเมิ่งของเจ้าช่างมี
วิธีหาเงินหลากหลายเหลือเกิน
“เจ้าจ้องข้าแบบนั้นทำไม ไม่ใช่ข้าที่ปั่นราคาน ้าแข็งหมื่นปี แต่
เป็นตระกูลเมิ่ง ตระกูลเมิ่งเมื่อหลายหมื่นปีก่อนต่างหาก” แม้เมิ่งจิ่งโจ
วจะชอบพูดว่า “ตระกูลของพวกเรา” ติดปาก แต่เมื่อเป็นเรื่อง
เกียรติยศของตัวเอง ยังคงต้องแยกตัวเองจากตระกูลเมิ่ง
แม้ว่าน ้าแข็งหมื่นปีจะถูกตระกูลเมิ่งปั่นราคา แต่นั่นเป็นเรื่องของ
น ้าแข็งธรรมดา หากเป็นเนื้อน ้าแข็งมรกต หรือเชื้อน ้าแข็ง การมีอายุ
ยาวนานก็มีคุณค่าอย่างแท้จริง
อย่างผู้บำเพ็ญโบราณที่นอนหลับ พวกเขามักใช้เนื้อน ้าแข็ง
มรกตอายุหลายหมื่นปี แช่แข็งร่างกายไว้ รอจนกระทั่งยุคนี้จึงฟื้นคืน
ชีพ แล้วไปเสนอตัวให้แคว้นต้าเซี่ยจับกุม
ยังมีกรณีที่โชคร้ายกว่านั้น น ้าแข็งมรกตของพวกเขาไม่มีอายุ
มากพอ หรือแท้จริงเป็นเนื้อน ้าแข็งมรกตปลอม ยามแช่แข็งครึ่งทาง
น ้าแข็งก็ละลาย ทำให้ต้องออกมาก่อนกำหนด ผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่าง
ที่ลู่หยางพบในเรื่องกฎผีหลอนที่เมืองผ้าป่าน ก็ประสบเหตุการณ์
เช่นนี้
“จะใช้เนื้อน ้าแข็งมรกตแสนปีทำไมกัน ถ้าเป็นข้า ลูกกลอน
ผลไม้อมตะเพียงเม็ดเดียวก็พอให้พวกเขาหลับไปจนฟ้าเก่าแผ่นดิน
พิบัติ ยาวนานไม่รู้จักตื่น รับรองไม่มีเรื่องฟื้นก่อนกำหนด”
“แต่ว่าลูกกลอนผลไม้อมตะของเซียนไม่ใช่ใช้กับคนตายหรอก
หรือ? สามารถรักษาศพไม่ให้เน่าเปื่อย”
“ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ พวกที่เอาเนื้อน ้าแข็งมรกตมาแช่แข็งตัวเอง
กับคนตายก็ต่างกันเท่าไร เจ้าคิดว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ถูกจำกัดด้วย
อายุขัย นอนหลับมาจนถึงทุกวันนี้ได้ ก็เพราะตอนที่ถูกแช่แข็ง พวก
เขาอยู่ในสภาวะตายแกล้งไม่ใช่หรือ?”
“อืม พูดว่าตายแกล้งก็ไม่ถูกต้องนัก พูดให้แม่นยำคือ เกือบเข้า
สู่การหยุดเวลา”
“การหยุดเวลา?”
เซียนอมตะพยักหน้าอย่างจริงจัง ในชั่วขณะนั้น นางนึกถึงคำ
เตือนของเด็กอวี้ที่เตือนไม่ให้บอกเรื่องที่เกินกฎเกณฑ์มากมายกับลู่
หยาง นางนึกถึงอดีตที่ตนเคยผยองในยุคโบราณ เคยเหนือใครในใต้
หล้า เคยอิสระเสรี
ว่ากันตามจริง เด็กอวี้คนเดียว นางยังไม่เอามาใส่ใจเลย!
เล่า!
“เรื่องที่ข้าจะเล่าต่อไปนี้เป็นความลับสุดยอด เจ้าห้ามเล่าให้
เด็กอวี้ฟังเด็ดขาด!”
ด้วยปัญญาอันล ้าเลิศ เซียนอมตะคิดหาวิธีที่สองฝ่ายต่างได้
ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว
“ท่านเซียนโปรดเล่าเถิด ท่านยังไม่รู้จักข้าหรือ รับรองปิดปาก
แน่นเชียว!” ลู่หยางเอามือทาบอก สัญญาว่าตนเชื่อถือได้อย่าง
แน่นอน
แม้ลู่หยางจะยังจำคำเตือนของศิษย์พี่ใหญ่ แต่เมื่อได้ยินว่าเซียน
อมตะจะเล่าเรื่องเหล่านี้ เขาก็อดกลั้นความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว
แน่นอนว่า หากเซียนอมตะอยากเล่าประวัติศาสตร์ดำของยุค
โบราณ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ผู้นำใหญ่และผู้นำสองสบตากัน เข้าใจกันดี ลืมการทะเลาะกัน
เมื่อสามวันก่อนไปหมดแล้ว
“หากเจ้าฝึกฝนตาทิพย์ได้ การมองเห็นเหนือกว่าสามัญ เจ้าจะ
พบว่าวัตถุทุกอย่างในโลกล้วนเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นคน
สิ่งของ ฝุ่นผง หรือแม้แต่อนุภาคที่เล็กที่สุดที่เจ้าสามารถเห็นได้ด้วย
ตาทิพย์”
“ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเคลื่อนไหวอยู่เสมอ”
“เซียนจิ้วชงครอบครองผลของการบำเพ็ญหยินหยาง เชี่ยวชาญ
ด้านอุณหภูมิสุดขั้ว เขาพบว่า การเคลื่อนไหวไม่ใช่สิ่งสัมบูรณ์ หาก
เจ้าลดอุณหภูมิลงสู่จุดต ่าสุด แม้อนุภาคที่เล็กที่สุดก็จะถูกแช่แข็ง ไม่
สามารถเคลื่อนไหวได้อีก”
“เซียนจิ้วชงจึงถามเซียนแห่งกาลเวลาถึงสภาวะนี้ เซียนแห่ง
กาลเวลาศึกษาแล้วพบว่า ในความเย็นสุดขีด เซียนจิ้วชงใช้ความ
หนาวจัด ก็สามารถทำให้เวลาหยุดได้เช่นกัน”
“เช่นกัน? นั่นหมายความว่าเซียนแห่งกาลเวลาก็ทำให้เวลาหยุด
ได้เหมือนกันหรือ?”
“แน่นอน เซียนแห่งกาลเวลาสามารถหยุดเวลาทั้งโลกได้
ขอบเขตกว้างขวางกว่าเซียนจิ้วชงมากนัก”
“ต่อมาเซียนจิ้วชงยังพบอีกว่า ในสภาวะอุณหภูมิสูง อนุภาคเล็ก
ที่สุดจะเคลื่อนที่เร็วขึ้น เขาจึงปรับอุณหภูมิให้สูงที่สุด ร้อนยิ่งกว่าดวง
อาทิตย์”
“ในความร้อนสุดขีด อนุภาคเล็กที่สุดเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว
สูงสุด นั่นคือความเร็วแสง ซึ่งก็เป็นขอบเขตของผลแห่งการบำเพ็ญ
ด้านกาลเวลาเช่นกัน”
ลู่หยางตรึกตรองเรื่องราวที่ได้ฟังในใจ เกิดความเข้าใจลึกซึ้ง
“เซียนหมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นผลแห่งการบำเพ็ญชนิดใด ล้วนแม้
ต่างทางแต่บรรลุเป้าหมายเดียวกันใช่หรือไม่?”
เซียนอมตะจ้องมองดวงตาลู่หยางสักครู่ ความจริงแล้วนางเพียง
แค่เห็นเนื้อน ้าแข็งมรกต แล้วนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ได้มีความหมาย
อะไรพิเศษ
“ถูกต้อง ข้าเพียงต้องการสอนเจ้าหลักการนี้ ไม่คิดว่าเจ้าจะ
เข้าใจได้ด้วยตัวเองแล้ว!”
ระหว่างที่สนทนา ทุกคนมาถึงสายธาตุทอง
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่สายธาตุทอง ทุกคนรู้สึกเหมือนผิวหนังแปลบๆ
คัน แก่นทองคำปกป้องเจ้าของโดยอัตโนมัติ เคลือบพลังบำเพ็ญ
บางๆ บนผิวกาย ความรู้สึกชาคันพลันหายไป
“นี่คือพลังธาตุทองที่มองไม่เห็นซึ่งมีเฉพาะในสายธาตุทอง ตาม
คำอธิบายของผู้อาวุโสถง หรือก็คือผู้อาวุโสสายธาตุทอง สายธาตุ
ทองประกอบด้วยสายแร่วิเศษมากมาย แร่วิเศษเหล่านี้มีความ
ภาคภูมิใจในตัวเอง ความทะนงตนของแร่วิเศษไม่ยอมให้มันอยู่
ร่วมกับแร่ธรรมดาอื่นๆ การชนกันระหว่างแร่วิเศษทำให้พลังธาตุทอง
แผ่กระจายออก จึงเกิดปรากฏการณ์เฉพาะของสายธาตุทองขึ้นมา”
พื้นดินสายธาตุทองแทบไม่มีพืชเจริญงอกงาม แม้จะมีพืชวิเศษ
อยู่บ้าง ก็เป็นชนิดที่มีประกายโลหะ ถูกอิทธิพลสายธาตุทองเปลี่ยน
ให้กลายสภาพตาม
เมื่อสามารถเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยพลังธาตุ
ทอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพืชวิเศษเหล่านี้มีพลังมหาศาล
รากฐานกระบี่ของลู่หยางเป็นรากฐานทองที่กลายพันธุ์ เขาจึง
สัมผัสได้ถึงพลังธาตุทองอันคึกคักในสายธาตุทองมากที่สุด หากนำ
พลังธาตุทองมาขัดเกลา ก็จะเป็นคมกระบี่ขั้นต้น
หม่านกู่เห็นศิษย์สำนักธาตุทั้งห้าจำนวนมากนั่งขัดสมาธิบนสาย
ธาตุทอง เหนือศีรษะมีวัตถุวิเศษลอยตัวมากมาย วัตถุวิเศษขยับขึ้น
ลง ประหนึ่งลอยคลื่นบนมหาสมุทร
บางคนจับคู่ ควบคุมวัตถุวิเศษหลายชนิดประลองกัน วัตถุวิเศษ
ยังสามารถประสานกันเป็นกำแพงกำบังทรงพลัง การควบคุมที่
แม่นยำละเอียดอ่อนแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของจิต
ไป๋หมิงยิ้ม “สายธาตุทองเชี่ยวชาญการควบคุมโลหะที่สุด เปรียบ
ได้กับวิชาบังคับกระบี่”
“หากพูดถึงผู้เชี่ยวชาญการควบคุมโลหะที่สุด ต้องยกให้ผู้
อาวุโสสายธาตุทองรุ่นแรก วิทยายุทธ์ของผู้เฒ่าทำให้ฟ้าสั่นสะเทือน
แผ่นดินไหว ทุกการเคลื่อนไหวสอดคล้องกับกฎธรรมชาติ พลัง
แข็งแกร่งยิ่งนัก หากไม่ใช่เพราะผู้เฒ่าตอนก่อตั้งสำนัก ขนสายแร่
หลายสายมาที่นี่ สายธาตุทองในปัจจุบันก็คงไม่เกิดขึ้น”
“……นั่นแปลว่าสายธาตุทองของสำนักธาตุทั้งห้าของพวกเจ้าถูก
ขโมยมาจากที่อื่นหรือ?”
“ไม่เรียกว่าขโมย” ไป๋หมิงแก้ไข “เรียกว่าขุดแร่ผิดกฎหมาย”
“อีกอย่าง ผู้อาวุโสสายธาตุทองรุ่นแรกเป็นผู้เรียนรู้กฎหมาย
ตอนนั้นแคว้นต้าเซี่ยเพิ่งก่อตั้ง ระบบกฎหมายยังไม่สมบูรณ์
กฎหมายอาญายังไม่มีแม้แต่ร่าง ท่านจึงฉวยช่องว่างนี้รีบทำ
ประโยชน์ให้สำนัก ขโมยสายแร่หลายสายกลับมา”
กฎหมายอาญายังไม่มีแม้แต่ร่าง ก็ตั้งข้อกล่าวหาไม่ได้
ลู่หยาง “……”
“ผู้อาวุโสสายธาตุทองรุ่นแรกกล่าวว่า ในฐานะผู้บำเพ็ญ ทุก
คำพูดทุกการกระทำต้องสอดคล้องกับกฎธรรมชาติ นั่นหมายความ
ว่าผู้บำเพ็ญเองก็เป็นส่วนหนึ่งของกฎธรรมชาติ การย้ายสายแร่มาที่
สำนักธาตุทั้งห้าจึงไม่ใช่การขุดแร่ผิดกฎหมาย แต่เป็นการ
เปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของสายแร่ เพียงแต่เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น
ด้วยความช่วยเหลือของท่าน ไม่นับว่าเป็นอาชญากรรม”
“แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไง?”
“ราชสำนักไม่เชื่อ”
“ข้าก็คิดว่าอย่างนั้น”
“ภายหลังท่านกู้เงินจากตระกูลเมิ่ง ซื้อสายแร่เหล่านี้ไว้”
ไป๋หมิงมองเมิ่งจิ่งโจวแวบหนึ่ง เสริมว่า “ส่วนเงินกู้จากตระกูลเมิ่ง
ได้ชำระคืนหมดแล้วเมื่อหกหมื่นปีก่อน”